• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ภาวะลูกนอนกรนต่างจาก
การนอนกรนในผู้ใหญ่ยังไง?
ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

ภาวะลูกนอนกรนต่างจาก

การนอนกรนในผู้ใหญ่ยังไง?
ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม
Table of Contents

ภาวะลูกนอนกรนไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่หลายครอบครัวเข้าใจ เพราะต่างจากผู้ใหญ่ที่มักเกี่ยวข้องกับโรคอ้วนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ในเด็กนั้น เสียงกรนมักบ่งบอกถึงความผิดปกติของการเจริญเติบโตของโครงสร้างทางเดินหายใจ ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบต่อสุขภาพและพัฒนาการในระยะยาว ในอนาคต

ทำความเข้าใจภาวะนอนกรนในเด็กและผู้ใหญ่

ภาวะลูกนอนกรน สาเหตุและผลกระทบมีความแตกต่างกันอย่างมาก การทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้เลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้

ภาวะนอนกรนในเด็กภาวะนอนกรนในผู้ใหญ่
สาเหตุที่พบ• ต่อมทอนซิลหรืออะดีนอยด์โตผิดปกติ
• โครงสร้างใบหน้าและขากรรไกรเล็ก
• ภูมิแพ้หรือจมูกอุดตันเรื้อรัง
• น้ำหนักเกิน
• กล้ามเนื้อคอหย่อน
• การดื่มแอลกอฮอล์สูบบุหรี่
• โครงสร้างทางเดินหายใจแคบ
ผลกระทบต่อสุขภาพ• นอนหลับไม่เต็มที่
• สมาธิสั้น พฤติกรรมก้าวร้าว
• พัฒนาการล่าช้า
หากเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
• กระทบต่อการเจริญเติบโต ความสูง น้ำหนัก และโครงสร้างใบหน้า
• ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
• ซึ่งสัมพันธ์กับโรคความดันโลหิตสูง
• หัวใจขาดเลือด
• หลอดเลือดสมอง
รวมถึงทำให้เหนื่อยง่าย ง่วงกลางวัน และประสิทธิภาพการทำงานลดลง

นอนกรนในผู้ใหญ่มักเกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ขณะที่ภาวะลูกนอนกรนมักเกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางใบหน้าร่างกายและนำไปสู่การพัฒนาการของร่างกายในอนาคต

อาการบ่งบอกที่พ่อแม่ควรสังเกตในเด็ก

ภาวะลูกนอนกรน อาจดูเหมือนเป็นเพียงอาการที่อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องปกติของเด็ก แต่แท้จริงแล้วอาจซ่อนความผิดปกติที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและพัฒนาการในระยะยาว หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเกิดผลกระทบดังนี้

การเจริญเติบโตช้า : การนอนหลับที่ถูกรบกวนบ่อย ๆ ทำให้ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนได้น้อยลง ส่งผลต่อส่วนสูงและน้ำหนักของเด็ก

พัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้ : การนอนหลับไม่เต็มที่กระทบต่อสมาธิ ความจำ และการเรียนรู้ ทำให้เด็กอาจมีผลการเรียนต่ำกว่าที่ควร

พฤติกรรมและอารมณ์ : เด็กที่นอนกรนและมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มักหงุดหงิดง่าย สมาธิสั้น หรือมีพฤติกรรมคล้ายสมาธิสั้น (ADHD)

สุขภาพช่องปากและโครงหน้า : การหายใจทางปากบ่อย ๆ ทำให้โครงหน้าพัฒนาผิดปกติ เช่น ฟันยื่น เพดานโค้งแคบ

สุขภาพหัวใจและระบบไหลเวียน : หากมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจในอนาคต

ความเสี่ยงและผลกระทบระยะยาวของภาวะลูกนอนกรน

ภาวะลูกนอนกรน ถือเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของการหายใจที่อาจนำไปสู่ผลกระทบทางสุขภาพและพัฒนาการในระยะยาว งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า เด็กที่นอนกรน โดยเฉพาะหากมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ร่วมด้วย จะมีความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ดังนี้

การเจริญเติบโตช้า การนอนหลับที่ถูกรบกวนบ่อย ๆ ทำให้ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ลดลง ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทั้งส่วนสูงและน้ำหนัก งานวิจัยใน Journal of Pediatrics (Marcus et al., 2012) พบว่า เด็กที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ จะมีอัตราการเจริญเติบโตต่ำกว่าเด็กที่นอนปกติ และเมื่อได้รับการรักษา เช่น ผ่าตัดต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์ ขนาดร่างกายกลับมาพัฒนาได้ดีขึ้น

พัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้ การนอนหลับไม่เพียงพอทำให้สมองเข้าสู่ช่วงหลับลึกได้ไม่เต็มที่ กระทบต่อความจำ สมาธิ และการเรียนรู้

พฤติกรรมและอารมณ์ เด็กที่นอนกรนมีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมหงุดหงิด ก้าวร้าว หรือสมาธิสั้น ซึ่งอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคสมาธิสั้น หรือ ADHD

โครงหน้าและสุขภาพช่องปาก การหายใจทางปากเรื้อรังจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้โครงหน้าเจริญเติบโตผิดปกติ เช่น ฟันยื่น คางเล็ก เพดานโค้งแคบ

สุขภาพหัวใจและระบบไหลเวียนในอนาคต การหยุดหายใจขณะหลับทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง ซ้ำ ๆ จนร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ด้วย Belun Ring Sleep Test

การตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Test เพื่อประเมินคุณภาพการนอนและการหายใจอย่างละเอียด โดยเฉพาะในเด็กที่มีอาการนอนกรนหรือสงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่ VitalSleep Sleep เรามีบริการการตรวจนอนหลับ ด้วย Belun Ring Sleep Test เป็นขั้นตอนตรวจการนอนหลับ ที่สะดวกสบาย และแม่นยำ ไม่ต้องตรวจที่โรงพยาบาล สามารถทำเองได้ที่บ้าน สะดวกกับพ่อแม่ที่ต้องการให้บุตรหลานของท่าน ตรวจการนอนหลับ

แนวทางการรักษาภาวะลูกนอนกรน 

VitalSleep Clinic มีหลายแนวทางที่สามารถใช้รักษาการนอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ในเด็ก ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรง และอายุของเด็ก แนวทางเหล่านี้สามารถใช้ร่วมกันได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Myofunctional Therapy การฝึกกล้ามเนื้อใบหน้า กล้ามเนื้อลิ้น และกล้ามเนื้อทางเดินหายใจให้ทำงานได้ดีขึ้น

Breastfeeding Tongue-Tie Release (FF) สำหรับเด็กเล็กที่มีภาวะลิ้นติด (Tongue-Tie) ซึ่งอาจส่งผลให้ลิ้นเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ หรือลิ้นดันหลังคอ ทำให้ทางเดินหายใจแคบการปลดผูกลิ้นติดช่วยให้ลิ้นเคลื่อนที่ได้ดีขึ้น ช่วยลดการอุดกั้น ขับลม รักษาคุณภาพการหายใจและนอนหลับ RPE อุปกรณ์ในการขยายเพดานปาก เป็นเครื่องมือทันตกรรมที่ช่วยขยายเพดานปาก (palate) เพื่อเพิ่มความกว้างของแนวเพดานอ่อนและบริเวณช่องทางเดินหายใจส่วนบนใช้ในกรณีที่เพดานปากแคบ มีการสบฟันหรือโครงสร้างที่ส่งผลให้ทางเดินหายใจตีบ ช่วยปรับโครงสร้างทางเดินหายใจให้มีช่องว่างมากขึ้น ลดอาการกรนและการอุดตันขณะหลับ

ภาวะลูกนอนกรน

สรุป 

ภาวะนอนกรนในเด็ก ไม่ใช่แค่เสียงรบกวน แต่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของร่างกาย สมอง และโครงหน้า หากละเลยอาจส่งผลต่อพัฒนาการ การเรียนรู้ และสุขภาพระยะยาว

ต่างจากผู้ใหญ่ที่มักเชื่อมโยงกับโรคเรื้อรังและคุณภาพการนอน เด็กที่กรนจึงถือเป็น “ภัยเงียบ” ที่ควรได้รับการตรวจและรักษาแต่เนิ่น ๆ เพื่อคืนการนอนที่มีคุณภาพและการเติบโตที่สมบูรณ์

Related Blogs and Articles
เสียงกรนไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ชาย

ผู้หญิงก็มีแนวโน้มที่จะนอนกรนได้ไม่แพ้ผู้ชาย! แม้เสียงกรนอาจเบากว่า หรือพบได้น้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากภาวะนี้

แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด 2025

แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปัจจุบัน การรักษาแก้ปัญหาอาการนอนกรนมีหลากหลายวิธีที่ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งสามารถรักษาได้หลายวิธีพร้อมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดีขึ้น หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยม คือ การใช้เครื่องมือทันตกรรมสำหรับรักษานอนกรน (Oral Appliance) ที่ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจในขณะหลับ ร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจส่วนต้น (Myofunctional Therapy) ที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อย การรักษานี้ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจไม่ให้แคบลง เป็นการรักษาอาการนอนกรนจากต้นเหตุ ที่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาวได้อีกด้วย สาเหตุของอาการนอนกรน การนอนกรนมักมีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุ จาก TMJ and Sleep Apnea โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อย มีดังนี้​ อาจเกิดจากโครงสร้างใบหน้าที่ผิดปกติ เช่น คางสั้น กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นไม่แข็งแรง ทำให้ลิ้นหย่อนลงไปอุดช่องทางเดินหายใจ มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือเหนียง สามารถทำให้ช่องทางเดินหายใจถูกกดทับในขณะที่กำลังนอนหลับ ทำให้เกิดอาการหยุดหายใจชั่วคราวและมีเสียงกรนเกิดขึ้น แอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนต้นและกล้ามเนื้อโคนลิ้น ช่องทางเดินหายใจก็จะเกิดการอุดกั้นที่ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) และเสียงกรนได้ อาการเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่ทำให้เกิดปัญหาการนอนกรน และควรได้รับการตรวจสอบและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญ การตรวจและการรักษานอนกรน การตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของการนอนกรนสามารถทำได้ผ่านการตรวจการนอนหลับ Sleep Test เป็นการวัดค่าและเก็บข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับของคุณ เช่น ตรวจการนอนหลับที่บ้านกับ VitalSleep Clinic สะดวก ปลอดภัย แม่นยำ หลังจากการตรวจการนอนหลับ Sleep Test แล้ว แพทย์เฉพาะทางจะนำผลการตรวจมาใช้ในการวินิจฉัย วางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด อ่านเพิ่มเติม รักษานอนกรน แบบไม่ผ่าตัด Update 2025 ข้อด้อยของการผ่าตัดแก้นอนกรน การผ่าตัดแก้นอนกรนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ข้อดีของการรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัด วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดมีหลายทางเลือก แพทย์เฉพาะทางจะเลือกวิธีที่เหมาะสมตามอาการของแต่ละบุคคล สามารถใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อรักษาได้ทั้งต้นเหตุและปลายเหตุ เช่น การใช้เครื่อง CPAP เพื่อช่วยขยายทางเดินหายใจร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อ Myofunctional Therapy การรักษาที่ถูกต้องยังเป็นผลดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง ในกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับ Sleep Test และปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม เพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้นและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม “รักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ Better Sleep for Better Tomorrow” สรุป วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปี 2025 มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือทันตกรรม การบำบัดกล้ามเนื้อ การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ หรือการใช้เครื่อง CPAP ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีเฉพาะที่ตอบโจทย์ปัญหาอาการนอนกรนในแต่ละกรณี การเข้ารับการตรวจ Sleep Test เพื่อตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการรักษา สุขภาพการนอนที่ดีมีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเรา ดังนั้น หากคุณมีปัญหาการนอนกรน ควรรีบหาทางแก้ไขเพื่อสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

ข้อต่อขากรรไกรมีเสียง

เคยไหม? เวลาหาว อ้าปาก หรือเคี้ยวของแข็งแล้วได้ยินเสียง “คลิก” หรือ “กรอบแกรบ” จากบริเวณขากรรไกร อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรค

ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

การนอนกรนเป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้าม ที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาทางสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ตรวจการนอนหลับ

เหนื่อยแม้นอนเต็มคืน อาจเกิดจากคุณภาพการนอนที่ไม่สมดุล วงจรหลับลึกและ REM Sleep สั้นลง ตรวจการนอนหลับช่วยค้นหาสาเหตุได้

นอนกัดฟัน แก้ด้วย Splint

“นอนกัดฟัน” หรือ Bruxism ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เพราะมันส่งผลต่อทั้งสุขภาพช่องปาก ข้อต่อขากรรไกร รวมไปถึงคุณภาพการนอนหลับโดยตรง หลายคนคงอาจคิดว่าใส่ Splint ฟัน ก็เพียงพอแล้ว แต่จริง ๆ แล้ว การรักษาอาการนี้มีได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการhttps://youtu.be/gMdIP1i56ZQ?si=0ipz3OKFiweiis9_ สาเหตุของการนอนกัดฟัน หลายคนอาจไม่รู้ว่าการนอนกัดฟัน ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบร่างกาย จิตใจ และโครงสร้างฟันโดยตรง ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อย มีดังนี้ความเครียดสะสมเมื่อร่างกายเผชิญกับความเครียด ไม่ว่าจะมาจากการทำงาน ความสัมพันธ์ หรือปัญหาส่วนตัว—กล้ามเนื้อทั่วร่างกายจะเกร็งตัว รวมถึงกล้ามเนื้อกรามและกล้ามเนื้อบดเคี้ยวด้วย การเกร็งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับโดยไม่รู้ตัว และแสดงออกมาในรูปแบบของการกัดฟันภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea)ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มักมีปัญหาทางเดินหายใจแคบลงหรืออุดตัน ส่งผลให้สมองสั่งการให้ร่างกายตอบสนองเพื่อเปิดทางเดินหายใจอีกครั้ง หนึ่งในปฏิกิริยาทางร่างกายที่เกิดขึ้นคือ “การกัดฟัน” เพื่อพยายามดันขากรรไกรให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติการสบฟันที่ผิดปกติฟันที่เรียงตัวไม่ดี หรือสบกันไม่พอดี อาจทำให้กล้ามเนื้อบดเคี้ยวต้องทำงานหนักเกินไปเพื่อให้สามารถบดเคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินจำเป็น จึงเกิดการเกร็งสะสม และกลายเป็นพฤติกรรมกัดฟันในเวลานอนได้ในที่สุด อ่านเพิ่มเติม นอนกัดฟัน ปัญหาจุกจิก อาจเป็นเรื่องใหญ่ ปล่อยไว้นานอันตราย รักษาได้ ไม่ต้องผ่าตัด เช็กอาการเสี่ยงนอนกัดฟัน หากคุณนอนคนเดียวหรือไม่แน่ใจว่าตัวเองมีอาการนอนกัดฟันขณะหลับไหม ลองนำข้อมูลจาก Cleveland Clinic  มาสังเกตตัวเองได้จากอาการเหล่านี้ ที่เป็นสัญญาณบอกว่าคุณอาจกำลังมีปัญหานี้อยู่​ตื่นมาแล้วปวดหรือเมื่อยกรามปวดหัว ปวดบริเวณหน้าหู (โดยเฉพาะช่วงเช้าหลังจากตื่นนอน)มีอาการเสียวฟัน หรือปวดฟันเวลาทานของร้อน/เย็นมีกระดูกนูนบริเวณมุมกราม ใบหน้าเริ่มดูเหลี่ยมขึ้นอ้าปากกว้างไม่ได้ รู้สึกค้างหรือเจ็บขากรรไกร ปรึกษาปัญหานอนกัดฟัน ฟรี! ผลเสียของการนอนกัดฟัน ฟันบิ่น ฟันแตก เพราะเนื้อฟันสึกจากการบดหรือกดทับซ้ำ ๆข้อต่อขากรรไกรอักเสบ (TMD) อาจทำให้เจ็บเวลาพูด เคี้ยว หรืออ้าปากโครงหน้าผิดรูป กระดูกมุมกรามนูน ใบหน้าดูเหลี่ยมกว่าปกตินอนหลับไม่มีคุณภาพ สมองตื่นตัวบ่อย ส่งผลให้ร่างกายพักผ่อนไม่เต็มที่รบกวนคนรอบ ๆ ข้าง เสียงบดฟันทำให้คู่ชีวิตหลับไม่สนิท และอาจกระทบความสัมพันธ์ในระยะยาว วิธีรักษานอนกัดฟัน อาการนี้สามารถรักษาได้ และควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน1. การใช้ Splint ฟัน (Occlusal Splint)ช่วยป้องกันการสึกหรอของเนื้อฟัน โดยกระจายแรงกดขณะกัดฟัน และลดอาการเมื่อยกล้ามเนื้อกรามข้อควรระวัง: สำหรับเด็ก การใช้ Splint อาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของขากรรไกร และในช่วงแรกอาจทำให้นอนหลับยากขึ้น2.  การฝึกกล้ามเนื้อด้วย Myofunctional Therapyเป็นการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น ซึ่งสามารถใช้รักษาการนอนกรน และอาการนอนกัดฟันได้พร้อมกันจุดเด่นของ Myofunctional Therapyช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบดเคี้ยวปรับสมดุลกล้ามเนื้อและการสบฟันแก้ปัญหาต้นเหตุอย่างแท้จริง การรักษาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีควรทำร่วมกัน ทางที่ดีที่สุดคือการใช้ Splint ฟัน เพื่อป้องกันฟันสึกในระยะสั้น ควบคู่กับ การทำ Myofunctional Therapy เพื่อจัดการที่ต้นเหตุของปัญหาอย่างแท้จริง และควรตรวจการนอนหลับ Sleep Test เพื่อประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น การหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)การวางแผนรักษาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง และทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น แพทย์ด้านการนอนหลับ และนักกายภาพบำบัด เพื่อให้การรักษาเหมาะสมกับแต่ละบุคคลและปลอดภัยที่สุด ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง! สรุป การนอนกัดฟันไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก ๆ เพราะอาจนำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง ฟันสึก ขากรรไกรอักเสบ และปัญหาโครงหน้าในระยะยาว หากสงสัยว่าตัวเองมีพฤติกรรมนอนกัดฟัน ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางหรือทันตแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมก่อนที่อาการจะลุกลาม

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!