• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
นอนกรนมาทั้งชีวิต รักษาอย่างไร
เรื้อรัง ยืดเยื้อ สุขภาพแย่
รักษาได้ ไม่ต้องผ่าตัด

นอนกรนมาทั้งชีวิต รักษาอย่างไร

เรื้อรัง ยืดเยื้อ สุขภาพแย่
รักษาได้ ไม่ต้องผ่าตัด
Table of Contents

นอนกรน ปัญหาใหญ่ที่ทำลายสุขภาพ

       ปัญหาอาการนอนกรน เป็นปัญหาที่สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัยเกิดขึ้นได้ในทุกๆคน เเต่โดยเฉพาะในเพศชายมีอัตราของการเกิดภาวะนอนกรนที่สูงมากกว่าเพศหญิงถึง 2 เท่า โดยจากข้อมูลการศึกษาพบว่า ในช่วงวัยที่เป็นผู้ใหญ่ ผู้ชายประมาณ 40% และ ผู้หญิงประมาณ 24% มีภาวะอาการนอนกรนเกิดขึ้นอย่างเป็นประจำ

       ซึ่งปัญหาของการนอนกรนไม่เพียงเเต่เป็นผลร้ายที่ส่งผลกระทบอันตรายต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว แต่ยังเป็นปัญหาที่ส่งเสียงดังรบกวนสร้างความน่ารำคาญให้กับผู้ที่นอนร่วมกัน หลายๆคนคงอาจเคยลองรักษาด้วยวิธีต่างๆมากมาย เเต่สุดท้ายก็ยังนอนกรนเสียงดังอยู่ดี จะต้องรักษาด้วยวิธีไหนจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น มาหาคำตอบได้ที่บทความนี้

นอนกรนเรื้อรัง

สาเหตุของการเกิด ภาวะนอนกรน

       สาเหตุของการเกิดอาการนอนกรนในเเต่ละบุคคลนั้น อาจมีสาเหตุและปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะขึ้นอย่างแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล เนื่องจากการนอนกรนสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ โดยอาจแบ่งเป็น 2 สาเหตุหลักๆได้ดังนี้

1. โครงสร้างทางกายวิภาค

ความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้า

       ปัญหาจากกระดูกขากรรไกรที่มีการเจริญเติบโตผิดปกติ มีลักษณะของขากรรไกรล่างที่มีขนาดเล็ก แคบเเละสั้นมากกว่าปกติ ซึ่งอาจสังเกตจากใบหน้าได้ว่าจะมีลักษณะ คางสั้น มากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงผู้ที่มีปัญหาจมูกคด หรือ จมูกเบี้ยว ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการนอนกรน

อ่านเพิ่มเติม ผ่าขากรรไกรแก้นอนกรน

เนื้อเยื่ออ่อนภายในลำคอ เเละ ช่องทางเดินหายใจ

       เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักๆที่ก่อให้เกิดภาวะนอนกรน เนื่องจากเมื่อมีอายุที่เพิ่มมากขึ้น กล้ามเนื้อต่างๆภายในร่างกายก็มักจะเสื่อมสมรรถภาพลงตาม รวมไปถึงกล้ามเนื้อในส่วนบริเวณลำคอ และช่องทางเดินหายใจ เช่น กล้ามเนื้อโคนลิ้น เพดานอ่อน ที่เสื่อมสภาพลงและไม่สามารถตึงตัวอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องได้ เกิดการหย่อนคล้อยตัวลงในขณะนอนหลับ และอุดกั้นกีดขวางทางเดินหายใจ

ต่อมทอนซิลและอดีนอยด์โต

       เป็นปัญหาที่มักจะพบและเกิดขึ้นได้บ่อยในเด็ก เมื่อต่อมทอนซิลและต่อมอดีนอยด์โตขึ้น จากการติดเชื้อหรืออักเสบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการ คัดจมูก, น้ำมูกไหล , ไอ และมีอาการนอนกรน เนื่องจากตำแหน่งของต่อมทอนซิลและต่อมอดีนอยด์ จะอยู่ในบริเวณส่วนด้านหลังของโพรงจมูก เมื่อเกิดการอักเสบและมีขนาดใหญ่ขึ้น จึงเกิดการกีดขวางทางเดินหายใจ ส่งผลให้หายใจลำบากมากขึ้น และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็กๆนอนกรน

2. พฤติกรรมส่วนตัว และ สภาพแวดล้อม

น้ำหนักตัวเกินค่ามาตรฐาน : มีปริมาณไขมันสะสม ในบริเวณช่วงรอบคอที่มากเกินไป จนกดทับทางเดินหายใจในขณะที่เอนตัวลงนอน ทำให้หายใจได้ลำบาก เเละเกิดการนอนกรน

ท่านอน : การนอนในท่าหงายหน้าขึ้น เป็นท่านอนที่เพิ่มโอกาสการเกิดภาวะนอนกรนที่มากขึ้น เนื่องจากการนอนหงายทำให้ลิ้นไก่ และ เพดานอ่อน มีโอกาสที่จะตกลงมาที่ด้านล่างเเละอุดกั้นทางเดินหายใจ

การสูบบุหรี่ : หากมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่อย่างเป็นประจำ สารเคมีที่มีอยู่ในบุหรี่อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองกับเนื้อเยื่อบริเวณทางเดินหายใจ ส่งผลให้ช่องทางเดินหายใจเกิดการอักเสบ บวม และตีบแคบ

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ที่ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมในช่วงก่อนนอน มีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงต่อการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อภายในช่องคอ เเละทางเดินหายใจ ซึ่งเสี่ยงต่อการนอนกรน

อันตรายจากการนอนกรน

       การนอนกรนอย่างต่อเนื่องเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน ส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจในระยะยาว โดยอันตรายของภาวะนอนกรน มักจะเกิดขึ้นจากการที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับเกิดขึ้นร่วมด้วย (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ซึ่งเป็นโรคที่มักจะเกิดขึ้นร่วมกับการนอนกรน โดยเป็นภาวะที่ทำให้เกิดปัญหาการหายใจที่ลำบากในขณะหลับ หรือ เกิดการหยุดหายใจเป็นช่วงๆพักๆระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อระบบต่างๆภายในร่างกาย ดังนี้

โรคเบาหวาน : การหยุดหายใจขณะหลับ ส่งผลให้ร่างกายเเละสมอง ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งทำให้ระดับของออกซิเจนในเลือดลดลง ส่งผลต่อร่างกายให้เกิดการปรับตัวต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยการดึงน้ำตาลในร่างกายมาใช้งานเพิ่มมากขึ้น เป็นเหตุที่ทำให้ร่างกายเกิดความต้านทานต่ออินซูลินที่สูงขึ้น เเละเป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงเกิด “โรคเบาหวาน”

โรคความดันโลหิตสูง : การหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลง หัวใจเกิดการทำงานที่หนักมากขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด และส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาความดันโลหิตสูงตามมา

โรคหลอดเลือดสมองตีบ,แตก : สมองได้รับออกซิเจนหล่อเลี้ยงลดน้อยลง และมีการขาดช่วงเป็นพักๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดการสะสมของคราบพลัคในหลอดเลือดแดง เสี่ยงเกิดหลอดเลือดสมองตีบตันมากขึ้น

โรคหัวใจวาย : กล้ามเนื้อหัวใจทำงานหนักมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน มีการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว

ปัญหาทางเพศ : สมรรถภาพทางเพศลดลง ความต้องการทางเพศลดน้อยลง

ปัญหาทางด้านสุขภาพจิตใจและอารมณ์ : เกิดปัญหาอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เครียดบ่อย และอาจก่อให้เกิดปัญหาภาวะซึมเศร้า

ระบบสมองเกิดความเสียหาย : ระบบประมวลผลของสมอง (Cognitive skill) เกิดความเสียหาย เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนหล่อเลี้ยงในขณะหลับ ทำให้สมองเกิดการทำงานที่ผิดปกติ ทำงานได้ช้าลง ระบบการคิดวิเคราะห์ข้อมูลมีประสิทธิภาพที่ต่ำลง

นอนกรนเรื้อรัง

นอนกรน รักษายังไงให้หาย

       การนอนกรนเกิดจากการที่อวัยวะกล้ามเนื้อต่างๆภายในช่องคอ และทางเดินหายใจส่วนต้น เกิดการหย่อนคล้อย ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบลง ซึ่งวิธีการรักษาปัญหาอาการนอนกรนให้ได้ผลลัพธ์การรักษาที่ดี คือการรักษาปัญหาจากสาเหตุ เเก้ไขปัญหาที่ต้นตอ โดยสามารถแบ่งการรักษาออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้ดังนี้

1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

Myofunctional Therapy (การบำบัดกล้ามเนื้อบนใบหน้าเเละทางเดินหายใจส่วนต้น)

       เป็นการรักษาปัญหาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่เกิดขึ้นจากต้นเหตุเพียงวิธีเดียว ซึ่งการบำบัดกล้ามเนื้อจะมีเป้าหมายในการรักษาคือ เสริมสร้างความแข็งแรงและแก้ไขปัญหาการทำงานที่ผิดปกติในส่วนของกล้ามเนื้อโคนลิ้น, ขากรรไกร, เพดานอ่อน, และทางเดินหายใจส่วนต้น ให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเดิม และมีความแข็งแรงที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดการหย่อนคล้อยตัวลงและอุดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดการกรนและหยุดหายใจขณะหลับ 

Oral Appliance (เครื่องมือทันตกรรมรักษานอนกรน)

       อุปกรณ์ทันตกรรมที่ใช้สำหรับใส่ครอบฟันในขณะหลับ โดยมีหน้าที่สำคัญในการช่วยขยายช่องทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น ป้องกันกล้ามเนื้อโคนลิ้นและกล้ามเนื้อภายในช่องคอหย่อนคล้อยตัวลงอุดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งตัวอุปกรณ์จะช่วยในการจัดตำแหน่งของขากรรไกรและลิ้น ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องขณะหลับ ทำให้สามารถหายใจได้สะดวกในขณะหลับ  ลดการนอนกรนและลดอัตราการหยุดหายใจขณะหลับ

       ตัวอุปกรณ์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาอาการนอนกรนเเละภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่ต้องการเเก้ไขปัญหานอนกรนด้วยวิธีที่มีความสะดวกสบาย เนื่องจากตัวอุปกรณ์มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สามารถพกพาได้ง่าย ทำให้สามารถใช้ได้ในทุกๆคืน อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน จึงเป็นหนึ่งในวิธีการรักษานอนกรนที่เป็นที่นิยมอย่างมาก

RF (คลื่นความถี่วิทยุแก้อาการนอนกรน)

       เป็นวิธีการรักษานอนกรนด้วยการใช้คลื่นความถี่วิทยุ ส่งผ่านพลังงานและเปลี่ยนกลายเป็นความร้อนไปยังบริเวณเพดานอ่อน หรือ บริเวณโคนลิ้น เพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจนของเนื้อเยื่อบริเวณนั้น ให้เกิดการยกกระชับตัวที่มากขึ้น ลดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ

       ซึ่งจะมีผลลัพธ์ในการรักษาที่แตกต่างจากการใช้เลเซอร์แก้นอนกรนคือ การใช้คลื่นความถี่วิทยุ RF สามารถรักษาได้ทั้งอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ในขณะที่เลเซอร์นอนกรนไม่ได้ช่วยรักษาปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับ อีกทั้งการใช้คลื่นความถี่วิทยุ ยังใช้ระยะเวลาในการทำที่น้อยกว่า และมีผลลัพธ์การรักษาที่อยู่ได้นานกว่า

2. การรักษาแบบผ่าตัด

ผ่าตัดตกเเต่งเพดานอ่อน หรือ ลิ้นไก่ ด้วยเลเซอร์

       เป็นวิธีการผ่าตัดรักษาด้วยการใช้เลเซอร์ โดยจะนำเอาเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนและลิ้นไก่ที่มีความหย่อนคล้อยกีดขวางทางเดินหายใจออก  เพื่อเป็นการขยายช่องทางเดินหายใจให้กว้างมากขึ้น เเละสามารถหายใจได้สะดวกมากยิ่งขึ้นในขณะหลับ

การผ่าตัดผนังกั้นช่องจมูกคด

       การรักษาด้วยวิธีนี้เป็นการรักษาที่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผนังกั้นช่องจมูกคด มีความผิดปกติแต่โดยกำเนิด หรือเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งการผ่าตัดจะช่วยเเก้ไขปัญหาของช่องจมูกที่คดเเละมีความผิดปกติ ให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างเป็นปกติมากที่สุด เพื่อช่วยให้การหายใจเป็นปกติและลดอาการกรน

ผ่าตัดเลื่อนกระดูกขากรรไกร

       เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาอาการนอนกรนที่เกิดขึ้นจากโครงสร้างของใบหน้าขากรรไกรมีลักษณะที่ผิดปกติ เช่น ขากรรไกรล่างถอยไปด้านหลังมากเกินไป หรือ ขากรรไกรล่างมีขนาดที่เล็กและแคบมากกว่าปกติ ซึ่งส่งผลให้ขนาดของช่องทางเดินหายใจส่วนต้นมีขนาดที่เล็กลงตาม การผ่าตัดเลื่อนขากรรไกรจึงจะช่วยให้ทางเดินหายใจส่วนต้นมีขนาดที่กว้างขยายมากขึ้น

สรุป

       การรักษานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนและมีประสิทธิภาพในการรักษามากที่สุดคือ การรักษาปัญหาจากต้นเหตุของอาการที่เกิดขึ้นของตนเอง ด้วยวิธีการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งสามารถตรวจหาสาเหตุการนอนกรนที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ด้วยการตรวจ Sleep Test

       โดยที่ VitalSleep Clinic เรามีบริการตรวจสุขภาพการนอนหลับที่ส่งตรงถึงบ้าน โดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินทาง หรือเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการนอนหลับ สามารถตรวจได้จากที่บ้านของตัวเอง ด้วยโปรเเกรม Home Sleep Test โดยมีเเพทย์เฉพาะทางในการรักษาปัญหานอนกรน เป็นผู้อ่านผลตรวจสุขภาพการนอนหลับเพื่อวินิจฉัยถึงสาเหตุของการนอนกรน และใช้เป็นแนวทางการวางแผนรักษาที่เหมาะสมสำหรับอาการที่เกิดขึ้นในแต่ละบุคคล

Related Blogs and Articles
นอนกรน เสี่ยง โรคใหลตาย

อาการนอนกรนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่สร้างความรำคาญใจให้กับคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่อันตรายถึงชีวิต

เสียงกรนไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ชาย

ผู้หญิงก็มีแนวโน้มที่จะนอนกรนได้ไม่แพ้ผู้ชาย! แม้เสียงกรนอาจเบากว่า หรือพบได้น้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากภาวะนี้

ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย

การนอนกรนในเด็ก ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่ากำลังมีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ ซอาจส่งผลต่อสมอง พฤติกรรม และการเจริญเติบโตในเด็กได้

แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด 2025

แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปัจจุบัน การรักษาแก้ปัญหาอาการนอนกรนมีหลากหลายวิธีที่ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งสามารถรักษาได้หลายวิธีพร้อมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดีขึ้น หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยม คือ การใช้เครื่องมือทันตกรรมสำหรับรักษานอนกรน (Oral Appliance) ที่ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจในขณะหลับ ร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจส่วนต้น (Myofunctional Therapy) ที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อย การรักษานี้ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจไม่ให้แคบลง เป็นการรักษาอาการนอนกรนจากต้นเหตุ ที่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาวได้อีกด้วย สาเหตุของอาการนอนกรน การนอนกรนมักมีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุ จาก TMJ and Sleep Apnea โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อย มีดังนี้​ อาจเกิดจากโครงสร้างใบหน้าที่ผิดปกติ เช่น คางสั้น กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นไม่แข็งแรง ทำให้ลิ้นหย่อนลงไปอุดช่องทางเดินหายใจ มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือเหนียง สามารถทำให้ช่องทางเดินหายใจถูกกดทับในขณะที่กำลังนอนหลับ ทำให้เกิดอาการหยุดหายใจชั่วคราวและมีเสียงกรนเกิดขึ้น แอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนต้นและกล้ามเนื้อโคนลิ้น ช่องทางเดินหายใจก็จะเกิดการอุดกั้นที่ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) และเสียงกรนได้ อาการเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่ทำให้เกิดปัญหาการนอนกรน และควรได้รับการตรวจสอบและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญ การตรวจและการรักษานอนกรน การตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของการนอนกรนสามารถทำได้ผ่านการตรวจการนอนหลับ Sleep Test เป็นการวัดค่าและเก็บข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับของคุณ เช่น ตรวจการนอนหลับที่บ้านกับ VitalSleep Clinic สะดวก ปลอดภัย แม่นยำ หลังจากการตรวจการนอนหลับ Sleep Test แล้ว แพทย์เฉพาะทางจะนำผลการตรวจมาใช้ในการวินิจฉัย วางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด อ่านเพิ่มเติม รักษานอนกรน แบบไม่ผ่าตัด Update 2025 ข้อด้อยของการผ่าตัดแก้นอนกรน การผ่าตัดแก้นอนกรนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ข้อดีของการรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัด วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดมีหลายทางเลือก แพทย์เฉพาะทางจะเลือกวิธีที่เหมาะสมตามอาการของแต่ละบุคคล สามารถใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อรักษาได้ทั้งต้นเหตุและปลายเหตุ เช่น การใช้เครื่อง CPAP เพื่อช่วยขยายทางเดินหายใจร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อ Myofunctional Therapy การรักษาที่ถูกต้องยังเป็นผลดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง ในกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับ Sleep Test และปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม เพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้นและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม “รักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ Better Sleep for Better Tomorrow” สรุป วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปี 2025 มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือทันตกรรม การบำบัดกล้ามเนื้อ การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ หรือการใช้เครื่อง CPAP ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีเฉพาะที่ตอบโจทย์ปัญหาอาการนอนกรนในแต่ละกรณี การเข้ารับการตรวจ Sleep Test เพื่อตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการรักษา สุขภาพการนอนที่ดีมีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเรา ดังนั้น หากคุณมีปัญหาการนอนกรน ควรรีบหาทางแก้ไขเพื่อสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

World Sleep Day 2025

World Sleep Day หรือ วันนอนหลับโลก เกิดขึ้นภายใต้สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลก (World Association of Sleep Medicine: WASM) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพ และตระหนักรู้ถึงความอันตรายของปัญหาการนอนหลับ เป็นการสื่อสารไปสู่ผู้คนในวงกว้างด้วยความพยายามที่จะป้องกันและบรรเทาปัญหาการนอนของคนทั้งโลก และรณรงค์ให้ผู้คนเห็นความสำคัญของการหลับที่มีคุณภาพ ถูกจัดขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2551 หลังจากนั้นมีการจัดกิจกรรมขึ้นเป็นประจำทุกปี ขณะนี้มีประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรม วันนอนหลับโลก แล้วมากกว่า 67 ประเทศทั่วโลก เปิดสถิติ คนไทยประสบปัญหาการนอนหนัก การนอนหลับ คือการพักผ่อนที่ดีที่สุดของการฟื้นฟูร่างกาย แท้จริงแล้ว การนอนหลับไม่ใช่เพียงแค่เป็นการพักผ่อนอย่างเดียวเท่านั้น มนุษย์ใช้เวลามากถึง 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการนอน เพื่อเติมพลังให้ชีวิตสามารถใช้ชีวิตอีก 2 ใน 3 ที่เหลือ การนอนหลับที่มีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากของชีวิตมนุษย์ เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่การนอนหลับที่มีคุณภาพ ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า คนไทยมากมึง 19 ล้านคน กำลังประสบปัญหาการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ เช่น การนอนหลับไม่สนิท หลับ ๆ ตื่น ๆ ตื่นกลางดึกบ่อยเพื่อเข้าห้องน้ำ นอนกรน หรือรุนแรงถึงหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพบปัญหาเหล่านี้ได้ในคนอายุน้อยลงมากขึ้น การนอนหลับที่มีคุณภาพ เป็นอย่างไร การนอนหลับที่มีคุณภาพ หรือ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงในการนอนหลับเพียงอย่างเดียว ความลึกของการนอนหลับกับเวลาเข้านอนที่เหมาะสมก็มีความสำคัญอย่างมาก หากหลับลึกไม่พอ หรือความผิดปกติระหว่างการนอนบางอย่าง อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหลังตื่นนอนในช่วงเช้า (Unrested Sleep) อาจส่งผลกระทบกับระบบความจำ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพ กระทบการเรียน การทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน โดยทั่วไป ระยะเวลาที่เหมาะสมในการนอนแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่สามารถอ้างอิงเวลาการนอนที่เหมาะสมสำหรับแต่ล่วงวัยได้ ดังนี้ เด็กแรกเกิด (อายุ 0-3 เดือน) = 14-17 ชั่วโมงต่อวัน เด็กทารก (อายุ 4-11 เดือน) = 12-15 ชั่วโมงต่อวัน เด็กเล็ก (อายุ 1-2 ปี) = 11-14 ชั่วโมงต่อวัน วัยอนุบาล (3-5 ปี) = 10-13 ชั่วโมงต่อวัน วัยประถม (6-13 ปี) = 9-11 ชั่วโมงต่อวัน วัยมัธยม (14-17 ปี) = 8-10 ชั่วโมงต่อวัน วัยรุ่น (18-25 ปี) = 7-9 ชั่วโมงต่อวัน วัยทำงาน (26-64 ปี) = 7-9 ชั่วโมงต่อวัน วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) = 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เช็คลิสต์ อาการนอนหลับผิดปกติ ตื่นมาปัสสาวะบ่อยกลางดึก (Nocturnal Urination)อาจเป็นการตอบสนองของร่างกาย เกิดจากหัวใจสูบฉีดเลือดเพิ่มมากขึ้นหลังเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Bradycardia-tachycardia) เลือดไปเลี้ยงที่ไตเพิ่มขึ้น มีผลทำให้มีน้ำปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะมากขึ้นขณะนอนหลับ ในขณะเดียวกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้นอนหลับไม่ค่อยลึก จึงทำให้สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกปวดปัสสาวะได้ง่ายมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน (Excessive Daytime Sleepiness)เป็นความผิดปกติที่ต้องรีบหาสาเหตุและรักษา อาจะส่งผลอันตรายในขณะขับขี่ยานพาหนะ หรือเกิดอุบัติเหตุได้ในขณะปฏิบัติงาน และอาจนำไปสู่โรคเกี่ยวกับการนอนอื่น ๆ เช่น หยุดหายใจขณะหลับ ไหลตาย Insomnia หรือ Narcolepsy และอื่นๆขาขยุกขยิก (Restless Legs)เป็นอาการที่ทำให้ต้องขยับขาไปมา เพราะรู้สึกมีความผิดปกติที่บริเวณขา จึงต้องขยับบ่อย ๆ เพื่อทำให้ความรู้สึกผิดปกติที่ขาลดลง อาการนี้มักพบได้ในช่วงเวลาค่ำ อาจพบในรายที่มีอาการโลหิตจาง (Iron deficiency) ในช่วงขณะตั้งครรภ์ (pregnancy) คนไข้โรคไตวาย (chronic renal failure) และโรคอื่น ๆปวดศีรษะหลังเพิ่งตื่นนอนตอนเช้า (Morning Headache)อาจเป็นผลมาจากที่ขณะนอนหลับไม่สามารถขับถ่าย Carbon Dioxide ออกจากร่างกายได้อย่างเหมาะสม มีผลทำให้เส้นเลือดแดงในสมองขยายตัวจาก Respiratory Acidosis จึงทำให้รู้สึกปวดศีรษะ และอาการนี้จะรุ้สึกได้มากในช่วงเวลาเช้าหลังเพิ่งตื่นนอนนอนกรน (Snoring)มีเสียงหายใจดังมาก หรือ เสียงกรนดังขณะนอนหลับ ส่งผลกระทบทั้งสุขภาพของตนเอง และอาจะส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ด้วย เป็นอาการอันตราย ต้องรีบหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม หากปล่อยไว้ไม่รักษาจะมีผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว เช่น Cardiovascular Problems Metabolic Syndrome ความจำเสื่อม ความดันสูง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และอื่น ๆหยุดหายใจในขณะนอนหลับ (Sleep Apnea)เป็นอาการผิดปกติของการนอนกลับที่อันตรายรุนแรง อาจส่งผลร้ายแรงถึงเสียชีวิตได้ โรคหยุดหายใจขณะหลับอาจสังเกตได้อย่างหากไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น สำลักขณะนอนหลับ (Waking up Choking) ตื่นขึ้นมากลางดึกอย่างกะทันหันเพื่อหายใจ (Waking up Gasping) Cognitive Dysfunctionsนอนไม่เพียงพอหรือมีปัญหาเรื่องการนอนหลับอาจมีผลต่อหน้าที่การทำงานของสมอง รวมทั้งความทรงจำทั้งในระยะสั้น และในระยะยาวถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที การนอนหลับ ตรวจคุณภาพได้ Sleep Test (Polysomnography) หรือ การตรวจคุณภาพการนอนหลับ คือ การตรวจวัดคลื่นสมอง ระดับออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ และการหายใจระหว่างการนอนหลับ นอกจากนั้นยังตรวจจับการเคลื่อนไหวของดวงตาและการเคลื่อนไหวร่างกายบางส่วน เพื่อตรวจดูคุณภาพการนอนหลับ ค้นหาความผิดปกติของการนอน หรือ โรคที่เกี่ยวเนื่องกับการนอนบางอย่าง อาการนอนกรน หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นสาเหตุของโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรค สมองเสื่อม...

Snoring, sleep apnea

นอนกรนหยุดหายใจขณะหลับการนอนหลับ เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอันตรายโดยไม่รู้ตัว หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการ นอนกรนร่วมกับหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) มันไม่ใช่แค่เรื่องของเสียงรบกวนระหว่างหลับเท่านั้น แต่เป็นโรคร้ายที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตอย่างเงียบ ๆ โดยที่คุณไม่รู้ตัวhttps://www.youtube.com/watch?v=O6cvnSTn7lA ภาวะนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ คืออะไร? นอนกรนเกิดจากการสั่นของเนื้อเยื่อในลำคอ อากาศที่ผ่านช่องทางเดินหายใจที่ตีบแคบในระหว่างหลับ อาจเกิดจากเพดานอ่อน โคนลิ้น หรือกล้ามเนื้อคอที่หย่อนคล้อยมาขวางลม การหายใจอาจหยุดลงชั่วขณะ และเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ตลอดคืน เรียกว่า "ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น" ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง สมองและหัวใจต้องทำงานหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว| บทความที่เกี่ยวข้อง นอนกรนเกิดจากอะไร? ใครเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ?​ นอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ ทำไมถึงอันตราย? การหยุดหายใจซ้ำ ๆ ตลอดทั้งคืน จาก The University of Queensland บอกว่า ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนเป็นระยะ ส่งผลเสียร้ายแรงหลายด้าน เช่น​- ทำให้นอนหลับไม่เต็มที่ ตื่นกลางดึก และรู้สึกไม่สดชื่นแม้จะนอนนาน- เพิ่มความเสี่ยงของ โรคร้ายแทรกซ้อน เช่นหัวใจล้มเหลว (เสี่ยงมากขึ้นถึง 140%)หลอดเลือดสมองตีบ (เสี่ยงเพิ่ม 30%)โรคหลอดเลือดหัวใจ (เพิ่มความเสี่ยง 60%)เบาหวานชนิดที่ 2 (เพิ่มความเสี่ยง 6 เท่า)ภาวะซึมเศร้า (พบในผู้ป่วยที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ2%)สมองเสื่อม (ความจำเสื่อมเร็วจากขาดออกซิเจนในสมอง) ใครบ้างที่เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ? ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเกิดได้กับทุกคน แต่มีปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้บางคนมีแนวโน้มมากกว่าคนอื่น เช่นน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนไขมันรอบคออาจกดทับทางเดินหายใจ ขัดขวางการหายใจขณะหลับ (น้ำหนักขึ้นเพียง 10% เพิ่มความเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับถึง 32%)อายุที่มากขึ้นอายุมากขึ้นทำให้กล้ามเนื้อในลำคอและใบหน้าหย่อนตัว เสี่ยงต่อการอุดกั้นทางเดินหายใจเพศชายมีแนวโน้มหยุดหายใจขณะหลับ มากกว่าเพศหญิงถึง 5-6 เท่า เนื่องจากโครงสร้างทางกายภาพและฮอร์โมนที่แตกต่างกันโครงสร้างใบหน้าผิดปกติคนที่มีคางเล็ก คางถอย หรือคางสั้น มีพื้นที่ช่องคอน้อยลง เสี่ยงต่อการอุดกั้นทางเดินหายใจได้มากขึ้นโรคประจำตัวคนที่เป็นเบาหวาน ความดัน หลอดเลือดหัวใจ หรือสมองเสื่อม มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปมาก โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาหัวใจเต้นผิดจังหวะ จะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังเผชิญภาวะหยุดหายใจขณะหลับ? อาการที่พบบ่อยและควรสังเกต ได้แก่นอนกรนเสียงดังเป็นประจำหายใจติดขัดหรือหยุดหายใจขณะหลับ (สังเกตได้จากคนข้าง ๆ)ตื่นกลางดึกบ่อย มีอาการหายใจแรงหรือสะดุ้งง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวันปวดหัวตอนเช้า ไม่สดชื่นแม้นอนนานหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน หรือมีปัญหาความจำ รับคำปรึกษา ฟรี! อย่ารอให้อันตรายมาเยือนโดยไม่รู้ตัว การนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับไม่ควรถูกมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่บ่งบอกถึงโรคร้ายแรงในอนาคต โดยเฉพาะในคนที่มีปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวมาการเข้ารับ การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นวิธีที่แม่นยำและปลอดภัยในการวินิจฉัยโรคนี้ และถ้าพบว่ามีปัญหา ก็สามารถเริ่มรักษาได้อย่างตรงจุดตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่อง CPAP, Oral Appliance, การฝึกหายใจหรือปรับพฤติกรรมการนอน และการบำบัดกล้ามเนื้อทางเดินหายใจ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย สรุป "นอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ" ไม่ใช่แค่ปัญหาเสียงน่ารำคาญตอนกลางคืน แต่คือภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพโดยรวมของคุณ ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ สมอง หรือคุณภาพชีวิต การใส่ใจและรับการวินิจฉัยตั้งแต่ต้น คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยรักษาชีวิตและอนาคตของคุณไว้

ทำไมการตรวจการนอนหลับ ถึงสำคัญ

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมในบางคืนเราถึงนอนหลับไม่สนิท ตื่นเช้าขึ้นมาก็ยังรู้สึกเหนื่อย หรือบางคนอาจตื่นมากลางดึกบ่อย ๆ จนทำให้รู้สึกนอนไม่พอ

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!