• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ทำไมต้อง "ตรวจการนอนหลับ"
นอนหลับทุกวัน มาทั้งชีวิต มีอะไรผิดปกติ
ใครบ้างจำเป็นต้องตรวจ

ทำไมต้อง "ตรวจการนอนหลับ"

นอนหลับทุกวัน มาทั้งชีวิต มีอะไรผิดปกติ
ใครบ้างจำเป็นต้องตรวจ
Table of Contents

ตรวจการนอนหลับ ต้องตรวจทำไม? เคยสงสัยไหมว่า ทำไมในบางคืนเราถึงนอนหลับไม่สนิท ตื่นเช้าขึ้นมาก็ยังรู้สึกเหนื่อย หรือบางคนอาจตื่นมากลางดึกบ่อย ๆ จนทำให้รู้สึกนอนไม่พอ การตรวจการนอนหลับอาจทำให้เจอคำตอบที่กำลังหาอยู่

การตรวจการนอนหลับเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ใช้ในการวินิจฉัยปัญหาการนอนหลับ เช่น การนอนหลับไม่สนิท การนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งการที่เรานอนไม่เพียงพอหรือมีคุณภาพการนอนที่ไม่ดี อาจส่งผลทำให้สุขภาพโดยรวมของเราไม่ดี มาทำความรู้จักกันว่าการตรวจการนอนหลับทำอย่างไร และทำไมถึงสำคัญ

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) คืออะไร?

การตรวจการนอนหลับ หรือที่เรียกว่า Polysomnography (PSG) คือการตรวจแบบละเอียดที่ใช้เครื่องมือเฉพาะในการติดตามและบันทึกการทำงานของร่างกายในขณะหลับ โดยแพทย์จะนำผลที่ได้มาใช้ในการวินิจฉัยปัญหา เช่น การนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) และปัญหาการนอนอื่น ๆ การตรวจนี้จะมีการติดเครื่อง Sensor ตรวจการทำงานของสมอง การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ การหายใจ ระดับออกซิเจนในเลือด และอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาการนอนของเราได้อย่างถูกต้อง

ใครบ้างที่ควรทำการตรวจการนอนหลับ?

การตรวจการนอนหลับเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ เช่น

1. อาการนอนกรน อาจเป็นสัญญาณถึงปัญหาที่ร้ายแรง เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

2. การตื่นบ่อย ๆ ขณะนอนหลับ ถ้าคุณตื่นบ่อยในตอนกลางคืน รู้สึกว่าหลับไม่สนิท นี่อาจเป็นสัญญาณว่าคุณมีปัญหาด้านการนอน

3. รู้สึกเหนื่อยล้าแม้นอนเยอะแล้ว หากนอนครบ 7-8 ชั่วโมง แต่ตื่นมาแล้วยังรู้สึกไม่สดชื่นหรือง่วงระหว่างวัน นี่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาการนอน

4. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หากมีคนบอกว่าคุณหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ขณะนอนหลับ อาจจะต้องทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุ

ขั้นตอนการตรวจการนอนหลับมีอะไรบ้าง?

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ที่โรงพยาบาลจะเริ่มต้นด้วยการที่ให้คุณนอนในห้องพิเศษ และติดตั้งอุปกรณ์เพื่อตรวจจับการทำงานของร่างกายขณะหลับ หลังตรวจเสร็จแพทย์จะนำข้อมูลที่เก็บได้มาวิเคราะห์ เพื่อหาสาเหตุของปัญหาและแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

ถ้าตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) กับ VitalSleep Clinic จะง่าย ประหยัดเวลา และสะดวกมากกว่า เพราะเราสามารถตรวจการนอนหลับที่บ้านได้ พอถึงวันนัดหมายที่จองคิวไว้ก็จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาให้คำแนะนำการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ให้ถึงที่บ้านเลย

ผลตรวจการนอนหลับ

ผลของการตรวจการนอนหลับบอกอะไรได้บ้าง?

หลังจากการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) คุณจะได้รับรายงานผลที่บอกถึงคุณภาพการนอนหลับของคุณ ข้อมูลนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆ ได้ เช่น

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ผลการตรวจจะบอกว่า คุณหยุดหายใจบ่อยแค่ไหนในช่วงเวลานอนหลับ และมีความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับขนาดไหน

ระดับออกซิเจนในเลือด ถ้าระดับออกซิเจนในเลือดต่ำเกินไป อาจบอกถึงปัญหาการหายใจหรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้

การรักษาปัญหาการนอนหลับที่พบได้บ่อย

เมื่อทราบปัญหาของการนอนหลับแล้ว แพทย์จะแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล เช่น

การใช้เครื่อง CPAP สำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เครื่อง CPAP จะช่วยให้การหายใจเป็นไปอย่างปกติในขณะหลับตอนกลางคืน

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน แพทย์อาจแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การเลิกดื่มคาเฟอีนก่อนนอน การตั้งเวลาเข้านอนให้เป็นปกติ

การรักษาด้วยยา ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำการใช้ยาที่ช่วยลดอาการนอนกรนหรือปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ

การตรวจการนอนหลับส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณในระยะยาวอย่างไร?

การนอนหลับที่มีคุณภาพดี เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ช่วยให้เข้าใจและหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม หากปล่อยให้ปัญหาการนอนไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ เช่น

– โรคหัวใจและหลอดเลือด การนอนหลับที่ไม่ดี อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้

– โรคเบาหวาน มีวิจัยที่บ่งชี้ว่าการนอนหลับไม่เพียงพอ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานประเภท 2 ได้

– ความดันโลหิตสูง การนอนหลับที่ไม่ดีสามารถทำให้ระดับความดันโลหิตเพิ่มขึ้น

การตรวจการนอนหลับควรทำตอนไหน?

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ไม่ได้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องทำ แต่ถ้าคุณมีอาการที่เสี่ยงถึงปัญหาการนอนหลับ เช่น อาการนอนกรนหนัก มีปัญหาการหายใจในขณะหลับ รู้สึกเหนื่อยล้าตลอดระหว่างวัน การเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) อาจช่วยให้คุณได้รับผลการวินิจฉัยและการรักษาได้อย่างถูกต้อง

อย่าลืมว่า สุขภาพการนอนหลับที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราอาจจะมองข้ามปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สิ่งเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรงมของเราในระยะยาวได้

ทำไมการตรวจการนอนหลับจึงเป็นเรื่องสำคัญ?

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่มีความสำคัญในการวินิจฉัยและรักษาปัญหาการนอนหลับที่เราอาจจะมองข้ามไป การที่เรามีปัญหาในการนอนหลับอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย

ดังนั้น หากคุณหรือครอบครัวคนใกล้ชิดมีปัญหาการนอนหลับ ไม่ว่าจะเป็นอาการนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ ตื่นมาก็ยังรู้สึกเหนื่อยไม่สดชื่น ง่วงนอนระหว่างวัน การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test)จะช่วยให้คุณได้รับการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล และสามารถฟื้นฟูคุณภาพโดยรวมได้อย่างดี

ทำไมต้องตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ที่ VitalSleep Clinic?

หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่เชี่ยวชาญด้านการตรวจการนอนหลับ VitalSleep Clinic คือทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยความมุ่งมั่นในการให้บริการที่ครอบคลุมและเป็นมืออาชีพ ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่นี่เข้าใจถึงความสำคัญของคุณภาพการนอนหลับ เรามีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยในการตรวจการนอนหลับและอุปกรณ์ตรวจเฉพาะทางอื่นๆ ที่ได้มาตรฐานระดับสากล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจการนอนหลับ

Q1: การตรวจการนอนหลับใช้เวลานานแค่ไหน?

การตรวจการนอนหลับทั่วไปจะใช้เวลาทั้งคืน ประมาณ 6-8 ชั่วโมง ในการเก็บข้อมูล

Q2: ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนการตรวจการนอนหลับ?

ก่อนการตรวจการนอนหลับ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เข้านอนหลับตามเวลาปกติของคุณ.om6d8no

Q3: การตรวจการนอนหลับมีความเสี่ยงไหม?

การตรวจการนอนหลับเป็นขั้นตอนที่ปลอดภัย ไม่มีความเสี่ยงใด ๆ เพียงแค่ต้องสวมใส่อุปกรณ์ติดตามระหว่างที่นอนหลับอยู่เท่านั้น

สรุป

ในปัจจุบันนี้ การนอนหลับมีความสำคัญมากกว่าที่เราคิด การเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้เราเข้าใจถึงปัญหาการนอนของตัวเอง และหาแนวทางในการแก้ไขอย่างถูกต้องเฉพาะบุคคล ไม่ควรปล่อยให้การนอนหลับที่ไม่ดีส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตประจำวันของคุณ ถ้าคุณรู้สึกว่าการนอนหลับของคุณไม่เป็นไปอย่างที่ควร ลองเข้ามาปรึกษากับคุณหมอและผู้เชี่ยวชาญได้ที่ VitalSleep Clinic การดูแลตัวเองเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยการให้ความสำคัญกับคุณภาพการนอนหลับที่ดี

Related Blogs and Articles
3 วิธีแก้ปัญหานอนกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด

หากจะพูดถึงของขวัญที่ดีที่สุด คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่า “สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง” โดยเฉพาะคุณภาพการนอนหลับที่ดี

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ นอนนานแค่ไหนก็ยังไม่สดชื่น? แถมตื่นมาแล้วยังปวดหัวอีก? ปัญหาแบบนี้พบได้บ่อยและอาจมากกว่าการนอนไม่พอ บางครั้งอาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ หรือความผิดปกติอื่น เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจต้องรับการตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจน สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวหลังตื่นนอน การตื่นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะไม่ใช่เรื่องเล็ก หลายกรณีอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่าง ๆ เช่นภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือการนอนกรนรุนแรง ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในร่างกายลดลงระหว่างหลับภาวะขาดน้ำ จะส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือดและสมอง อาจทำให้คุณปวดหัวในช่วงเช้าได้สภาพแวดล้อมการนอนไม่เหมาะสม หมอนที่ไม่พอดี แสงหรือเสียงรบกวน ล้วนส่งผลต่อคุณภาพการนอนผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายเครียด หรือยานอนหลับ อาจทำให้คุณปวดหัวในตอนเช้าได้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด มีผลต่อวงจรการนอนหลับ อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหรือปวดหัวในตอนตื่นไมเกรน โดยเฉพาะในคนที่เคยปวดหัวไมเกรน อาจมีอาการกำเริบในช่วงเช้า ทำไมการนอนไม่พอถึงทำให้ปวดหัวได้? อาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจไม่ได้เกิดจากความเครียดเพียงอย่างเดียว แต่ "การนอนไม่พอ" ก็เป็นตัวการสำคัญที่หลายคนมองข้ามบทความที่เกี่ยวข้อง : สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย ๆ อันตราย อย่าปล่อยไว้ ก่อนเป็นเรื่องใหญ่ 1. ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง สมองจะปรับสมดุลสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และ โดพามีน (Dopamine) ที่ช่วยลดความไวของระบบประสาทต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก เมื่อนอนน้อย ระดับสารเหล่านี้จะเสียสมดุล 2. เพิ่มระดับฮอร์โมนความเครียด การอดนอนจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง คอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรียกกันว่า “ฮอร์โมนความเครียด” เพิ่มมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้อาจไปทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัว และส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในสมอง 3. กล้ามเนื้อตึงและการกดทับของเส้นประสาท ร่างกายอาจตกอยู่ในภาวะ "ตึงเครียด" ตลอดคืนโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และศีรษะที่ไม่สามารถผ่อนคลายได้เต็มที่ ความตึงเครียดนี้อาจส่งผลให้เส้นประสาทในบริเวณศีรษะถูกกดทับจนเกิดอาการปวดศีรษะตอนตื่นนอนได้ 4. การไหลเวียนเลือดผิดปกติ ช่วงเวลานอนหลับ ร่างกายจะเข้าสู่โหมดฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต แต่หากคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ การไหลเวียนเลือดในสมองจะลดลงหรือไม่ราบรื่น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเวียนหัว มึนศีรษะ หรือปวดหัวหลังตื่นนอนได้ 5. เชื่อมโยงกับโรคไมเกรน มีงานวิจัยจาก Susan Bernstein พบว่า การนอนหลับไม่เพียงพออาจเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคไมเกรนในผู้ที่มีแนวโน้มอยู่แล้ว อาจรุนแรงและยาวนานมากากขึ้น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่ “นอนไม่พอเฉย ๆ” ทั้งที่จริงแล้วกำลังเข้าสู่วงจรของไมเกรนเรื้อรัง​ อยากรู้ว่านอนพอไหม? ตรวจการนอนหลับด้วย Belun Ring ได้ที่ VitalSleep Clinic https://www.youtube.com/shorts/yF3sZhOaXGg หากคุณมักตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัว เหนื่อยล้า หรือรู้สึกไม่สดชื่นแม้นอนครบ 7-8 ชั่วโมง อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องเช็กคุณภาพการนอนของตัวเองให้ชัดเจนขึ้น การตรวจการนอนหลับจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า “เรานอนพอจริงไหม?” และ “ร่างกายได้พักผ่อนอย่างมีคุณภาพหรือเปล่า?” สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย https://www.youtube.com/shorts/VHwrvaJPK08 โปรแกรม mHBOT (Mild Hyperbaric Oxygen Therapy) คืออีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนสู่สมอง ฟื้นฟูระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับลึก และลดอาการปวดหัวเรื้อรังที่เกิดจากการนอนไม่เพียงพอหลับลึก หลับสนิทขึ้นลดการตื่นกลางดึกฟื้นฟูระบบสมอง ลดอาการปวดหัวที่เรื้อรังจากการนอนเพิ่มพลังระหว่างวัน ตื่นมาสดชื่น สมองโล่งกว่าเดิม ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง! ผลเสียจากการนอนไม่พอที่คุณอาจคาดไม่ถึง การนอนไม่เพียงพอเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและใจ เช่น:สมาธิลดลง ตัดสินใจช้าอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ายเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการหลับในภูมิคุ้มกันลดลง ป่วยง่ายอยากอาหารมากขึ้น เสี่ยงอ้วนเพิ่มโอกาสเกิดโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันสูง และโรคหัวใจ ควรนอนกี่ชั่วโมงถึงจะพอ? ผู้ใหญ่ ควรนอนวันละ 7–9 ชั่วโมงวัยรุ่น ควรนอน 8–10 ชั่วโมงเด็กเล็ก–ทารก อาจต้องการนอนมากถึง 18 ชั่วโมงต่อวันนอกจากปริมาณแล้ว “คุณภาพของการนอน” ก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณนอนครบ 8 ชั่วโมงแต่หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อย ก็อาจยังรู้สึกง่วงเพลียและปวดหัวในตอนเช้าได้

หลับๆ ตื่นๆ นอนไม่พอ

การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากคุณหลับ ๆ ตื่น ๆ หรือนอนไม่พอ ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ

ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

การนอนกรนเป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้าม ที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาทางสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

นอนกัดฟัน

Bruxism เป็นภาวะที่หลายคนอาจไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมี เพราะเกิดขึ้นตอนนอนหลับ หรือบางคนอาจเกิดขณะตื่นในช่วงที่กำลังเครียด

Sleep Test ราคาประหยัด

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นวิธีการที่สำคัญในการวิเคราะห์ความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่กำลังนอนหลับ เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของร่างกายหลาย ๆ ด้าน

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!