logo
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
รักษานอนกรน
แบบไม่ผ่าตัด
อัปเดต 2025

รักษานอนกรน

แบบไม่ผ่าตัด
อัปเดต 2025
Table of Contents

ที่ VitalSleep Clinic ปี 2025 เราพร้อมให้บริการรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัด ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย เช่น Oral Appliance, Myofunctional Therapy, การยกกระชับทางเดินหายใจด้วยคลื่น RF, โปรแกรม Emface, EXOMIND และ CoolSwiss ช่วยลดเสียงกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างตรงจุด ปลอดภัย เห็นผลจริง โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านการนอน

มาเข้าใจก่อนว่า “นอนกรน” คืออะไร?

เสียงกรนไม่ได้เกิดจากเสียงหายใจแรง แต่คือการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในช่องทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเพดานอ่อน ลิ้นไก่ ลิ้น หรือผนังลำคอที่หย่อนลงขณะเรานอนหลับ

แค่กรน หรือเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ?

อย่าเพิ่งคิดว่าแค่กรนไม่เป็นไร เพราะในหลายกรณี “เสียงกรน” เป็นสัญญาณเตือนว่าอาจมี ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ที่อันตรายถึงชีวิตหากปล่อยไว้

ทำไมถึงต้องรักษานอนกรน

เสียงกรนอาจเริ่มจากความน่ารำคาญ แต่อาจจบลงด้วยปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง เช่น ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไปจนถึงอัมพฤกษ์ อัมพาต

ความเสี่ยงโรคร้ายที่มากับเสียงกรน

วิธีรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัดมีอะไรบ้างในปี 2025

Oral Appliance

จะดันขากรรไกรล่างและลิ้นไปข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้นระหว่างนอนหลับ ออกแบบเฉพาะบุคคลโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง

Myofunctional Therapy

เทคนิคนี้ใช้แบบฝึกหัดเฉพาะ การฝึกกล้ามเนื้อลิ้น เพดานปาก แก้ม และใบหน้า จากงานวิจัย “Orofacial myofunctional therapy for obstructive sleep apnea” สรุปว่า Myofunctional Therapy สามารถลด AHI ได้ราว 50% ในผู้ใหญ่ และ 62% ในเด็ก พร้อมปรับปรุงการนอนและลดเสียงกรน

คลื่นความถี่วิทยุ RF

ทำให้เนื้อเยื่อภายในช่องคอหดตัวและกระชับขึ้น เป็นการแก้ไขสาเหตุของการกรนจากช่องคอหย่อน ใช้เวลาทำเพียง 20–30 นาที ออกฤทธิ์เฉพาะจุด ไม่ต้องดมยา ไม่ต้องพักฟื้น

รักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัดอัปเดต 2025

เทรนด์ใหม่! เทคโนโลยีช่วยรักษานอนกรนที่น่าจับตามอง

โปรแกรม EXOMIND

การกระตุ้นคลื่นสมองเพื่อปรับพฤติกรรมนอนที่ทำให้กรน เช่น ส่งเสริมคลื่นสมองหลับลึก ลดความถี่ของการตื่นกลางดึก เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ

โปรแกรม Emface

Emface รวมคลื่น RF กับพลังงาน HIFES ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าและใต้คอให้ยกกระชับ ช่วยเปิดทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะกล้ามเนื้อหย่อนคล้อยจากอายุหรือโครงสร้างใบหน้า

โปรแกรม CoolSwiss

CoolSwiss คือเทคโนโลยีการแช่แข็งไขมันเฉพาะจุด บริเวณใต้คางและรอบลำคอ ที่ไขมันเหล่านี้อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้บางคนมีทางเดินหายใจแคบลงขณะนอนหลับ

ข้อดีของการรักษาแบบไม่ผ่าตัด

ปลอดภัย เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว

ในหลายกรณี การรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัดเป็นทางเลือกแรกที่แพทย์เฉพาะทางจะแนะนำ เพราะมีความเสี่ยงต่ำ ถ้าใช้แล้วได้ผลก็ไม่จำเป็นต้องไปถึงขั้นผ่าตัด เช่น คนที่มี OSA ระดับเล็กน้อยถึงปานกลางจำนวนมากตอบสนองดีต่อ Oral Appliance หรือ Myofunctional Therapy โดยไม่ต้องผ่าตัดเลย

เหมาะกับคนที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ

ในบางคนอาจมีภาวะที่ทำให้ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันสูง หรือภาวะเลือดออกง่าย การใช้เทคนิคที่ช่วยให้คนไข้กลุ่มนี้ได้รับการรักษาโดยไม่มีความเสี่ยงเพิ่ม

สามารถใช้ร่วมกับวิธีอื่นเพื่อเสริมประสิทธิภาพ

การรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ได้หมายความว่าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น หลายวิธีสามารถใช้ควบคู่กันได้ เพื่อเสริมผลการรักษา เช่น ใช้ Oral Appliance ตอนนอน + ฝึกกล้ามเนื้อลิ้น + ทำ RF เดือนละครั้ง = ลดอาการนอนกรนได้มากกว่าการใช้วิธีเดียวเดี่ยว ๆ

วิธีเลือกแนวทางที่เหมาะกับคุณ

ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนตัดสินใจ

อย่าตัดสินใจด้วยตัวเองจากเสียงกรนเพียงอย่างเดียว การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

การตรวจการนอนหลับ Sleep Test ช่วยวางแผนแม่นยำ

การทำ Sleep Test จะช่วยวัด AHI วัดระดับออกซิเจน และประเมินว่าเสียงกรนนั้นเป็นเพียงภาวะรำคาญ หรือเป็นอันตรายต่อชีวิต

สรุป

ในปี 2025 การรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัดมีพัฒนาการที่น่าสนใจมาก ทั้งทางเลือกดั้งเดิมที่มีการปรับให้สะดวกขึ้น และเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยลดความรุนแรงของอาการโดยไม่ต้องผ่าตัด คุณไม่จำเป็นต้องทนอยู่กับเสียงกรนหรือเสี่ยงสุขภาพอีกต่อไป ขอเพียงเริ่มต้นจากการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง และเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับคุณที่สุด ที่ VitalSleep Clinic

FAQs

การนอนกรนสามารถหายได้จริงไหม?

หายได้ในหลายกรณี โดยเฉพาะหากรักษาตามสาเหตุ ไม่ปล่อยไว้จนอาการเรื้อรัง

หากออกแบบโดยแพทย์เฉพาะทางและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง จะปลอดภัย ไม่มีผลเสียระยะยาว

แนะนำให้ทำสำหรับคนที่กรนเสียงดัง มีอาการหยุดหายใจ หรืออ่อนเพลียผิดปกติ

เหมาะกับคนที่มีปัญหากล้ามเนื้อหย่อนรอบใบหน้าและคอ แต่ไม่ใช่ทางแก้หลักสำหรับทุกเคส

อย่างน้อย 8–12 สัปดาห์ ถึงจะเริ่มเห็นผลชัดเจน ขึ้นอยู่กับวินัยของแต่ละคน

Related Blogs and Articles
ลูกหายใจทางปาก อันตรายที่พ่อแม่คาดไม่ถึง ผลกระทบที่อาจเปลี่ยนอนาคตของลูก

ลูกหายใจทางปาก อาจดูเหมือนไม่อันตราย แต่จริง ๆ แล้วเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาการนอน การเจริญเติบโต และพัฒนาการสมองของเด็ก

เหนื่อยทั้งวันทั้งที่นอนเต็มตรวจการนอนหลับช่วยหาคำตอบ

เหนื่อยแม้นอนเต็มคืน อาจเกิดจากคุณภาพการนอนที่ไม่สมดุล วงจรหลับลึกและ REM Sleep สั้นลง ตรวจการนอนหลับช่วยค้นหาสาเหตุได้

นอนกัดฟัน กำลังทำร้ายฟันตัวเองตอนนอนอยู่หรือเปล่า?

Bruxism เป็นภาวะที่หลายคนอาจไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมี เพราะเกิดขึ้นตอนนอนหลับ หรือบางคนอาจเกิดขณะตื่นในช่วงที่กำลังเครียด

เครื่องช่วยหายใจนอนกรน เเก้ไขอาการกรนได้อย่างไร?

หลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินถึงวิธีการรักษาอาการนอนกรนที่มีหลากหลายรูปแบบ ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงเครื่องช่วยหายใจสำหรับคนนอนกรน

เด็กเล็ก นอนกรน กับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและระบบทางเดินหายใจ

เด็กเล็ก นอนกรน เป็นประจำ อาจไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่คิด เพราะอาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการหายใจที่ส่งผลต่อหัวใจและสุขภาพโดยรวม

เครื่อง BiPAP คืออะไร BiPAP กับ CPAP ต่างกันยังไง?

BiPAP และ CPAP เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้การหายใจขัดข้องในช่วงนอนหลับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาการหายใจอุดกั้น ทั้ง BiPAP และ CPAP เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหานี้ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทั้งสองเครื่องนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของเครื่อง BiPAP และ CPAP รวมถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละเครื่อง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและเลือกใช้เครื่องที่เหมาะสมกับตัวเอง ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง CPAP CPAP คืออะไร? CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) คือเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับการบำบัดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หลักการของ CPAP คือการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่และส่งผ่านท่อเข้าสู่หน้ากากซึ่งครอบไปที่ปากและจมูกของผู้ใช้ แรงดันนี้จะช่วยเปิดทางเดินหายใจและป้องกันไม่ให้เกิดการอุดกั้นระหว่างการนอนหลับ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจ CPAP จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจขณะหลับ หลักการทำงานของ CPAP CPAP ทำงานโดยการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่ ส่งผ่านท่ออากาศเข้าสู่หน้ากากที่ครอบปากและจมูก ความดันที่เกิดขึ้นจะช่วยเปิดทางเดินหายใจที่อาจถูกบีบอัดหรืออุดตันในช่วงเวลาที่นอนหลับ แรงดันอากาศนี้จะถูกควบคุมให้คงที่ตลอดคืน ไม่ว่าคนไข้จะหายใจเข้าออกในจังหวะใดก็ตาม สิ่งนี้ทำให้การไหลเวียนของอากาศในระบบทางเดินหายใจเป็นปกติ ช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดหายใจขณะหลับอย่างมีประสิทธิภาพ ใครบ้าง? ที่ควรใช้ CPAP CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนในช่วงเวลาที่หลับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับทารกที่มีปัญหาปอดพัฒนาไม่สมบูรณ์หรือผู้ที่มีภาวะการหายใจไม่เพียงพอระหว่างหลับ CPAP ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ทำให้คนไข้รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในช่วงกลางวัน รับคำปรึกษา ฟรี! ขนาดและการพกพาของเครื่อง CPAP เครื่อง CPAP มีหลายขนาดให้เลือก สามารถเลือกตามความเหมาะสมของการใช้งานแต่ละคนได้เลย หากคุณใช้ที่บ้าน ขนาดของเครื่อง CPAP ที่ใหญ่กว่าอาจไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อย การเลือกเครื่อง CPAP ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวก ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง BiPAP BiPAP คืออะไร? BiPAP (Bilevel Positive Airway Pressure) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีหลักการทำงานคล้ายกับ CPAP แต่มีความแตกต่างสำคัญในเรื่องของการปรับแรงดันอากาศระหว่างการหายใจเข้าและหายใจออก BiPAP ถูกออกแบบมาให้สามารถสร้างแรงดันอากาศที่แตกต่างกันในจังหวะหายใจเข้าและหายใจออก ในขณะที่เครื่อง CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา การทำงานนี้ทำให้ BiPAP เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการแรงดันอากาศที่แตกต่างกันระหว่างหายใจเข้าและออก หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบการหายใจซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยโรคปอดและโรคทางระบบประสาท หลักการทำงานของ BiPAP เครื่อง BiPAP จะทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศ 2 ระดับระดับหนึ่งสำหรับการหายใจเข้า (IPAP: Inspiratory Positive Airway Pressure)ระดับสำหรับการหายใจออก (EPAP: Expiratory Positive Airway Pressure)ความแตกต่างของแรงดันนี้ช่วยให้คนไข้ที่มีปัญหาหายใจเข้าและออกได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อบกพร่อง ทำให้การหายใจกลับมาเป็นปกติ ใครควรใช้ BiPAP? BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อที่ทำให้การหายใจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจแบบซับซ้อนที่ CPAP ไม่สามารถช่วยได้ BiPAP เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยให้การหายใจกลับมาสู่ภาวะปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนาดและการใช้งานของเครื่อง BiPAP เครื่อง BiPAP มักจะมีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับเครื่อง CPAP แต่การออกแบบส่วนใหญ่จะเน้นที่การทำงานเงียบและให้ความสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ หลายรุ่นของ BiPAP ยังมีตัวเพิ่มความชื้นในอากาศที่ส่งผ่านท่อหายใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อเมือกในจมูกแห้ง ทำให้การใช้งานรู้สึกสบายขึ้น ความแตกต่างระหว่าง BiPAP และ CPAP ในขณะที่ CPAP ใช้แรงดันอากาศคงที่ในการช่วยรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ BiPAP มีความสามารถในการปรับแรงดันอากาศสองระดับสำหรับการหายใจเข้าและออก ความแตกต่างนี้ทำให้ BiPAP เหมาะกับคนไข้ที่มีภาวะการหายใจที่ซับซ้อนหรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น โรคปอดหรือปัญหาทางระบบประสาทนอกจากนี้ เครื่อง BiPAP ยังมีการทำงานที่ซับซ้อนกว่าซึ่งส่งผลให้ ราคาของ BiPAP มักจะสูงกว่า CPAP อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจรุนแรง ที่ไม่สามารถปรับตัวกับการใช้ CPAP ได้ BiPAP จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากช่วยให้หายใจได้สะดวกและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหายใจออกที่ BiPAP จะใช้แรงดันที่น้อยกว่าในช่วงหายใจเข้า สรุป CPAP และ BiPAP ต่างก็เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ทั้งสองมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างหลักในเรื่องของแรงดันอากาศที่ใช้ระหว่างการหายใจเข้าและออก CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา ในขณะที่ BiPAP สามารถปรับแรงดันอากาศตามความต้องการของผู้ป่วยได้BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน หรือมีภาวะทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ส่วน CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับทั่วไป การเลือกใช้เครื่องใดเครื่องหนึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้การรักษาที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย การเลือกเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นและลดความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7 วิธีรักษานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

วิธีรักษานอนกรนที่หลาย ๆ คนอาจจะกำลังมองหาวิธีที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ เพื่อจะได้นอนหลับอย่างมีคุณภาพและตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดชื่นในทุก ๆ เช้า อาการนอนกรนที่เกิดขึ้น นอกจากจะเป็นปัญหากับคนที่อยู่รอบตัวคุณแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวของคุณเองอีกด้วย ลองมาดู 7 วิธี ที่สามารถช่วยลดอาการนอนกรนได้โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ ​ทั้ง 7 วิธีที่แนะนำจาก Sleep Foundation เป็นเพียงวิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้น แต่หากคุณทำตามแล้วยังมีอาการนอนกรนอยู่ หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย ควรรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจการนอนหลับ Sleep Test และรับการรักษาอย่างถูกวิธี​ สัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่ควรสังเกต หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ควรรีบเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อทำการวินิจฉัยและได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เพราะภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นอันตรายที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว การรักษาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับโดยแพทย์เฉพาะทาง ที่ VitalSleep Clinic เรามีวิธีการรักษาอาการนอนกรนโดยไม่ต้องผ่าตัดที่ได้ผลดี 4 วิธี ได้แก่ เป็นนวัตกรรมการรักษาที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าและทางเดินหายใจให้แข็งแรง เป็นวิธีที่แพทย์แนะนำเพราะช่วยแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้ เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้นในขณะที่นอนหลับ โดยจะช่วยดันขากรรไกรล่างไปข้างหน้าเล็กน้อย ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพในการลดอาการนอนกรน และที่ VitalSleep Clinic คุณมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยของอุปกรณ์ เพราะผลิตจากห้องแล็บที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางที่ได้รับการรับรองจาก American Board of Dental Sleep Medicine จะสำหรับคนที่มีอาการกรนจากการหย่อนของกล้ามเนื้อบริเวณโคนลิ้นหรือเยื่อบุจมูก ทำให้ลมหายใจไหลเวียนได้สะดวกขึ้น โดยการรักษานี้จะต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น เครื่องช่วยหายใจนี้ ป้องกันทางเดินหายใจไม่ให้ปิดกั้นในขณะนอนหลับ ทำให้คุณรับออกซิเจนได้อย่างเพียงพอ และเหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่เดินทางบ่อยหรือไม่สะดวกในการพกพาเครื่อง CPAP แพทย์อาจแนะนำการใช้เครื่องมือทันตกรรมแทนเพื่อความสะดวกกับคนไข้ สรุป วิธีลดอาการนอนกรนและแนวทางรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่แนะนำโดยแพทย์เฉพาะทาง โดยเริ่มจากการปรับพฤติกรรม เช่น การลดน้ำหนัก, หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่, นอนหลับให้เพียงพอ, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และ เลี่ยงยาที่ทำให้กล้ามเนื้อลำคอหย่อนตัว หากอาการยังคงอยู่ ควรเข้ารับการตรวจและรักษาโดยแพทย์ เช่น การใช้เครื่องมือทันตกรรม (Oral Appliance), เครื่องช่วยหายใจ CPAP, การทำ Myofunctional Therapy หรือ การใช้คลื่นวิทยุ RF ซึ่งช่วยแก้ไขต้นเหตุของอาการ ที่ VitalSleep Clinic ยังมีเทคโนโลยีทันสมัยและแพทย์เฉพาะทางที่สามารถให้คำแนะนำและรักษาได้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้นและลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาว

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!