• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ลูกหายใจทางปาก
อันตรายที่พ่อแม่คาดไม่ถึง
ผลกระทบที่อาจเปลี่ยนอนาคตของลูก

ลูกหายใจทางปาก

อันตรายที่พ่อแม่คาดไม่ถึง
ผลกระทบที่อาจเปลี่ยนอนาคตของลูก
Table of Contents

“การหายใจทางปาก” คือภาวะที่เด็กไม่สามารถหายใจผ่านจมูกได้ตามปกติ จึงต้องอ้าปากเพื่อรับอากาศแทน โดยเฉพาะเวลานอน เด็กที่มีพฤติกรรมนี้มักจะ นอนอ้าปาก น้ำลายไหล เสียงกรนเบา ๆ หรือดูดกลืนอากาศขณะหลับโดยไม่รู้ตัว

การหายใจทางปากในระยะยาวจะส่งผลให้ โครงหน้าผิดรูป ฟันยื่น เพดานแคบ และมีโอกาสเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ได้

สาเหตุที่ทำให้ลูกหายใจทางปาก

สาเหตุของการหายใจทางปากมีได้หลายประการ เช่น

  • จมูกอุดตัน จากภูมิแพ้ หรือต่อมอะดีนอยด์โต
  • โครงสร้างใบหน้าและขากรรไกรแคบ ทำให้ทางเดินหายใจเล็ก
  • พฤติกรรมตั้งแต่ทารก เช่น การดูดนมขวดแทนเต้า ซึ่งลิ้นไม่ได้ออกแรงเต็มที่
  • ลิ้นติด (Tongue-tie) ทำให้ลิ้นไม่สามารถปิดเพดานได้
  • นิสัยนอนอ้าปาก จากการคัดจมูกบ่อย

อันตรายจากการหายใจทางปาก

เด็กที่หายใจทางปากจะได้รับอากาศที่ไม่มีการกรองหรือปรับอุณหภูมิจากจมูก ส่งผลต่อสุขภาพหลายด้าน ได้แก่

  • โครงหน้าผิดรูป (Long face syndrome) หน้ายาว จมูกแบน คางร่น
  • ฟันซ้อน ฟันยื่น ฟันสบไม่พอดี เพราะลิ้นไม่กดเพดานอย่างถูกตำแหน่ง
  • นอนหลับไม่ลึก ทำให้สมองไม่ได้พัก
  • มีปัญหาสมาธิสั้น หรืออารมณ์แปรปรวนง่าย
  • พูดไม่ชัด เสียงขึ้นจมูก หรือเสียงแหบ

งานวิจัยจาก MDPI ศึกษาโดยใช้ fMRI พบว่าการหายใจทางปากมีผลต่อการเปิดใช้งานสมองในงานความจำ (Working Memory) แตกต่างจากการหายใจทางจมูก และเชื่อมโยงระหว่างปัญหาการนอนกับอาการสมาธิสั้นในเด็กที่หายใจทางปาก

ผลกระทบระยะยาวต่อพัฒนาการของเด็ก

ภาวะหายใจทางปากมีผลลึกถึงระดับสมองและพฤติกรรม เช่น

  • สมองขาดออกซิเจนเรื้อรัง → สมาธิสั้น หงุดหงิดง่าย
  • นอนหลับไม่ลึก → การเรียนรู้และความจำลดลง
  • กล้ามเนื้อใบหน้าและปากพัฒนาไม่สมดุล → พูดไม่ชัด
  • ขาดความมั่นใจทางสังคมจากรูปลักษณ์ใบหน้า

วิธีสังเกตว่าลูกหายใจทางปากหรือไม่

ลองเช็กได้ง่าย ๆ จากพฤติกรรมต่อไปนี้

  • นอนอ้าปาก น้ำลายไหลขณะนอน
  • ปากแห้งตอนตื่น
  • เสียงกรนเบา ๆ หรือเสียงหายใจดัง
  • หน้ายาว คางร่น จมูกแบน
  • ฟันบนยื่นมากกว่าปกติ
  • หายใจเสียงฟืดฟาดเวลานอน

หากลูกมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องเกิน 1 เดือน ควรรีบพาไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับหรือโครงสร้างใบหน้า

วิธีรักษาและแก้ไขอาการลูกที่หายใจทางปาก

วิธีการรักษารายละเอียดเหมาะกับกรณีผลลัพธ์ที่คาดหวัง
1. รักษาภูมิแพ้และคัดจมูกใช้ยาพ่นจมูก ยาแก้แพ้ หรือการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ให้หายใจโล่งขึ้นเด็กที่มีอาการจมูกอุดตันจากภูมิแพ้ หรือต่อมอะดีนอยด์โตหายใจผ่านจมูกได้ดีขึ้น ลดการอ้าปากขณะนอน
2. Myofunctional Therapy (MFT)การฝึกกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และปาก โดยนักบำบัดเฉพาะทางเด็กที่มีนิสัยการนอนอ้าปาก หรือวางลิ้นผิดตำแหน่งกลับมาหายใจทางจมูกได้ ลิ้นอยู่ในตำแหน่งถูกต้อง ฟันเรียงสวยขึ้น
3. การขยายเพดาน (RPE/TPA)ใช้อุปกรณ์ทันตกรรมช่วยขยายเพดานปากให้กว้างขึ้นเด็กที่มีโครงหน้าแคบ หรือฟันซ้อนเกทางเดินอากาศกว้างขึ้น ลดการกรน การหายใจทางปาก
4. การตัดพังผืดใต้ลิ้น (Tongue-tie Release)ผ่าตัดเล็กเพื่อปลดพังผืดใต้ลิ้นที่รั้งการเคลื่อนไหวเด็กที่มีภาวะลิ้นติดลิ้นเคลื่อนไหวอิสระขึ้น ช่วยให้หายใจทางจมูกได้ดี
5. การฝึกหายใจทางจมูกที่บ้านฝึกให้ลูกหายใจเข้า-ออกทางจมูกช้า ๆ ทุกวัน วันละ 10 นาทีเด็กที่เริ่มฟื้นพฤติกรรมหายใจทางจมูกกล้ามเนื้อทางเดินหายใจแข็งแรงขึ้น
6. การปรับสภาพแวดล้อมในห้องนอนใช้เครื่องทำความชื้น กำจัดฝุ่น ปรับอุณหภูมิไม่ให้แห้งเกินไปเด็กที่มีปัญหาคัดจมูกตอนกลางคืนจมูกโล่งขึ้น ลดอาการกรนและการหายใจทางปาก
7. การติดตามผลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับตรวจการนอน (Sleep Test) เพื่อประเมินการหยุดหายใจและผลลัพธ์ของการรักษาเด็กที่มีภาวะกรน หรือสงสัยหยุดหายใจขณะนอนวางแผนการรักษาได้แม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น

สรุป

แม้ “ลูกหายใจทางปาก” จะดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่แท้จริงแล้วเป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกว่า ระบบทางเดินหายใจหรือโครงสร้างใบหน้ามีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโต การนอนหลับ และพัฒนาการด้านสมองของเด็กได้โดยไม่รู้ตัว

ข่าวดีคือ ภาวะนี้ สามารถรักษาและฟื้นฟูได้ หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ ทันตกรรม และนักบำบัดกล้ามเนื้อช่องปาก จะช่วยให้ทราบต้นเหตุที่แท้จริง ว่าลูกหายใจทางปากเพราะอะไร?

FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาลูกหายใจทางปาก

  • ลูกหายใจทางปากเป็นเรื่องปกติไหม?
    ไม่ปกติ เป็นสัญญาณของปัญหาทางเดินหายใจหรือโครงสร้างช่องปาก
  • ลูกหายใจทางปากต้องรีบพบแพทย์ไหม?
    ควรรีบพบ หากมีอาการต่อเนื่องเกิน 1 เดือน โดยเฉพาะถ้ามีเสียงกรนหรือหยุดหายใจขณะนอน
  • ถ้าลูกยังเล็กจะรักษาได้ไหม?
    ได้ การรักษาตั้งแต่อายุน้อยจะช่วยให้ผลลัพธ์ดีที่สุด เพราะโครงสร้างใบหน้ายังพัฒนาได้
  • เด็กที่หายใจทางปากจะหายเองได้ไหม?
    ส่วนใหญ่ไม่หายเอง ต้องได้รับการประเมินและฝึกหายใจอย่างถูกวิธี
  • Myofunctional Therapy ต้องทำบ่อยไหม?
    โดยทั่วไปควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และฝึกต่อเนื่องที่บ้าน
  • การหายใจทางปากเกี่ยวข้องกับการนอนกรนไหม?
    เกี่ยวข้องโดยตรง เด็กที่หายใจทางปากมักมีภาวะกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย

Related Blogs and Articles
snoring test

ตรวจการนอนกรน ราคาเหมาะสม คุ้มค่าในการดูแลสุขภาพ ช่วยวิเคราะห์คุณภาพการนอน ลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อน เข้าใจร่างกายอย่างแท้จริง

เครื่อง CPAP แต่ละยี่ห้อต่างกันยังไง

อาการนอนกรน ถือเป็นปัญหาสุขภาพของใครหลาย ๆ คน ในเฉพาะคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ไม่เพียงแต่ทำให้การนอนหลับไม่เต็มอิ่ม แต่ยังเป็นสาเหตุของความเสี่ยงโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง หนึ่งในวิธีการรักษาที่แพทย์เฉพาะทางแนะนำ คือ การใช้เครื่องช่วยหายใจที่เรียกว่า CPAP ซึ่งย่อมาจาก Continuous Positive Airway Pressure เครื่อง CPAP เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบำบัดรักษาคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ด้วยการส่งแรงดันอากาศอย่างต่อเนื่องผ่านทางหน้ากาก เพื่อเปิดทางเดินหายใจของคุณให้กว้างขึ้น ช่วยลดอาการนอนกรนและป้องกันการหยุดหายใจซ้ำ ๆ ในขณะหลับ ทำให้การนอนหลับทุกคืนของคุณกลับมาเป็นปกติ เครื่อง CPAP ทำงานอย่างไร? เครื่อง CPAP ทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศไปยังทางเดินหายใจผ่านหน้ากากที่สวมใส่ขณะนอนหลับ ช่วยป้องกันการปิดตัวของทางเดินหายใจในขณะที่กำลังหายใจเข้า โดยทั่วไปเครื่อง CPAP จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ บทความที่เกี่ยวข้อง เครื่อง CPAP เพื่อรักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ใครบ้างที่ควรใช้เครื่อง CPAP? เครื่อง CPAP มักจะถูกแนะนำหรือมาใช้รักษาให้กับคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไม่ว่าจะเป็นภาวะที่รุนแรงหรือเพียงเล็กน้อยก็ตาม การใช้ CPAP ช่วยทำให้คนไข้กลับมามีการนอนหลับที่ต่อเนื่องขึ้น ลดเสียงกรน และป้องกันภาวะการหยุดหายใจซ้ำ ๆ​ ตามที่ PMC กล่าวว่า โดยรวมแล้วการรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจแก้กรนเป็นทางเลือกการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพกับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือสภาวะทางการแพทย์อื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการหายใจระหว่างการนอนหลับ และสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตและลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้อง​ เครื่อง CPAP มีกี่ประเภท? แม้ว่าเครื่อง CPAP จะเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูงในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แต่ก็ยังมีเครื่องประเภทอื่น ๆ ที่ทำงานคล้ายกันและมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ดังนี้ ความแตกต่างของเครื่อง CPAP แต่ละยี่ห้อ ข้อดีและข้อเสียของเครื่อง CPAP การเลือกใช้เครื่อง CPAP มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ผู้ป่วยควรพิจารณาข้อดีและข้อเสียดังต่อไปนี้ ข้อดี ข้อเสีย การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยเครื่อง CPAP ที่ VitalSleep Clinic ที่ VitalSleep Clinic เราให้บริการรักษา ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ด้วย เครื่อง CPAP เป็นวิธีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในการช่วยให้ผู้ป่วยหายใจสะดวกขึ้นขณะนอนหลับ ทำงานโดยการส่งแรงดันลมอย่างสม่ำเสมอผ่านหน้ากากเพื่อเปิดทางเดินหายใจ ป้องกันการอุดกั้น ลดการหยุดหายใจและเสียงกรน ทำให้ได้รับออกซิเจนเพียงพอตลอดคืน ลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหลอดเลือดสมอง ทำไมต้องเลือก CPAP กับ VitalSleep Clinic? หากคุณมีอาการ นอนกรน ง่วงนอนตอนกลางวัน หรือหายใจติดขัดขณะหลับ อย่าปล่อยไว้ให้เป็นปัญหาเรื้อรัง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ VitalSleep Clinic เพื่อการรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุด

อุปกรณ์รักษานอนกรน

พามาเจาะลึกอุปกรณ์รักษานอนกรน จาก VitalSleep Clinic ว่ามีอะไรบ้าง ใช้อย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง เพื่อให้คุณกลับมามีการนอนที่เงียบสงบ

นอนกรน เสี่ยง โรคใหลตาย

อาการนอนกรนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่สร้างความรำคาญใจให้กับคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่อันตรายถึงชีวิต

อาการวูบหมดสติ อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา

เคยไหมที่อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกหน้ามืด เหมือนโลกหมุน หูอื้อ อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่

แก้การนอนกรน

ไขความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักเกินกับการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) พร้อมแนวทางฟื้นฟูสมดุลร่างกายจากภายใน

ตรวจการนอนหลับ

เหนื่อยแม้นอนเต็มคืน อาจเกิดจากคุณภาพการนอนที่ไม่สมดุล วงจรหลับลึกและ REM Sleep สั้นลง ตรวจการนอนหลับช่วยค้นหาสาเหตุได้

ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ข้อต่อขากรรไกรอักเสบหรือที่เรียกกันว่า Temporomandibular joint disorder (TMD) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับข้อต่อขากรรไกร ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างขากรรไกรล่างและฐานของกระโหลกศีรษะ ภาวะนี้ทำให้เกิดอาการปวดขากรรไกร ปวดกราม อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับข้อต่อได้ สาเหตุของข้อต่อขากรรไกรอักเสบ (TMD) การเกิดข้อต่อขากรรไกรอักเสบนั้นมีหลายสาเหตุร่วมที่ส่งผล ซึ่งบางครั้งไม่สามารถหาสาเหตุที่ชัดเจนได้ แต่อาการมักจะเกิดจากการรวมกันของปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ อาการของข้อต่อขากรรไกรอักเสบ อาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีปัญหาข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ได้แก่ วิธีรักษาข้อต่อขากรรไกรอักเสบด้วยเครื่องมือ Myosa® หนึ่งในวิธีการรักษาข้อต่อขากรรไกรที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือการใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Myosa® ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาอาการและลดแรงกระแทกจากข้อต่อขากรรไกร รวมถึงช่วยปรับตำแหน่งของขากรรไกรให้ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดและอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อดีของการรักษาด้วย Myosa® การรักษาด้วย Myosa® มีหลายข้อดีหลายข้อ ที่ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาข้อต่อขากรรไกรอักเสบ การทำงานของ Myosa® เครื่องมือ Myosa® จะทำงานโดยการลดแรงกระแทกที่เกิดจากข้อต่อขากรรไกรและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง เมื่อใส่เครื่องมือนี้เข้าไป จะช่วยป้องกันการนอนกัดฟัน ปวดฟัน รวมถึงลดแรงกระแทกที่ข้อต่อต้องเผชิญในระหว่างการบดเคี้ยว นอกจากนี้ยังช่วยจัดขากรรไกรให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ลดอาการปวดได้ทันทีหลังจากเริ่มใช้ แล้วยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว การใช้งาน Myosa® ในการรักษา เครื่องมือ Myosa® ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในระหว่างการนอนหลับเป็นหลัก ในกรณีที่คนไข้มีปัญหากัดฟันหรือขากรรไกรในระหว่างวัน ก็สามารถใช้เครื่องมือนี้ในช่วงกลางวันได้เหมือนกัน การใส่เครื่องมือ Myosa® ในระหว่างวันจะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวและใบหน้า ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อขากรรไกรได้รับการบรรเทาและกลับมาทำงานอย่างสมดุล นอกจากนี้ Myosa® ยังเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ โดยการฝึกการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ ซึ่งจะช่วยให้การรักษาปัญหาข้อต่อขากรรไกรและการนอนกัดฟันมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น สรุป ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ หรือ TMD เป็นภาวะที่เกิดจากหลายปัจจัย เช่น การนอนกัดฟัน ฟันไม่สบกัน หรือการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อขากรรไกร การรักษาด้วยเครื่องมือ Myosa® เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดแรงกระแทกและอาการปวดได้ดี สามารถใช้ได้ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืนเพื่อลดอาการและป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการปวดขากรรไกร เสียงคลิกขณะอ้าปาก มีปัญหาอาการนอนกัดฟัน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

นอนกัดฟัน อันตรายไหม

แม้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการนอนกัดฟันที่แน่ชัดได้ แต่งานวิจัยพบว่า "ความเครียด" และ "ความวิตกกังวล" เป็นปัจจัยหลักของอาการนี้ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความเครียดเรื้อรังและการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยเฉพาะการกระตุ้นแกน HPA (Hypothalamic-Pituitary-Adrenal axis) ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มระดับคอร์ติซอลในน้ำลาย และอาจทำให้เกิดพฤติกรรมกัดฟันซ้ำๆ ขณะนอนหลับ ข้อมูลงานวิจัยจาก PubMed Central (PMC) นอนกัดฟัน คืออะไร? นอนกัดฟัน (Bruxism) คือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับ โดยผู้ป่วยจะขบฟันหรือบดฟันไปมาโดยไม่รู้ตัว อาจมีเสียงกัดฟันดังจนคนข้าง ๆ สะดุ้งตื่นกลางดึก ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และคุณภาพการนอน คนที่นอนกัดฟันมักมีอาการปวดกราม ปวดข้อต่อขากรรไกรหรือปวดศีรษะตอนตื่นนอน บางรายอาจมีพฤติกรรมนอนกัดฟันมากกว่า 100 ครั้งต่อคืนด้วย เช็กอาการ จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณนอนกัดฟัน? เพราะอาการมักเกิดขณะนอนหลับโดยที่เราไม่รู้ตัว วิธีที่ดีที่สุดในการวินิจฉัย คือ “การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test)” สามารถตรวจจับการทำงานของกล้ามเนื้อขณะนอนหลับได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตอาการต่อไปนี้ได้ด้วยตัวเอง ดังนี้ ผลเสียจากการนอนกัดฟัน แม้อาการจะดูไม่รุนแรงมากในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้นานอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น วิธีรักษาอาการนอนกัดฟันแบบเฉพาะทางที่ VitalSleep Clinic ที่ VitalSleep Clinic เราใช้แนวทางวินิจฉัยอย่างครอบคลุม พร้อมวิธีรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อหยุดพฤติกรรมกัดฟันขณะหลับอย่างได้ผล 1. ใช้อุปกรณ์ครอบฟันกันกัดฟันเฉพาะบุคคล (Splint) หากพบว่าการนอนกัดฟันไม่ได้เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แพทย์เฉพาะทางจะทำ Splint หรือ Night Guard แบบเฉพาะบุคคล ให้พอดีกับฟันและขากรรไกรของผู้ป่วย อ่านเพิ่มเติม 2. Myofunctional Therapy หากการนอนกัดฟันเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกลืนผิดปกติหรือลิ้นตกขณะนอน แพทย์เฉพาะทางอาจแนะนำให้บำบัดกล้ามเนื้อทางเดินหายใจและใบหน้า (Myofunctional Therapy) อ่านเพิ่มเติม สรุป นอนกัดฟันไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก ๆ ที่ควรมองข้าม เพราะอาจส่งผลต่อทั้งสุขภาพช่องปาก รูปหน้า ความสัมพันธ์ และคุณภาพชีวิต หากสงสัยว่าตัวเองมีอาการนอนกัดฟัน ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างตรงจุด ก่อนที่อาการจะลุกลามรุนแรงมากขึ้น

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!