• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
เมื่อน้ำหนักส่งผลต่อคุณภาพการนอน
แก้การนอนกรน
โดยปรับสมดุลร่างกาย

เมื่อน้ำหนักส่งผลต่อคุณภาพการนอน

แก้การนอนกรน
โดยปรับสมดุลร่างกาย
Table of Contents

แก้การนอนกรน จากสาเหตุหลักจากภาวะหนักเกิน น้ำหนักที่เกินเกณฑ์ไม่ได้กระทบแค่รูปร่าง แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ “ทางเดินหายใจ” ระหว่างการนอนหลับ เมื่อมีไขมันสะสมบริเวณคอ ลำคอ และช่องคอหอย จะทำให้กล้ามเนื้อรอบทางเดินหายใจแคบลง จนเกิดการสั่นของเนื้อเยื่อ  ซึ่งก็คือ “เสียงกรน” ที่หลายคนมองข้าม

และวิจัย The New England Journal of Medicine ได้ระบุไว้ว่า “การเพิ่มน้ำหนักเพียง 10% จากเดิม จะทำให้ค่าการหยุดหายใจ (AHI – Apnea Hypopnea Index) เพิ่มขึ้นถึง 32%  และเพิ่มโอกาสเกิดภาวะ OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรงมากขึ้นถึง 6 เท่า

กลไกที่น้ำหนักเกินส่งผลต่อคุณภาพการนอน

เมื่อไขมันสะสมเพิ่มขึ้น ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานช้าลง และระบบหายใจทำงานหนักขึ้นระหว่างหลับ โดยเฉพาะช่วง REM (หลับลึก) ทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่

ผลจากน้ำหนักเกินผลกระทบต่อการนอนผลต่อสุขภาพระยะยาว
ไขมันรอบคอและช่องคอหอยหนาขึ้นทางเดินหายใจแคบลง ทำให้การกรนเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
การทำงานของกล้ามเนื้อหายใจลดลงหายใจติดขัดระหว่างนอนความดันโลหิตสูง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ระดับฮอร์โมนเลปติน และเกรลินเสียสมดุลหิวบ่อย กระตุ้นให้น้ำหนักเพิ่มวงจรน้ำหนักเกิน–นอนไม่ดีซ้ำซ้อน
การนอนหลับไม่สนิทฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงความเครียดและอ่อนเพลียเรื้อรัง

ฟื้นฟูระบบร่างกายจากภายใน กุญแจสำคัญในการแก้การนอนกรน

อาการนอนกรนไม่ใช่เพียงปัญหาทางกายภาพ ของช่องคอเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความไม่สมดุลของร่างกาย ในหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็น ฮอร์โมน เมตาบอลิซึม และคุณภาพการนอน ซึ่งล้วนส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อทางเดินหายใจและสมองที่ควบคุมการหายใจระหว่างหลับ

ดังนั้น การรักษาอย่างได้ผลจำเป็นต้องดูแลแบบองค์รวม คือดูแลทั้งระบบหายใจ สมอง ฮอร์โมน และเมตาบอลิซึม ไปพร้อมกัน เพื่อฟื้นฟูสมดุลของร่างกายจากภายใน และลดการกรนจากต้นเหตุ

องค์ประกอบสำคัญของการปรับสมดุลร่างกาย

สมดุลฮอร์โมนการนอน (Melatonin & Cortisol)

ฮอร์โมนเหล่านี้ช่วยควบคุมวงจรการหลับ-ตื่น เมื่อเสียสมดุล ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะหลับตื้นและกรนได้ง่ายขึ้น

การทำงานของระบบเมตาบอลิซึม (Metabolic Function)

การเผาผลาญที่ช้าลงทำให้เกิดการสะสมของไขมันรอบคอและช่องคอ ซึ่งเพิ่มแรงกดต่อทางเดินหายใจโดยตรง

คุณภาพการนอน (Sleep Quality)

การนอนที่ไม่ลึกหรือหลับไม่เพียงพอทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจคลายตัวมากเกินไป ส่งผลให้เสียงกรนรุนแรงขึ้น

โภชนาการและการออกกำลังกาย :

การรับประทานอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำตาลและไขมันร่วมกับการออกกำลังกายที่เหมาะสม จะช่วยให้ฮอร์โมนและเมตาบอลิซึมกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล

ตรวจการนอนหลับ เพื่อหาสาเหตุของการนอนกรน

ก่อนเริ่มลดน้ำหนักเพื่อแก้การนอนกรน ควรตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าอาการกรนเกิดจากอะไร ไขมันรอบลำคอ กล้ามเนื้อหย่อน หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ผลตรวจจะช่วยให้วางแผนได้ตรงจุด การตรวจการนอนหลับคือ จุดเริ่มต้นของการแก้นอนกรนอย่างถูกทาง เพราะเมื่อรู้ต้นเหตุการลดน้ำหนักก็จะเห็นผลชัดเจนและยั่งยืนมากขึ้น

แก้อาการนอนกรนจากต้นเหตุ ที่ VitalSleep Clinic

อาการนอนกรน มักเกิดจาก “การตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนต้น” โดยเฉพาะบริเวณโคนลิ้นและลำคอ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การสะสมของไขมันรอบลำคอ ที่ทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวในขณะหลับ จึงเกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อและเสียงกรนตามมา ที่ VitalSleep Clinic เราเน้นแนวทางการแก้การนอนกรนจาก “ต้นเหตุ” ด้วยการ ลดไขมันเฉพาะจุดและฟื้นฟูสมดุลของกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอ เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น และช่วยให้นอนหลับได้ลึกกว่าเดิม

ลดไขมันบริเวณลำคอด้วย โปรแกรม CoolSwiss เทคโนโลยี สลายไขมันด้วยความเย็นระดับเซลล์ (Cryolipolysis) ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับบริเวณใต้คางและรอบลำคอ ช่วยลดปริมาณไขมันที่กดทับทางเดินหายใจ โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น ชทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้น และเสียงกรนลดลง

โปรแกรม Emface เทคโนโลยี ยกกระชับและฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้าโดยไม่ต้องใช้เข็ม ด้วยคลื่นพลังงาน HIFES + RF ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอให้แข็งแรงขึ้น ทำให้ กล้ามเนื้อรอบทางเดินหายใจมีแรงพยุงดีขึ้น ลิ้นและเพดานอ่อนหย่อนตัวน้อยลงการหายใจขณะหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุป

แก้การนอนกรน เริ่มจากการเข้าใจว่าน้ำหนักคือปัจจัยสำคัญที่ควบคุมการหายใจและการหลับลึก เพราะไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะบริเวณลำคอและทางเดินหายใจ จะไปกดทับกล้ามเนื้อและทำให้ช่องลมหดแคบลง ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อขณะหายใจ หรือ “เสียงกรน” ที่เราคุ้นเคย เมื่อเราปรับสมดุลร่างกายให้เข้าที่ ทั้งน้ำหนัก ฮอร์โมน และระบบเผาผลาญ ทางเดินหายใจก็เปิดโล่งขึ้น การหายใจระหว่างหลับเป็นจังหวะมากขึ้น สมองได้รับออกซิเจนเพียงพอ และเข้าสู่ช่วงหลับลึกได้ดีขึ้นตามลำดับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแก้นอนกรนโดยปรับสมดุลร่างกาย

1. การลดน้ำหนักช่วยแก้อาการกรนได้จริงไหม?
จริง เพราะน้ำหนักที่ลดลงจะช่วยลดแรงกดบริเวณลำคอ ทำให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น และเสียงกรนก็จะลดลง

2. ต้องลดน้ำหนักเท่าไหร่ถึงจะเห็นผล?
การลดเพียง 5–10% ของน้ำหนักตัว ก็สามารถช่วยลดความถี่ของการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้

3. ถ้าน้ำหนักปกติแต่ยังกรนอยู่ ทำอย่างไรดี?
ควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม เช่น โครงสร้างช่องคอ หรือตำแหน่งลิ้น โดยการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อวางแผนรักษาที่ตรงจุด

4. ถ้าน้ำหนักกลับมาขึ้นอีก การนอนกรนจะกลับมาไหม ?
มีโอกาส เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไขมันบริเวณลำคอ ลิ้น และช่องทางเดินหายใจ จะทำให้ช่องลมหดแคบลงอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อขณะหายใจและกลับมานอนกรนได้เหมือนเดิม

Related Blogs and Articles
เสียงกรนไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ชาย

ผู้หญิงก็มีแนวโน้มที่จะนอนกรนได้ไม่แพ้ผู้ชาย! แม้เสียงกรนอาจเบากว่า หรือพบได้น้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากภาวะนี้

แก้การนอนกรน

ไขความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักเกินกับการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) พร้อมแนวทางฟื้นฟูสมดุลร่างกายจากภายใน

แก้นอนกรน ด้วย myofunctional therapy

การนอนกรน เป็นปัญหาการนอนที่พบได้บ่อยและส่งผลต่อทั้งคนที่นอนกรนและคนรอบข้าง แม้ว่าจะมีวิธีการรักษานอนกรนหลายรูปแบบ แต่ Myofunctional Therapy

การหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) เป็นภาวะผิดปกติที่สามารถนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีปัญหานอนกรน

3 วิธีแก้ปัญหานอนกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด

หากจะพูดถึงของขวัญที่ดีที่สุด คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่า “สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง” โดยเฉพาะคุณภาพการนอนหลับที่ดี

นอนกรน เสี่ยง โรคใหลตาย

อาการนอนกรนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่สร้างความรำคาญใจให้กับคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่อันตรายถึงชีวิต

การรักษานอนกรน ด้วยเครื่องCPAP

ปัญหาอาการนอนกรนเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในคนจำนวนมาก โดยบางคนอาจมองว่าอาการนอนกรนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องให้ความสนใจมากนัก แต่ในความเป็นจริงภาวะนอนกรนนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงรบกวนเวลานอนหลับเท่านั้น มันยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงและอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตได้ภาวะการนอนกรนมักเกี่ยวข้องกับปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) อาจทำให้เกิดอาการหยุดหายใจชั่วขณะในระหว่างการนอนหลับ ภาวะนี้ส่งผลต่อการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย หากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต แม้แต่ความเสี่ยงในการเสียชีวิตเฉียบพลันในปัจจุบัน วิธีการรักษาภาวะนอนกรนมีอยู่หลายวิธี หนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางคือการใช้เครื่อง CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) โดยเครื่อง CPAP นี้ทำหน้าที่ส่งแรงดันลมเข้าไปเปิดทางเดินหายใจในขณะหลับ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถหายใจได้อย่างราบรื่น แต่หลายคนอาจพบปัญหาว่าเครื่อง CPAP นั้นมีราคาที่สูง ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงความยุ่งยากในการใช้งานที่อาจทำให้รู้สึกไม่สะดวก แล้วจะทำอย่างไร หากการรักษาด้วยเครื่อง CPAP มีราคาสูงเกินไป บทความนี้จะแนะนำวิธีการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับในทางเลือกอื่น ๆ ที่สามารถทดแทนเครื่อง CPAP ได้ นอนกรนเกิดขึ้นได้อย่างไร? อาการนอนกรนเกิดขึ้นเมื่อทางเดินหายใจถูกอุดกั้นบางส่วนในขณะหลับ เมื่อเรานอนหลับ กล้ามเนื้อต่าง ๆ ในร่างกายจะคลายตัวลง รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณคอ เพดานอ่อน และโคนลิ้น เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้หย่อนคล้อยลง อาจไปขัดขวางทางเดินหายใจ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อบริเวณนั้น ซึ่งทำให้เกิดเสียงกรนขึ้น อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนอนกรนคืออายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น กล้ามเนื้อต่าง ๆ ในร่างกายก็เริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจ ซึ่งทำให้เกิดการหย่อนคล้อยและปิดกั้นการหายใจได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ภาวะนอนกรนยังสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น น้ำหนักตัวที่มากเกินไป การดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ ปรึกษาปัญหานอนกรน ฟรี! ทำไมการนอนกรนจึงควรรักษา? แม้ว่าการนอนกรนอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การอานอนกรนที่เกิดร่วมกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับถือว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่ควรให้ความสนใจอย่างยิ่ง การหยุดหายใจขณะหลับทำให้ร่างกายและสมองขาดออกซิเจนในระหว่างการนอนหลับ ซึ่งอาจทำให้คุณภาพการนอนหลับลดลง ร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าในระหว่างวัน รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคสมองเสื่อมนอกจากนี้ การขาดออกซิเจนยังส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองโดยตรง ทำให้การประมวลผลข้อมูล การคิดวิเคราะห์ และความจำเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาด้านความจำและสมาธิ รวมถึงมีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาการเหล่านี้จะทวีความรุนแรงขึ้นและอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ นอนกรนต้องการปรึกษา ฟรี! เครื่อง CPAP ช่วยรักษาภาวะนอนกรนอย่างไร? เครื่อง CPAP เป็นเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ โดยหลักการทำงานของเครื่องคือการส่งแรงดันลมเข้าไปในทางเดินหายใจเพื่อเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถหายใจได้สะดวกในขณะหลับ เครื่อง CPAP มักใช้ร่วมกับหน้ากากที่สวมใส่บริเวณจมูกหรือปากเพื่อส่งแรงดันลมเข้าสู่ร่างกายแม้ว่าเครื่อง CPAP จะมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาภาวะนอนกรน แต่เครื่องนี้มีข้อจำกัดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาที่สูง ค่าเครื่อง CPAP บางรุ่นอาจมีราคาสูงถึงหลักแสนบาท เครื่องก็ยังมีขนาดใหญ่ ต้องใช้ไฟฟ้า อาจทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกอึดอัดหรือไม่สะดวกสบายในขณะหลับ การรักษานอนกรนแบบไม่ต้องพึ่ง CPAP หากเครื่อง CPAP มีราคาสูงเกินไปและไม่สะดวกในการใช้งาน ยังมีวิธีการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับในทางเลือกอื่นๆ ที่สามารถช่วยบรรเทาอาการได้เช่นกัน ดังนี้1. อุปกรณ์ทางทันตกรรม (Oral Appliance)อุปกรณ์ทางทันตกรรมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ อุปกรณ์นี้ถูกออกแบบมาให้สวมใส่ในปากในระหว่างการนอนหลับ โดยมีลักษณะคล้ายกับเครื่องครอบฟัน อุปกรณ์นี้ช่วยขยับกรามหรือโคนลิ้นไปด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ทางเดินหายใจถูกปิดกั้นขณะหลับข้อดีของอุปกรณ์ทางทันตกรรม คือ มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ อุปกรณ์ยังถูกออกแบบเฉพาะบุคคลตามขนาดช่องปากของผู้ใช้งาน ทำให้ใช้งานได้ง่ายและไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อเทียบกับเครื่อง CPAP อุปกรณ์ทางทันตกรรมยังเป็นวิธีการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าและสะดวกสบายกว่าการใช้เครื่อง CPAP2. การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RF)การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุเป็นอีกหนึ่งวิธีในการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ การรักษานี้ใช้คลื่นความถี่วิทยุในการทำให้เนื้อเยื่อบริเวณโคนลิ้น เพดานอ่อน และเนื้อเยื่อในลำคอหดตัวแล้วก็กระชับขึ้น ลดการหย่อนคล้อยที่อาจปิดกั้นทางเดินหายใจวิธีการรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุเป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้เวลานาน เพียงครั้งละประมาณ 15 นาที ไม่เจ็บปวดมากเหมือนการผ่าตัด ผลลัพธ์ของการรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุสามารถเห็นได้ชัดเจน มีความคงทนเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ ยังเป็นวิธีที่ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ในขณะหลับ3. การบำบัดด้วยกล้ามเนื้อ (Myofunctional Therapy)การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอเป็นวิธีการรักษาที่เน้นไปที่การฝึกกล้ามเนื้อบริเวณลิ้น เพดานอ่อน และลำคอ เพื่อให้กล้ามเนื้อเหล่านี้ทำงานได้อย่างถูกต้อง มีความกระชับยิ่งขึ้น การฝึกบำบัดนี้สามารถช่วยลดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจและลดอาการนอนกรนได้การบำบัดกล้ามเนื้อนั้นอาจรวมถึงการฝึกกล้ามเนื้อลิ้นให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ฝึกการหายใจที่ถูกต้อง การออกกำลังกายกล้ามเนื้อเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแรง ป้องกันการหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อบริเวณทางเดินหายใจข้อดีของการบำบัดด้วยกล้ามเนื้อ คือ เป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใด ๆ นอกจากนี้ การฝึกฝนสามารถทำได้เองที่บ้านหลังจากได้รับคำแนะนำจากนักบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม การบำบัดกล้ามเนื้ออาจต้องใช้เวลาและความอดทนในการฝึกฝน แต่ก็เป็นวิธีที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพในระยะยาว รับคำปรึกษา ฟรี! 4. การลดน้ำหนักการมีน้ำหนักตัวที่เกินเกณฑ์เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ เนื่องจากไขมันสะสมบริเวณลำคออาจทำให้ทางเดินหายใจแคบลง การลดน้ำหนักเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดอาการนอนกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือน้ำหนักตัวมากนอกจากการลดน้ำหนักจะช่วยลดอาการนอนกรนแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม เช่น ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน การควบคุมน้ำหนักทำได้โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ควรบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย5. การผ่าตัด (Surgical Treatment)ในกรณีที่ภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับมีความรุนแรงและไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ได้ การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ การผ่าตัดจะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงโครงสร้างของทางเดินหายใจ เช่น การตัดเนื้อเยื่อเพดานอ่อน การตัดต่อมทอนซิล ลดขนาดของโคนลิ้น เพื่อเพิ่มความกว้างของทางเดินหายใจและลดการอุดกั้นการผ่าตัดมักเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางกายภาพ เช่น มีเนื้อเยื่อเพดานอ่อนที่หย่อนคล้อยมากเกินไป มีโครงสร้างทางเดินหายใจที่แคบตั้งแต่กำเนิด อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดมีความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น ๆ แต่อาจมีผลข้างเคียง เช่น การเจ็บคอหรือการอักเสบหลังการผ่าตัด ปรับพฤติกรรมการนอน นอกจากการใช้วิธีการรักษาต่าง ๆ การปรับพฤติกรรมการนอน ก็สามารถช่วยลดอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับได้ เช่นการนอนในท่านอนตะแคง การนอนหงายอาจทำให้ลิ้นและเพดานอ่อนตกไปขัดขวางทางเดินหายใจ การนอนในท่านอนตะแคงสามารถช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้นและลดอาการนอนกรนการหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหย่อนคล้อยลง อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ทำให้เกิดการอักเสบและระคายเคืองในทางเดินหายใจ การเลิกบุหรี่สามารถช่วยลดการอักเสบและป้องกันการอุดกั้นทางเดินหายใจ บทสรุป ภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับเป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากมันสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แม้ว่าเครื่อง CPAP จะเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของราคา ความสะดวกในการใช้งาน หากเครื่อง CPAP มีราคาสูงเกินไปสำหรับผู้ที่ต้องการรักษา ยังมีทางเลือกอื่น ๆ อีกที่สามารถช่วยบรรเทาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์ทางทันตกรรม การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ การบำบัดกล้ามเนื้อ แม้แต่การปรับพฤติกรรมการนอนการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเอง เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะแต่ละคนอาจมีสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการนอนกรนที่แตกต่างกัน การรักษาภาวะนอนกรนไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงและทำให้ชีวิตมีความสุข สุขภาพโดยรวมดีมากขึ้น ปรึกษาปัญหากับแพทย์เฉพาะทาง!

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!