logo
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
เมื่อน้ำหนักส่งผลต่อคุณภาพการนอน
แก้การนอนกรน
โดยปรับสมดุลร่างกาย

เมื่อน้ำหนักส่งผลต่อคุณภาพการนอน

แก้การนอนกรน
โดยปรับสมดุลร่างกาย
Table of Contents

แก้การนอนกรน จากสาเหตุหลักจากภาวะหนักเกิน น้ำหนักที่เกินเกณฑ์ไม่ได้กระทบแค่รูปร่าง แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ “ทางเดินหายใจ” ระหว่างการนอนหลับ เมื่อมีไขมันสะสมบริเวณคอ ลำคอ และช่องคอหอย จะทำให้กล้ามเนื้อรอบทางเดินหายใจแคบลง จนเกิดการสั่นของเนื้อเยื่อ  ซึ่งก็คือ “เสียงกรน” ที่หลายคนมองข้าม

และวิจัย The New England Journal of Medicine ได้ระบุไว้ว่า “การเพิ่มน้ำหนักเพียง 10% จากเดิม จะทำให้ค่าการหยุดหายใจ (AHI – Apnea Hypopnea Index) เพิ่มขึ้นถึง 32%  และเพิ่มโอกาสเกิดภาวะ OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรงมากขึ้นถึง 6 เท่า

กลไกที่น้ำหนักเกินส่งผลต่อคุณภาพการนอน

เมื่อไขมันสะสมเพิ่มขึ้น ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานช้าลง และระบบหายใจทำงานหนักขึ้นระหว่างหลับ โดยเฉพาะช่วง REM (หลับลึก) ทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่

ผลจากน้ำหนักเกินผลกระทบต่อการนอนผลต่อสุขภาพระยะยาว
ไขมันรอบคอและช่องคอหอยหนาขึ้นทางเดินหายใจแคบลง ทำให้การกรนเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
การทำงานของกล้ามเนื้อหายใจลดลงหายใจติดขัดระหว่างนอนความดันโลหิตสูง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ระดับฮอร์โมนเลปติน และเกรลินเสียสมดุลหิวบ่อย กระตุ้นให้น้ำหนักเพิ่มวงจรน้ำหนักเกิน–นอนไม่ดีซ้ำซ้อน
การนอนหลับไม่สนิทฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงความเครียดและอ่อนเพลียเรื้อรัง

ฟื้นฟูระบบร่างกายจากภายใน กุญแจสำคัญในการแก้การนอนกรน

อาการนอนกรนไม่ใช่เพียงปัญหาทางกายภาพ ของช่องคอเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความไม่สมดุลของร่างกาย ในหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็น ฮอร์โมน เมตาบอลิซึม และคุณภาพการนอน ซึ่งล้วนส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อทางเดินหายใจและสมองที่ควบคุมการหายใจระหว่างหลับ

ดังนั้น การรักษาอย่างได้ผลจำเป็นต้องดูแลแบบองค์รวม คือดูแลทั้งระบบหายใจ สมอง ฮอร์โมน และเมตาบอลิซึม ไปพร้อมกัน เพื่อฟื้นฟูสมดุลของร่างกายจากภายใน และลดการกรนจากต้นเหตุ

องค์ประกอบสำคัญของการปรับสมดุลร่างกาย

สมดุลฮอร์โมนการนอน (Melatonin & Cortisol)

ฮอร์โมนเหล่านี้ช่วยควบคุมวงจรการหลับ-ตื่น เมื่อเสียสมดุล ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะหลับตื้นและกรนได้ง่ายขึ้น

การทำงานของระบบเมตาบอลิซึม (Metabolic Function)

การเผาผลาญที่ช้าลงทำให้เกิดการสะสมของไขมันรอบคอและช่องคอ ซึ่งเพิ่มแรงกดต่อทางเดินหายใจโดยตรง

คุณภาพการนอน (Sleep Quality)

การนอนที่ไม่ลึกหรือหลับไม่เพียงพอทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจคลายตัวมากเกินไป ส่งผลให้เสียงกรนรุนแรงขึ้น

โภชนาการและการออกกำลังกาย :

การรับประทานอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำตาลและไขมันร่วมกับการออกกำลังกายที่เหมาะสม จะช่วยให้ฮอร์โมนและเมตาบอลิซึมกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล

ตรวจการนอนหลับ เพื่อหาสาเหตุของการนอนกรน

ก่อนเริ่มลดน้ำหนักเพื่อแก้การนอนกรน ควรตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าอาการกรนเกิดจากอะไร ไขมันรอบลำคอ กล้ามเนื้อหย่อน หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ผลตรวจจะช่วยให้วางแผนได้ตรงจุด การตรวจการนอนหลับคือ จุดเริ่มต้นของการแก้นอนกรนอย่างถูกทาง เพราะเมื่อรู้ต้นเหตุการลดน้ำหนักก็จะเห็นผลชัดเจนและยั่งยืนมากขึ้น

แก้อาการนอนกรนจากต้นเหตุ ที่ VitalSleep Clinic

อาการนอนกรน มักเกิดจาก “การตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนต้น” โดยเฉพาะบริเวณโคนลิ้นและลำคอ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การสะสมของไขมันรอบลำคอ ที่ทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวในขณะหลับ จึงเกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อและเสียงกรนตามมา ที่ VitalSleep Clinic เราเน้นแนวทางการแก้การนอนกรนจาก “ต้นเหตุ” ด้วยการ ลดไขมันเฉพาะจุดและฟื้นฟูสมดุลของกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอ เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น และช่วยให้นอนหลับได้ลึกกว่าเดิม

▸ลดไขมันบริเวณลำคอด้วย โปรแกรม CoolSwiss เทคโนโลยี สลายไขมันด้วยความเย็นระดับเซลล์ (Cryolipolysis) ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับบริเวณใต้คางและรอบลำคอ ช่วยลดปริมาณไขมันที่กดทับทางเดินหายใจ โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น ชทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้น และเสียงกรนลดลง

▸โปรแกรม Emface เทคโนโลยี ยกกระชับและฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้าโดยไม่ต้องใช้เข็ม ด้วยคลื่นพลังงาน HIFES + RF ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอให้แข็งแรงขึ้น ทำให้ กล้ามเนื้อรอบทางเดินหายใจมีแรงพยุงดีขึ้น ลิ้นและเพดานอ่อนหย่อนตัวน้อยลงการหายใจขณะหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุป

แก้การนอนกรน เริ่มจากการเข้าใจว่าน้ำหนักคือปัจจัยสำคัญที่ควบคุมการหายใจและการหลับลึก เพราะไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะบริเวณลำคอและทางเดินหายใจ จะไปกดทับกล้ามเนื้อและทำให้ช่องลมหดแคบลง ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อขณะหายใจ หรือ “เสียงกรน” ที่เราคุ้นเคย เมื่อเราปรับสมดุลร่างกายให้เข้าที่ ทั้งน้ำหนัก ฮอร์โมน และระบบเผาผลาญ ทางเดินหายใจก็เปิดโล่งขึ้น การหายใจระหว่างหลับเป็นจังหวะมากขึ้น สมองได้รับออกซิเจนเพียงพอ และเข้าสู่ช่วงหลับลึกได้ดีขึ้นตามลำดับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแก้นอนกรนโดยปรับสมดุลร่างกาย

1. การลดน้ำหนักช่วยแก้อาการกรนได้จริงไหม?
จริง เพราะน้ำหนักที่ลดลงจะช่วยลดแรงกดบริเวณลำคอ ทำให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น และเสียงกรนก็จะลดลง

2. ต้องลดน้ำหนักเท่าไหร่ถึงจะเห็นผล?
การลดเพียง 5–10% ของน้ำหนักตัว ก็สามารถช่วยลดความถี่ของการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้

3. ถ้าน้ำหนักปกติแต่ยังกรนอยู่ ทำอย่างไรดี?
ควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม เช่น โครงสร้างช่องคอ หรือตำแหน่งลิ้น โดยการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อวางแผนรักษาที่ตรงจุด

4. ถ้าน้ำหนักกลับมาขึ้นอีก การนอนกรนจะกลับมาไหม ?
มีโอกาส เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไขมันบริเวณลำคอ ลิ้น และช่องทางเดินหายใจ จะทำให้ช่องลมหดแคบลงอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อขณะหายใจและกลับมานอนกรนได้เหมือนเดิม

Related Blogs and Articles
ตรวจนอนกรน ดีอย่างไร ประโยชน์ที่มากกว่าการแก้เสียงกรน

ตรวจนอนกรนไม่ได้แค่แก้ปัญหาเสียงดังรบกวนเท่านั้น แต่ยังช่วยวิเคราะห์คุณภาพการนอน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่อาจซ่อนอยู่

เสียงกรนเตือนภัยสุขภาพ ตรวจการนอนกรนช่วยลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อน

เสียงกรนอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก ตรวจการนอนกรนช่วยค้นหาความผิดปกติ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

เหนื่อยทั้งวันทั้งที่นอนเต็มตรวจการนอนหลับช่วยหาคำตอบ

เหนื่อยแม้นอนเต็มคืน อาจเกิดจากคุณภาพการนอนที่ไม่สมดุล วงจรหลับลึกและ REM Sleep สั้นลง ตรวจการนอนหลับช่วยค้นหาสาเหตุได้

อาการผีอำ ความจริงที่วิทยาศาสตร์อธิบายได้ และสิ่งที่คุณควรรู้

เคยไหม…นอนอยู่ดี ๆ แล้วรู้สึกเหมือนมีบางอย่างทับอยู่บนอก ขยับตัวไม่ได้ หายใจก็อึดอัด นั่นแหละที่เราเรียกกันว่า “ผีอำ” อาการนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ

ภาวะลูกนอนกรนต่างจาก การนอนกรนในผู้ใหญ่ยังไง ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

ภาวะนอนกรนในเด็กไม่ใช่เพียงอาการธรรมดา ต่างจากผู้ใหญ่ที่มักเกี่ยวข้องกับโรคอ้วนหรือ OSA เด็กที่กรนอาจมีความผิดปกติของทางเดินหายใจ ส่งผลต่อพัฒนาการ

เสี่ยงตาย! รู้หรือไม่ การนอนกรนอาจเกิดจากภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

การนอนกรนเป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้าม ที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาทางสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด 2025

แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปัจจุบัน การรักษาแก้ปัญหาอาการนอนกรนมีหลากหลายวิธีที่ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งสามารถรักษาได้หลายวิธีพร้อมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดีขึ้น หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยม คือ การใช้เครื่องมือทันตกรรมสำหรับรักษานอนกรน (Oral Appliance) ที่ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจในขณะหลับ ร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจส่วนต้น (Myofunctional Therapy) ที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อย การรักษานี้ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจไม่ให้แคบลง เป็นการรักษาอาการนอนกรนจากต้นเหตุ ที่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาวได้อีกด้วย สาเหตุของอาการนอนกรน การนอนกรนมักมีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุ จาก TMJ and Sleep Apnea โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อย มีดังนี้​ อาจเกิดจากโครงสร้างใบหน้าที่ผิดปกติ เช่น คางสั้น กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นไม่แข็งแรง ทำให้ลิ้นหย่อนลงไปอุดช่องทางเดินหายใจ มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือเหนียง สามารถทำให้ช่องทางเดินหายใจถูกกดทับในขณะที่กำลังนอนหลับ ทำให้เกิดอาการหยุดหายใจชั่วคราวและมีเสียงกรนเกิดขึ้น แอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนต้นและกล้ามเนื้อโคนลิ้น ช่องทางเดินหายใจก็จะเกิดการอุดกั้นที่ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) และเสียงกรนได้ อาการเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่ทำให้เกิดปัญหาการนอนกรน และควรได้รับการตรวจสอบและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญ การตรวจและการรักษานอนกรน การตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของการนอนกรนสามารถทำได้ผ่านการตรวจการนอนหลับ Sleep Test เป็นการวัดค่าและเก็บข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับของคุณ เช่น ตรวจการนอนหลับที่บ้านกับ VitalSleep Clinic สะดวก ปลอดภัย แม่นยำ หลังจากการตรวจการนอนหลับ Sleep Test แล้ว แพทย์เฉพาะทางจะนำผลการตรวจมาใช้ในการวินิจฉัย วางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด อ่านเพิ่มเติม รักษานอนกรน แบบไม่ผ่าตัด Update 2025 ข้อด้อยของการผ่าตัดแก้นอนกรน การผ่าตัดแก้นอนกรนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ข้อดีของการรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัด วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดมีหลายทางเลือก แพทย์เฉพาะทางจะเลือกวิธีที่เหมาะสมตามอาการของแต่ละบุคคล สามารถใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อรักษาได้ทั้งต้นเหตุและปลายเหตุ เช่น การใช้เครื่อง CPAP เพื่อช่วยขยายทางเดินหายใจร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อ Myofunctional Therapy การรักษาที่ถูกต้องยังเป็นผลดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง ในกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับ Sleep Test และปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม เพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้นและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม “รักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ Better Sleep for Better Tomorrow” สรุป วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปี 2025 มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือทันตกรรม การบำบัดกล้ามเนื้อ การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ หรือการใช้เครื่อง CPAP ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีเฉพาะที่ตอบโจทย์ปัญหาอาการนอนกรนในแต่ละกรณี การเข้ารับการตรวจ Sleep Test เพื่อตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการรักษา สุขภาพการนอนที่ดีมีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเรา ดังนั้น หากคุณมีปัญหาการนอนกรน ควรรีบหาทางแก้ไขเพื่อสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

ผู้หญิงนอนกรน สาเหตุและวิธีแก้นอนกรนในผู้หญิง

การนอนกรนไม่ใช่เรื่องน่าอายขนาดนั้น แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่คิดที่จะแก้ไข อาจทำให้เกิดอันตรายที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ในผู้หญิงหลายคนอาจจะรู้สึกเขินอาย หรือไม่กล้าบอกว่าตัวเองมีอาการนอนกรน และไม่รู้ว่าจะหาวิธีแก้ปัญหานี้อย่างไรให้ได้ผล แต่การนอนกรนในผู้หญิงก็เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้ และหากไม่ให้ความสำคัญกับการหาทางแก้ไขอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตขณะนอนหลับได้ก่อนที่จะหาคำตอบว่า ทำไม? ผู้หญิงถึงนอนกรน เราควรทำความเข้าใจว่าอาการนอนกรนคืออะไร? อาการนอนกรนคืออะไร? อาการนอนกรนเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อในลำคอผ่อนคลายระหว่างการนอนหลับ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เมื่ออากาศผ่านช่องทางเดินหายใจที่แคบนี้ จะทำให้เนื้อเยื่อในลำคอ เช่น ทอนซิล เพดานอ่อน หรือลิ้นไก่สั่น จะทำให้เกิดเสียงกรน และยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้ทางเดินหายใจแคบลงหรืออุดตัน เช่น ต่อมทอนซิลโต น้ำหนักตัวที่มากเกินไป หรือลิ้นที่โตขึ้น ก็อาจทำให้เกิดอาการนอนกรนได้ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) คืออะไร? การนอนกรนไม่ใช่แค่การสร้างเสียงรบกวนระหว่างการนอนหลับ แต่ยังสามารถนำไปสู่การหยุดหายใจขณะหลับได้อีกด้วย เมื่อเนื้อเยื่อในลำคอหรือที่ลิ้นหย่อนลงไปปิดทางเดินหายใจ ทำให้ไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนในขณะที่นอนหลับ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะไหลตายได้https://www.youtube.com/shorts/1RcpD_hJKcw สาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงนอนกรน ข้อมูลจาก SnoreMD ว่าปกติผู้ชายจะมีแนวโน้มที่จะนอนกรนมากกว่าผู้หญิง แต่ในผู้หญิงก็สามารถนอนกรนได้เช่นกัน โดยสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงนอนกรนมักจะเกี่ยวข้องกับสุขภาพ น้ำหนักเกิน หรือการเปลี่ยนแปลงในร่างกายที่เกิดจากอายุหรือการตั้งครรภ์ เช่น​อายุ เมื่อผู้หญิงอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป ปัญหาการนอนกรนจะเริ่มเพิ่มขึ้นวัยหมดประจำเดือน หลังจากหมดประจำเดือน ในผู้หญิงบางรายอาจมีแนวโน้มทำให้นอนกรนมากขึ้นน้ำหนักเกิน อาจทำให้มีไขมันสะสมที่หบริเวณลำคอ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงได้การตั้งครรภ์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงในร่างกายและระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการนอนกรนได้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ถึงแม้จะพบได้น้อยในผู้หญิง แต่ยังคงเป็นปัญหาที่ควรให้ความสนใจ ปรึกษาปัญหานอนกรน ฟรี! สาเหตุอื่น ๆ ของการนอนกรน ในกรณีทั่วไป การนอนกรนอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่นคนอ้วน การสะสมของไขมันในบริเวณคอผู้สูงอายุ การเสื่อมของกล้ามเนื้อที่ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงโรคภูมิแพ้หรือไซนัสอักเสบ ทำให้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหาความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร อาจทำให้เกิดอาการนอนกรน วิธีแก้ไขการนอนกรนผู้หญิง การรักษาอาการนอนกรนเริ่มต้นด้วยการหาสาเหตุที่แท้จริง โดยการทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อตรวจหาว่าคุณมีปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หลังจากนั้นสามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งแบ่งเป็นสองประเภทหลัก คือ แบบผ่าตัดและแบบไม่ผ่าตัดบทความที่เกี่ยวข้อง Sleep Test มีกี่แบบ และควรเลือกตรวจแบบไหน?การเลือกวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการนอนกรน หากคุณพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการนอนกรนที่เป็นปัญหา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย สรุป การนอนกรนในผู้หญิงไม่ใช่แค่เรื่องรบกวนคนข้าง ๆ แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของร่างกาย โดยเฉพาะ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด และอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และภาวะซึมเศร้าหลายคนอาจไม่รู้ว่าการนอนกรนในผู้หญิงมักไม่มีอาการชัดเจนเหมือนผู้ชาย เช่น อาจไม่มีเสียงกรนดัง แต่จะมีอาการอ่อนเพลีย ง่วงกลางวัน ขี้ลืม หงุดหงิดง่าย หรือแม้แต่ปัญหาทางเพศ ทำให้ถูกมองข้ามและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!