logo
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
เมื่อน้ำหนักส่งผลต่อคุณภาพการนอน
แก้การนอนกรน
โดยปรับสมดุลร่างกาย

เมื่อน้ำหนักส่งผลต่อคุณภาพการนอน

แก้การนอนกรน
โดยปรับสมดุลร่างกาย
Table of Contents

แก้การนอนกรน จากสาเหตุหลักจากภาวะหนักเกิน น้ำหนักที่เกินเกณฑ์ไม่ได้กระทบแค่รูปร่าง แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ “ทางเดินหายใจ” ระหว่างการนอนหลับ เมื่อมีไขมันสะสมบริเวณคอ ลำคอ และช่องคอหอย จะทำให้กล้ามเนื้อรอบทางเดินหายใจแคบลง จนเกิดการสั่นของเนื้อเยื่อ  ซึ่งก็คือ “เสียงกรน” ที่หลายคนมองข้าม

และวิจัย The New England Journal of Medicine ได้ระบุไว้ว่า “การเพิ่มน้ำหนักเพียง 10% จากเดิม จะทำให้ค่าการหยุดหายใจ (AHI – Apnea Hypopnea Index) เพิ่มขึ้นถึง 32%  และเพิ่มโอกาสเกิดภาวะ OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรงมากขึ้นถึง 6 เท่า

กลไกที่น้ำหนักเกินส่งผลต่อคุณภาพการนอน

เมื่อไขมันสะสมเพิ่มขึ้น ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานช้าลง และระบบหายใจทำงานหนักขึ้นระหว่างหลับ โดยเฉพาะช่วง REM (หลับลึก) ทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่

ผลจากน้ำหนักเกินผลกระทบต่อการนอนผลต่อสุขภาพระยะยาว
ไขมันรอบคอและช่องคอหอยหนาขึ้นทางเดินหายใจแคบลง ทำให้การกรนเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
การทำงานของกล้ามเนื้อหายใจลดลงหายใจติดขัดระหว่างนอนความดันโลหิตสูง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ระดับฮอร์โมนเลปติน และเกรลินเสียสมดุลหิวบ่อย กระตุ้นให้น้ำหนักเพิ่มวงจรน้ำหนักเกิน–นอนไม่ดีซ้ำซ้อน
การนอนหลับไม่สนิทฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงความเครียดและอ่อนเพลียเรื้อรัง

ฟื้นฟูระบบร่างกายจากภายใน กุญแจสำคัญในการแก้การนอนกรน

อาการนอนกรนไม่ใช่เพียงปัญหาทางกายภาพ ของช่องคอเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความไม่สมดุลของร่างกาย ในหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็น ฮอร์โมน เมตาบอลิซึม และคุณภาพการนอน ซึ่งล้วนส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อทางเดินหายใจและสมองที่ควบคุมการหายใจระหว่างหลับ

ดังนั้น การรักษาอย่างได้ผลจำเป็นต้องดูแลแบบองค์รวม คือดูแลทั้งระบบหายใจ สมอง ฮอร์โมน และเมตาบอลิซึม ไปพร้อมกัน เพื่อฟื้นฟูสมดุลของร่างกายจากภายใน และลดการกรนจากต้นเหตุ

องค์ประกอบสำคัญของการปรับสมดุลร่างกาย

สมดุลฮอร์โมนการนอน (Melatonin & Cortisol)

ฮอร์โมนเหล่านี้ช่วยควบคุมวงจรการหลับ-ตื่น เมื่อเสียสมดุล ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะหลับตื้นและกรนได้ง่ายขึ้น

การทำงานของระบบเมตาบอลิซึม (Metabolic Function)

การเผาผลาญที่ช้าลงทำให้เกิดการสะสมของไขมันรอบคอและช่องคอ ซึ่งเพิ่มแรงกดต่อทางเดินหายใจโดยตรง

คุณภาพการนอน (Sleep Quality)

การนอนที่ไม่ลึกหรือหลับไม่เพียงพอทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจคลายตัวมากเกินไป ส่งผลให้เสียงกรนรุนแรงขึ้น

โภชนาการและการออกกำลังกาย :

การรับประทานอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำตาลและไขมันร่วมกับการออกกำลังกายที่เหมาะสม จะช่วยให้ฮอร์โมนและเมตาบอลิซึมกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล

ตรวจการนอนหลับ เพื่อหาสาเหตุของการนอนกรน

ก่อนเริ่มลดน้ำหนักเพื่อแก้การนอนกรน ควรตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าอาการกรนเกิดจากอะไร ไขมันรอบลำคอ กล้ามเนื้อหย่อน หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ผลตรวจจะช่วยให้วางแผนได้ตรงจุด การตรวจการนอนหลับคือ จุดเริ่มต้นของการแก้นอนกรนอย่างถูกทาง เพราะเมื่อรู้ต้นเหตุการลดน้ำหนักก็จะเห็นผลชัดเจนและยั่งยืนมากขึ้น

แก้อาการนอนกรนจากต้นเหตุ ที่ VitalSleep Clinic

อาการนอนกรน มักเกิดจาก “การตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนต้น” โดยเฉพาะบริเวณโคนลิ้นและลำคอ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การสะสมของไขมันรอบลำคอ ที่ทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวในขณะหลับ จึงเกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อและเสียงกรนตามมา ที่ VitalSleep Clinic เราเน้นแนวทางการแก้การนอนกรนจาก “ต้นเหตุ” ด้วยการ ลดไขมันเฉพาะจุดและฟื้นฟูสมดุลของกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอ เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น และช่วยให้นอนหลับได้ลึกกว่าเดิม

ลดไขมันบริเวณลำคอด้วย โปรแกรม CoolSwiss เทคโนโลยี สลายไขมันด้วยความเย็นระดับเซลล์ (Cryolipolysis) ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับบริเวณใต้คางและรอบลำคอ ช่วยลดปริมาณไขมันที่กดทับทางเดินหายใจ โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น ชทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้น และเสียงกรนลดลง

โปรแกรม Emface เทคโนโลยี ยกกระชับและฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้าโดยไม่ต้องใช้เข็ม ด้วยคลื่นพลังงาน HIFES + RF ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอให้แข็งแรงขึ้น ทำให้ กล้ามเนื้อรอบทางเดินหายใจมีแรงพยุงดีขึ้น ลิ้นและเพดานอ่อนหย่อนตัวน้อยลงการหายใจขณะหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุป

แก้การนอนกรน เริ่มจากการเข้าใจว่าน้ำหนักคือปัจจัยสำคัญที่ควบคุมการหายใจและการหลับลึก เพราะไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะบริเวณลำคอและทางเดินหายใจ จะไปกดทับกล้ามเนื้อและทำให้ช่องลมหดแคบลง ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อขณะหายใจ หรือ “เสียงกรน” ที่เราคุ้นเคย เมื่อเราปรับสมดุลร่างกายให้เข้าที่ ทั้งน้ำหนัก ฮอร์โมน และระบบเผาผลาญ ทางเดินหายใจก็เปิดโล่งขึ้น การหายใจระหว่างหลับเป็นจังหวะมากขึ้น สมองได้รับออกซิเจนเพียงพอ และเข้าสู่ช่วงหลับลึกได้ดีขึ้นตามลำดับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแก้นอนกรนโดยปรับสมดุลร่างกาย

1. การลดน้ำหนักช่วยแก้อาการกรนได้จริงไหม?
จริง เพราะน้ำหนักที่ลดลงจะช่วยลดแรงกดบริเวณลำคอ ทำให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น และเสียงกรนก็จะลดลง

2. ต้องลดน้ำหนักเท่าไหร่ถึงจะเห็นผล?
การลดเพียง 5–10% ของน้ำหนักตัว ก็สามารถช่วยลดความถี่ของการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้

3. ถ้าน้ำหนักปกติแต่ยังกรนอยู่ ทำอย่างไรดี?
ควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม เช่น โครงสร้างช่องคอ หรือตำแหน่งลิ้น โดยการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อวางแผนรักษาที่ตรงจุด

4. ถ้าน้ำหนักกลับมาขึ้นอีก การนอนกรนจะกลับมาไหม ?
มีโอกาส เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไขมันบริเวณลำคอ ลิ้น และช่องทางเดินหายใจ จะทำให้ช่องลมหดแคบลงอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อขณะหายใจและกลับมานอนกรนได้เหมือนเดิม

Related Blogs and Articles
นอนกรนเกิดจากอะไร? รู้ทันสาเหตุ ป้องกันหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนคิดว่าเสียงกรนเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของโรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะอื่น ๆ ที่กระทบต่อหัวใจ สมอง

ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ เกิดจากอะไรกันนะ?

ข้อต่อขากรรไกรอักเสบหรือที่เรียกกันว่า Temporomandibular joint disorder (TMD) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับข้อต่อขากรรไกร ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างขากรรไกรล่างและฐานของกระโหลกศีรษะ ภาวะนี้ทำให้เกิดอาการปวดขากรรไกร ปวดกราม อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับข้อต่อได้ สาเหตุของข้อต่อขากรรไกรอักเสบ (TMD) การเกิดข้อต่อขากรรไกรอักเสบนั้นมีหลายสาเหตุร่วมที่ส่งผล ซึ่งบางครั้งไม่สามารถหาสาเหตุที่ชัดเจนได้ แต่อาการมักจะเกิดจากการรวมกันของปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ อาการของข้อต่อขากรรไกรอักเสบ อาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีปัญหาข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ได้แก่ วิธีรักษาข้อต่อขากรรไกรอักเสบด้วยเครื่องมือ Myosa® หนึ่งในวิธีการรักษาข้อต่อขากรรไกรที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือการใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Myosa® ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาอาการและลดแรงกระแทกจากข้อต่อขากรรไกร รวมถึงช่วยปรับตำแหน่งของขากรรไกรให้ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดและอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อดีของการรักษาด้วย Myosa® การรักษาด้วย Myosa® มีหลายข้อดีหลายข้อ ที่ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาข้อต่อขากรรไกรอักเสบ การทำงานของ Myosa® เครื่องมือ Myosa® จะทำงานโดยการลดแรงกระแทกที่เกิดจากข้อต่อขากรรไกรและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง เมื่อใส่เครื่องมือนี้เข้าไป จะช่วยป้องกันการนอนกัดฟัน ปวดฟัน รวมถึงลดแรงกระแทกที่ข้อต่อต้องเผชิญในระหว่างการบดเคี้ยว นอกจากนี้ยังช่วยจัดขากรรไกรให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ลดอาการปวดได้ทันทีหลังจากเริ่มใช้ แล้วยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว การใช้งาน Myosa® ในการรักษา เครื่องมือ Myosa® ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในระหว่างการนอนหลับเป็นหลัก ในกรณีที่คนไข้มีปัญหากัดฟันหรือขากรรไกรในระหว่างวัน ก็สามารถใช้เครื่องมือนี้ในช่วงกลางวันได้เหมือนกัน การใส่เครื่องมือ Myosa® ในระหว่างวันจะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวและใบหน้า ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อขากรรไกรได้รับการบรรเทาและกลับมาทำงานอย่างสมดุล นอกจากนี้ Myosa® ยังเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ โดยการฝึกการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ ซึ่งจะช่วยให้การรักษาปัญหาข้อต่อขากรรไกรและการนอนกัดฟันมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น สรุป ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ หรือ TMD เป็นภาวะที่เกิดจากหลายปัจจัย เช่น การนอนกัดฟัน ฟันไม่สบกัน หรือการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อขากรรไกร การรักษาด้วยเครื่องมือ Myosa® เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดแรงกระแทกและอาการปวดได้ดี สามารถใช้ได้ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืนเพื่อลดอาการและป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการปวดขากรรไกร เสียงคลิกขณะอ้าปาก มีปัญหาอาการนอนกัดฟัน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

การหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) เป็นภาวะผิดปกติที่สามารถนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีปัญหานอนกรน

ตรวจนอนกรน ดีอย่างไร ประโยชน์ที่มากกว่าการแก้เสียงกรน

ตรวจนอนกรนไม่ได้แค่แก้ปัญหาเสียงดังรบกวนเท่านั้น แต่ยังช่วยวิเคราะห์คุณภาพการนอน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่อาจซ่อนอยู่

ตรวจการนอนหลับ Sleep Test ราคาประหยัด ตรวจได้แม้งบน้อย

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นวิธีการที่สำคัญในการวิเคราะห์ความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่กำลังนอนหลับ เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของร่างกายหลาย ๆ ด้าน

ลูกหายใจทางปาก อันตรายที่พ่อแม่คาดไม่ถึง ผลกระทบที่อาจเปลี่ยนอนาคตของลูก

ลูกหายใจทางปาก อาจดูเหมือนไม่อันตราย แต่จริง ๆ แล้วเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาการนอน การเจริญเติบโต และพัฒนาการสมองของเด็ก

นอนกรน เสี่ยง โรคใหลตาย ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

อาการนอนกรนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่สร้างความรำคาญใจให้กับคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่อันตรายถึงชีวิต

แก้นอนกัดฟันด้วยยางกัดฟัน

นอนกัดฟันคืออะไร? การนอนกัดฟัน หรือ Sleep Bruxism เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองมีพฤติกรรมนอนกัดฟัน เพราะมักเกิดขึ้นในขณะที่กำลังนอนหลับและตอนที่ไม่รู้ตัว อาจเป็นเพียงพฤติกรรมที่ไม่ได้ส่งผลเสียใหญ่โตมากนัก แต่อสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น ฟันสึกกร่อน ปวดข้อขากรรไกร และอาจมีผลเสียต่อเนื้อเยื่อกระดูกและเหงือกหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม สาเหตุของการนอนกัดฟัน ​American Academy of Sleep Medicine ได้กล่าวไว้ว่า ถึงแม้จะไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดว่านอนกัดฟันเกิดจากอะไร แต่ก็สามารถคาดเดาเอาได้จากหลายปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องที่พบได้บ่อย คือความเครียดและความวิตกกังวล เป็นสิ่งที่หลายคนกำลังเจออยู่ในชีวิตประจำวัน เวลาที่เราเครียดหรือวิตกกังวล อาจกัดฟันหรือกดดันฟันในช่วงเวลาเราที่ไม่รู้ตัวในระหว่างการนอนหลับ ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ปัญหาฟันซ้อนเก ความผิดปกติทางโครงสร้างฟัน ก็อาจทำให้เกิดพฤติกรรมนี้ได้​ การรักษานอนกัดฟันที่ VitalSleep Clinic ปัจจุบันมีวิธีการรักษานอนกัดฟันหลายวิธี คนไข้สามารถปรึกษาทันตแพทย์ แพทย์เฉพาะทาง หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง การรักษาสามารถทำได้ตั้งแต่การใช้เครื่องมือทันตกรรม เช่น การใช้ยางกัดฟันหรือเฝือกฟัน (Splint) สำหรับคนที่สงสัยว่าตัวเองกำลังมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วยกับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) จะช่วยวินิจฉัยและให้แนวทางการรักษาที่ตรงจุดมากขึ้น วิธีการเก็บรักษายางกัดฟัน ยางกัดฟันเหมาะกับใครบ้าง? การใช้ยางกัดฟันเหมาะกับผู้ที่มีพฤติกรรมนอนกัดฟันที่เรื้อรัง คนที่มีอาการเจ็บปวดฟันหรือขากรรไกรเมื่อตอนตื่นนอน โดยเฉพาะคนที่มีเสียงกัดฟันดังหรือรบกวนคนที่นอนข้าง ๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มีอาการรุนแรง เช่น ฟันสึกมากเกินไป ปวดขากรรไกรอย่างต่อเนื่อง หรือสงสัยว่ามีภาวะอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การหยุดหายใจขณะหลับ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับคำแนะนำการรักษาเพิ่มเติม ที่ VitalSleep Clinic เรามีการรักษานอนกัดฟันด้วย “ยางกัดฟันเฉพาะบุคคล” ที่ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับรูปฟันของแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ ต่างจากยางกัดฟันทั่วไปที่อาจไม่พอดีกับช่องปาก ยางกัดฟันของเราผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง มีความยืดหยุ่นและทนทาน สามารถช่วยลดแรงกดบนฟัน ลดอาการปวดกราม และป้องกันไม่ให้ฟันสึกจากการกัดฟันระหว่างนอนหลับ ข้อดีของยางกัดฟันที่ VitalSleep Clinic บทความที่เกี่ยวข้อง นอนกัดฟัน ปัญหาจุกจิก อาจเป็นเรื่องใหญ่ สรุป การนอนกัดฟันเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปแต่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้ยางกัดฟัน (Splint) อุปกรณ์นี้ช่วยป้องกันไม่ให้ฟันถูกทำลายจากการกัดฟันขณะหลับ ช่วยลดความเจ็บปวดและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับฟันและขากรรไกร การใช้ยางกัดฟันเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณมีอาการนอนกัดฟันที่รุนแรง ควรเข้ามาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

เครื่อง BiPAP คืออะไร BiPAP กับ CPAP ต่างกันยังไง?

BiPAP และ CPAP เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้การหายใจขัดข้องในช่วงนอนหลับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาการหายใจอุดกั้น ทั้ง BiPAP และ CPAP เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหานี้ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทั้งสองเครื่องนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของเครื่อง BiPAP และ CPAP รวมถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละเครื่อง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและเลือกใช้เครื่องที่เหมาะสมกับตัวเอง ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง CPAP CPAP คืออะไร? CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) คือเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับการบำบัดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หลักการของ CPAP คือการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่และส่งผ่านท่อเข้าสู่หน้ากากซึ่งครอบไปที่ปากและจมูกของผู้ใช้ แรงดันนี้จะช่วยเปิดทางเดินหายใจและป้องกันไม่ให้เกิดการอุดกั้นระหว่างการนอนหลับ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจ CPAP จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจขณะหลับ หลักการทำงานของ CPAP CPAP ทำงานโดยการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่ ส่งผ่านท่ออากาศเข้าสู่หน้ากากที่ครอบปากและจมูก ความดันที่เกิดขึ้นจะช่วยเปิดทางเดินหายใจที่อาจถูกบีบอัดหรืออุดตันในช่วงเวลาที่นอนหลับ แรงดันอากาศนี้จะถูกควบคุมให้คงที่ตลอดคืน ไม่ว่าคนไข้จะหายใจเข้าออกในจังหวะใดก็ตาม สิ่งนี้ทำให้การไหลเวียนของอากาศในระบบทางเดินหายใจเป็นปกติ ช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดหายใจขณะหลับอย่างมีประสิทธิภาพ ใครบ้าง? ที่ควรใช้ CPAP CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนในช่วงเวลาที่หลับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับทารกที่มีปัญหาปอดพัฒนาไม่สมบูรณ์หรือผู้ที่มีภาวะการหายใจไม่เพียงพอระหว่างหลับ CPAP ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ทำให้คนไข้รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในช่วงกลางวัน รับคำปรึกษา ฟรี! ขนาดและการพกพาของเครื่อง CPAP เครื่อง CPAP มีหลายขนาดให้เลือก สามารถเลือกตามความเหมาะสมของการใช้งานแต่ละคนได้เลย หากคุณใช้ที่บ้าน ขนาดของเครื่อง CPAP ที่ใหญ่กว่าอาจไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อย การเลือกเครื่อง CPAP ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวก ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง BiPAP BiPAP คืออะไร? BiPAP (Bilevel Positive Airway Pressure) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีหลักการทำงานคล้ายกับ CPAP แต่มีความแตกต่างสำคัญในเรื่องของการปรับแรงดันอากาศระหว่างการหายใจเข้าและหายใจออก BiPAP ถูกออกแบบมาให้สามารถสร้างแรงดันอากาศที่แตกต่างกันในจังหวะหายใจเข้าและหายใจออก ในขณะที่เครื่อง CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา การทำงานนี้ทำให้ BiPAP เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการแรงดันอากาศที่แตกต่างกันระหว่างหายใจเข้าและออก หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบการหายใจซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยโรคปอดและโรคทางระบบประสาท หลักการทำงานของ BiPAP เครื่อง BiPAP จะทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศ 2 ระดับระดับหนึ่งสำหรับการหายใจเข้า (IPAP: Inspiratory Positive Airway Pressure)ระดับสำหรับการหายใจออก (EPAP: Expiratory Positive Airway Pressure)ความแตกต่างของแรงดันนี้ช่วยให้คนไข้ที่มีปัญหาหายใจเข้าและออกได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อบกพร่อง ทำให้การหายใจกลับมาเป็นปกติ ใครควรใช้ BiPAP? BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อที่ทำให้การหายใจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจแบบซับซ้อนที่ CPAP ไม่สามารถช่วยได้ BiPAP เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยให้การหายใจกลับมาสู่ภาวะปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนาดและการใช้งานของเครื่อง BiPAP เครื่อง BiPAP มักจะมีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับเครื่อง CPAP แต่การออกแบบส่วนใหญ่จะเน้นที่การทำงานเงียบและให้ความสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ หลายรุ่นของ BiPAP ยังมีตัวเพิ่มความชื้นในอากาศที่ส่งผ่านท่อหายใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อเมือกในจมูกแห้ง ทำให้การใช้งานรู้สึกสบายขึ้น ความแตกต่างระหว่าง BiPAP และ CPAP ในขณะที่ CPAP ใช้แรงดันอากาศคงที่ในการช่วยรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ BiPAP มีความสามารถในการปรับแรงดันอากาศสองระดับสำหรับการหายใจเข้าและออก ความแตกต่างนี้ทำให้ BiPAP เหมาะกับคนไข้ที่มีภาวะการหายใจที่ซับซ้อนหรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น โรคปอดหรือปัญหาทางระบบประสาทนอกจากนี้ เครื่อง BiPAP ยังมีการทำงานที่ซับซ้อนกว่าซึ่งส่งผลให้ ราคาของ BiPAP มักจะสูงกว่า CPAP อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจรุนแรง ที่ไม่สามารถปรับตัวกับการใช้ CPAP ได้ BiPAP จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากช่วยให้หายใจได้สะดวกและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหายใจออกที่ BiPAP จะใช้แรงดันที่น้อยกว่าในช่วงหายใจเข้า สรุป CPAP และ BiPAP ต่างก็เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ทั้งสองมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างหลักในเรื่องของแรงดันอากาศที่ใช้ระหว่างการหายใจเข้าและออก CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา ในขณะที่ BiPAP สามารถปรับแรงดันอากาศตามความต้องการของผู้ป่วยได้BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน หรือมีภาวะทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ส่วน CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับทั่วไป การเลือกใช้เครื่องใดเครื่องหนึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้การรักษาที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย การเลือกเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นและลดความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!