• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
เมื่อน้ำหนักส่งผลต่อคุณภาพการนอน
แก้การนอนกรน
โดยปรับสมดุลร่างกาย

เมื่อน้ำหนักส่งผลต่อคุณภาพการนอน

แก้การนอนกรน
โดยปรับสมดุลร่างกาย
Table of Contents

แก้การนอนกรน จากสาเหตุหลักจากภาวะหนักเกิน น้ำหนักที่เกินเกณฑ์ไม่ได้กระทบแค่รูปร่าง แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ “ทางเดินหายใจ” ระหว่างการนอนหลับ เมื่อมีไขมันสะสมบริเวณคอ ลำคอ และช่องคอหอย จะทำให้กล้ามเนื้อรอบทางเดินหายใจแคบลง จนเกิดการสั่นของเนื้อเยื่อ  ซึ่งก็คือ “เสียงกรน” ที่หลายคนมองข้าม

และวิจัย The New England Journal of Medicine ได้ระบุไว้ว่า “การเพิ่มน้ำหนักเพียง 10% จากเดิม จะทำให้ค่าการหยุดหายใจ (AHI – Apnea Hypopnea Index) เพิ่มขึ้นถึง 32%  และเพิ่มโอกาสเกิดภาวะ OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรงมากขึ้นถึง 6 เท่า

กลไกที่น้ำหนักเกินส่งผลต่อคุณภาพการนอน

เมื่อไขมันสะสมเพิ่มขึ้น ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานช้าลง และระบบหายใจทำงานหนักขึ้นระหว่างหลับ โดยเฉพาะช่วง REM (หลับลึก) ทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่

ผลจากน้ำหนักเกินผลกระทบต่อการนอนผลต่อสุขภาพระยะยาว
ไขมันรอบคอและช่องคอหอยหนาขึ้นทางเดินหายใจแคบลง ทำให้การกรนเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
การทำงานของกล้ามเนื้อหายใจลดลงหายใจติดขัดระหว่างนอนความดันโลหิตสูง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ระดับฮอร์โมนเลปติน และเกรลินเสียสมดุลหิวบ่อย กระตุ้นให้น้ำหนักเพิ่มวงจรน้ำหนักเกิน–นอนไม่ดีซ้ำซ้อน
การนอนหลับไม่สนิทฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงความเครียดและอ่อนเพลียเรื้อรัง

ฟื้นฟูระบบร่างกายจากภายใน กุญแจสำคัญในการแก้การนอนกรน

อาการนอนกรนไม่ใช่เพียงปัญหาทางกายภาพ ของช่องคอเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความไม่สมดุลของร่างกาย ในหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็น ฮอร์โมน เมตาบอลิซึม และคุณภาพการนอน ซึ่งล้วนส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อทางเดินหายใจและสมองที่ควบคุมการหายใจระหว่างหลับ

ดังนั้น การรักษาอย่างได้ผลจำเป็นต้องดูแลแบบองค์รวม คือดูแลทั้งระบบหายใจ สมอง ฮอร์โมน และเมตาบอลิซึม ไปพร้อมกัน เพื่อฟื้นฟูสมดุลของร่างกายจากภายใน และลดการกรนจากต้นเหตุ

องค์ประกอบสำคัญของการปรับสมดุลร่างกาย

สมดุลฮอร์โมนการนอน (Melatonin & Cortisol)

ฮอร์โมนเหล่านี้ช่วยควบคุมวงจรการหลับ-ตื่น เมื่อเสียสมดุล ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะหลับตื้นและกรนได้ง่ายขึ้น

การทำงานของระบบเมตาบอลิซึม (Metabolic Function)

การเผาผลาญที่ช้าลงทำให้เกิดการสะสมของไขมันรอบคอและช่องคอ ซึ่งเพิ่มแรงกดต่อทางเดินหายใจโดยตรง

คุณภาพการนอน (Sleep Quality)

การนอนที่ไม่ลึกหรือหลับไม่เพียงพอทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจคลายตัวมากเกินไป ส่งผลให้เสียงกรนรุนแรงขึ้น

โภชนาการและการออกกำลังกาย :

การรับประทานอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำตาลและไขมันร่วมกับการออกกำลังกายที่เหมาะสม จะช่วยให้ฮอร์โมนและเมตาบอลิซึมกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล

ตรวจการนอนหลับ เพื่อหาสาเหตุของการนอนกรน

ก่อนเริ่มลดน้ำหนักเพื่อแก้การนอนกรน ควรตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าอาการกรนเกิดจากอะไร ไขมันรอบลำคอ กล้ามเนื้อหย่อน หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ผลตรวจจะช่วยให้วางแผนได้ตรงจุด การตรวจการนอนหลับคือ จุดเริ่มต้นของการแก้นอนกรนอย่างถูกทาง เพราะเมื่อรู้ต้นเหตุการลดน้ำหนักก็จะเห็นผลชัดเจนและยั่งยืนมากขึ้น

แก้อาการนอนกรนจากต้นเหตุ ที่ VitalSleep Clinic

อาการนอนกรน มักเกิดจาก “การตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนต้น” โดยเฉพาะบริเวณโคนลิ้นและลำคอ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การสะสมของไขมันรอบลำคอ ที่ทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวในขณะหลับ จึงเกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อและเสียงกรนตามมา ที่ VitalSleep Clinic เราเน้นแนวทางการแก้การนอนกรนจาก “ต้นเหตุ” ด้วยการ ลดไขมันเฉพาะจุดและฟื้นฟูสมดุลของกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอ เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น และช่วยให้นอนหลับได้ลึกกว่าเดิม

ลดไขมันบริเวณลำคอด้วย โปรแกรม CoolSwiss เทคโนโลยี สลายไขมันด้วยความเย็นระดับเซลล์ (Cryolipolysis) ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับบริเวณใต้คางและรอบลำคอ ช่วยลดปริมาณไขมันที่กดทับทางเดินหายใจ โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น ชทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้น และเสียงกรนลดลง

โปรแกรม Emface เทคโนโลยี ยกกระชับและฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้าโดยไม่ต้องใช้เข็ม ด้วยคลื่นพลังงาน HIFES + RF ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอให้แข็งแรงขึ้น ทำให้ กล้ามเนื้อรอบทางเดินหายใจมีแรงพยุงดีขึ้น ลิ้นและเพดานอ่อนหย่อนตัวน้อยลงการหายใจขณะหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุป

แก้การนอนกรน เริ่มจากการเข้าใจว่าน้ำหนักคือปัจจัยสำคัญที่ควบคุมการหายใจและการหลับลึก เพราะไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะบริเวณลำคอและทางเดินหายใจ จะไปกดทับกล้ามเนื้อและทำให้ช่องลมหดแคบลง ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อขณะหายใจ หรือ “เสียงกรน” ที่เราคุ้นเคย เมื่อเราปรับสมดุลร่างกายให้เข้าที่ ทั้งน้ำหนัก ฮอร์โมน และระบบเผาผลาญ ทางเดินหายใจก็เปิดโล่งขึ้น การหายใจระหว่างหลับเป็นจังหวะมากขึ้น สมองได้รับออกซิเจนเพียงพอ และเข้าสู่ช่วงหลับลึกได้ดีขึ้นตามลำดับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแก้นอนกรนโดยปรับสมดุลร่างกาย

1. การลดน้ำหนักช่วยแก้อาการกรนได้จริงไหม?
จริง เพราะน้ำหนักที่ลดลงจะช่วยลดแรงกดบริเวณลำคอ ทำให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น และเสียงกรนก็จะลดลง

2. ต้องลดน้ำหนักเท่าไหร่ถึงจะเห็นผล?
การลดเพียง 5–10% ของน้ำหนักตัว ก็สามารถช่วยลดความถี่ของการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้

3. ถ้าน้ำหนักปกติแต่ยังกรนอยู่ ทำอย่างไรดี?
ควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม เช่น โครงสร้างช่องคอ หรือตำแหน่งลิ้น โดยการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อวางแผนรักษาที่ตรงจุด

4. ถ้าน้ำหนักกลับมาขึ้นอีก การนอนกรนจะกลับมาไหม ?
มีโอกาส เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไขมันบริเวณลำคอ ลิ้น และช่องทางเดินหายใจ จะทำให้ช่องลมหดแคบลงอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อขณะหายใจและกลับมานอนกรนได้เหมือนเดิม

Related Blogs and Articles
นอนกรนเรื้อรัง

นอนกรนรักษามาตั้งหลายวิธีก็ไม่เห็นผล สุดท้ายก็ยังนอนกรนเสียงดังอยู่ดี ต้องรักษาด้วยวิธีไหนจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น มาหาคำตอบวิธีการรักษา

ข้อต่อขากรรไกรมีเสียง

เคยไหม? เวลาหาว อ้าปาก หรือเคี้ยวของแข็งแล้วได้ยินเสียง “คลิก” หรือ “กรอบแกรบ” จากบริเวณขากรรไกร อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรค

Sex เสื่อมเพราะนอนกรน

Sex เสื่อมเพราะนอนกรน หลายคนอาจเคยเจอกับปัญหาคู่รักนอนกรน มักจะถูกมองข้าม เพราะหลายคนคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่น่ามีผลกระทบที่สำคัญต่อสุขภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าอาการนอนกรนสามารถเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่น ๆ ที่ร้ายแรงได้ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และสามารถส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศได้ การหาวิธีรักษาการนอนกรนจึงไม่ใช่แค่เพื่อคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยรักษาความสัมพันธ์และสุขภาพทางเพศของคู่รักได้อีกด้วย การนอนกรนในผู้ชายและผู้หญิง หลายคนอาจเข้าใจว่าผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมีอาการนอนกรนที่มากกว่าผู้หญิง แต่งานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงก็สามารถนอนกรนได้เหมือนผู้ชายเช่นเดียวกัน จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sleep Medicine ในปี 2008 ที่ศึกษาการนอนกรนในประชากรวัยทำงานของประเทศสวีเดน พบว่า 24.5% ของผู้หญิงมีอาการนอนกรน มีอัตราที่ใกล้เคียงกับผู้ชาย ที่มีอัตราการนอนกรนอยู่ที่ 30.3% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้การนอนกรนแตกต่างกันไป อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะทางร่างกาย ฮอร์โมน และการใช้ชีวิต ​การนอนกรนมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศหรือไม่?​ มีงานวิจัย Erectile dysfunction in patient with obstructive sleep apnea ที่ว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาทางเพศ โดยเฉพาะภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) ในผู้ชาย การหยุดหายใจขณะหลับอาจส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง การผลิตไนตริกออกไซด์ลดลง การไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณอวัยวะเพศบกพร่อง ผลมาจากการขาดออกซิเจนระหว่างการนอนหลับ นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าและง่วงนอนในระหว่างวัน ซึ่งทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงไม่เฉพาะในผู้ชายเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบถึงเพศหญิงได้เช่นกัน​ สาเหตุของการนอนกรน การนอนกรนสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทำให้วิธีการรักษาอาการนอนกรนในผู้ชายและผู้หญิงอาจแตกต่างกันไปหลายปัจจัย ได้แก่ วิธีแก้ปัญหานอนกรนด้วยตนเอง แม้ว่าจะไม่มีวิธีที่สามารถรักษาอาการนอนกรนได้ด้วยตัวเองแบบรับประกัน 100% ว่าจะหายนอนกรนได้ แต่ก็มีวิธีการปรับเปลี่ยนวิธีการชีวิตที่สามารถช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการนอนกรนได้ วิธีการรักษานอนกรนที่ VitalSleep Clinic มีวิธีการรักษาทั้งแบบไม่ต้องผ่าตัดและการผ่าตัด โดยวิธีรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ได้แก่ การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy) การใช้เครื่องมือทันตกรรม (Oral Appliance) การใช้คลื่นความถี่ความถี่สูง (Radiofrequency) และการใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก (CPAP) สำหรับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่รุนแรงมาก การผ่าตัดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อขยายทางเดินหายใจ การผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular advancement, MMA) เคลื่อนขากรรไกรไปข้างหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเดินหายใจ สิ่งสำคัญคือต้องรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพของแต่ละคน เพราะการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีผลกระทบต่อสุขภาพของคุณในระยะยาว การได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้คุณและคนที่คุณรักสามารถนอนหลับได้ดี สรุป การนอนกรนไม่ใช่แค่ปัญหาเล็กน้อยที่รบกวนการนอนหลับของคุณหรือคู่รักเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย สมรรถภาพทางเพศ และสุขภาพจิตได้ด้วย อาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ร้ายแรงกว่าที่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ตรวจการนอนหลับ

เหนื่อยแม้นอนเต็มคืน อาจเกิดจากคุณภาพการนอนที่ไม่สมดุล วงจรหลับลึกและ REM Sleep สั้นลง ตรวจการนอนหลับช่วยค้นหาสาเหตุได้

แก้นอนกรน ด้วย myofunctional therapy

การนอนกรน เป็นปัญหาการนอนที่พบได้บ่อยและส่งผลต่อทั้งคนที่นอนกรนและคนรอบข้าง แม้ว่าจะมีวิธีการรักษานอนกรนหลายรูปแบบ แต่ Myofunctional Therapy

ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย

การนอนกรนในเด็ก ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่ากำลังมีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ ซอาจส่งผลต่อสมอง พฤติกรรม และการเจริญเติบโตในเด็กได้

ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

การนอนกรนเป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้าม ที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาทางสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!