• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
อาการหายใจไม่อิ่ม
หายใจไม่สุด
เรื่องเล็กหรือสัญญาณโรคร้าย?

อาการหายใจไม่อิ่ม

หายใจไม่สุด
เรื่องเล็กหรือสัญญาณโรคร้าย?
Table of Contents

อาการหายใจไม่อิ่ม (Dyspnea) หรือที่หลายคนเรียกว่า “เหมือนหายใจไม่สุด” เป็นอาการที่เกิดได้จากหลายระบบ ทั้งระบบทางเดินหายใจ หัวใจ เลือด และแม้แต่ปัญหาทางจิตใจหรือประสาทสัมผัส

โดย งานทบทวนทางการแพทย์ ระบุว่า Dyspnea สามารถเกิดได้จากสาเหตุหลายอย่างตั้งแต่เฉียบพลันจนถึงเรื้อรัง และเป็นสัญญาณที่มักบอกโรคสำคัญที่ซ่อนอยู่ได้ ดังนั้นการพิจารณาสาเหตุต้องดูทั้งปัจจัยทางร่างกายและจิตใจร่วมกัน

ความรู้สึกที่ผู้ป่วยมักอธิบาย

  • เหมือนหายใจไม่สุด
  • หายใจเข้าได้แต่ไม่เต็มปอด
  • ต้องถอนหายใจแรง ๆ ถึงจะโล่งขึ้น

ทำไม? ถึงรู้สึกหายใจไม่อิ่ม

สาเหตุทางกายภาพ

  • โรคปอด เช่น หอบหืด ถุงลมโป่งพอง
  • โรคหัวใจ เช่น หัวใจล้มเหลว ลิ้นหัวใจรั่ว
  • ภาวะโลหิตจาง ที่ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน

สาเหตุทางจิตใจ

ภาวะเครียด วิตกกังวล หรือโรคแพนิค ทำให้ร่างกายหายใจเร็วและตื้น ส่งผลให้รู้สึก “ไม่อิ่ม”

ปัจจัยสิ่งแวดล้อม

เช่น อยู่ในที่อากาศอับชื้น มีฝุ่นเยอะ หรืออากาศร้อนอบอ้าว

อาการหายใจไม่อิ่ม หายใจไม่สุด เรื่องเล็กหรือสัญญาณโรคร้าย

โรคที่มักเกี่ยวข้องกับอาการหายใจไม่อิ่ม

  1. โรคปอดเรื้อรังและเฉียบพลัน เช่น COPD, หอบหืด, ปอดอักเสบ
    • ถ้าคุณมี COPD หรือหอบหืด จะรู้สึกหายใจไม่สบายโดยเฉพาะเวลาออกแรงหรือกลางคืน การรักษาแบบการฝึกปอดและยาขยายหลอดลมช่วยได้มาก
    • ใน งานวิจัยสำคัญ การรักษาของ Dyspnea ในคนที่เป็น COPD ให้ข้อมูลว่าการฟื้นฟูสมรรถภาพปอด (Pulmonary Rehabilitation) ลดอาการหายใจไม่อิ่มได้ชัดเจน และเป็นหนึ่งในการรักษาที่แนะนำในแนวทางปฏิบัติระหว่างประเทศ
  1. โรคหัวใจ เช่น Heart Failure หัวใจล้มเหลว, โรคหลอดเลือดหัวใจ
    • เมื่อหัวใจปั๊มเลือดได้น้อยลง เลือดคั่งที่ปอดหรือการไหลเวียนที่ผิดปกติจะทำให้การแลกเปลี่ยนแก๊สไม่ดี และเกิดอาการหายใจไม่อิ่มโดยเฉพาะตอนที่นอนราบหรือตอนออกแรง
    • ใน งานวิจัยสำคัญ บทความทางชีวกลไกและภาพรวมของภาวะหัวใจล้มเหลวอธิบายว่า Dyspnea เป็นอาการเด่นของภาวะหัวใจล้มเหลวและเป็นตัวทำนายความรุนแรง/ผลลัพธ์ของโรคได้
  1. ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA)
    • OSA ทำให้การหายใจขณะหลับถูกรบกวนเป็นพัก ๆ เกิดการลดลงของออกซิเจนในเลือดและการนอนที่ไม่ต่อเนื่อง คนไข้จะตื่นมารู้สึกไม่สดชื่นและมีความรู้สึกหายใจไม่อิ่มในระหว่างวันได้
    • ใน งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษาล่าสุดพบความสัมพันธ์ระหว่าง OSA และความรุนแรงของอาการ Dyspnea รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ลดลงในคนไข้บางกลุ่ม OSA อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนรู้สึกหายใจไม่อิ่มแม้ไม่มีโรคปอดหรือหัวใจชัดเจน
  1. ภาวะวิตกกังวลหรือแพนิค (Anxiety / Panic Disorder)
    • ในภาวะวิตกกังวลหรือแพนิค มักหายใจเร็วจนเกิดการหายใจเกิน (Hyperventilation) ทำให้ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดลดลง เกิดอาการหน้ามืด ชา หรือความรู้สึกหายใจไม่อิ่ม แม้ระบบปอดหรือหัวใจจะปกติ
    • มีงานวิจัยที่ศึกษา Interoception (การรับรู้สภาวะภายในร่างกาย) และ Dyspnea ในคนที่เป็นแพนิค พบว่าคนที่เป็นแพนิครายงาน Dyspnea มากกว่ากลุ่มควบคุม และความไวต่อความรู้สึกการหายใจมีส่วนอธิบายอาการ

บริการของ VitalSleep Clinic ที่ช่วยลดอาการหายใจไม่อิ่ม

บริการช่วยลดอาการหายใจไม่อิ่มได้อย่างไรเหมาะกับใคร
Sleep Testช่วยหาสาเหตุว่าอาการหายใจไม่อิ่มมาจาก หยุดหายใจขณะหลับ, กรน, ปัญหาการหายใจขณะนอนคนที่มีอาการหายใจไม่อิ่มบ่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะตอนกลางคืน
CPAPลดภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (OSA) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการหายใจไม่อิ่มกลางคืนคนที่ตรวจพบว่ามี Sleep Apnea ระดับปานกลางถึงรุนแรง
Oral Applianceทำให้การหายใจระหว่างนอนสะดวกขึ้น ลดอาการหายใจไม่อิ่มและลดเสียงกรนคนที่มีกรนหรือหยุดหายใจระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และไม่สะดวกใช้ CPAP
Myofunctional Therapyลดการอุดกั้นทางเดินหายใจ เพิ่มการหายใจที่โล่งขึ้นทั้งกลางวันและกลางคืนคนที่กรน, หยุดหายใจเล็กน้อย, เด็กที่มีพฤติกรรมหายใจทางปาก
โปรแกรม EXOMINDช่วยให้หลับลึก ลดความเครียด และลดอาการหายใจตื้นจากภาวะวิตกกังวล/นอนไม่หลับคนที่มีหายใจไม่อิ่มจากความเครียด, นอนหลับไม่ลึก, วิตกกังวล
โปรแกรม mHBOTเพิ่มปริมาณออกซิเจนในเลือด ฟื้นฟูเซลล์ ลดความเหนื่อยล้าและอาการหายใจไม่อิ่มคนที่มีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ, อ่อนเพลีย, ฟื้นตัวช้า

สรุป

อาการหายใจไม่อิ่มอาจเป็นเรื่องเล็กในบางคน แต่ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงในอีกหลายกรณี หากอาการเกิดขึ้นบ่อยหรือมีอาการร่วม ควรรีบพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

FAQs คำถามที่พบบ่อย

  • หายใจไม่อิ่มแต่ไม่เจ็บหน้าอก อันตรายไหม?
    อาจไม่อันตราย แต่ควรสังเกตอาการ หากเป็นบ่อยควรไปพบแพทย์
  • ความเครียดทำให้หายใจไม่อิ่มได้จริงหรือ?
    ความเครียดและภาวะแพนิคทำให้หายใจเร็วและรู้สึกไม่อิ่ม
  • ออกกำลังกายแล้วหายใจไม่อิ่มผิดปกติหรือเปล่า?
    หากเป็นเพียงชั่วคราวถือว่าปกติ แต่ถ้าเกิดบ่อยควรตรวจสุขภาพ
  • อาการนี้เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ไหม?
    ใช่ คนที่ติดเชื้อโควิดบางรายมีภาวะหายใจไม่อิ่มแม้หายป่วยแล้ว
  • ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?
    หากมีอาการร่วม เช่น เจ็บหน้าอก เวียนศีรษะ หรือไอเรื้อรัง ควรพบแพทย์ทันที
Related Blogs and Articles
snoring test

ตรวจการนอนกรน ราคาเหมาะสม คุ้มค่าในการดูแลสุขภาพ ช่วยวิเคราะห์คุณภาพการนอน ลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อน เข้าใจร่างกายอย่างแท้จริง

การรักษาโรคกรน

โรคกรน เกิดจากการสั่นของเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนและลำคอ เสียงกรนอาจเบาๆ หรือดังจนรบกวนคนอื่น การกรนไม่ใช่เรื่องเล็ก

BiPAP กับ CPAP ต่างกันยังไง

BiPAP และ CPAP เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้การหายใจขัดข้องในช่วงนอนหลับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาการหายใจอุดกั้น ทั้ง BiPAP และ CPAP เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหานี้ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทั้งสองเครื่องนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของเครื่อง BiPAP และ CPAP รวมถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละเครื่อง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและเลือกใช้เครื่องที่เหมาะสมกับตัวเอง ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง CPAP CPAP คืออะไร? CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) คือเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับการบำบัดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หลักการของ CPAP คือการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่และส่งผ่านท่อเข้าสู่หน้ากากซึ่งครอบไปที่ปากและจมูกของผู้ใช้ แรงดันนี้จะช่วยเปิดทางเดินหายใจและป้องกันไม่ให้เกิดการอุดกั้นระหว่างการนอนหลับ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจ CPAP จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจขณะหลับ หลักการทำงานของ CPAP CPAP ทำงานโดยการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่ ส่งผ่านท่ออากาศเข้าสู่หน้ากากที่ครอบปากและจมูก ความดันที่เกิดขึ้นจะช่วยเปิดทางเดินหายใจที่อาจถูกบีบอัดหรืออุดตันในช่วงเวลาที่นอนหลับ แรงดันอากาศนี้จะถูกควบคุมให้คงที่ตลอดคืน ไม่ว่าคนไข้จะหายใจเข้าออกในจังหวะใดก็ตาม สิ่งนี้ทำให้การไหลเวียนของอากาศในระบบทางเดินหายใจเป็นปกติ ช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดหายใจขณะหลับอย่างมีประสิทธิภาพ ใครบ้าง? ที่ควรใช้ CPAP CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนในช่วงเวลาที่หลับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับทารกที่มีปัญหาปอดพัฒนาไม่สมบูรณ์หรือผู้ที่มีภาวะการหายใจไม่เพียงพอระหว่างหลับ CPAP ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ทำให้คนไข้รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในช่วงกลางวัน รับคำปรึกษา ฟรี! ขนาดและการพกพาของเครื่อง CPAP เครื่อง CPAP มีหลายขนาดให้เลือก สามารถเลือกตามความเหมาะสมของการใช้งานแต่ละคนได้เลย หากคุณใช้ที่บ้าน ขนาดของเครื่อง CPAP ที่ใหญ่กว่าอาจไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อย การเลือกเครื่อง CPAP ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวก ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง BiPAP BiPAP คืออะไร? BiPAP (Bilevel Positive Airway Pressure) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีหลักการทำงานคล้ายกับ CPAP แต่มีความแตกต่างสำคัญในเรื่องของการปรับแรงดันอากาศระหว่างการหายใจเข้าและหายใจออก BiPAP ถูกออกแบบมาให้สามารถสร้างแรงดันอากาศที่แตกต่างกันในจังหวะหายใจเข้าและหายใจออก ในขณะที่เครื่อง CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา การทำงานนี้ทำให้ BiPAP เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการแรงดันอากาศที่แตกต่างกันระหว่างหายใจเข้าและออก หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบการหายใจซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยโรคปอดและโรคทางระบบประสาท หลักการทำงานของ BiPAP เครื่อง BiPAP จะทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศ 2 ระดับระดับหนึ่งสำหรับการหายใจเข้า (IPAP: Inspiratory Positive Airway Pressure)ระดับสำหรับการหายใจออก (EPAP: Expiratory Positive Airway Pressure)ความแตกต่างของแรงดันนี้ช่วยให้คนไข้ที่มีปัญหาหายใจเข้าและออกได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อบกพร่อง ทำให้การหายใจกลับมาเป็นปกติ ใครควรใช้ BiPAP? BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อที่ทำให้การหายใจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจแบบซับซ้อนที่ CPAP ไม่สามารถช่วยได้ BiPAP เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยให้การหายใจกลับมาสู่ภาวะปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนาดและการใช้งานของเครื่อง BiPAP เครื่อง BiPAP มักจะมีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับเครื่อง CPAP แต่การออกแบบส่วนใหญ่จะเน้นที่การทำงานเงียบและให้ความสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ หลายรุ่นของ BiPAP ยังมีตัวเพิ่มความชื้นในอากาศที่ส่งผ่านท่อหายใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อเมือกในจมูกแห้ง ทำให้การใช้งานรู้สึกสบายขึ้น ความแตกต่างระหว่าง BiPAP และ CPAP ในขณะที่ CPAP ใช้แรงดันอากาศคงที่ในการช่วยรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ BiPAP มีความสามารถในการปรับแรงดันอากาศสองระดับสำหรับการหายใจเข้าและออก ความแตกต่างนี้ทำให้ BiPAP เหมาะกับคนไข้ที่มีภาวะการหายใจที่ซับซ้อนหรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น โรคปอดหรือปัญหาทางระบบประสาทนอกจากนี้ เครื่อง BiPAP ยังมีการทำงานที่ซับซ้อนกว่าซึ่งส่งผลให้ ราคาของ BiPAP มักจะสูงกว่า CPAP อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจรุนแรง ที่ไม่สามารถปรับตัวกับการใช้ CPAP ได้ BiPAP จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากช่วยให้หายใจได้สะดวกและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหายใจออกที่ BiPAP จะใช้แรงดันที่น้อยกว่าในช่วงหายใจเข้า สรุป CPAP และ BiPAP ต่างก็เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ทั้งสองมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างหลักในเรื่องของแรงดันอากาศที่ใช้ระหว่างการหายใจเข้าและออก CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา ในขณะที่ BiPAP สามารถปรับแรงดันอากาศตามความต้องการของผู้ป่วยได้BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน หรือมีภาวะทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ส่วน CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับทั่วไป การเลือกใช้เครื่องใดเครื่องหนึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้การรักษาที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย การเลือกเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นและลดความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาวะเด็กนอนกรน

สำหรับเด็ก เสียงกรนที่เกิดขึ้นระหว่างการหลับอาจบ่งชี้ถึงความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ และอาจนำไปสู่ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

CoolSwiss ลดกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด

CoolSwiss หลายคนอาจคุ้นชื่อในนวัตกรรมด้านความงาม แต่คุณรู้ไหมว่า…สำหรับคนที่นอนกรนโดยเฉพาะจากสาเหตุ ไขมันสะสมบริเวณลำคอ

Treat teeth grinding with a mouthguard

นอนกัดฟันคืออะไร? การนอนกัดฟัน หรือ Sleep Bruxism เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองมีพฤติกรรมนอนกัดฟัน เพราะมักเกิดขึ้นในขณะที่กำลังนอนหลับและตอนที่ไม่รู้ตัว อาจเป็นเพียงพฤติกรรมที่ไม่ได้ส่งผลเสียใหญ่โตมากนัก แต่อสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น ฟันสึกกร่อน ปวดข้อขากรรไกร และอาจมีผลเสียต่อเนื้อเยื่อกระดูกและเหงือกหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม สาเหตุของการนอนกัดฟัน ​American Academy of Sleep Medicine ได้กล่าวไว้ว่า ถึงแม้จะไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดว่านอนกัดฟันเกิดจากอะไร แต่ก็สามารถคาดเดาเอาได้จากหลายปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องที่พบได้บ่อย คือความเครียดและความวิตกกังวล เป็นสิ่งที่หลายคนกำลังเจออยู่ในชีวิตประจำวัน เวลาที่เราเครียดหรือวิตกกังวล อาจกัดฟันหรือกดดันฟันในช่วงเวลาเราที่ไม่รู้ตัวในระหว่างการนอนหลับ ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ปัญหาฟันซ้อนเก ความผิดปกติทางโครงสร้างฟัน ก็อาจทำให้เกิดพฤติกรรมนี้ได้​ การรักษานอนกัดฟันที่ VitalSleep Clinic ปัจจุบันมีวิธีการรักษานอนกัดฟันหลายวิธี คนไข้สามารถปรึกษาทันตแพทย์ แพทย์เฉพาะทาง หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง การรักษาสามารถทำได้ตั้งแต่การใช้เครื่องมือทันตกรรม เช่น การใช้ยางกัดฟันหรือเฝือกฟัน (Splint) สำหรับคนที่สงสัยว่าตัวเองกำลังมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วยกับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) จะช่วยวินิจฉัยและให้แนวทางการรักษาที่ตรงจุดมากขึ้น วิธีการเก็บรักษายางกัดฟัน ยางกัดฟันเหมาะกับใครบ้าง? การใช้ยางกัดฟันเหมาะกับผู้ที่มีพฤติกรรมนอนกัดฟันที่เรื้อรัง คนที่มีอาการเจ็บปวดฟันหรือขากรรไกรเมื่อตอนตื่นนอน โดยเฉพาะคนที่มีเสียงกัดฟันดังหรือรบกวนคนที่นอนข้าง ๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มีอาการรุนแรง เช่น ฟันสึกมากเกินไป ปวดขากรรไกรอย่างต่อเนื่อง หรือสงสัยว่ามีภาวะอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การหยุดหายใจขณะหลับ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับคำแนะนำการรักษาเพิ่มเติม ที่ VitalSleep Clinic เรามีการรักษานอนกัดฟันด้วย “ยางกัดฟันเฉพาะบุคคล” ที่ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับรูปฟันของแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ ต่างจากยางกัดฟันทั่วไปที่อาจไม่พอดีกับช่องปาก ยางกัดฟันของเราผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง มีความยืดหยุ่นและทนทาน สามารถช่วยลดแรงกดบนฟัน ลดอาการปวดกราม และป้องกันไม่ให้ฟันสึกจากการกัดฟันระหว่างนอนหลับ ข้อดีของยางกัดฟันที่ VitalSleep Clinic บทความที่เกี่ยวข้อง นอนกัดฟัน ปัญหาจุกจิก อาจเป็นเรื่องใหญ่ สรุป การนอนกัดฟันเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปแต่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้ยางกัดฟัน (Splint) อุปกรณ์นี้ช่วยป้องกันไม่ให้ฟันถูกทำลายจากการกัดฟันขณะหลับ ช่วยลดความเจ็บปวดและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับฟันและขากรรไกร การใช้ยางกัดฟันเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณมีอาการนอนกัดฟันที่รุนแรง ควรเข้ามาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!