• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
นอนกัดฟัน
กำลังทำร้ายฟันตัวเอง
ตอนนอนอยู่หรือเปล่า?

นอนกัดฟัน

กำลังทำร้ายฟันตัวเอง
ตอนนอนอยู่หรือเปล่า?
Table of Contents

การนอนกัดฟัน หรือ Bruxism เป็นภาวะที่หลายคนอาจไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมี เพราะเกิดขึ้นตอนนอนหลับ หรือบางคนอาจเกิดขณะตื่นในช่วงที่กำลังเครียดหรือจดจ่อกับอะไรบางอย่างมากเกินไป

โดยทั่วไปการนอนกัดฟันแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ

  • การนอนกัดฟันตอนหลับ (Sleep Bruxism)
    เกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับ โดยที่ตัวเองมักจะไม่รู้ตัว แต่คนรอบข้างอาจได้ยินเสียงฟันเสียดสีกัน
  • การกัดฟันตอนตื่น (Awake Bruxism)
    มักเกิดขึ้นในช่วงที่มีความเครียด กังวล หรือกำลังใช้สมาธิสูง เช่น ทำงาน อ่านหนังสือ หรือตอนกำลังขับรถ

แม้จะดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่การกัดฟันเป็นประจำส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพช่องปาก กล้ามเนื้อใบหน้า ไปจนถึงคุณภาพการนอนและสุขภาพกายโดยรวมได้เลย

สาเหตุของการนอนกัดฟัน Bruxism

  1. ความเครียดและความกังวล
    หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้คนเรานอนกัดฟันก็คือ ความเครียดสะสม ไม่ว่าจะมาจากการทำงาน ปัญหาส่วนตัว หรือการเรียน เมื่อสมองเครียด ร่างกายก็อาจแสดงออกผ่านการกัดฟันตอนนอนโดยไม่รู้ตัว
  1. โครงสร้างฟันและการสบฟันผิดปกติ
    หากฟันของเราสบกันไม่พอดี (Malocclusion) หรือมีฟันซ้อน ฟันเก ก็มีโอกาสทำให้เกิดแรงเสียดทานและกัดฟันมากกว่าคนปกติ
  1. ปัจจัยทางพันธุกรรม
    งานวิจัย Genome-Wide Association Study จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 377,277 คน พบตัวแปรพันธุกรรมที่สำคัญ (SNP) ในยีน MYO3B ที่มีความสัมพันธ์กับภาวะนอนกัดฟัน (Probable Sleep Bruxism) และเชื่อมโยงกับโรคอื่น ๆ เช่น ปวดเรื้อรัง (Pain Diagnoses), Sleep Apnea, GERD ฯลฯ
  1. คาเฟอีน แอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่
    การดื่มกาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง หรือแอลกอฮอล์ก่อนนอน รวมถึงการสูบบุหรี่ สามารถกระตุ้นระบบประสาทให้ทำงานมากเกินไป และเพิ่มโอกาสเกิดการนอนกัดฟันได้สูงขึ้น
  1. ความผิดปกติของการนอน เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
    คนที่มี Obstructive Sleep Apnea (OSA) มักมีอัตราการนอนกัดฟันสูงกว่าคนทั่วไป เพราะการขาดอากาศหายใจทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียด และแสดงออกผ่านการสบฟัน

อาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจนอนกัดฟัน

  • ปวดกรามและข้อต่อขากรรไกร
    ตื่นนอนแล้วรู้สึกเจ็บเมื่ออ้าปาก เคี้ยวอาหาร หรือหาวบ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกัดฟันแรงตอนหลับ
  • ฟันสึกหรือแตกหัก
    คนที่นอนกัดฟันบ่อย ๆ จะมีร่องรอยการสึกบนผิวฟัน เคลือบฟันบางลง หรือในบางกรณีอาจถึงขั้นฟันแตก
  • ปวดหัวตอนตื่นนอน
    การเกร็งกล้ามเนื้อขากรรไกรเป็นเวลานานทำให้เกิดอาการปวดหัว โดยเฉพาะบริเวณขมับ
  • เสียงดังรบกวนคนข้าง ๆ
    คู่สมรสหรือคนในครอบครัวอาจได้ยินเสียงฟันเสียดสีกันในตอนกลางคืน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอาการชี้ชัดของการนอนกัดฟัน

งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการนอนกัดฟัน

จากข้อมูลใน Sleep Foundation ระบุว่าในประเทศไทยจะยังมีข้อมูลเชิงสถิติที่ชัดเจนเกี่ยวกับภาวะ นอนกัดฟัน (Bruxism) ค่อนข้างจำกัด แต่สามารถใช้ข้อมูลจากต่างประเทศมาเปรียบเทียบเพื่อประเมินแนวโน้มได้

  • วัยรุ่น (Teenagers) มีอัตราการนอนกัดฟันสูงถึงประมาณ 15%
  • วัยทำงานหรือวัยกลางคน (Middle-aged adults) อยู่ที่ราว 8%
  • ส่วนผู้สูงอายุ (Older adults) ลดลงเหลือเพียง 3%

ข้อมูลนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า นอนกัดฟันไม่ใช่เรื่องไกลตัวและพบได้ในหลายช่วงวัย แต่กลุ่มเสี่ยงหลักคือวัยรุ่นและวัยทำงาน ควรได้รับการดูแลและตรวจเช็กอย่างต่อเนื่อง

วิธีรักษาและบรรเทาการนอนกัดฟัน

1. ปรับพฤติกรรม (Behavioral Modification)

การปรับพฤติกรรม แพทย์เฉพาะทางให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการนอนกัดฟัน เช่น การสังเกตขณะตื่นหรือในช่วงกลางคืน เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น พฤติกรรมเกร็งขากรรไกร ช่วยลดการกัดฟันโดยไม่รู้ตัว

2. ใส่เฝือกสบฟัน (Splint)

ใช้ Splint ทำแบบเฉพาะบุคคล ให้ครอบบริเวณฟันบนหรือฟันล่าง

  • ป้องกันไม่ให้ฟันบน-ล่างสัมผัสกันโดยตรง
  • ลดแรงบดขบ ทำให้ลดปัญหาฟันสึก ฟันแตก หรือปวดข้อต่อขากรรไกร
  • ช่วยลดเสียงคลิกหรือความเสียหายของข้อต่อขากรรไกรในระยะยาว
นอนกัดฟัน กำลังทำร้ายฟันตัวเองตอนนอนอยู่หรือเปล่า

3. การทำ Myofunctional Therapy

การฝึกกล้ามเนื้อในช่องปากและลิ้น เพื่อปรับสมดุลการทำงานของระบบหายใจและลดการกัดฟัน เป็นการบำบัดที่ใช้การฝึกกล้ามเนื้อรอบบริเวณขากรรไกร ลิ้น และปาก ช่วยลดแรงกดที่เกิดจากการกัดฟันในขณะที่กำลังนอนหลับ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการเจ็บบริเวณขากรรไกรและฟัน

สรุป

นอนกัดฟันอาจฟังดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่จริง ๆ แล้วส่งผลต่อทั้งสุขภาพช่องปาก คุณภาพการนอน และสุขภาพโดยรวม การใส่ใจหาสาเหตุและเข้ารับการรักษาตั้งแต่แรก คือทางออกที่ดีที่สุดที่จะช่วยป้องกันความเสียหายในระยะยาว

FAQs คำถามที่พบบ่อย

1. นอนกัดฟันอันตรายไหม?

ใช่ เพราะอาจทำให้ฟันสึก ปวดกราม และส่งผลต่อสุขภาพจิตใจในระยะยาว

2. เด็กนอนกัดฟันจำเป็นต้องรักษาหรือไม่?

บางรายหายเองเมื่อโตขึ้น แต่หากกัดแรงจนฟันสึก ควรปรึกษาทันตแพทย์

3. แก้นอนกัดฟันได้ถาวรไหม?

ขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากความเครียด การปรับพฤติกรรมช่วยได้ แต่บางคนอาจต้องใช้เฝือกสบฟันควบคู่กัน

4. การดื่มกาแฟเกี่ยวข้องกับนอนกัดฟันไหม?

ใช่ คาเฟอีนสามารถกระตุ้นระบบประสาทและเพิ่มโอกาสกัดฟัน

5. ถ้าไม่รักษานอนกัดฟันจะเกิดอะไรขึ้น?

อาจทำให้ฟันสึก ฟันแตก ปวดกรามเรื้อรัง และนอนหลับไม่สนิท

Related Blogs and Articles
เสียงกรนเตือนภัยสุขภาพ

เสียงกรนอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก ตรวจการนอนกรนช่วยค้นหาความผิดปกติ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

เสียงกรนไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ชาย

ผู้หญิงก็มีแนวโน้มที่จะนอนกรนได้ไม่แพ้ผู้ชาย! แม้เสียงกรนอาจเบากว่า หรือพบได้น้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากภาวะนี้

ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

การนอนกรนเป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้าม ที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาทางสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

sudden death silent danger

นอนกรน ใครจะคิดว่า “เสียงกรน” ที่ดูเหมือนเรื่องธรรมดา อาจกลายเป็นภัยเงียบที่พรากชีวิตคนที่คุณรักไปอย่างไม่รู้ตัว “ใหลตาย” (Sudden Unexpected Nocturnal Death Syndrome หรือ SUNDS) คือหนึ่งในภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในอาการนอนกรน โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (OSA) เข้าใจ “ใหลตาย” ภัยเงียบที่พรากชีวิตในยามหลับ “ใหลตาย” คือภาวะเสียชีวิตอย่างกะทันหันในขณะนอนหลับ โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดภายหลังชันสูตร มักเกิดในคนที่ดูเหมือนสุขภาพแข็งแรงดี ในกลุ่มชายวัยหนุ่มสาวในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์สาเหตุของอาการใหลตายยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด แต่จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่า ผู้เสียชีวิตจำนวนมากมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ที่มีจุดร่วมสำคัญคือ “การนอนกรน” งานวิจัยที่มีความเชื่อมโยง “ใหลตาย” งานวิจัยในประเทศไทยโดย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พบว่าในกลุ่มผู้ป่วยใหลตายที่รอดชีวิต มีสัดส่วนมากถึง 80% ที่มีอาการหยุดหายใจขณะหลับ​ในประเทศฟิลิปปินส์ มีวิจัยจาก PubMed รายงานว่าชายหนุ่มวัยทำงานเสียชีวิตจากอาการใหลตาย จำนวนมากมีประวัติ “นอนกรนเสียงดัง” และ “หายใจติดขัดกลางดึก”​การศึกษาจาก JACC Journals ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ก็พบว่า OSA เพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจอย่างเฉียบพลัน รวมถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงในขณะหลับ สัญญาณที่บ่งชี้ว่าอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กรนเสียงดังหยุดหายใจเงียบ ๆ ชั่วครู่ แล้วเฮือกสะดุ้งตื่นกลางดึก หายใจไม่ทันตื่นนอนแล้วรู้สึกไม่สดชื่นง่วงตอนกลางวัน สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวนปวดหัวตอนเช้า ความดันสูง เบาหวานหรือโรคหัวใจ ปรึกษาปัญหากับผู้เชี่ยวชาญ ฟรี! https://www.youtube.com/shorts/VQlGzDh6-_Q ทำไมภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ถึงเสี่ยงต่อ “ใหลตาย”? ออกซิเจนต่ำซ้ำซากการหยุดหายใจหลายครั้งต่อคืน ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ ส่งผลต่อหัวใจและสมองอย่างรุนแรงหัวใจเต้นผิดจังหวะภาวะ OSA เพิ่มความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบventricular fibrillation ที่อาจนำไปสู่หัวใจหยุดเต้นในขณะหลับกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติภาวะออกซิเจนต่ำกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเธติก ทำให้ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจผันผวนอย่างรุนแรงสมองขาดออกซิเจนการขาดออกซิเจนในสมองซ้ำซาก อาจทำให้เกิดการชักหรือสูญเสียการควบคุมระบบสำคัญในร่างกาย แนวทางการรักษาอาการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับเพื่อป้องกัน “ใหลตาย” การรักษาที่เหมาะสมสามารถลดความเสี่ยงใหลตายได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยแนวทางการรักษาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก1. การรักษาแบบไม่ใช้เครื่องมือปรับพฤติกรรม เช่น ลดน้ำหนัก งดแอลกอฮอล์ งดยานอนหลับ นอนตะแคงฝึกการหายใจ และกล้ามเนื้อในช่องปาก (Myofunctional Therapy) ช่วยกระชับกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ2. การรักษาด้วยอุปกรณ์CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก ที่ถือเป็นมาตรฐานทองในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับOral Appliance (เครื่องมือทันตกรรม) ช่วยดันขากรรไกรล่างไปด้านหน้า เปิดทางเดินหายใจ เหมาะกับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง3. การรักษาแบบผ่าตัดและหัตถการผ่าตัดช่องทางเดินหายใจ เช่น ตัดต่อมทอนซิล ผ่าตัดเพดานอ่อนผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular Advancement)รักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency)เลเซอร์ หรือร้อยไหมยกเพดานอ่อน สำหรับกรณีมีอาการนอนกรนที่ไม่ซับซ้อนอย่าปล่อยให้ “กรน” กลายเป็นคำบอกลาสุดท้ายเสียงกรนอาจไม่ใช่แค่เรื่องกวนใจของคนข้างเตียง แต่มันคือ “สัญญาณเตือน” โดยเฉพาะในคนที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น น้ำหนักเกิน มีคอหนา เป็นเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงการตรวจ Sleep Test คือกุญแจสำคัญ ในการวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และวางแผนรักษาได้อย่างแม่นยำ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย

เครื่องช่วยหายใจนอนกรน

หลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินถึงวิธีการรักษาอาการนอนกรนที่มีหลากหลายรูปแบบ ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงเครื่องช่วยหายใจสำหรับคนนอนกรน

นอนกัดฟัน อันตรายไหม

แม้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการนอนกัดฟันที่แน่ชัดได้ แต่งานวิจัยพบว่า "ความเครียด" และ "ความวิตกกังวล" เป็นปัจจัยหลักของอาการนี้ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความเครียดเรื้อรังและการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยเฉพาะการกระตุ้นแกน HPA (Hypothalamic-Pituitary-Adrenal axis) ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มระดับคอร์ติซอลในน้ำลาย และอาจทำให้เกิดพฤติกรรมกัดฟันซ้ำๆ ขณะนอนหลับ ข้อมูลงานวิจัยจาก PubMed Central (PMC) นอนกัดฟัน คืออะไร? นอนกัดฟัน (Bruxism) คือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับ โดยผู้ป่วยจะขบฟันหรือบดฟันไปมาโดยไม่รู้ตัว อาจมีเสียงกัดฟันดังจนคนข้าง ๆ สะดุ้งตื่นกลางดึก ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และคุณภาพการนอน คนที่นอนกัดฟันมักมีอาการปวดกราม ปวดข้อต่อขากรรไกรหรือปวดศีรษะตอนตื่นนอน บางรายอาจมีพฤติกรรมนอนกัดฟันมากกว่า 100 ครั้งต่อคืนด้วย เช็กอาการ จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณนอนกัดฟัน? เพราะอาการมักเกิดขณะนอนหลับโดยที่เราไม่รู้ตัว วิธีที่ดีที่สุดในการวินิจฉัย คือ “การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test)” สามารถตรวจจับการทำงานของกล้ามเนื้อขณะนอนหลับได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตอาการต่อไปนี้ได้ด้วยตัวเอง ดังนี้ ผลเสียจากการนอนกัดฟัน แม้อาการจะดูไม่รุนแรงมากในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้นานอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น วิธีรักษาอาการนอนกัดฟันแบบเฉพาะทางที่ VitalSleep Clinic ที่ VitalSleep Clinic เราใช้แนวทางวินิจฉัยอย่างครอบคลุม พร้อมวิธีรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อหยุดพฤติกรรมกัดฟันขณะหลับอย่างได้ผล 1. ใช้อุปกรณ์ครอบฟันกันกัดฟันเฉพาะบุคคล (Splint) หากพบว่าการนอนกัดฟันไม่ได้เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แพทย์เฉพาะทางจะทำ Splint หรือ Night Guard แบบเฉพาะบุคคล ให้พอดีกับฟันและขากรรไกรของผู้ป่วย อ่านเพิ่มเติม 2. Myofunctional Therapy หากการนอนกัดฟันเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกลืนผิดปกติหรือลิ้นตกขณะนอน แพทย์เฉพาะทางอาจแนะนำให้บำบัดกล้ามเนื้อทางเดินหายใจและใบหน้า (Myofunctional Therapy) อ่านเพิ่มเติม สรุป นอนกัดฟันไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก ๆ ที่ควรมองข้าม เพราะอาจส่งผลต่อทั้งสุขภาพช่องปาก รูปหน้า ความสัมพันธ์ และคุณภาพชีวิต หากสงสัยว่าตัวเองมีอาการนอนกัดฟัน ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างตรงจุด ก่อนที่อาการจะลุกลามรุนแรงมากขึ้น

อาการผีอำ

เคยไหม…นอนอยู่ดี ๆ แล้วรู้สึกเหมือนมีบางอย่างทับอยู่บนอก ขยับตัวไม่ได้ หายใจก็อึดอัด นั่นแหละที่เราเรียกกันว่า “ผีอำ” อาการนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ

เด็กเล็ก นอนกรน

เด็กเล็ก นอนกรน เป็นประจำ อาจไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่คิด เพราะอาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการหายใจที่ส่งผลต่อหัวใจและสุขภาพโดยรวม

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!