• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
นอนกัดฟัน
กำลังทำร้ายฟันตัวเอง
ตอนนอนอยู่หรือเปล่า?

นอนกัดฟัน

กำลังทำร้ายฟันตัวเอง
ตอนนอนอยู่หรือเปล่า?
Table of Contents

การนอนกัดฟัน หรือ Bruxism เป็นภาวะที่หลายคนอาจไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมี เพราะเกิดขึ้นตอนนอนหลับ หรือบางคนอาจเกิดขณะตื่นในช่วงที่กำลังเครียดหรือจดจ่อกับอะไรบางอย่างมากเกินไป

โดยทั่วไปการนอนกัดฟันแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ

  • การนอนกัดฟันตอนหลับ (Sleep Bruxism)
    เกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับ โดยที่ตัวเองมักจะไม่รู้ตัว แต่คนรอบข้างอาจได้ยินเสียงฟันเสียดสีกัน
  • การกัดฟันตอนตื่น (Awake Bruxism)
    มักเกิดขึ้นในช่วงที่มีความเครียด กังวล หรือกำลังใช้สมาธิสูง เช่น ทำงาน อ่านหนังสือ หรือตอนกำลังขับรถ

แม้จะดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่การกัดฟันเป็นประจำส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพช่องปาก กล้ามเนื้อใบหน้า ไปจนถึงคุณภาพการนอนและสุขภาพกายโดยรวมได้เลย

สาเหตุของการนอนกัดฟัน Bruxism

  1. ความเครียดและความกังวล
    หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้คนเรานอนกัดฟันก็คือ ความเครียดสะสม ไม่ว่าจะมาจากการทำงาน ปัญหาส่วนตัว หรือการเรียน เมื่อสมองเครียด ร่างกายก็อาจแสดงออกผ่านการกัดฟันตอนนอนโดยไม่รู้ตัว
  1. โครงสร้างฟันและการสบฟันผิดปกติ
    หากฟันของเราสบกันไม่พอดี (Malocclusion) หรือมีฟันซ้อน ฟันเก ก็มีโอกาสทำให้เกิดแรงเสียดทานและกัดฟันมากกว่าคนปกติ
  1. ปัจจัยทางพันธุกรรม
    งานวิจัย Genome-Wide Association Study จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 377,277 คน พบตัวแปรพันธุกรรมที่สำคัญ (SNP) ในยีน MYO3B ที่มีความสัมพันธ์กับภาวะนอนกัดฟัน (Probable Sleep Bruxism) และเชื่อมโยงกับโรคอื่น ๆ เช่น ปวดเรื้อรัง (Pain Diagnoses), Sleep Apnea, GERD ฯลฯ
  1. คาเฟอีน แอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่
    การดื่มกาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง หรือแอลกอฮอล์ก่อนนอน รวมถึงการสูบบุหรี่ สามารถกระตุ้นระบบประสาทให้ทำงานมากเกินไป และเพิ่มโอกาสเกิดการนอนกัดฟันได้สูงขึ้น
  1. ความผิดปกติของการนอน เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
    คนที่มี Obstructive Sleep Apnea (OSA) มักมีอัตราการนอนกัดฟันสูงกว่าคนทั่วไป เพราะการขาดอากาศหายใจทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียด และแสดงออกผ่านการสบฟัน

อาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจนอนกัดฟัน

  • ปวดกรามและข้อต่อขากรรไกร
    ตื่นนอนแล้วรู้สึกเจ็บเมื่ออ้าปาก เคี้ยวอาหาร หรือหาวบ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกัดฟันแรงตอนหลับ
  • ฟันสึกหรือแตกหัก
    คนที่นอนกัดฟันบ่อย ๆ จะมีร่องรอยการสึกบนผิวฟัน เคลือบฟันบางลง หรือในบางกรณีอาจถึงขั้นฟันแตก
  • ปวดหัวตอนตื่นนอน
    การเกร็งกล้ามเนื้อขากรรไกรเป็นเวลานานทำให้เกิดอาการปวดหัว โดยเฉพาะบริเวณขมับ
  • เสียงดังรบกวนคนข้าง ๆ
    คู่สมรสหรือคนในครอบครัวอาจได้ยินเสียงฟันเสียดสีกันในตอนกลางคืน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอาการชี้ชัดของการนอนกัดฟัน

งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการนอนกัดฟัน

จากข้อมูลใน Sleep Foundation ระบุว่าในประเทศไทยจะยังมีข้อมูลเชิงสถิติที่ชัดเจนเกี่ยวกับภาวะ นอนกัดฟัน (Bruxism) ค่อนข้างจำกัด แต่สามารถใช้ข้อมูลจากต่างประเทศมาเปรียบเทียบเพื่อประเมินแนวโน้มได้

  • วัยรุ่น (Teenagers) มีอัตราการนอนกัดฟันสูงถึงประมาณ 15%
  • วัยทำงานหรือวัยกลางคน (Middle-aged adults) อยู่ที่ราว 8%
  • ส่วนผู้สูงอายุ (Older adults) ลดลงเหลือเพียง 3%

ข้อมูลนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า นอนกัดฟันไม่ใช่เรื่องไกลตัวและพบได้ในหลายช่วงวัย แต่กลุ่มเสี่ยงหลักคือวัยรุ่นและวัยทำงาน ควรได้รับการดูแลและตรวจเช็กอย่างต่อเนื่อง

วิธีรักษาและบรรเทาการนอนกัดฟัน

1. ปรับพฤติกรรม (Behavioral Modification)

การปรับพฤติกรรม แพทย์เฉพาะทางให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการนอนกัดฟัน เช่น การสังเกตขณะตื่นหรือในช่วงกลางคืน เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น พฤติกรรมเกร็งขากรรไกร ช่วยลดการกัดฟันโดยไม่รู้ตัว

2. ใส่เฝือกสบฟัน (Splint)

ใช้ Splint ทำแบบเฉพาะบุคคล ให้ครอบบริเวณฟันบนหรือฟันล่าง

  • ป้องกันไม่ให้ฟันบน-ล่างสัมผัสกันโดยตรง
  • ลดแรงบดขบ ทำให้ลดปัญหาฟันสึก ฟันแตก หรือปวดข้อต่อขากรรไกร
  • ช่วยลดเสียงคลิกหรือความเสียหายของข้อต่อขากรรไกรในระยะยาว
นอนกัดฟัน กำลังทำร้ายฟันตัวเองตอนนอนอยู่หรือเปล่า

3. การทำ Myofunctional Therapy

การฝึกกล้ามเนื้อในช่องปากและลิ้น เพื่อปรับสมดุลการทำงานของระบบหายใจและลดการกัดฟัน เป็นการบำบัดที่ใช้การฝึกกล้ามเนื้อรอบบริเวณขากรรไกร ลิ้น และปาก ช่วยลดแรงกดที่เกิดจากการกัดฟันในขณะที่กำลังนอนหลับ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการเจ็บบริเวณขากรรไกรและฟัน

สรุป

นอนกัดฟันอาจฟังดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่จริง ๆ แล้วส่งผลต่อทั้งสุขภาพช่องปาก คุณภาพการนอน และสุขภาพโดยรวม การใส่ใจหาสาเหตุและเข้ารับการรักษาตั้งแต่แรก คือทางออกที่ดีที่สุดที่จะช่วยป้องกันความเสียหายในระยะยาว

FAQs คำถามที่พบบ่อย

1. นอนกัดฟันอันตรายไหม?

ใช่ เพราะอาจทำให้ฟันสึก ปวดกราม และส่งผลต่อสุขภาพจิตใจในระยะยาว

2. เด็กนอนกัดฟันจำเป็นต้องรักษาหรือไม่?

บางรายหายเองเมื่อโตขึ้น แต่หากกัดแรงจนฟันสึก ควรปรึกษาทันตแพทย์

3. แก้นอนกัดฟันได้ถาวรไหม?

ขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากความเครียด การปรับพฤติกรรมช่วยได้ แต่บางคนอาจต้องใช้เฝือกสบฟันควบคู่กัน

4. การดื่มกาแฟเกี่ยวข้องกับนอนกัดฟันไหม?

ใช่ คาเฟอีนสามารถกระตุ้นระบบประสาทและเพิ่มโอกาสกัดฟัน

5. ถ้าไม่รักษานอนกัดฟันจะเกิดอะไรขึ้น?

อาจทำให้ฟันสึก ฟันแตก ปวดกรามเรื้อรัง และนอนหลับไม่สนิท

Related Blogs and Articles
คุณหมอเคลียร์ข้อสงสัย “สาเหตุ อันตราย วิธีรักษาการนอนกรน

สาเหตุ อันตราย และวิธีการรักษาการนอนกรนและโรคหยุดหายใจขณะหลับ โดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ การนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นปัญหาที่หลายคนประสบ โดยเฉพาะผู้ที่สงสัยว่าตนเองอาจมีภาวะดังกล่าว วันนี้เราจะพูดคุยกับคุณหมอเกี่ยวกับสาเหตุ อันตราย และวิธีการรักษาการนอนกรน รวมถึงโรคหยุดหายใจขณะหลับ มาฟังกันเลยค่ะ ซีมง: ทำไมบางคนถึงมีอาการกรนแต่บางคนกลับไม่มีอาการกรนคะ?​ คุณหมอ: การกรนมี 2 แบบ สาเหตุของการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซีมง: ค่ะคุณหมอ…สรุปแล้ว โรคหยุดหายใจขณะหลับอันตรายยังไงบ้างคะ? คุณหมอ: อันตรายของภาวะหยุดหายใจขณะหลับนะคะ ก็ลองนึกสภาพนะคะว่า แค่ซีมงทำงานหนักๆ หรือว่างานเยอะ นอนตี 3 ตี 4 แล้วต้องตื่นมาทำงานแต่เช้า ก็จะรู้สึกไม่เฟรชเนอะ เพลียๆ ตื้อๆ ทั้งวัน ง่วงทั้งวัน ซีมง: เอ๊ะ หรือว่าจะเป็นอยู่ (เสียงหัวเราะ) คุณหมอ: อ้าวจริงเหรอ (เสียงหัวเราะ) ก็คือการนอนหลับนะคะ เป็นสิ่งที่สำคัญในการใช้ชีวิต มันเหมือนการ Recharge ถ้าเรานอนไม่ได้ เหมือนเราไม่ได้ Recharge พลังงานชีวิตเราจะลดลง ทีนี้พอคนไข้หายใจเข้าไม่ได้ เหมือนเราไม่มีออกซิเจน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ หัวใจจะทำงานหนัก สัญญาณแรกๆที่โผล่มาก็คือ ความดันโลหิตสูง ส่งผลให้เป็นโรคหัวใจได้ อีกเรื่องนึงคือ เราจะตื่นมาไม่สดชื่น ก็จะเกิดอาการ “Daytime Sleepiness” ก็คือง่วงหงาวหาวนอนตลอดทั้งวันเลย ซีมง: เอาละค่ะ… วันนี้เราก็ได้รู้สาเหตุและอันตรายของการกรนและโรคหยุดหายใจขณะหลับไปแล้วนะคะ คุณหมอมีอะไรจะทิ้งท้ายกับคนที่ดูอยู่ไหมคะ คุณหมอ: ก่อนจบวันนี้นะคะ ขอฝากไว้ว่า ใครมีคนใกล้ชิดที่มีอาการนอนกรนเสียงดัง แล้วก็มีอาการหยุดหายใจไปแล้ว “เฮือกกก” กลับมาแบบนี้ ให้สันนิษฐานว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ก็พามาเลย ที่ Vital Sleep Clinic นะคะ ซีมง: ค่ะ วันนี้เราก็ได้ความรู้ไปมากมาย ใครที่สนใจอยากรู้วิธีรักษาการนอนกรนเป็นอย่างไรบ้าง ติดตามชมได้ใน EP ต่อไปเลยค่ะ ก็ทราบกันไปแล้วนะคะว่า สาเหตุของการนอนกรนมาจากไหน อาการหยุดหายใจขณะหลับมีลักษณะยังไง ถ้าอยากรู้ว่าคุณหมอจะมีวิธีแก้นอนกรนยังไง สามารถติดตามต่อได้ใน EP ต่อไปนะคะ อันตรายของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การหยุดหายใจขณะหลับส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวม เพราะในระหว่างที่หายใจไม่ได้ ร่างกายจะขาดออกซิเจน ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และผลที่ตามมาก็คือ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นกระบวนการที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย หากร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนเพียงพอ พลังงานชีวิตจะลดลง ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงเรื่อย ๆ วิธีการรักษาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การรักษาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับความรุนแรงของภาวะ โดยที่ VitalSleep Clinic มีการรักษาแบบครบวงจร ทั้งการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดและไม่ผ่าตัด พร้อมด้วยการบำบัดฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ เช่น Myofunctional Therapy และจำหน่ายอุปกรณ์ช่วยลดการกรน เช่น Myosa® นอกจากนี้ ทีมแพทย์ที่ VitalSleep Clinic เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรับรองจากสถาบันนานาชาติ มีประสบการณ์และความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับกล้ามเนื้อใบหน้าและการรักษาภาวะนอนกรน จึงมั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด สรุป การนอนกรนและโรคหยุดหายใจขณะหลับมีทั้งแบบที่ไม่อันตรายและแบบที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สาเหตุหลัก ๆ เกิดจากการตีบแคบของทางเดินหายใจ ซึ่งส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ หากคุณพบว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวมีอาการดังกล่าว ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาและคำแนะนำที่เหมาะสม

อดนอน ทุกวัน

โดยปกติเราควรนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน แต่หลายคนกลับนอนน้อยกว่านั้นเพราะงาน ไลฟ์สไตล์ หรือแม้กระทั่งติดเล่นโทรศัพท์มือถือ

ภาวะลูกนอนกรน

ภาวะนอนกรนในเด็กไม่ใช่เพียงอาการธรรมดา ต่างจากผู้ใหญ่ที่มักเกี่ยวข้องกับโรคอ้วนหรือ OSA เด็กที่กรนอาจมีความผิดปกติของทางเดินหายใจ ส่งผลต่อพัฒนาการ

เด็กเล็ก นอนกรน

เด็กเล็ก นอนกรน เป็นประจำ อาจไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่คิด เพราะอาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการหายใจที่ส่งผลต่อหัวใจและสุขภาพโดยรวม

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ นอนนานแค่ไหนก็ยังไม่สดชื่น? แถมตื่นมาแล้วยังปวดหัวอีก? ปัญหาแบบนี้พบได้บ่อยและอาจมากกว่าการนอนไม่พอ บางครั้งอาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ หรือความผิดปกติอื่น เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจต้องรับการตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจน สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวหลังตื่นนอน การตื่นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะไม่ใช่เรื่องเล็ก หลายกรณีอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่าง ๆ เช่นภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือการนอนกรนรุนแรง ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในร่างกายลดลงระหว่างหลับภาวะขาดน้ำ จะส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือดและสมอง อาจทำให้คุณปวดหัวในช่วงเช้าได้สภาพแวดล้อมการนอนไม่เหมาะสม หมอนที่ไม่พอดี แสงหรือเสียงรบกวน ล้วนส่งผลต่อคุณภาพการนอนผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายเครียด หรือยานอนหลับ อาจทำให้คุณปวดหัวในตอนเช้าได้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด มีผลต่อวงจรการนอนหลับ อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหรือปวดหัวในตอนตื่นไมเกรน โดยเฉพาะในคนที่เคยปวดหัวไมเกรน อาจมีอาการกำเริบในช่วงเช้า ทำไมการนอนไม่พอถึงทำให้ปวดหัวได้? อาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจไม่ได้เกิดจากความเครียดเพียงอย่างเดียว แต่ "การนอนไม่พอ" ก็เป็นตัวการสำคัญที่หลายคนมองข้ามบทความที่เกี่ยวข้อง : สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย ๆ อันตราย อย่าปล่อยไว้ ก่อนเป็นเรื่องใหญ่ 1. ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง สมองจะปรับสมดุลสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และ โดพามีน (Dopamine) ที่ช่วยลดความไวของระบบประสาทต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก เมื่อนอนน้อย ระดับสารเหล่านี้จะเสียสมดุล 2. เพิ่มระดับฮอร์โมนความเครียด การอดนอนจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง คอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรียกกันว่า “ฮอร์โมนความเครียด” เพิ่มมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้อาจไปทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัว และส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในสมอง 3. กล้ามเนื้อตึงและการกดทับของเส้นประสาท ร่างกายอาจตกอยู่ในภาวะ "ตึงเครียด" ตลอดคืนโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และศีรษะที่ไม่สามารถผ่อนคลายได้เต็มที่ ความตึงเครียดนี้อาจส่งผลให้เส้นประสาทในบริเวณศีรษะถูกกดทับจนเกิดอาการปวดศีรษะตอนตื่นนอนได้ 4. การไหลเวียนเลือดผิดปกติ ช่วงเวลานอนหลับ ร่างกายจะเข้าสู่โหมดฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต แต่หากคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ การไหลเวียนเลือดในสมองจะลดลงหรือไม่ราบรื่น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเวียนหัว มึนศีรษะ หรือปวดหัวหลังตื่นนอนได้ 5. เชื่อมโยงกับโรคไมเกรน มีงานวิจัยจาก Susan Bernstein พบว่า การนอนหลับไม่เพียงพออาจเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคไมเกรนในผู้ที่มีแนวโน้มอยู่แล้ว อาจรุนแรงและยาวนานมากากขึ้น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่ “นอนไม่พอเฉย ๆ” ทั้งที่จริงแล้วกำลังเข้าสู่วงจรของไมเกรนเรื้อรัง​ อยากรู้ว่านอนพอไหม? ตรวจการนอนหลับด้วย Belun Ring ได้ที่ VitalSleep Clinic https://www.youtube.com/shorts/yF3sZhOaXGg หากคุณมักตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัว เหนื่อยล้า หรือรู้สึกไม่สดชื่นแม้นอนครบ 7-8 ชั่วโมง อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องเช็กคุณภาพการนอนของตัวเองให้ชัดเจนขึ้น การตรวจการนอนหลับจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า “เรานอนพอจริงไหม?” และ “ร่างกายได้พักผ่อนอย่างมีคุณภาพหรือเปล่า?” สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย https://www.youtube.com/shorts/VHwrvaJPK08 โปรแกรม mHBOT (Mild Hyperbaric Oxygen Therapy) คืออีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนสู่สมอง ฟื้นฟูระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับลึก และลดอาการปวดหัวเรื้อรังที่เกิดจากการนอนไม่เพียงพอหลับลึก หลับสนิทขึ้นลดการตื่นกลางดึกฟื้นฟูระบบสมอง ลดอาการปวดหัวที่เรื้อรังจากการนอนเพิ่มพลังระหว่างวัน ตื่นมาสดชื่น สมองโล่งกว่าเดิม ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง! ผลเสียจากการนอนไม่พอที่คุณอาจคาดไม่ถึง การนอนไม่เพียงพอเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและใจ เช่น:สมาธิลดลง ตัดสินใจช้าอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ายเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการหลับในภูมิคุ้มกันลดลง ป่วยง่ายอยากอาหารมากขึ้น เสี่ยงอ้วนเพิ่มโอกาสเกิดโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันสูง และโรคหัวใจ ควรนอนกี่ชั่วโมงถึงจะพอ? ผู้ใหญ่ ควรนอนวันละ 7–9 ชั่วโมงวัยรุ่น ควรนอน 8–10 ชั่วโมงเด็กเล็ก–ทารก อาจต้องการนอนมากถึง 18 ชั่วโมงต่อวันนอกจากปริมาณแล้ว “คุณภาพของการนอน” ก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณนอนครบ 8 ชั่วโมงแต่หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อย ก็อาจยังรู้สึกง่วงเพลียและปวดหัวในตอนเช้าได้

นอนกรนเรื้อรัง

นอนกรนรักษามาตั้งหลายวิธีก็ไม่เห็นผล สุดท้ายก็ยังนอนกรนเสียงดังอยู่ดี ต้องรักษาด้วยวิธีไหนจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น มาหาคำตอบวิธีการรักษา

CoolSwiss ลดกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด

CoolSwiss หลายคนอาจคุ้นชื่อในนวัตกรรมด้านความงาม แต่คุณรู้ไหมว่า…สำหรับคนที่นอนกรนโดยเฉพาะจากสาเหตุ ไขมันสะสมบริเวณลำคอ

Sleep Test ราคาประหยัด

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นวิธีการที่สำคัญในการวิเคราะห์ความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่กำลังนอนหลับ เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของร่างกายหลาย ๆ ด้าน

หยุดหายใจขณะหลับ ภัยร้าย

การหายใจของเราที่หยุดลงชั่วคราวระหว่างการนอนหลับ โดยอาจกินเวลาตั้งแต่ไม่กี่วินาทีจนถึงเป็นนาที และเกิดซ้ำหลายครั้งต่อคืน

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!