• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ใหลตาย...
ภัยเงียบที่คนไทย
ควรตระหนัก

ใหลตาย...

ภัยเงียบที่คนไทย
ควรตระหนัก
Table of Contents

ใหลตาย คุณเคยได้ยินข่าวคนที่ดูแข็งแรงดี แต่กลับจากไปอย่างกะทันหันขณะหลับไหม? หลายครั้งสิ่งนี้ถูกเรียกว่า “ใหลตาย” ภัยเงียบที่มักเกิดขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สร้างความกังวลให้กับคนรอบข้างอย่างมาก

ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า ใหลตายคืออะไร เกิดจากอะไร ใครเสี่ยง และป้องกันได้อย่างไร?

ใหลตายคืออะไร?

ความหมายของคำว่า “ใหลตาย”

“ใหลตาย” เป็นคำที่คนไทยใช้เรียกการเสียชีวิตอย่างกะทันหันในขณะนอนหลับ มักเกิดในคนที่ดูเหมือนแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง และไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยชัดเจนมาก่อน

สาเหตุที่แท้จริงของการใหลตาย

แม้คำว่า “ใหลตาย” จะฟังดูเหมือนอธิบายยาก แต่ในทางการแพทย์มักสัมพันธ์กับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ และปัญหาการทำงานของสมองหรือระบบประสาท

ทำไม? ใหลตายจึงถูกเรียกว่าภัยเงียบ

การเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว

คนที่ใหลตายส่วนใหญ่จะจากไปในขณะที่กำลังนอนหลับอยู่ โดยไม่มีสัญญาณเตือนรุนแรงก่อนหน้า ทำให้คนรอบข้างไม่ได้สังเกตและคาดไม่ถึง

คนไข้หลายคนไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีความเสี่ยง

คนจำนวนมากมีภาวะนอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ แต่ไม่เคยตรวจสุขภาพการนอนหลับเลย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมใหลตายจึงเป็นภัยเงียบที่น่ากลัว

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดใหลตาย

1. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) เพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตเฉียบพลันช่วงกลางคืน

งานศึกษาของ Apoor S Gami และคณะ วิเคราะห์กว่า 10,701 คน พบว่า คนที่มีภาวะ OSA และมีจำนวนครั้งของ Apnea-Hypopnea (AHI) มากกว่า 20 ครั้งต่อชั่วโมง รวมถึงระดับออกซิเจนในเลือดช่วงกลางคืนต่ำกว่า 78% มีความเสี่ยงเกิด Sudden Cardiac Death (SCD) มากขึ้นอย่างมีนัยยะ

2. กลุ่มอาการ SUNDS เกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ

การทบทวนงานวิจัยในภาคใต้เอเชีย ระบุว่าภาวะ Brugada Syndrome (ความผิดปกติทางพันธุกรรมของช่องไอออน เช่น SCN5A) เป็นสาเหตุสำคัญที่อาจอธิบายการตายกะทันหันขณะนอนหลับ (Bangungot หรือ SUNDS) ได้

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลระบุว่ากลุ่มอาการนี้พบบ่อยในผู้ชายเชื้อสายเอเชีย โดยในประเทศไทยและลาว Brugada Syndrome ถือเป็นสาเหตุหลักของการตายฉับพลันช่วงหลับ

3. อาการชักตอนกลางคืน (Nocturnal seizures) เพิ่มความเสี่ยง SUDEP

งานวิจัยในผู้ป่วยโรคลมชัก (Epilepsy) จาก Robert J Lamberts และคณะ พบว่า คนที่มีชักตอนกลางคืน มีโอกาสเสี่ยง SUDEP (Sudden Unexpected Death in Epilepsy) สูงขึ้นหลายเท่า โดยเฉพาะถ้าอาการนั้นเกิดในขณะหลับและไม่มีผู้ช่วยเหลือ

4. ภาวะทางพันธุกรรมและโครงสร้างหัวใจ

มีข้อมูลระบุว่ามีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง เช่น Long QT syndrome, Brugada syndrome และ Cardiomyopathies ที่มีความสัมพันธ์กับ sudden arrhythmic death syndrome ได้แก่ การเสียชีวิตเฉียบพลันระหว่างนอนหลับโดยไม่ทราบสาเหตุ

5. ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น อุณหภูมิที่สูง

งานวิจัยล่าสุด ข้อมูลจาก Time ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ โดยเฉพาะอากาศร้อนขึ้นในเวลากลางคืน ทำให้ภาวะ OSA แย่ลงและพบโอกาสของ Apnea เพิ่มขึ้นถึง 45% ในคืนที่ร้อน และอาจทำให้โอกาสเสียชีวิตกลางคืนสูงขึ้น

ปัจจัยเสี่ยง
รายละเอียด
OSA (ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ)
เพิ่มความเสี่ยง Sudden Cardiac Death เกือบ 2 เท่า โดยเฉพาะหาก AHI > 20 และ O₂ sat ต่ำ < 78%
Brugada Syndrome / Ion channelopathies
เมื่อตรวจพบความผิดปกติไฟฟ้าหัวใจ มีความเสี่ยงสูงต่อ SUNDS / Bangungot
ชักกลางคืน (Nocturnal seizures)
เพิ่มความเสี่ยง SUDEP อย่างชัดเจน (OR ประมาณ 3–4)
โครงสร้างหัวใจผิดปกติ
เพิ่มความเสี่ยง Sudden Arrhythmic Death Syndrome
สิ่งแวดล้อม / อุณหภูมิสูง
ความร้อนกลางคืนทำให้ OSA แย่ลง เพิ่มโอกาสเสียชีวิต

สัญญาณเตือนก่อนเกิดใหลตาย

  1. นอนกรนดังผิดปกติ โดยเฉพาะเสียงกรนแบบสะดุด
  2. สะดุ้งตื่นกลางดึก เหมือนหายใจไม่ออก
  3. ง่วงนอนมากผิดปกติในตอนกลางวัน
  4. เจ็บหน้าอกหรือหัวใจเต้นแรงขณะนอน

หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

การตรวจการนอนหลับ Sleep Test ที่บ้าน (Home Sleep Test)

การตรวจ Sleep Test ที่บ้าน ให้คุณตรวจคุณภาพการนอนหลับได้สะดวกและรวดเร็วภายใต้คำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง โดยไม่ต้องเดินทางไปคลินิกหรือโรงพยาบาล

  • สะดวก ผ่อนคลาย และเข้าถึงง่าย
    อุปกรณ์ตรวจตรวจการนอนหลับจะถูกส่งไปติดตั้งถึงบ้าน ไม่ว่าจะอยู่ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดอื่น ๆ ทุกพื้นที่ในประเทศไทยก็สามารถใช้บริการนี้ได้สะดวก
  • วิเคราะห์ผลโดยแพทย์เฉพาะทางด้าน Dental Sleep Medicine
    เมื่อทดสอบเสร็จแล้ว ข้อมูลจะถูกอ่านผลและวิเคราะห์โดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญด้านการนอน โดยเฉพาะกลุ่มการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
  • ลดภาระและค่าใช้จ่ายจากการเดินทาง
    คุณไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหรือรอคิวที่โรงพยาบาล ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังสามารถทำในสภาพแวดล้อมที่คุณรู้สึกสบายที่สุด นั่นคือที่บ้าน
  • เครื่องมือได้มาตรฐาน เทียบเท่าการตรวจในคลินิก
    อุปกรณ์ที่ใช้ใน Sleep Test ที่บ้านของ VitalSleep Clinic มีความแม่นยำสูง และเทียบเท่ากับมาตรฐานการตรวจในโรงพยาบาลเมื่อวินิจฉัยโดยผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม

สรุป

ใหลตายอาจฟังดูน่ากลัว แต่หากเรารู้ทัน ป้องกัน และตรวจสุขภาพการนอนอย่างสม่ำเสมอ โอกาสที่จะเกิดก็จะน้อยลง คุณสามารถช่วยตัวเองและคนที่คุณรักได้ด้วยการใส่ใจเรื่องการนอนและสุขภาพหัวใจ

FAQs เกี่ยวกับภาวะหยุดหายใจ

  1. ใหลตายเกิดขึ้นกับคนอายุน้อยได้ไหม?
    ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  1. นอนกรนทุกคืนคือสัญญาณใกล้ใหลตายหรือไม่?
    ไม่เสมอไป แต่ถ้าเป็นกรนแบบสะดุดหรือหายใจขาดช่วง ควรตรวจ Sleep Test
  1. ใหลตายต่างจากผีอำอย่างไร?
    ผีอำเป็นความรู้สึกกดทับขณะนอน แต่ใหลตาย คือการเสียชีวิตจริงจากความผิดปกติของร่างกาย
  1. การดื่มเหล้าเพิ่มโอกาสใหลตายจริงหรือไม่?
    จริง เพราะแอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อคอหย่อนมากขึ้น เพิ่มโอกาสหยุดหายใจขณะหลับ
  1. วิธีป้องกันใหลตายที่ได้ผลที่สุดคืออะไร?
    ตรวจการนอนหลับ รักษาภาวะ OSA ควบคู่กับการปรับไลฟ์สไตล์และควบคุมโรคประจำตัว
Related Blogs and Articles
หยุดหายใจขณะหลับ ภัยร้าย

การหายใจของเราที่หยุดลงชั่วคราวระหว่างการนอนหลับ โดยอาจกินเวลาตั้งแต่ไม่กี่วินาทีจนถึงเป็นนาที และเกิดซ้ำหลายครั้งต่อคืน

นอนกรนเรื้อรัง

นอนกรนรักษามาตั้งหลายวิธีก็ไม่เห็นผล สุดท้ายก็ยังนอนกรนเสียงดังอยู่ดี ต้องรักษาด้วยวิธีไหนจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น มาหาคำตอบวิธีการรักษา

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ นอนนานแค่ไหนก็ยังไม่สดชื่น? แถมตื่นมาแล้วยังปวดหัวอีก? ปัญหาแบบนี้พบได้บ่อยและอาจมากกว่าการนอนไม่พอ บางครั้งอาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ หรือความผิดปกติอื่น เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจต้องรับการตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจน สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวหลังตื่นนอน การตื่นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะไม่ใช่เรื่องเล็ก หลายกรณีอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่าง ๆ เช่นภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือการนอนกรนรุนแรง ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในร่างกายลดลงระหว่างหลับภาวะขาดน้ำ จะส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือดและสมอง อาจทำให้คุณปวดหัวในช่วงเช้าได้สภาพแวดล้อมการนอนไม่เหมาะสม หมอนที่ไม่พอดี แสงหรือเสียงรบกวน ล้วนส่งผลต่อคุณภาพการนอนผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายเครียด หรือยานอนหลับ อาจทำให้คุณปวดหัวในตอนเช้าได้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด มีผลต่อวงจรการนอนหลับ อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหรือปวดหัวในตอนตื่นไมเกรน โดยเฉพาะในคนที่เคยปวดหัวไมเกรน อาจมีอาการกำเริบในช่วงเช้า ทำไมการนอนไม่พอถึงทำให้ปวดหัวได้? อาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจไม่ได้เกิดจากความเครียดเพียงอย่างเดียว แต่ "การนอนไม่พอ" ก็เป็นตัวการสำคัญที่หลายคนมองข้ามบทความที่เกี่ยวข้อง : สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย ๆ อันตราย อย่าปล่อยไว้ ก่อนเป็นเรื่องใหญ่ 1. ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง สมองจะปรับสมดุลสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และ โดพามีน (Dopamine) ที่ช่วยลดความไวของระบบประสาทต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก เมื่อนอนน้อย ระดับสารเหล่านี้จะเสียสมดุล 2. เพิ่มระดับฮอร์โมนความเครียด การอดนอนจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง คอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรียกกันว่า “ฮอร์โมนความเครียด” เพิ่มมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้อาจไปทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัว และส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในสมอง 3. กล้ามเนื้อตึงและการกดทับของเส้นประสาท ร่างกายอาจตกอยู่ในภาวะ "ตึงเครียด" ตลอดคืนโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และศีรษะที่ไม่สามารถผ่อนคลายได้เต็มที่ ความตึงเครียดนี้อาจส่งผลให้เส้นประสาทในบริเวณศีรษะถูกกดทับจนเกิดอาการปวดศีรษะตอนตื่นนอนได้ 4. การไหลเวียนเลือดผิดปกติ ช่วงเวลานอนหลับ ร่างกายจะเข้าสู่โหมดฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต แต่หากคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ การไหลเวียนเลือดในสมองจะลดลงหรือไม่ราบรื่น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเวียนหัว มึนศีรษะ หรือปวดหัวหลังตื่นนอนได้ 5. เชื่อมโยงกับโรคไมเกรน มีงานวิจัยจาก Susan Bernstein พบว่า การนอนหลับไม่เพียงพออาจเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคไมเกรนในผู้ที่มีแนวโน้มอยู่แล้ว อาจรุนแรงและยาวนานมากากขึ้น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่ “นอนไม่พอเฉย ๆ” ทั้งที่จริงแล้วกำลังเข้าสู่วงจรของไมเกรนเรื้อรัง​ อยากรู้ว่านอนพอไหม? ตรวจการนอนหลับด้วย Belun Ring ได้ที่ VitalSleep Clinic https://www.youtube.com/shorts/yF3sZhOaXGg หากคุณมักตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัว เหนื่อยล้า หรือรู้สึกไม่สดชื่นแม้นอนครบ 7-8 ชั่วโมง อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องเช็กคุณภาพการนอนของตัวเองให้ชัดเจนขึ้น การตรวจการนอนหลับจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า “เรานอนพอจริงไหม?” และ “ร่างกายได้พักผ่อนอย่างมีคุณภาพหรือเปล่า?” สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย https://www.youtube.com/shorts/VHwrvaJPK08 โปรแกรม mHBOT (Mild Hyperbaric Oxygen Therapy) คืออีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนสู่สมอง ฟื้นฟูระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับลึก และลดอาการปวดหัวเรื้อรังที่เกิดจากการนอนไม่เพียงพอหลับลึก หลับสนิทขึ้นลดการตื่นกลางดึกฟื้นฟูระบบสมอง ลดอาการปวดหัวที่เรื้อรังจากการนอนเพิ่มพลังระหว่างวัน ตื่นมาสดชื่น สมองโล่งกว่าเดิม ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง! ผลเสียจากการนอนไม่พอที่คุณอาจคาดไม่ถึง การนอนไม่เพียงพอเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและใจ เช่น:สมาธิลดลง ตัดสินใจช้าอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ายเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการหลับในภูมิคุ้มกันลดลง ป่วยง่ายอยากอาหารมากขึ้น เสี่ยงอ้วนเพิ่มโอกาสเกิดโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันสูง และโรคหัวใจ ควรนอนกี่ชั่วโมงถึงจะพอ? ผู้ใหญ่ ควรนอนวันละ 7–9 ชั่วโมงวัยรุ่น ควรนอน 8–10 ชั่วโมงเด็กเล็ก–ทารก อาจต้องการนอนมากถึง 18 ชั่วโมงต่อวันนอกจากปริมาณแล้ว “คุณภาพของการนอน” ก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณนอนครบ 8 ชั่วโมงแต่หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อย ก็อาจยังรู้สึกง่วงเพลียและปวดหัวในตอนเช้าได้

ป้องกันหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนคิดว่าเสียงกรนเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของโรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะอื่น ๆ ที่กระทบต่อหัวใจ สมอง

อดนอน ทุกวัน

โดยปกติเราควรนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน แต่หลายคนกลับนอนน้อยกว่านั้นเพราะงาน ไลฟ์สไตล์ หรือแม้กระทั่งติดเล่นโทรศัพท์มือถือ

เครื่องช่วยหายใจนอนกรน

หลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินถึงวิธีการรักษาอาการนอนกรนที่มีหลากหลายรูปแบบ ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงเครื่องช่วยหายใจสำหรับคนนอนกรน

เครื่อง CPAP แต่ละยี่ห้อต่างกันยังไง

อาการนอนกรน ถือเป็นปัญหาสุขภาพของใครหลาย ๆ คน ในเฉพาะคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ไม่เพียงแต่ทำให้การนอนหลับไม่เต็มอิ่ม แต่ยังเป็นสาเหตุของความเสี่ยงโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง หนึ่งในวิธีการรักษาที่แพทย์เฉพาะทางแนะนำ คือ การใช้เครื่องช่วยหายใจที่เรียกว่า CPAP ซึ่งย่อมาจาก Continuous Positive Airway Pressure เครื่อง CPAP เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบำบัดรักษาคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ด้วยการส่งแรงดันอากาศอย่างต่อเนื่องผ่านทางหน้ากาก เพื่อเปิดทางเดินหายใจของคุณให้กว้างขึ้น ช่วยลดอาการนอนกรนและป้องกันการหยุดหายใจซ้ำ ๆ ในขณะหลับ ทำให้การนอนหลับทุกคืนของคุณกลับมาเป็นปกติ เครื่อง CPAP ทำงานอย่างไร? เครื่อง CPAP ทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศไปยังทางเดินหายใจผ่านหน้ากากที่สวมใส่ขณะนอนหลับ ช่วยป้องกันการปิดตัวของทางเดินหายใจในขณะที่กำลังหายใจเข้า โดยทั่วไปเครื่อง CPAP จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ บทความที่เกี่ยวข้อง เครื่อง CPAP เพื่อรักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ใครบ้างที่ควรใช้เครื่อง CPAP? เครื่อง CPAP มักจะถูกแนะนำหรือมาใช้รักษาให้กับคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไม่ว่าจะเป็นภาวะที่รุนแรงหรือเพียงเล็กน้อยก็ตาม การใช้ CPAP ช่วยทำให้คนไข้กลับมามีการนอนหลับที่ต่อเนื่องขึ้น ลดเสียงกรน และป้องกันภาวะการหยุดหายใจซ้ำ ๆ​ ตามที่ PMC กล่าวว่า โดยรวมแล้วการรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจแก้กรนเป็นทางเลือกการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพกับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือสภาวะทางการแพทย์อื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการหายใจระหว่างการนอนหลับ และสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตและลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้อง​ เครื่อง CPAP มีกี่ประเภท? แม้ว่าเครื่อง CPAP จะเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูงในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แต่ก็ยังมีเครื่องประเภทอื่น ๆ ที่ทำงานคล้ายกันและมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ดังนี้ ความแตกต่างของเครื่อง CPAP แต่ละยี่ห้อ ข้อดีและข้อเสียของเครื่อง CPAP การเลือกใช้เครื่อง CPAP มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ผู้ป่วยควรพิจารณาข้อดีและข้อเสียดังต่อไปนี้ ข้อดี ข้อเสีย การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยเครื่อง CPAP ที่ VitalSleep Clinic ที่ VitalSleep Clinic เราให้บริการรักษา ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ด้วย เครื่อง CPAP เป็นวิธีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในการช่วยให้ผู้ป่วยหายใจสะดวกขึ้นขณะนอนหลับ ทำงานโดยการส่งแรงดันลมอย่างสม่ำเสมอผ่านหน้ากากเพื่อเปิดทางเดินหายใจ ป้องกันการอุดกั้น ลดการหยุดหายใจและเสียงกรน ทำให้ได้รับออกซิเจนเพียงพอตลอดคืน ลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหลอดเลือดสมอง ทำไมต้องเลือก CPAP กับ VitalSleep Clinic? หากคุณมีอาการ นอนกรน ง่วงนอนตอนกลางวัน หรือหายใจติดขัดขณะหลับ อย่าปล่อยไว้ให้เป็นปัญหาเรื้อรัง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ VitalSleep Clinic เพื่อการรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุด

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!