• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
เครื่องช่วยหายใจนอนกรน เเก้ไขอาการกรน
คืออะไร?

เครื่องช่วยหายใจนอนกรน เเก้ไขอาการกรน

คืออะไร?
Table of Contents

มีใครเคยประสบปัญหาเสียงกรนดังรบกวนจากคนรอบข้างเวลานอนหลับกันบ้างไหม? อาการนอนกรนไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญให้กับคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ แต่ยังสามารถส่งผลกระทบที่อันตรายถึงชีวิตจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อีกด้วย ยังทำให้คุณภาพการนอนลดลง ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อคนที่นอนกรน แต่ยังส่งผลให้คู่กรนตื่นตัวในตอนกลางคืน ไม่สามารถนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้รู้สึกง่วงนอนในตอนกลางวัน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการหลับใน และมีผลต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาวของทั้งสองฝ่าย

หลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินถึงวิธีการรักษาอาการนอนกรนที่มีหลากหลายรูปแบบ ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงเครื่องช่วยหายใจสำหรับคนนอนกรน วิธีที่ช่วยรักษาอาการนอนกรนรวมถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ นอกจากนี้ เรายังจะเปรียบเทียบวิธีการรักษาอื่น ๆ เช่น การผ่าตัดลดนอนกรนและการรักษาด้วยเลเซอร์ รวมถึงวิธีการที่ไม่ต้องผ่าตัด

นอนกรนรักษาได้ง่าย ๆ เริ่มที่ทำความเข้าใจ

เริ่มแรกเลย ก่อนจะเข้าใจวิธีการรักษา อยากให้ทุกคนมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า “เสียงกรน” เกิดขึ้นได้อย่างไร สาเหตุที่ทำให้เรานอนกรนคืออะไร อาการนอนกรนเกิดจากการที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบลงในขณะนอนหลับ

สาเหตุที่ทำให้ระบบทางเดินหายใจเกิดการตีบแคบลง มาจากการที่กล้ามเนื้อภายในช่องปาก เช่น เพดานอ่อนและลิ้น หย่อนคล้อยหรือคลายตัวลงจนทำให้ปิดกั้นทางเดินหายใจ

เมื่อทางเดินหายใจแคบลง เวลาหายใจเข้าเพื่อให้อากาศเข้าสู่ร่างกาย ลมจะเดินทางผ่านช่องทางที่ตีบแคบ ซึ่งทำให้เกิดเสียงกรนจากการสั่นสะเทือนของกล้ามเนื้อในช่องปาก ในบางรายอาจเกิดการถูกปิดกั้นทางเดินหายใจทั้งหมด ซึ่งทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ทำความรู้จัก เครื่องช่วยหายใจรักษานอนกรน

จากเนื้อหาข้างต้น เราได้กล่าวถึงสาเหตุของการนอนกรน โดยสรุปได้ว่า สาเหตุเกิดจากการที่ทางเดินหายใจตีบแคบจากการถูกอุดกั้นจากกล้ามเนื้อภายในช่องปาก เครื่องช่วยหายใจรักษานอนกรน หรือที่เรารู้จักกันดีว่า CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) และ iNAP จะช่วยรักษาอาการนอนกรนได้อย่างไร? มาดูกันเถอะ

1. เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP)

CPAP เป็นวิธีรักษานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่มีผลลัพธ์ดีมาก ในการแก้ไขอาการนอนกรน ตัวเครื่อง CPAP จะเชื่อมต่อกับหน้ากากผ่านท่ออากาศ ซึ่งมีหน้าที่ส่งแรงดันอากาศ โดยตัวเครื่องจะผลิตแรงดันอากาศแรงดันบวกออกมา ส่งอากาศผ่านเข้าสู่ท่ออากาศที่ครอบอยู่เหนือบริเวณปากและจมูกของผู้ใช้

แรงดันลมที่ออกมาจากตัวเครื่องจะช่วยขยายทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น ทำให้ลมหายใจสามารถเดินทางไปถึงปอดได้อย่างสะดวก ช่วยแก้ไขอาการนอนกรนและป้องกันการอุดกั้นทางเดินหายใจซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

2. เครื่องอัดอากาศแรงดันลบ (iNAP)

iNAP เป็นอุปกรณ์อีกประเภทหนึ่งที่ช่วยแก้ไขอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจในขณะหลับ โดยมีหน้าที่สร้างแรงดันลม เพื่อช่วยให้บริเวณเพดานอ่อนและโคนลิ้นเคลื่อนตัวไปด้านหน้า ทำให้ทางเดินหายใจขยายกว้างมากขึ้น

รูปแบบการทำงานของเครื่องมีความคล้ายกับ CPAP แต่จะมีความแตกต่างในส่วนของหน้ากากที่ใช้ส่งผ่านอากาศ รวมถึงขนาดตัวอุปกรณ์ที่เล็กกะทัดรัดมากกว่า จึงเหมาะสำหรับการพกพาและมีเสียงเงียบ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนในขณะเปิดใช้งาน

เครื่องช่วยหายใจรักษานอนกรน เหมาะสำหรับใคร?

เครื่องช่วยหายใจรักษานอนกรนเหมาะสำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่า มีปัญหาภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือมีอาการกรนในระดับปานกลางถึงรุนแรงซึ่งอาจส่งผลอันตรายถึงชีวิต ผู้ที่มีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับเพียงเล็กน้อยแต่มีอาการนอนกรนเสียงดัง ตื่นมาหอบหรือสำลักในขณะหลับ ตื่นขึ้นจากการนอนหลับแล้วเกิดอาการอ่อนเพลีย

ต้องเลือกแบบไหนถึงเหมาะสมกับตัวเอง?

เครื่องช่วยหายใจมีความแตกต่างกันตามแต่ละรุ่นและแต่ละยี่ห้อ เช่น

  • ขนาดและรูปร่าง ในบางรุ่นมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการพกพา ในขณะที่บางรุ่นมีขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่และหนักกว่า
  • เสียงรบกวน ในบางรุ่นตัวเครื่องจะมีเสียงรบกวนที่เงียบและเบากว่ารุ่นอื่น ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการนอนหลับยากหรือไวต่อเสียงรบกวน
  • ฟังก์ชันการใช้งาน เครื่องช่วยหายใจในแต่ละรุ่นมีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น การลดหรือเพิ่มแรงดันลมขณะหายใจเข้าและออก การทำความชื้น และการบันทึกข้อมูล ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีฟังก์ชันการใช้งานที่สามารถปรับแต่งได้แตกต่างกัน
  • มีระบบติดตามผลการใช้งานเครื่องผ่านระบบออนไลน์ (Cloud) เพื่อง่ายการต่อการปรับตั้งค่าแรงดัน

การเลือกเครื่องช่วยหายใจให้เหมาะสมกับตัวเอง สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงคือลักษณะการใช้งานของผู้ใช้ รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการและความสะดวกในการใช้งาน สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือคลินิกนอนกรนที่มีแพทย์เฉพาะทางให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การใช้เครื่องช่วยหายใจสามารถรักษาปัญหาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เปรียบเทียบกับวิธีการรักษานอนกรนวิธีต่างๆ

ในส่วนสุดท้ายของบทความ เราจะเสนอวิธีการรักษาการนอนกรนในรูปแบบอื่น ๆ นอกจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ เพื่อให้ทุกคนสามารถเปรียบเทียบและตัดสินใจในการเลือกรับวิธีการรักษา ที่ VitalSleep Clinic เป็นคลินิกนอนกรนที่รักษาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการนอนหลับ รวมไปถึงการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่มีรูปแบบการรักษาที่ครบวงจร

นอนกรนรักษาด้วยวิธีไหนได้บ้าง?

การรักษาปัญหาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยหลักๆ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การรักษาแบบไม่ผ่าตัด และการรักษาโดยการผ่าตัด

1. การรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัด

  • รักษาด้วยเครื่องมือทันตกรรม (Oral Appliance)

เครื่องครอบฟันเป็นอุปกรณ์ทันตกรรมที่ใช้สวมใส่ในช่องปากขณะหลับ มีหน้าที่ในการปรับตำแหน่งของลิ้นและขากรรไกรให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า เพื่อป้องกันการอุดกั้นทางเดินหายใจ เป็นวิธีการที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการกรนเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ต้องการใช้เครื่อง CPAP

  • การบำบัดด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรม

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน เช่น การลดน้ำหนัก การหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน การนอนตะแคงแทนการนอนหงาย และการตั้งเวลาเข้านอนให้เป็นระเบียบสามารถช่วยลดอาการกรนได้ในหลายๆ กรณี

  • การทำกายภาพบำบัด

ในบางกรณี การทำกายภาพบำบัดที่เน้นการออกกำลังกายของกล้ามเนื้อในช่องปากและลำคอ หรือเรียกว่า Myofunctional Therapy สามารถช่วยปรับปรุงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเหล่านั้นได้ ซึ่งส่งผลให้ลดอาการกรนตั้งแต่ต้นสาเหตุได้

2. การรักษานอนกรนด้วยการผ่าตัด

  • การผ่าตัดลดขนาดเพดานอ่อน (Uvulopalatopharyngoplasty หรือ UPPP)

การผ่าตัดชนิดนี้จะทำการตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินในช่องปาก เช่น เพดานอ่อน ลิ้น ส่วนที่อุดกั้นทางเดินหายใจเพื่อเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนกรนในระดับรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น ๆ

  • การผ่าตัดเลเซอร์

การใช้เลเซอร์ในการรักษาเป็นวิธีที่มีความก้าวหน้าและใช้เวลาในการฟื้นตัวน้อยกว่า โดยเลเซอร์จะช่วยตัดหรือขัดเนื้อเยื่อส่วนเกินในช่องปากเพื่อลดการกรน

  • การผ่าตัดเปิดทางเดินหายใจ (Genioglossus Advancement)

วิธีนี้จะทำการผ่าตัดเพื่อเคลื่อนตำแหน่งของกล้ามเนื้อในลิ้นหรือโคนลิ้นไปด้านหน้า ทำให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้น ลดความเสี่ยงจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ

  • การผ่าตัดนอนกรนแบบ MMA (Maxillomandibular Advancement)

เป็นวิธีการผ่าตัดที่ใช้แก้ไขภาวะนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ในกรณีที่รุนแรง ไม่ตอบสนองต่อการรักษาวิธีอื่น ๆ โดยการเลื่อนขากรรไกรบนและล่างไปข้างหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเดินหายใจ ทำให้อากาศไหลผ่านได้ดีขึ้น ลดการอุดตันที่ทำให้เกิดการนอนกรนได้

สรุป

เสียงกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นปัญหาที่หลายคนไม่ควรมองข้าม การหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพในระยะยาว เครื่องช่วยหายใจนอนกรนอย่าง CPAP และ iNAP เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการนอนกรนที่มีสาเหตุจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ

นอกจากนี้ยังมีวิธีการรักษาอื่น ๆ ที่สามารถช่วยได้ ทั้งการรักษาแบบไม่ผ่าตัดและการผ่าตัด ซึ่งผู้ที่มีปัญหานอนกรนควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้คำแนะนำและการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ก่อนที่จะเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดกับตนเอง

VitalSleep Clinic ยินดีให้คำปรึกษาและรักษาอย่างครบวงจรเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และกลับไปนอนหลับได้อย่างสงบสุขและปลอดภัยจากอาการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การนอนกรนไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ควรมองข้าม หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพโดยรวมในระยะยาวได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เช่น เครื่องช่วยหายใจและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ ดังนั้นหากคุณหรือคนใกล้ชิดมีปัญหาเหล่านี้ อย่ามัวรอช้า รีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางรักษาที่เหมาะสมกัน

Related Blogs and Articles
How to treat snoring in women

การนอนกรนไม่ใช่เรื่องน่าอายขนาดนั้น แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่คิดที่จะแก้ไข อาจทำให้เกิดอันตรายที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ในผู้หญิงหลายคนอาจจะรู้สึกเขินอาย หรือไม่กล้าบอกว่าตัวเองมีอาการนอนกรน และไม่รู้ว่าจะหาวิธีแก้ปัญหานี้อย่างไรให้ได้ผล แต่การนอนกรนในผู้หญิงก็เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้ และหากไม่ให้ความสำคัญกับการหาทางแก้ไขอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตขณะนอนหลับได้ก่อนที่จะหาคำตอบว่า ทำไม? ผู้หญิงถึงนอนกรน เราควรทำความเข้าใจว่าอาการนอนกรนคืออะไร? อาการนอนกรนคืออะไร? อาการนอนกรนเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อในลำคอผ่อนคลายระหว่างการนอนหลับ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เมื่ออากาศผ่านช่องทางเดินหายใจที่แคบนี้ จะทำให้เนื้อเยื่อในลำคอ เช่น ทอนซิล เพดานอ่อน หรือลิ้นไก่สั่น จะทำให้เกิดเสียงกรน และยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้ทางเดินหายใจแคบลงหรืออุดตัน เช่น ต่อมทอนซิลโต น้ำหนักตัวที่มากเกินไป หรือลิ้นที่โตขึ้น ก็อาจทำให้เกิดอาการนอนกรนได้ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) คืออะไร? การนอนกรนไม่ใช่แค่การสร้างเสียงรบกวนระหว่างการนอนหลับ แต่ยังสามารถนำไปสู่การหยุดหายใจขณะหลับได้อีกด้วย เมื่อเนื้อเยื่อในลำคอหรือที่ลิ้นหย่อนลงไปปิดทางเดินหายใจ ทำให้ไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนในขณะที่นอนหลับ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะไหลตายได้https://www.youtube.com/shorts/1RcpD_hJKcw สาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงนอนกรน ข้อมูลจาก SnoreMD ว่าปกติผู้ชายจะมีแนวโน้มที่จะนอนกรนมากกว่าผู้หญิง แต่ในผู้หญิงก็สามารถนอนกรนได้เช่นกัน โดยสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงนอนกรนมักจะเกี่ยวข้องกับสุขภาพ น้ำหนักเกิน หรือการเปลี่ยนแปลงในร่างกายที่เกิดจากอายุหรือการตั้งครรภ์ เช่น​อายุ เมื่อผู้หญิงอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป ปัญหาการนอนกรนจะเริ่มเพิ่มขึ้นวัยหมดประจำเดือน หลังจากหมดประจำเดือน ในผู้หญิงบางรายอาจมีแนวโน้มทำให้นอนกรนมากขึ้นน้ำหนักเกิน อาจทำให้มีไขมันสะสมที่หบริเวณลำคอ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงได้การตั้งครรภ์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงในร่างกายและระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการนอนกรนได้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ถึงแม้จะพบได้น้อยในผู้หญิง แต่ยังคงเป็นปัญหาที่ควรให้ความสนใจ ปรึกษาปัญหานอนกรน ฟรี! สาเหตุอื่น ๆ ของการนอนกรน ในกรณีทั่วไป การนอนกรนอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่นคนอ้วน การสะสมของไขมันในบริเวณคอผู้สูงอายุ การเสื่อมของกล้ามเนื้อที่ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงโรคภูมิแพ้หรือไซนัสอักเสบ ทำให้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหาความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร อาจทำให้เกิดอาการนอนกรน วิธีแก้ไขการนอนกรนผู้หญิง การรักษาอาการนอนกรนเริ่มต้นด้วยการหาสาเหตุที่แท้จริง โดยการทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อตรวจหาว่าคุณมีปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หลังจากนั้นสามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งแบ่งเป็นสองประเภทหลัก คือ แบบผ่าตัดและแบบไม่ผ่าตัดบทความที่เกี่ยวข้อง Sleep Test มีกี่แบบ และควรเลือกตรวจแบบไหน?การเลือกวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการนอนกรน หากคุณพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการนอนกรนที่เป็นปัญหา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย สรุป การนอนกรนในผู้หญิงไม่ใช่แค่เรื่องรบกวนคนข้าง ๆ แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของร่างกาย โดยเฉพาะ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด และอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และภาวะซึมเศร้าหลายคนอาจไม่รู้ว่าการนอนกรนในผู้หญิงมักไม่มีอาการชัดเจนเหมือนผู้ชาย เช่น อาจไม่มีเสียงกรนดัง แต่จะมีอาการอ่อนเพลีย ง่วงกลางวัน ขี้ลืม หงุดหงิดง่าย หรือแม้แต่ปัญหาทางเพศ ทำให้ถูกมองข้ามและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

โรคแทรกซ้อนจากการนอนกรน

การนอนกรนสามารถเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดร่วมกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)

BiPAP กับ CPAP ต่างกันยังไง

BiPAP และ CPAP เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้การหายใจขัดข้องในช่วงนอนหลับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาการหายใจอุดกั้น ทั้ง BiPAP และ CPAP เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหานี้ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทั้งสองเครื่องนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของเครื่อง BiPAP และ CPAP รวมถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละเครื่อง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและเลือกใช้เครื่องที่เหมาะสมกับตัวเอง ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง CPAP CPAP คืออะไร? CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) คือเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับการบำบัดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หลักการของ CPAP คือการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่และส่งผ่านท่อเข้าสู่หน้ากากซึ่งครอบไปที่ปากและจมูกของผู้ใช้ แรงดันนี้จะช่วยเปิดทางเดินหายใจและป้องกันไม่ให้เกิดการอุดกั้นระหว่างการนอนหลับ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจ CPAP จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจขณะหลับ หลักการทำงานของ CPAP CPAP ทำงานโดยการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่ ส่งผ่านท่ออากาศเข้าสู่หน้ากากที่ครอบปากและจมูก ความดันที่เกิดขึ้นจะช่วยเปิดทางเดินหายใจที่อาจถูกบีบอัดหรืออุดตันในช่วงเวลาที่นอนหลับ แรงดันอากาศนี้จะถูกควบคุมให้คงที่ตลอดคืน ไม่ว่าคนไข้จะหายใจเข้าออกในจังหวะใดก็ตาม สิ่งนี้ทำให้การไหลเวียนของอากาศในระบบทางเดินหายใจเป็นปกติ ช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดหายใจขณะหลับอย่างมีประสิทธิภาพ ใครบ้าง? ที่ควรใช้ CPAP CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนในช่วงเวลาที่หลับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับทารกที่มีปัญหาปอดพัฒนาไม่สมบูรณ์หรือผู้ที่มีภาวะการหายใจไม่เพียงพอระหว่างหลับ CPAP ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ทำให้คนไข้รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในช่วงกลางวัน รับคำปรึกษา ฟรี! ขนาดและการพกพาของเครื่อง CPAP เครื่อง CPAP มีหลายขนาดให้เลือก สามารถเลือกตามความเหมาะสมของการใช้งานแต่ละคนได้เลย หากคุณใช้ที่บ้าน ขนาดของเครื่อง CPAP ที่ใหญ่กว่าอาจไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อย การเลือกเครื่อง CPAP ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวก ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง BiPAP BiPAP คืออะไร? BiPAP (Bilevel Positive Airway Pressure) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีหลักการทำงานคล้ายกับ CPAP แต่มีความแตกต่างสำคัญในเรื่องของการปรับแรงดันอากาศระหว่างการหายใจเข้าและหายใจออก BiPAP ถูกออกแบบมาให้สามารถสร้างแรงดันอากาศที่แตกต่างกันในจังหวะหายใจเข้าและหายใจออก ในขณะที่เครื่อง CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา การทำงานนี้ทำให้ BiPAP เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการแรงดันอากาศที่แตกต่างกันระหว่างหายใจเข้าและออก หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบการหายใจซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยโรคปอดและโรคทางระบบประสาท หลักการทำงานของ BiPAP เครื่อง BiPAP จะทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศ 2 ระดับระดับหนึ่งสำหรับการหายใจเข้า (IPAP: Inspiratory Positive Airway Pressure)ระดับสำหรับการหายใจออก (EPAP: Expiratory Positive Airway Pressure)ความแตกต่างของแรงดันนี้ช่วยให้คนไข้ที่มีปัญหาหายใจเข้าและออกได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อบกพร่อง ทำให้การหายใจกลับมาเป็นปกติ ใครควรใช้ BiPAP? BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อที่ทำให้การหายใจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจแบบซับซ้อนที่ CPAP ไม่สามารถช่วยได้ BiPAP เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยให้การหายใจกลับมาสู่ภาวะปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนาดและการใช้งานของเครื่อง BiPAP เครื่อง BiPAP มักจะมีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับเครื่อง CPAP แต่การออกแบบส่วนใหญ่จะเน้นที่การทำงานเงียบและให้ความสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ หลายรุ่นของ BiPAP ยังมีตัวเพิ่มความชื้นในอากาศที่ส่งผ่านท่อหายใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อเมือกในจมูกแห้ง ทำให้การใช้งานรู้สึกสบายขึ้น ความแตกต่างระหว่าง BiPAP และ CPAP ในขณะที่ CPAP ใช้แรงดันอากาศคงที่ในการช่วยรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ BiPAP มีความสามารถในการปรับแรงดันอากาศสองระดับสำหรับการหายใจเข้าและออก ความแตกต่างนี้ทำให้ BiPAP เหมาะกับคนไข้ที่มีภาวะการหายใจที่ซับซ้อนหรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น โรคปอดหรือปัญหาทางระบบประสาทนอกจากนี้ เครื่อง BiPAP ยังมีการทำงานที่ซับซ้อนกว่าซึ่งส่งผลให้ ราคาของ BiPAP มักจะสูงกว่า CPAP อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจรุนแรง ที่ไม่สามารถปรับตัวกับการใช้ CPAP ได้ BiPAP จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากช่วยให้หายใจได้สะดวกและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหายใจออกที่ BiPAP จะใช้แรงดันที่น้อยกว่าในช่วงหายใจเข้า สรุป CPAP และ BiPAP ต่างก็เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ทั้งสองมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างหลักในเรื่องของแรงดันอากาศที่ใช้ระหว่างการหายใจเข้าและออก CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา ในขณะที่ BiPAP สามารถปรับแรงดันอากาศตามความต้องการของผู้ป่วยได้BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน หรือมีภาวะทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ส่วน CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับทั่วไป การเลือกใช้เครื่องใดเครื่องหนึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้การรักษาที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย การเลือกเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นและลดความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แก้การนอนกรน

ไขความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักเกินกับการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) พร้อมแนวทางฟื้นฟูสมดุลร่างกายจากภายใน

ตรวจนอนกรน

ตรวจนอนกรนไม่ได้แค่แก้ปัญหาเสียงดังรบกวนเท่านั้น แต่ยังช่วยวิเคราะห์คุณภาพการนอน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่อาจซ่อนอยู่

อาการวูบหมดสติ อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา

เคยไหมที่อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกหน้ามืด เหมือนโลกหมุน หูอื้อ อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่

ป้องกันหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนคิดว่าเสียงกรนเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของโรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะอื่น ๆ ที่กระทบต่อหัวใจ สมอง

แก้นอนกรน ด้วย myofunctional therapy

การนอนกรน เป็นปัญหาการนอนที่พบได้บ่อยและส่งผลต่อทั้งคนที่นอนกรนและคนรอบข้าง แม้ว่าจะมีวิธีการรักษานอนกรนหลายรูปแบบ แต่ Myofunctional Therapy

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!