• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ตรวจการนอนหลับ หรือ sleep lab
ที่ไหนดี?

ตรวจการนอนหลับ หรือ sleep lab

ที่ไหนดี?
Table of Contents

ในปัจจุบัน การดูแลสุขภาพกลายเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีด้านการแพทย์และบริการด้านสุขภาพได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วขึ้นมาก ช่วยให้การดูแลสุขภาพและรักษาโรคต่าง ๆ ง่ายขึ้นกว่าสมัยก่อน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการรักษาหรือดูแลสุขภาพก็สูงขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะการตรวจสุขภาพการนอนหลับ หรือที่เรียกกันว่า Sleep Lab ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวินิจฉัยปัญหาการนอนหลับ แต่เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ทำให้บางคนอาจรู้สึกลังเลในการเข้ารับการตรวจ ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Sleep Lab รวมถึงวิธีการเลือกสถานที่ตรวจที่เหมาะสม จึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ

ตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Lab คืออะไร?

การตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Lab เป็นกระบวนการตรวจวินิจฉัยการทำงานของร่างกายในขณะนอนหลับ เพื่อหาสาเหตุของปัญหาการนอน เช่น อาการนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือความผิดปกติอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการนอนหลับ การตรวจนี้สามารถบอกถึงคุณภาพการนอนหลับได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการวัดระดับออกซิเจน การเต้นของหัวใจ การทำงานของสมอง การทำงานของกล้ามเนื้อขณะหลับ ทำให้แพทย์เฉพาะทางสามารถวินิจฉัยโรคและความผิดปกติได้แม่นยำมากขึ้น

การตรวจการนอนหลับเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับอย่างรุนแรง เช่น การนอนกรนหนัก สะดุ้งตื่นกลางดึก หยุดหายใจขณะหลับ แม้แต่นอนเยอะแต่ยังรู้สึกเหนื่อย การตรวจนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สำคัญในการรักษาปัญหาการนอน เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม

ประเภทของการตรวจการนอนหลับ

ปัจจุบันการตรวจการนอนหลับมีหลายประเภท ซึ่งสามารถเลือกตามความเหมาะสมของผู้ป่วยหรือคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง

1. การตรวจการนอนหลับแบบมาตรฐาน (Standard Sleep Test หรือ Home Sleep Test)

การตรวจการนอนหลับแบบมาตรฐานเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับเล็กน้อยหรือปานกลาง การตรวจนี้เป็นวิธีที่ไม่ซับซ้อนและสามารถทำได้ที่บ้านเลย ลดความไม่สะดวกที่อาจเกิดจากการต้องเข้าไปตรวจที่โรงพยาบาล การตรวจแบบนี้ใช้อุปกรณ์ติดตั้งง่ายและไม่ยุ่งยาก สามารถติดตามการทำงานของร่างกายขณะหลับ โดยผลการตรวจจะสามารถบอกได้ว่า

  • ระดับความรุนแรงของการหยุดหายใจขณะหลับ
  • อัตราการเต้นของหัวใจ
  • ระดับออกซิเจนในเลือดขณะหลับ
  • การทำงานของหัวใจขณะหลับ
  • ท่านอนที่ทำให้เกิดการหยุดหายใจ
  • ระดับความดังของเสียงกรน
  • ระดับการนอนหลับ (Sleep Stage)

การตรวจการนอนหลับแบบมาตรฐานยังเหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบการนอนที่สถานพยาบาล เนื่องจากสามารถนอนหลับได้ในสภาพแวดล้อมคุ้นเคยที่บ้าน ช่วยให้ผลการตรวจออกมาใกล้เคียงกับการนอนหลับจริงมากขึ้น

2. การตรวจการนอนหลับแบบละเอียด (Full Sleep Test)

การตรวจการนอนหลับแบบละเอียดเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรนรุนแรง มีปัญหาการนอนที่ซับซ้อน เช่น การนอนกัดฟัน นอนละเมอ การหยุดหายใจขณะหลับอย่างรุนแรง การตรวจนี้จะสามารถวัดค่าต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดมากขึ้น เช่น

  • คลื่นไฟฟ้าสมอง
  • การเต้นของหัวใจ
  • คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ
  • ระดับออกซิเจนในเลือด
  • การทำงานของกล้ามเนื้อแขนและขา

โดยการตรวจแบบละเอียดจะดำเนินการในโรงพยาบาลที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดทั้งคืน ซึ่งอาจทำให้ผู้รับการตรวจรู้สึกอึดอัดหรือไม่สบายตัว เพราะต้องติดตั้งอุปกรณ์หลายจุด อย่างไรก็ตาม ที่ VitalSleep Clinic มีทางเลือกในการตรวจแบบละเอียดที่บ้าน เจ้าหน้าที่จะมาช่วยติดตั้งอุปกรณ์ให้ก่อนนอน เมื่อเสร็จแล้วก็สามารถถอดอุปกรณ์ออกเองได้ในตอนเช้า สะดวกและลดความอึดอัดในการตรวจที่โรงพยาบาล

เมื่อไหร่ที่ควรตรวจการนอนหลับ?

หากคุณมีปัญหาการนอนหลับดังต่อไปนี้ การตรวจการนอนหลับอาจเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา

  1. อาการนอนกรน ผู้ที่มีอาการนอนกรน มักมีปัญหาหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้นร่วมด้วย ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและสมองในระยะยาว หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และใหลตาย
  2. นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ แม้ว่าจะนอนครบ 8 ชั่วโมงหรือมากกว่าแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนนอนไม่พอ ง่วงนอนในตอนกลางวัน อาจเป็นสัญญาณว่าคุณมีปัญหาหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่แท้จริง
  3. สะดุ้งตื่นกลางดึก หากคุณมีอาการสะดุ้งตื่นระหว่างการนอนหลับบ่อยครั้ง รู้สึกเหมือนตื่นมาตลอดเวลา อาจเกิดจากอาการหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งร่างกายต้องปลุกตัวเองขึ้นมาเพื่อหายใจ
  4. ง่วงนอนแต่นอนไม่หลับ บางคนอาจรู้สึกง่วงแต่ไม่สามารถหลับได้ ซึ่งอาจเป็นเพราะร่างกายไม่สามารถเข้าสู่ภาวะการหลับลึกได้ เนื่องจากปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับ

หากคุณมีอาการเหล่านี้ การตรวจการนอนหลับสามารถช่วยวินิจฉัยปัญหาและหาทางรักษาที่เหมาะสมเพื่อปรับปรุงคุณภาพการนอนและสุขภาพในระยะยาว

วิธีการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับและนอนกรน

การรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

1. การรักษาด้วยการผ่าตัด

การรักษาด้วยการผ่าตัดมักใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหาโครงสร้างใบหน้าหรือขากรรไกรที่ทำให้เกิดอาการนอนกรน เช่น ขากรรไกรบนและล่างไม่สมดุล ซึ่งแพทย์เฉพาะทางจะทำการผ่าตัดเพื่อปรับโครงสร้างของขากรรไกรให้เหมาะสม การผ่าตัดนี้สามารถช่วยขยายช่องทางเดินหายใจ ลดอาการนอนกรนได้ แต่ก็มีความเสี่ยงต่อการเจ็บปวดและผลข้างเคียง เช่น อาการบวมและการฟื้นตัวที่ต้องใช้เวลามากกว่าปกติ

2. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

การรักษาแบบไม่ผ่าตัดเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีความเสี่ยงน้อยกว่าและให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน เช่น การใช้เครื่อง CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) ที่ช่วยเปิดทางเดินหายใจขณะหลับ นอกจากนี้ยังมีการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจส่วนต้น (Myofunctional Therapy) ซึ่งเป็นการออกกำลังกายเพื่อปรับปรุงการทำงานของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ ช่วยแก้ปัญหาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับที่ต้นเหตุ

สรุป

การตรวจการนอนหลับหรือ Sleep Lab เป็นวิธีที่ดีในการวินิจฉัยและรักษาปัญหาการนอนที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นอาการนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือปัญหาการนอนหลับอื่น ๆ การตรวจนี้สามารถทำได้ทั้งที่บ้านและในสถานพยาบาล ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความต้องการของผู้ป่วย หากคุณเป็นคนที่ไม่สะดวกในการนอนนอกบ้านหรือไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าที่พักที่โรงพยาบาล การเลือกตรวจการนอนหลับแบบที่สามารถทำที่บ้านได้ (Home Sleep Test) อาจเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะการตรวจที่บ้านสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ ไม่มีค่าห้องพักและไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแลตลอดคืน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จากการตรวจทั้งสองรูปแบบจะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมได้เช่นกัน

ไม่ว่าคุณจะเลือกตรวจการนอนหลับแบบไหน สิ่งสำคัญคือการเข้ารับการตรวจโดยเร็วที่สุด หากคุณมีอาการที่อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาการนอน เพราะการละเลยปัญหาการนอนหลับอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้ การรักษาและการดูแลสุขภาพการนอนหลับอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดความเสี่ยงจากโรคร้ายแรงได้ในอนาคต

Related Blogs and Articles
เด็กเล็ก นอนกรน

เด็กเล็ก นอนกรน เป็นประจำ อาจไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่คิด เพราะอาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการหายใจที่ส่งผลต่อหัวใจและสุขภาพโดยรวม

เครื่อง CPAP แต่ละยี่ห้อต่างกันยังไง

อาการนอนกรน ถือเป็นปัญหาสุขภาพของใครหลาย ๆ คน ในเฉพาะคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ไม่เพียงแต่ทำให้การนอนหลับไม่เต็มอิ่ม แต่ยังเป็นสาเหตุของความเสี่ยงโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง หนึ่งในวิธีการรักษาที่แพทย์เฉพาะทางแนะนำ คือ การใช้เครื่องช่วยหายใจที่เรียกว่า CPAP ซึ่งย่อมาจาก Continuous Positive Airway Pressure เครื่อง CPAP เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบำบัดรักษาคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ด้วยการส่งแรงดันอากาศอย่างต่อเนื่องผ่านทางหน้ากาก เพื่อเปิดทางเดินหายใจของคุณให้กว้างขึ้น ช่วยลดอาการนอนกรนและป้องกันการหยุดหายใจซ้ำ ๆ ในขณะหลับ ทำให้การนอนหลับทุกคืนของคุณกลับมาเป็นปกติ เครื่อง CPAP ทำงานอย่างไร? เครื่อง CPAP ทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศไปยังทางเดินหายใจผ่านหน้ากากที่สวมใส่ขณะนอนหลับ ช่วยป้องกันการปิดตัวของทางเดินหายใจในขณะที่กำลังหายใจเข้า โดยทั่วไปเครื่อง CPAP จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ บทความที่เกี่ยวข้อง เครื่อง CPAP เพื่อรักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ใครบ้างที่ควรใช้เครื่อง CPAP? เครื่อง CPAP มักจะถูกแนะนำหรือมาใช้รักษาให้กับคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไม่ว่าจะเป็นภาวะที่รุนแรงหรือเพียงเล็กน้อยก็ตาม การใช้ CPAP ช่วยทำให้คนไข้กลับมามีการนอนหลับที่ต่อเนื่องขึ้น ลดเสียงกรน และป้องกันภาวะการหยุดหายใจซ้ำ ๆ​ ตามที่ PMC กล่าวว่า โดยรวมแล้วการรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจแก้กรนเป็นทางเลือกการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพกับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือสภาวะทางการแพทย์อื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการหายใจระหว่างการนอนหลับ และสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตและลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้อง​ เครื่อง CPAP มีกี่ประเภท? แม้ว่าเครื่อง CPAP จะเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูงในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แต่ก็ยังมีเครื่องประเภทอื่น ๆ ที่ทำงานคล้ายกันและมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ดังนี้ ความแตกต่างของเครื่อง CPAP แต่ละยี่ห้อ ข้อดีและข้อเสียของเครื่อง CPAP การเลือกใช้เครื่อง CPAP มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ผู้ป่วยควรพิจารณาข้อดีและข้อเสียดังต่อไปนี้ ข้อดี ข้อเสีย การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยเครื่อง CPAP ที่ VitalSleep Clinic ที่ VitalSleep Clinic เราให้บริการรักษา ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ด้วย เครื่อง CPAP เป็นวิธีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในการช่วยให้ผู้ป่วยหายใจสะดวกขึ้นขณะนอนหลับ ทำงานโดยการส่งแรงดันลมอย่างสม่ำเสมอผ่านหน้ากากเพื่อเปิดทางเดินหายใจ ป้องกันการอุดกั้น ลดการหยุดหายใจและเสียงกรน ทำให้ได้รับออกซิเจนเพียงพอตลอดคืน ลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหลอดเลือดสมอง ทำไมต้องเลือก CPAP กับ VitalSleep Clinic? หากคุณมีอาการ นอนกรน ง่วงนอนตอนกลางวัน หรือหายใจติดขัดขณะหลับ อย่าปล่อยไว้ให้เป็นปัญหาเรื้อรัง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ VitalSleep Clinic เพื่อการรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุด

โรคแทรกซ้อนจากการนอนกรน

การนอนกรนสามารถเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดร่วมกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)

ป้องกันหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนคิดว่าเสียงกรนเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของโรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะอื่น ๆ ที่กระทบต่อหัวใจ สมอง

Sleep Test มีกี่แบบ

Sleep Test มีกี่แบบ และควรเลือกตรวจแบบไหน? การตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep test เป็นการตรวจทดสอบเพื่อประเมินสภาพการนอนของเรา ตรวจหาปัญหาการนอนหลับและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยการทดสอบนี้มีหลายแบบ แบ่งตามมาตรฐานของสมาคมเวชศาสตร์การนอนหลับแห่งสหรัฐอเมริกา (AASM) แต่ละแบบมีความซับซ้อนและวิธีการที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของผู้ป่วยรูปแบบการตรวจ Sleep Testระดับที่ 1 การทดสอบแบบสมบูรณ์โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอดคืนการตรวจนี้เป็นการทดสอบการนอนหลับที่ละเอียดและสมบูรณ์ที่สุด โดยมีการวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง, คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ, การเคลื่อนไหวของลูกตาและใต้คาง, คลื่นไฟฟ้าหัวใจ, การวัดระดับออกซิเจนในเลือด และการตรวจวัดลมหายใจ ขณะทดสอบมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าดูตลอดทั้งคืน มักจะทำในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่มีห้องตรวจเฉพาะ การตรวจในระดับนี้มีความละเอียดและแม่นยำมาก เหมาะสำหรับคนที่มีอาการนอนหลับผิดปกติอย่างรุนแรงระดับที่ 2 การทดสอบแบบสมบูรณ์โดยไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าการทดสอบในระดับนี้จะคล้ายกับระดับที่ 1 ในเรื่องความละเอียดในของการวัดข้อมูล แต่จะไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอดคืน สามารถทำการตรวจที่บ้านได้ โดยเจ้าหน้าที่จะมาติดตั้งอุปกรณ์ในตอนเย็นแล้วปล่อยให้ทดสอบเองในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย ลดความเครียดและความวิตกกังวลได้ข้อดี ของการทดสอบระดับที่ 2 นี้คือ ค่าใช้จ่ายจะน้อยกว่าการตรวจในโรงพยาบาล ไม่ต้องเดินทางหรือเสียเวลารอคิวตรวจเป็นเวลานานระดับที่ 3 การทดสอบแบบจำกัดข้อมูลจะมีความละเอียดน้อยกว่าระดับที่ 1 และ 2 โดยวัดเพียงข้อมูลพื้นฐาน เช่น การวัดการหายใจ การเคลื่อนไหวของหน้าอกและท้อง การวัดระดับออกซิเจนในเลือด และการตรวจวัดเสียงกรน ในบางครั้งอาจมีการวัดคลื่นหัวใจร่วมด้วย จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการไม่ซับซ้อนหรือแค่นอนกรนอย่างเดียว เพราะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่มีข้อเสียคือ ไม่สามารถประเมินประสิทธิภาพการนอนหลับได้เต็มที่ เนื่องจากไม่ได้วัดคลื่นสมอง อาจไม่ได้รับข้อมูลที่แม่นยำเท่ากับการตรวจระดับที่ 1 และ 2ระดับที่ 4 การทดสอบวัดออกซิเจนในเลือดและลมหายใจเป็นการตรวจการนอนหลับที่พื้นฐานที่สุด วัดเพียงออกซิเจนในเลือดหรือลมหายใจขณะหลับ ข้อมูลที่ได้รับจากการตรวจนี้มีจำกัดไม่เพียงพอในการวินิจฉัยอาการนอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างแม่นยำ​บทความจาก Home Sleep Studies Australia อธิบายว่า การตรวจการนอนมี 4 ระดับที่แตกต่างกันตามความละเอียดของข้อมูล แม้จะได้ข้อมูลละเอียดและแก้ปัญหาทางเทคนิคได้ทันที แต่ก็อาจไม่สะดวกสบายเท่าการตรวจที่บ้าน​ วิธีการเลือกการตรวจที่เหมาะสม การเลือกวิธีการตรวจที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของปัญหาการนอนหลับของแต่ละคน สำหรับคนที่มีอาการนอนกรนธรรมดา การตรวจในระดับที่ 3 อาจเพียงพอ แต่หากสงสัยว่าตัวเองมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยไหม ควรพิจารณาการตรวจระดับที่ 1 หรือ 2 ที่มีความละเอียดสูงกว่า สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย การเลือกตรวจที่บ้านในระดับที่ 2 เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะสามารถทำในสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคยโดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าทาง VitalSleep Clinic มีให้บริการการตรวจการนอนหลับทั้งระดับที่ 1 และ 2 ซึ่งสามารถทำการตรวจที่บ้านของผู้รับการตรวจได้ โดยให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและสะดวกสบายมากขึ้น ปรึกษาการตรวจการนอนหลับฟรี! ขั้นตอนการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ระดับ 1 และ 2 https://www.youtube.com/shorts/dGpk79k46ks เริ่มต้นการทดสอบจะเริ่มในช่วงหัวค่ำ ประมาณ 00 น. หรือตามเวลาที่เหมาะสมของผู้รับการตรวจ เจ้าหน้าที่จะทำการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการนอนหลับ กรอกเอกสารความยินยอม หลังจากนั้นจะอธิบายถึงการใช้อุปกรณ์และวิธีการปฏิบัติตัวระหว่างการตรวจการใช้ CPAP สำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจรุนแรงหากพบว่าผู้รับการตรวจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับรุนแรง เจ้าหน้าที่จะทำการทดลองใส่หน้ากาก CPAP เพื่อช่วยในการรักษาในคืนที่ตรวจเลย เมื่อผู้รับการทดสอบการนอนหลับพร้อมที่จะเข้านอนการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดเจ้าหน้าที่จะทำการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สายวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง, คลื่นกล้ามเนื้อ, การเคลื่อนไหวของลูกตา ตรวจวัดคลื่นหัวใจ นอกจากนี้ยังมีการวัดลมหายใจและการตรวจวัดออกซิเจนในเลือด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมมากที่สุดการตรวจวัดระบบหายใจผู้รับการตรวจจะได้รับการวัดการหายใจโดยมีสายวัดติดบริเวณจมูก สายรัดที่หน้าอกและท้อง รวมถึงการวัดระดับออกซิเจนที่ปลายนิ้ว ในบางกรณีอาจมีการบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ตามความจำเป็นการทดสอบตลอดคืนสำหรับการตรวจระดับที่ 1 จะมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูในห้องควบคุมเพื่อติดตามการนอนตลอดคืน ในขณะที่การตรวจระดับที่ 2 จะไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้า แต่ผู้รับการตรวจจะนอนหลับอย่างต่อเนื่องตามปกติ คำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนการตรวจสวมเสื้อผ้าที่สบายเหมือนชุดที่ใส่นอนตามปกติทุกคืนหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ ชา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันที่ตรวจหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในช่วงบ่ายในวันที่ตรวจแจ้งเจ้าหน้าที่หากคุณมีการใช้ยารักษาโรคประจำตัวหลังจากการตรวจเสร็จสิ้นในช่วงเช้า ผู้รับการตรวจสามารถกลับบ้านได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลที่ได้รับไปวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำตรวจการนอนหลับที่บ้านกับ VitalSleep Clinic สะดวก ปลอดภัย แม่นยำหากคุณมีปัญหานอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือนอนแล้วไม่สดชื่น การตรวจการนอนหลับที่บ้าน (Home Sleep Test) คือทางเลือกที่สะดวกและง่ายที่สุด!ไม่ต้องเดินทางอยู่ที่ไหนก็ตรวจได้ แม้คุณจะอยู่ต่างจังหวัดใช้งานง่ายอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด แค่ติดตั้งก่อนนอนผลแม่นยำวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลังรู้ผลไวพร้อมให้คำแนะนำแนวทางการรักษาที่ VitalSleep Clinic เรามุ่งเน้นการให้บริการตรวจสุขภาพการนอนหลับที่บ้าน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำใกล้เคียงกับสภาวะการนอนหลับในชีวิตจริง นอกจากนี้เรายังมีทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่เฉพาะทางที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลในทุกขั้นตอนอ่านเพิ่มเติม สรุป การตรวจการนอนหลับ Sleep Test หรือการตรวจสุขภาพการนอนหลับมีทั้งหมด 4 ระดับ ซึ่งแต่ละระดับมีความซับซ้อนและวิธีการตรวจที่แตกต่างกันออกไป การเลือกวิธีการตรวจที่เหมาะสมกับคุณ ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการและความจำเป็นของผู้ป่วย โดยการตรวจระดับที่ 1 และ 2 เป็นการตรวจที่ละเอียดและได้ข้อมูลที่ครอบคลุมที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการนอนหลับผิดปกติรุนแรง ในขณะที่การตรวจระดับที่ 3 และ 4 เป็นการตรวจที่จำกัดข้อมูลมากกว่า เหมาะกับผู้ที่มีอาการน้อยหรือไม่ซับซ้อนการเลือกสถานที่ตรวจการนอนหลับ Sleep Test เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ควรคำนึงถึง หากคุณต้องการความสะดวกสบายและต้องการผลลัพธ์ที่แม่นยำ การเลือกทำ Sleep Test ที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดี การนอนหลับในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น สะดวกในการเข้ารับการตรวจที่ VitalSleep Clinic เราให้บริการตรวจสุขภาพการนอนหลับที่บ้านของคนที่อยากตรวจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและใกล้เคียงกับการนอนในชีวิตประจำวัน หากคุณสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมหรือรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตรวจการนอนหลับ สามารถติดต่อเราได้ เรายินดีให้บริการและคำแนะนำที่เหมาะสมแก่คุณ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย

นอนกัดฟันรักษายังไง

ในบางครั้งคนที่นอนกัดฟันเองก็อาจไม่รู้ตัวจนกระทั่งเกิดอาการปวดฟัน ปวดกราม หรือมีคนรอบข้างสังเกตเห็นเสียงกัดฟันในเวลานอนตอนกลางคืน นอนกัดฟันรักษาได้!

นอนกัดฟัน

Bruxism เป็นภาวะที่หลายคนอาจไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมี เพราะเกิดขึ้นตอนนอนหลับ หรือบางคนอาจเกิดขณะตื่นในช่วงที่กำลังเครียด

ใครเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ

นอนกรนเกิดจากอะไร? เกิดจากการหายใจผ่านช่องทางเดินหายใจที่แคบลงขณะนอนหลับ จากการอุดกั้นของกล้ามเนื้อและอวัยวะภายในช่องปาก ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณคอ เช่น เพดานอ่อน ลิ้นไก่ และทอนซิล สั่นสะเทือนจนเกิดเป็นเสียงกรนในขณะที่นอนหลับอยู่ ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะทางเดินหายใจแคบลง ได้แก่ ระดับความรุนแรงของการนอนกรน สาเหตุของอาการนอนกรน​ อาการนอนกรนสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามความรุนแรงของอาการและผลกระทบที่เกิดขึ้น ข้อมูลจาก News Medical ดังนี้​ ใครบ้างที่เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ? ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่พบมากในกลุ่มต่อไปนี้ อันตรายจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การตรวจการนอนหลับที่ VitalSleep Clinic กุญแจสู่การนอนหลับที่ดีขึ้น ข้อดีของการตรวจการนอนหลับกับ VitalSleep Clinic วิธีการรักษาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ จาก VitalSleep Clinic ได้แก่ สรุป ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) เป็นภาวะที่อาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ที่ VitalSleep Clinic เรามีแนวทางการรักษาที่ทันสมัยและหลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ลดอาการนอนกรน เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ และลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!