• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
Update! ใหม่ล่าสุด วิธีรักษานอนกรน
บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า
และทางเดินหายใจส่วนต้น

Update! ใหม่ล่าสุด วิธีรักษานอนกรน

บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า
และทางเดินหายใจส่วนต้น
Table of Contents

การนอนกรน เป็นปัญหาการนอนที่พบได้บ่อยและส่งผลต่อทั้งคนที่นอนกรนและคนรอบข้าง อาการกรนเกิดจากการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่ออ่อนในทางเดินหายใจ ซึ่งมักเกิดมาจากการหย่อนของกล้ามเนื้อบริเวณลำคอขณะหลับ แม้ว่าจะมีวิธีการรักษานอนกรนหลายรูปแบบ แต่ Myofunctional Therapy หรือการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจส่วนต้น กำลังเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจ เพราะสามารถช่วยรักษาการนอนกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรืออุปกรณ์เสริมอื่น ๆ บทความนี้จะอธิบายถึงหลักการของการบำบัดนี้ รวมถึงศักยภาพในการรักษาอาการนอนกรนและการปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับอย่างครบถ้วน

ทำความรู้จักกับ Myofunctional Therapy

Myofunctional Therapy เป็นการบำบัดที่เน้นการพัฒนากล้ามเนื้อใบหน้า ปาก และลำคอ เป้าหมายของการบำบัดคือการแก้ไขปัญหาการทำงานของกล้ามเนื้อที่ไม่เหมาะสม เช่น การเคลื่อนไหวของลิ้น การกลืน หรือการหายใจ ที่เป็นสาเหตุของอาการกรน ซึ่งการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจนี้จะช่วยปรับปรุงการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณปาก ลำคอ และการหายใจ รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงของการนอนกรน

วิธีการบำบัดนี้ได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและการทำงานที่ดีของกล้ามเนื้อใบหน้า โดยมีผลต่อการเคี้ยว การกลืน และการพูด ที่สำคัญยังช่วยปรับปรุงการหายใจที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหานอนกรนได้ในระยะยาว

หลักการบำบัด Myofunctional Therapy ในการรักษานอนอาการกรน

การบำบัดด้วย Myofunctional Therapy จะเน้นการฝึกกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ การกลืน การทำงานอื่น ๆ ในช่องปากและทางเดินหายใจส่วนต้น ในกรณีของการนอนกรน การฝึกกล้ามเนื้อดังกล่าวจะช่วยลดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่ออ่อนในคอและเปิดทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการกรน

  1. การเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
    การฝึกกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอ เป็นส่วนสำคัญของการบำบัด Myofunctional Therapy โดยมีการออกกำลังกายที่เฉพาะเจาะจงเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเหล่านี้ การออกกำลังกายช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการหายใจ ทำให้ลดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในคอที่ทำให้เกิดเสียงกรนได้
  2. การแก้ไขท่าทางในช่องปาก
    อาการนอนกรน อาจมีสาเหตุมาจากการวางตำแหน่งของลิ้นที่ไม่ถูกต้อง ลิ้นที่ตกไปด้านหลังมากเกินไป การบำบัดนี้จะเน้นการปรับท่าทางของลิ้น ริมฝีปาก และกรามให้เหมาะสม เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้นและลดการกีดขวางของลมหายใจขณะหลับ ซึ่งสามารถช่วยแก้อาการนอนกรนได้
  3. การฝึกการกลืน
    บางคนอาจมีปัญหาการกลืนที่ไม่ถูกต้อง เป็นสาเหตุของอาการกรน การฝึกกล้ามเนื้อให้ทำงานได้อย่างถูกต้องสามารถช่วยลดโอกาสเกิดการนอนกรนได้
  4. ฝึกเทคนิคการหายใจ
    การหายใจที่ไม่เหมาะสมอาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของอาการกรน การบำบัด Myofunctional Therapy จะสอนให้ผู้ที่มีปัญหานอนกรนฝึกการหายใจที่ถูกต้อง เช่น การหายใจทางจมูกและการหายใจด้วยกระบังลม ซึ่งช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ ลดโอกาสของการหายใจทางปากซึ่งอาจทำให้เกิดอาการกรนได้
  5. การออกกำลังกายลิ้น
    กล้ามเนื้อลิ้นมีบทบาทสำคัญในการหายใจและการนอนกรน การฝึกออกกำลังกายลิ้นเป็นอีกส่วนหนึ่งของ Myofunctional Therapy ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของลิ้น ช่วยปรับท่าทางของลิ้นและลดการสั่นสะเทือนที่เป็นสาเหตุของอาการนอนกรน

การบำบัด Myofunctional Therapy ควรทำภายใต้คำแนะนำของแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญ

เพราะสามารถประเมินสาเหตุที่แท้จริงของอาการนอนกรนได้แม่นยำ มาพัฒนาแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าการรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการนอนกรนเรื้อรัง

อาการนอนกรน อาจดูเหมือนเป็นเพียงปัญหาเล็ก ๆ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้ การนอนกรนเป็นสัญญาณที่อาจบอกถึงปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ เช่น

  1. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
    การนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเป็นความผิดปกติที่ทำให้การหายใจหยุดชะงักขณะหลับ โดยภาวะนี้สัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเบาหวาน
  2. ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด
    อาการนอนกรนเรื้อรังอาจทำให้เกิดปัญหาด้านหัวใจและหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูงและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ อาการนอนกรนยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกด้วย
  3. อาการง่วงนอนและการทำงานของสมองบกพร่อง
    อาการนอนกรนสามารถรบกวนการนอนหลับ ทำให้เกิดอาการง่วงนอนในช่วงกลางวัน และสมองทำงานได้ไม่เต็มที่ อาจส่งผลต่อการทำงานในชีวิตประจำวัน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้
  4. ปัญหาความสัมพันธ์
    อาการนอนกรนที่รุนแรงอาจรบกวนการนอนของคู่สมรสหรือคนรอบข้าง ทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์และความเครียดจากการนอนไม่พอ
  5. ความเหนื่อยล้าและปัญหาทางอารมณ์
    อาการนอนกรนอาจส่งผลต่ออารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นความหงุดหงิด ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล เนื่องจากการนอนไม่พอและคุณภาพการนอนที่แย่
  6. สมาธิและความจำบกพร่อง
    อาการนอนกรนอาจส่งผลกระทบต่อสมาธิ ความจำและความสามารถในการเรียนรู้
  7. ความผิดปกติของการเผาผลาญ
    จากงานวิจัยพบว่า อาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และโรคอ้วน

ข้อดีของการบำบัด Myofunctional Therapy

การบำบัด Myofunctional Therapy มีข้อดีหลายประการเมื่อเทียบกับวิธีการรักษานอนกรนแบบดั้งเดิม

  1. การบำบัดที่ไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดหรือยา
    หนึ่งในข้อดีหลัก ๆ ของ Myofunctional Therapy คือไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดหรือการใช้ยาใด ๆ เลย เป็นการรักษาที่ใช้การออกกำลังกายเฉพาะกล้ามเนื้อเพื่อปรับปรุงการทำงานของระบบหายใจและกล้ามเนื้อใบหน้า จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้วิธีการที่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน
  2. ปรับปรุงคุณภาพชีวิต
    เมื่ออาการนอนกรนลดลง จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยลดความเหนื่อยล้าในระหว่างวัน ทำให้การทำงานและการดำเนินชีวิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงช่วยปรับปรุงความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวที่อาจได้รับผลกระทบจากเสียงกรนได้
  3. ลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพในระยะยาว
    การนอนกรนที่ไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การบำบัดด้วย Myofunctional Therapy สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะเหล่านี้ได้ในระยะยาว
  4. การปรับตัวที่ง่ายและเหมาะสมสำหรับผู้ใช้ทุกวัย
    การบำบัดนี้เหมาะสำหรับทุกคน ในทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ สามารถปรับใช้ได้ตามความสามารถของแต่ละบุคคล ซึ่งจะแตกต่างจากการผ่าตัดหรือการใช้เครื่อง CPAP ที่อาจไม่สะดวกสำหรับในบางคน
  5. ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
    การฝึกกล้ามเนื้อใน Myofunctional Therapy จะให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ได้รับการฝึกและพัฒนาจะสามารถคงความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้แม้หลังจากการรักษาแล้ว ต่างจากการใช้อุปกรณ์เสริมที่อาจต้องใช้ตลอดชีวิต

ใครบ้างที่เหมาะสมกับการบำบัด Myofunctional Therapy?

การบำบัด Myofunctional Therapy เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหานอนกรนทั้งที่เกิดจากการอุดกั้นทางเดินหายใจและจากการทำงานของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้

  1. ผู้ที่มีอาการนอนกรนแบบเรื้อรัง
  2. ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับไม่รุนแรง
  3. ผู้ที่มีปัญหาการหายใจทางปากมากกว่าการหายใจทางจมูก
  4. ผู้ที่มีปัญหาการกลืนที่ผิดปกติ หรือเคี้ยวอาหารได้ไม่ดี
  5. เด็กที่มีปัญหาการพัฒนากล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการนอนกรนในอนาคต
  6. ผู้ที่ไม่สามารถใช้เครื่อง CPAP ได้หรือต้องการหาวิธีรักษาแบบทางเลือกที่ไม่ซับซ้อน

ใครบ้างที่เหมาะสมกับการบำบัด Myofunctional Therapy?

การบำบัด Myofunctional Therapy เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหานอนกรนทั้งที่เกิดจากการอุดกั้นทางเดินหายใจและจากการทำงานของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้

  1. ผู้ที่มีอาการนอนกรนแบบเรื้อรัง
  2. ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับไม่รุนแรง
  3. ผู้ที่มีปัญหาการหายใจทางปากมากกว่าการหายใจทางจมูก
  4. ผู้ที่มีปัญหาการกลืนที่ผิดปกติ หรือเคี้ยวอาหารได้ไม่ดี
  5. เด็กที่มีปัญหาการพัฒนากล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการนอนกรนในอนาคต
  6. ผู้ที่ไม่สามารถใช้เครื่อง CPAP ได้หรือต้องการหาวิธีรักษาแบบทางเลือกที่ไม่ซับซ้อน

กระบวนการบำบัด Myofunctional Therapy

การเริ่มต้นบำบัด Myofunctional Therapy มักเริ่มจากการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้า เช่น นักกายภาพบำบัดเฉพาะทางหรือนักบำบัดด้านการหายใจ โดยกระบวนการบำบัดจะแบ่งเป็นขั้นตอน ดังนี้

1. การประเมินเบื้องต้น

แพทย์เฉพาะทางจะประเมินโครงสร้างทางกายวิภาคของกล้ามเนื้อใบหน้า ปาก และลำคอ รวมถึงพฤติกรรมการหายใจ การกลืน และการทำงานของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุของอาการนอนกรน

2. การออกแบบแผนการบำบัด

เมื่อทราบถึงสาเหตุแล้ว ผู้เชี่ยวชาญจะพัฒนาแผนการบำบัดที่เหมาะสมซึ่งอาจรวมถึงการออกกำลังกายเฉพาะกล้ามเนื้อ การปรับปรุงพฤติกรรมการหายใจและการกลืน ซึ่งการออกกำลังกายจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในลำคอ ลิ้น และทางเดินหายใจ

3. การฝึกฝนและการติดตามผล

ผู้ป่วยจะต้องทำการฝึกฝนการออกกำลังกายตามแผนที่ผู้เชี่ยวชาญกำหนด การติดตามผลเป็นระยะ ๆ จะช่วยให้แน่ใจว่าการบำบัดมีประสิทธิภาพ และมีการปรับปรุงแผนการบำบัดให้เหมาะสมกับความก้าวหน้าของผู้ป่วย

สรุป

Myofunctional Therapy เป็นวิธีการรักษาการนอนกรนที่มีประสิทธิภาพ โดยเน้นการพัฒนากล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และลำคอ เพื่อปรับปรุงการทำงานของระบบหายใจ ช่วยลดการนอนกรน และปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับอย่างมีนัยสำคัญ ข้อดีของการบำบัดนี้คือไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดหรืออุปกรณ์เสริม ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรนที่ไม่รุนแรงและต้องการหลีกเลี่ยงการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือเครื่อง CPAP

หากคุณมีปัญหาการนอนกรนและต้องการหาทางเลือกในการรักษาที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่ซับซ้อน การบำบัด Myofunctional Therapy อาจเป็นคำตอบที่เหมาะสมสำหรับคุณ โดยการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ในด้านนี้จะช่วยให้คุณได้รับการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัย

Related Blogs and Articles
อาการผีอำ

เคยไหม…นอนอยู่ดี ๆ แล้วรู้สึกเหมือนมีบางอย่างทับอยู่บนอก ขยับตัวไม่ได้ หายใจก็อึดอัด นั่นแหละที่เราเรียกกันว่า “ผีอำ” อาการนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ

อุปกรณ์รักษานอนกรน

พามาเจาะลึกอุปกรณ์รักษานอนกรน จาก VitalSleep Clinic ว่ามีอะไรบ้าง ใช้อย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง เพื่อให้คุณกลับมามีการนอนที่เงียบสงบ

เด็กเล็ก นอนกรน

เด็กเล็ก นอนกรน เป็นประจำ อาจไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่คิด เพราะอาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการหายใจที่ส่งผลต่อหัวใจและสุขภาพโดยรวม

Brain stimulation technology

โปรแกรม EXOMIND เทคโนโลยีกระตุ้นสมอง ที่ช่วยให้หลับง่าย หลับลึก หลับไว คุณเคยไหม?... ที่พยายามเข้านอนตั้งแต่สามทุ่ม แต่ตาแข็งยันตีสอง? หรือแม้จะนอนได้แต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกยังไม่สดชื่น เหมือนนอนไม่พอ EXOMIND อาจเป็นคำตอบใหม่สำหรับคนที่กำลังต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้ ทำไม? การนอนหลับถึงสำคัญ หลับลึก (Deep Sleep) คืออะไร? Deep Sleep คือช่วงที่สมองของคุณพักผ่อนจริง ๆ เป็นช่วงที่ระบบซ่อมแซมร่างกายเริ่มทำงานเต็มที่ ฮอร์โมนเจริญเติบโตหลั่ง ระบบภูมิคุ้มกันรีเซ็ต และความจำระยะยาวเริ่มเก็บข้อมูล ถ้าคุณไม่มี Deep Sleep คุณจะเหนื่อยง่าย หลงลืม และรู้สึกไม่สดชื่นตลอดวัน ผลกระทบของการนอนไม่พอ ปัญหาการนอนที่คนไทยเจอกันบ่อย เรื่อง “การนอนหลับ” กลับมีคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่กำลังเผชิญกับภาวะนอนไม่มีคุณภาพแบบไม่รู้ตัว ปัญหาการนอนหลับไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ "ง่วงตอนกลางวัน" แต่ยังส่งผลลึกไปถึงสมอง หัวใจ อารมณ์ และประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตทุกด้าน โดยเฉพาะ 2 ปัญหาหลักที่พบบ่อย คือ นอนไม่หลับ และ หลับไม่ลึก นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก ถ้าคุณเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม หวังจะตื่นมาสดชื่นในวันพรุ่งนี้ แต่ดันนอนพลิกตัวไปมาเหมือนอยู่บนเตียง ตาแข็งจนถึงตีสอง บางคืนหลับได้ก็จริง แต่กลับตื่นขึ้นมาตอนตีสาม ตีสี่ แล้วนอนต่อไม่ได้อีกเลย อาการเหล่านี้เรียกว่า Insomnia หรือ ภาวะนอนไม่หลับ ในระยะสั้น การนอนไม่หลับอาจทำให้เราง่วง สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน แต่ถ้านานวันเข้าจะเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ หลับไม่ลึก รู้สึกไม่สดชื่น บางคนหลับง่ายมาก ๆ แต่ตื่นเช้ามาแล้วกลับรู้สึก “เหนื่อยกว่าเดิม” เหมือนไม่ได้นอนเลย นั่นคือสัญญาณของภาวะหลับไม่ลึก (Poor Deep Sleep) ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่คนไทยมักมองข้าม การหลับไม่ลึกคือการที่ร่างกายไม่ได้เข้าสู่ช่วง Deep Sleep ที่เป็นช่วงที่สมองหลั่งโกรทฮอร์โมน ฟื้นฟูร่างกาย ซ่อมแซมเซลล์ และเคลียร์สารพิษที่สะสมในสมอง EXOMIND คืออะไร? โปรแกรม EXOMIND คือเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็ก (BTL Neurostimulation) โดยใช้หลักการของการกระตุ้นสมองผ่านสนามแม่เหล็กความเข้มต่ำ เพื่อปรับวงจรการนอนให้สมดุลมากขึ้น เทคโนโลยี BTL คือการใช้คลื่นแม่เหล็กระดับต่ำ (Low-Intensity Pulsed Electromagnetic Field หรือ PEMF) ที่ปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัด ช่วยกระตุ้นสมองส่วน Prefrontal Cortex ที่เกี่ยวข้องกับการนอน การผ่อนคลาย และการฟื้นฟูจิตใจ โปรแกรม EXOMIND ช่วยการนอนหลับได้อย่างไร? กระตุ้นสมองส่วนลึกเพื่อปรับวงจรการนอน EXOMIND ช่วยให้สมองปรับคลื่นให้เข้าสู่โหมดพักผ่อนโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องฝืน ไม่ต้องกดดันตัวเองให้นอน ช่วยให้เข้าสู่ Deep Sleep ได้ไวขึ้น คนที่เข้ารับการทำ EXOMIND อย่างต่อเนื่องจะพบว่าใช้เวลาน้อยลงในการเข้าสู่ระยะหลับลึก และตื่นมาพร้อมความรู้สึกสดชื่นมากขึ้น ใครบ้าง? ควรลองโปรแกรม EXOMIND คนที่มีปัญหาการนอนที่เรื้อรัง หรือเคยลองมาหลายวิธีแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น หากกำลังสงสัยว่า "เราเหมาะกับโปรแกรมนี้ไหม?" มาดูประเภทของคนที่ควรลอง EXOMIND กัน สรุป ไม่ว่าจะเป็น "นอนไม่หลับ" หรือลงนอนแล้ว "หลับไม่ลึก" ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้จบที่ความง่วงตอนเช้า แต่มันสะท้อนถึงสมดุลภายในสมอง ระบบประสาท และสุขภาพโดยรวม ซึ่งการหาแนวทางช่วยฟื้นฟูการนอนตั้งแต่รากฐาน เช่น การใช้โปรแกรม EXOMIND จึงกลายเป็นทางเลือกที่คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น FAQs คำถามที่พบบ่อย

ป้องกันหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนคิดว่าเสียงกรนเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของโรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะอื่น ๆ ที่กระทบต่อหัวใจ สมอง

ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

การนอนกรนเป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้าม ที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาทางสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ใครเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ

นอนกรนเกิดจากอะไร? เกิดจากการหายใจผ่านช่องทางเดินหายใจที่แคบลงขณะนอนหลับ จากการอุดกั้นของกล้ามเนื้อและอวัยวะภายในช่องปาก ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณคอ เช่น เพดานอ่อน ลิ้นไก่ และทอนซิล สั่นสะเทือนจนเกิดเป็นเสียงกรนในขณะที่นอนหลับอยู่ ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะทางเดินหายใจแคบลง ได้แก่ ระดับความรุนแรงของการนอนกรน สาเหตุของอาการนอนกรน​ อาการนอนกรนสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามความรุนแรงของอาการและผลกระทบที่เกิดขึ้น ข้อมูลจาก News Medical ดังนี้​ ใครบ้างที่เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ? ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่พบมากในกลุ่มต่อไปนี้ อันตรายจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การตรวจการนอนหลับที่ VitalSleep Clinic กุญแจสู่การนอนหลับที่ดีขึ้น ข้อดีของการตรวจการนอนหลับกับ VitalSleep Clinic วิธีการรักษาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ จาก VitalSleep Clinic ได้แก่ สรุป ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) เป็นภาวะที่อาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ที่ VitalSleep Clinic เรามีแนวทางการรักษาที่ทันสมัยและหลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ลดอาการนอนกรน เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ และลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!