logo
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
Update! ใหม่ล่าสุด วิธีรักษานอนกรน
บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า
และทางเดินหายใจส่วนต้น

Update! ใหม่ล่าสุด วิธีรักษานอนกรน

บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า
และทางเดินหายใจส่วนต้น
Table of Contents

การนอนกรน เป็นปัญหาการนอนที่พบได้บ่อยและส่งผลต่อทั้งคนที่นอนกรนและคนรอบข้าง อาการกรนเกิดจากการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่ออ่อนในทางเดินหายใจ ซึ่งมักเกิดมาจากการหย่อนของกล้ามเนื้อบริเวณลำคอขณะหลับ แม้ว่าจะมีวิธีการรักษานอนกรนหลายรูปแบบ แต่ Myofunctional Therapy หรือการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจส่วนต้น กำลังเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจ เพราะสามารถช่วยรักษาการนอนกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรืออุปกรณ์เสริมอื่น ๆ บทความนี้จะอธิบายถึงหลักการของการบำบัดนี้ รวมถึงศักยภาพในการรักษาอาการนอนกรนและการปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับอย่างครบถ้วน

ทำความรู้จักกับ Myofunctional Therapy

Myofunctional Therapy เป็นการบำบัดที่เน้นการพัฒนากล้ามเนื้อใบหน้า ปาก และลำคอ เป้าหมายของการบำบัดคือการแก้ไขปัญหาการทำงานของกล้ามเนื้อที่ไม่เหมาะสม เช่น การเคลื่อนไหวของลิ้น การกลืน หรือการหายใจ ที่เป็นสาเหตุของอาการกรน ซึ่งการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจนี้จะช่วยปรับปรุงการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณปาก ลำคอ และการหายใจ รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงของการนอนกรน

วิธีการบำบัดนี้ได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและการทำงานที่ดีของกล้ามเนื้อใบหน้า โดยมีผลต่อการเคี้ยว การกลืน และการพูด ที่สำคัญยังช่วยปรับปรุงการหายใจที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหานอนกรนได้ในระยะยาว

หลักการบำบัด Myofunctional Therapy ในการรักษานอนอาการกรน

การบำบัดด้วย Myofunctional Therapy จะเน้นการฝึกกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ การกลืน การทำงานอื่น ๆ ในช่องปากและทางเดินหายใจส่วนต้น ในกรณีของการนอนกรน การฝึกกล้ามเนื้อดังกล่าวจะช่วยลดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่ออ่อนในคอและเปิดทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการกรน

  1. การเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
    การฝึกกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอ เป็นส่วนสำคัญของการบำบัด Myofunctional Therapy โดยมีการออกกำลังกายที่เฉพาะเจาะจงเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเหล่านี้ การออกกำลังกายช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการหายใจ ทำให้ลดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในคอที่ทำให้เกิดเสียงกรนได้
  2. การแก้ไขท่าทางในช่องปาก
    อาการนอนกรน อาจมีสาเหตุมาจากการวางตำแหน่งของลิ้นที่ไม่ถูกต้อง ลิ้นที่ตกไปด้านหลังมากเกินไป การบำบัดนี้จะเน้นการปรับท่าทางของลิ้น ริมฝีปาก และกรามให้เหมาะสม เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้นและลดการกีดขวางของลมหายใจขณะหลับ ซึ่งสามารถช่วยแก้อาการนอนกรนได้
  3. การฝึกการกลืน
    บางคนอาจมีปัญหาการกลืนที่ไม่ถูกต้อง เป็นสาเหตุของอาการกรน การฝึกกล้ามเนื้อให้ทำงานได้อย่างถูกต้องสามารถช่วยลดโอกาสเกิดการนอนกรนได้
  4. ฝึกเทคนิคการหายใจ
    การหายใจที่ไม่เหมาะสมอาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของอาการกรน การบำบัด Myofunctional Therapy จะสอนให้ผู้ที่มีปัญหานอนกรนฝึกการหายใจที่ถูกต้อง เช่น การหายใจทางจมูกและการหายใจด้วยกระบังลม ซึ่งช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ ลดโอกาสของการหายใจทางปากซึ่งอาจทำให้เกิดอาการกรนได้
  5. การออกกำลังกายลิ้น
    กล้ามเนื้อลิ้นมีบทบาทสำคัญในการหายใจและการนอนกรน การฝึกออกกำลังกายลิ้นเป็นอีกส่วนหนึ่งของ Myofunctional Therapy ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของลิ้น ช่วยปรับท่าทางของลิ้นและลดการสั่นสะเทือนที่เป็นสาเหตุของอาการนอนกรน

การบำบัด Myofunctional Therapy ควรทำภายใต้คำแนะนำของแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญ

เพราะสามารถประเมินสาเหตุที่แท้จริงของอาการนอนกรนได้แม่นยำ มาพัฒนาแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าการรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการนอนกรนเรื้อรัง

อาการนอนกรน อาจดูเหมือนเป็นเพียงปัญหาเล็ก ๆ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้ การนอนกรนเป็นสัญญาณที่อาจบอกถึงปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ เช่น

  1. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
    การนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเป็นความผิดปกติที่ทำให้การหายใจหยุดชะงักขณะหลับ โดยภาวะนี้สัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเบาหวาน
  2. ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด
    อาการนอนกรนเรื้อรังอาจทำให้เกิดปัญหาด้านหัวใจและหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูงและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ อาการนอนกรนยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกด้วย
  3. อาการง่วงนอนและการทำงานของสมองบกพร่อง
    อาการนอนกรนสามารถรบกวนการนอนหลับ ทำให้เกิดอาการง่วงนอนในช่วงกลางวัน และสมองทำงานได้ไม่เต็มที่ อาจส่งผลต่อการทำงานในชีวิตประจำวัน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้
  4. ปัญหาความสัมพันธ์
    อาการนอนกรนที่รุนแรงอาจรบกวนการนอนของคู่สมรสหรือคนรอบข้าง ทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์และความเครียดจากการนอนไม่พอ
  5. ความเหนื่อยล้าและปัญหาทางอารมณ์
    อาการนอนกรนอาจส่งผลต่ออารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นความหงุดหงิด ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล เนื่องจากการนอนไม่พอและคุณภาพการนอนที่แย่
  6. สมาธิและความจำบกพร่อง
    อาการนอนกรนอาจส่งผลกระทบต่อสมาธิ ความจำและความสามารถในการเรียนรู้
  7. ความผิดปกติของการเผาผลาญ
    จากงานวิจัยพบว่า อาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และโรคอ้วน

ข้อดีของการบำบัด Myofunctional Therapy

การบำบัด Myofunctional Therapy มีข้อดีหลายประการเมื่อเทียบกับวิธีการรักษานอนกรนแบบดั้งเดิม

  1. การบำบัดที่ไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดหรือยา
    หนึ่งในข้อดีหลัก ๆ ของ Myofunctional Therapy คือไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดหรือการใช้ยาใด ๆ เลย เป็นการรักษาที่ใช้การออกกำลังกายเฉพาะกล้ามเนื้อเพื่อปรับปรุงการทำงานของระบบหายใจและกล้ามเนื้อใบหน้า จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้วิธีการที่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน
  2. ปรับปรุงคุณภาพชีวิต
    เมื่ออาการนอนกรนลดลง จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยลดความเหนื่อยล้าในระหว่างวัน ทำให้การทำงานและการดำเนินชีวิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงช่วยปรับปรุงความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวที่อาจได้รับผลกระทบจากเสียงกรนได้
  3. ลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพในระยะยาว
    การนอนกรนที่ไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การบำบัดด้วย Myofunctional Therapy สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะเหล่านี้ได้ในระยะยาว
  4. การปรับตัวที่ง่ายและเหมาะสมสำหรับผู้ใช้ทุกวัย
    การบำบัดนี้เหมาะสำหรับทุกคน ในทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ สามารถปรับใช้ได้ตามความสามารถของแต่ละบุคคล ซึ่งจะแตกต่างจากการผ่าตัดหรือการใช้เครื่อง CPAP ที่อาจไม่สะดวกสำหรับในบางคน
  5. ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
    การฝึกกล้ามเนื้อใน Myofunctional Therapy จะให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ได้รับการฝึกและพัฒนาจะสามารถคงความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้แม้หลังจากการรักษาแล้ว ต่างจากการใช้อุปกรณ์เสริมที่อาจต้องใช้ตลอดชีวิต

ใครบ้างที่เหมาะสมกับการบำบัด Myofunctional Therapy?

การบำบัด Myofunctional Therapy เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหานอนกรนทั้งที่เกิดจากการอุดกั้นทางเดินหายใจและจากการทำงานของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้

  1. ผู้ที่มีอาการนอนกรนแบบเรื้อรัง
  2. ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับไม่รุนแรง
  3. ผู้ที่มีปัญหาการหายใจทางปากมากกว่าการหายใจทางจมูก
  4. ผู้ที่มีปัญหาการกลืนที่ผิดปกติ หรือเคี้ยวอาหารได้ไม่ดี
  5. เด็กที่มีปัญหาการพัฒนากล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการนอนกรนในอนาคต
  6. ผู้ที่ไม่สามารถใช้เครื่อง CPAP ได้หรือต้องการหาวิธีรักษาแบบทางเลือกที่ไม่ซับซ้อน

ใครบ้างที่เหมาะสมกับการบำบัด Myofunctional Therapy?

การบำบัด Myofunctional Therapy เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหานอนกรนทั้งที่เกิดจากการอุดกั้นทางเดินหายใจและจากการทำงานของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้

  1. ผู้ที่มีอาการนอนกรนแบบเรื้อรัง
  2. ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับไม่รุนแรง
  3. ผู้ที่มีปัญหาการหายใจทางปากมากกว่าการหายใจทางจมูก
  4. ผู้ที่มีปัญหาการกลืนที่ผิดปกติ หรือเคี้ยวอาหารได้ไม่ดี
  5. เด็กที่มีปัญหาการพัฒนากล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการนอนกรนในอนาคต
  6. ผู้ที่ไม่สามารถใช้เครื่อง CPAP ได้หรือต้องการหาวิธีรักษาแบบทางเลือกที่ไม่ซับซ้อน

กระบวนการบำบัด Myofunctional Therapy

การเริ่มต้นบำบัด Myofunctional Therapy มักเริ่มจากการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้า เช่น นักกายภาพบำบัดเฉพาะทางหรือนักบำบัดด้านการหายใจ โดยกระบวนการบำบัดจะแบ่งเป็นขั้นตอน ดังนี้

1. การประเมินเบื้องต้น

แพทย์เฉพาะทางจะประเมินโครงสร้างทางกายวิภาคของกล้ามเนื้อใบหน้า ปาก และลำคอ รวมถึงพฤติกรรมการหายใจ การกลืน และการทำงานของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุของอาการนอนกรน

2. การออกแบบแผนการบำบัด

เมื่อทราบถึงสาเหตุแล้ว ผู้เชี่ยวชาญจะพัฒนาแผนการบำบัดที่เหมาะสมซึ่งอาจรวมถึงการออกกำลังกายเฉพาะกล้ามเนื้อ การปรับปรุงพฤติกรรมการหายใจและการกลืน ซึ่งการออกกำลังกายจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในลำคอ ลิ้น และทางเดินหายใจ

3. การฝึกฝนและการติดตามผล

ผู้ป่วยจะต้องทำการฝึกฝนการออกกำลังกายตามแผนที่ผู้เชี่ยวชาญกำหนด การติดตามผลเป็นระยะ ๆ จะช่วยให้แน่ใจว่าการบำบัดมีประสิทธิภาพ และมีการปรับปรุงแผนการบำบัดให้เหมาะสมกับความก้าวหน้าของผู้ป่วย

สรุป

Myofunctional Therapy เป็นวิธีการรักษาการนอนกรนที่มีประสิทธิภาพ โดยเน้นการพัฒนากล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และลำคอ เพื่อปรับปรุงการทำงานของระบบหายใจ ช่วยลดการนอนกรน และปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับอย่างมีนัยสำคัญ ข้อดีของการบำบัดนี้คือไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดหรืออุปกรณ์เสริม ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรนที่ไม่รุนแรงและต้องการหลีกเลี่ยงการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือเครื่อง CPAP

หากคุณมีปัญหาการนอนกรนและต้องการหาทางเลือกในการรักษาที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่ซับซ้อน การบำบัด Myofunctional Therapy อาจเป็นคำตอบที่เหมาะสมสำหรับคุณ โดยการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ในด้านนี้จะช่วยให้คุณได้รับการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัย

Related Blogs and Articles
เครื่อง CPAP แต่ละยี่ห้อต่างกันยังไง และเหมาะกับใคร?

อาการนอนกรน ถือเป็นปัญหาสุขภาพของใครหลาย ๆ คน ในเฉพาะคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ไม่เพียงแต่ทำให้การนอนหลับไม่เต็มอิ่ม แต่ยังเป็นสาเหตุของความเสี่ยงโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง หนึ่งในวิธีการรักษาที่แพทย์เฉพาะทางแนะนำ คือ การใช้เครื่องช่วยหายใจที่เรียกว่า CPAP ซึ่งย่อมาจาก Continuous Positive Airway Pressure เครื่อง CPAP เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบำบัดรักษาคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ด้วยการส่งแรงดันอากาศอย่างต่อเนื่องผ่านทางหน้ากาก เพื่อเปิดทางเดินหายใจของคุณให้กว้างขึ้น ช่วยลดอาการนอนกรนและป้องกันการหยุดหายใจซ้ำ ๆ ในขณะหลับ ทำให้การนอนหลับทุกคืนของคุณกลับมาเป็นปกติ เครื่อง CPAP ทำงานอย่างไร? เครื่อง CPAP ทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศไปยังทางเดินหายใจผ่านหน้ากากที่สวมใส่ขณะนอนหลับ ช่วยป้องกันการปิดตัวของทางเดินหายใจในขณะที่กำลังหายใจเข้า โดยทั่วไปเครื่อง CPAP จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ บทความที่เกี่ยวข้อง เครื่อง CPAP เพื่อรักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ใครบ้างที่ควรใช้เครื่อง CPAP? เครื่อง CPAP มักจะถูกแนะนำหรือมาใช้รักษาให้กับคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไม่ว่าจะเป็นภาวะที่รุนแรงหรือเพียงเล็กน้อยก็ตาม การใช้ CPAP ช่วยทำให้คนไข้กลับมามีการนอนหลับที่ต่อเนื่องขึ้น ลดเสียงกรน และป้องกันภาวะการหยุดหายใจซ้ำ ๆ​ ตามที่ PMC กล่าวว่า โดยรวมแล้วการรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจแก้กรนเป็นทางเลือกการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพกับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือสภาวะทางการแพทย์อื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการหายใจระหว่างการนอนหลับ และสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตและลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้อง​ เครื่อง CPAP มีกี่ประเภท? แม้ว่าเครื่อง CPAP จะเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูงในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แต่ก็ยังมีเครื่องประเภทอื่น ๆ ที่ทำงานคล้ายกันและมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ดังนี้ ความแตกต่างของเครื่อง CPAP แต่ละยี่ห้อ ข้อดีและข้อเสียของเครื่อง CPAP การเลือกใช้เครื่อง CPAP มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ผู้ป่วยควรพิจารณาข้อดีและข้อเสียดังต่อไปนี้ ข้อดี ข้อเสีย การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยเครื่อง CPAP ที่ VitalSleep Clinic ที่ VitalSleep Clinic เราให้บริการรักษา ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ด้วย เครื่อง CPAP เป็นวิธีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในการช่วยให้ผู้ป่วยหายใจสะดวกขึ้นขณะนอนหลับ ทำงานโดยการส่งแรงดันลมอย่างสม่ำเสมอผ่านหน้ากากเพื่อเปิดทางเดินหายใจ ป้องกันการอุดกั้น ลดการหยุดหายใจและเสียงกรน ทำให้ได้รับออกซิเจนเพียงพอตลอดคืน ลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหลอดเลือดสมอง ทำไมต้องเลือก CPAP กับ VitalSleep Clinic? หากคุณมีอาการ นอนกรน ง่วงนอนตอนกลางวัน หรือหายใจติดขัดขณะหลับ อย่าปล่อยไว้ให้เป็นปัญหาเรื้อรัง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ VitalSleep Clinic เพื่อการรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุด

แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด 2025

แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปัจจุบัน การรักษาแก้ปัญหาอาการนอนกรนมีหลากหลายวิธีที่ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งสามารถรักษาได้หลายวิธีพร้อมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดีขึ้น หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยม คือ การใช้เครื่องมือทันตกรรมสำหรับรักษานอนกรน (Oral Appliance) ที่ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจในขณะหลับ ร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจส่วนต้น (Myofunctional Therapy) ที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อย การรักษานี้ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจไม่ให้แคบลง เป็นการรักษาอาการนอนกรนจากต้นเหตุ ที่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาวได้อีกด้วย สาเหตุของอาการนอนกรน การนอนกรนมักมีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุ จาก TMJ and Sleep Apnea โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อย มีดังนี้​ อาจเกิดจากโครงสร้างใบหน้าที่ผิดปกติ เช่น คางสั้น กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นไม่แข็งแรง ทำให้ลิ้นหย่อนลงไปอุดช่องทางเดินหายใจ มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือเหนียง สามารถทำให้ช่องทางเดินหายใจถูกกดทับในขณะที่กำลังนอนหลับ ทำให้เกิดอาการหยุดหายใจชั่วคราวและมีเสียงกรนเกิดขึ้น แอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนต้นและกล้ามเนื้อโคนลิ้น ช่องทางเดินหายใจก็จะเกิดการอุดกั้นที่ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) และเสียงกรนได้ อาการเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่ทำให้เกิดปัญหาการนอนกรน และควรได้รับการตรวจสอบและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญ การตรวจและการรักษานอนกรน การตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของการนอนกรนสามารถทำได้ผ่านการตรวจการนอนหลับ Sleep Test เป็นการวัดค่าและเก็บข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับของคุณ เช่น ตรวจการนอนหลับที่บ้านกับ VitalSleep Clinic สะดวก ปลอดภัย แม่นยำ หลังจากการตรวจการนอนหลับ Sleep Test แล้ว แพทย์เฉพาะทางจะนำผลการตรวจมาใช้ในการวินิจฉัย วางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด อ่านเพิ่มเติม รักษานอนกรน แบบไม่ผ่าตัด Update 2025 ข้อด้อยของการผ่าตัดแก้นอนกรน การผ่าตัดแก้นอนกรนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ข้อดีของการรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัด วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดมีหลายทางเลือก แพทย์เฉพาะทางจะเลือกวิธีที่เหมาะสมตามอาการของแต่ละบุคคล สามารถใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อรักษาได้ทั้งต้นเหตุและปลายเหตุ เช่น การใช้เครื่อง CPAP เพื่อช่วยขยายทางเดินหายใจร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อ Myofunctional Therapy การรักษาที่ถูกต้องยังเป็นผลดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง ในกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับ Sleep Test และปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม เพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้นและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม “รักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ Better Sleep for Better Tomorrow” สรุป วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปี 2025 มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือทันตกรรม การบำบัดกล้ามเนื้อ การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ หรือการใช้เครื่อง CPAP ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีเฉพาะที่ตอบโจทย์ปัญหาอาการนอนกรนในแต่ละกรณี การเข้ารับการตรวจ Sleep Test เพื่อตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการรักษา สุขภาพการนอนที่ดีมีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเรา ดังนั้น หากคุณมีปัญหาการนอนกรน ควรรีบหาทางแก้ไขเพื่อสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

นอนกรน เสี่ยงมะเร็งจริงหรือ?

หลายคนอาจคิดว่า “การนอนกรน” เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อย แต่รู้หรือไม่ว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งมักพบร่วมกับการกรน อาจมีความเชื่อมโยงกับ “โรคมะเร็ง”https://www.youtube.com/shorts/Qil5hs1gy5A ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คืออะไร? ข้อมูลจากสถาบันโรคหัวใจ ปอด และโลหิตวิทยาแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NHLBI) ระบุว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ จะมีช่วงที่หยุดหายใจและกลับมาหายใจซ้ำ ๆ ขณะนอนหลับ ทำให้หลับไม่สนิท นอนหลับไม่เต็มที่และรบกวนคุณภาพชีวิตในระยะยาว​สาเหตุหลัก มาจากกล้ามเนื้อบริเวณลำคอที่หย่อนตัวผิดปกติ ทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้น หากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่โรคร้ายต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง ความเชื่อมโยงระหว่างการนอนกรนกับโรคมะเร็ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ Athanasia Pataka จาก Aristotle University of Thessaloniki ประเทศกรีซ ได้เปิดเผยว่า ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือมีอาการกรนอย่างรุนแรง จะมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำระหว่างนอนหลับ ภาวะนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางชนิด งานวิจัยที่ชี้ชัด มีการศึกษาจาก Medical News Today ในกลุ่มตัวอย่างกว่า 19,000 คน (ชาย 13,767 คน หญิง 5,789 คน) พบว่า​ผู้ที่มีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า 90% ซ้ำ ๆ ในแต่ละคืน มีความเสี่ยงต่อมะเร็งมากขึ้นในกลุ่มนี้ มีผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งจำนวน 388 คน (ราว 2%)มะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงคือ มะเร็งเต้านม ส่วนผู้ชายคือ มะเร็งต่อมลูกหมากที่น่าสนใจคือ การหยุดหายใจขณะหลับมีความเชื่อมโยงกับโรคมะเร็ง ชัดเจนในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในคนที่มีอาการรุนแรง และมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำในช่วงกลางคืนนักวิจัยยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ปัจจัยทางชีววิทยาระหว่างเพศชายและหญิง เช่น ฮอร์โมน อาจเป็นตัวเร่งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง รวมถึงอิทธิพลของออกซิเจนต่ำในเลือด ซึ่งอาจกระตุ้นกระบวนการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย วิธีรักษาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การรักษาจะเริ่มจาก การตรวจ Sleep Test เพื่อประเมินความรุนแรง จากนั้นแพทย์เฉพาะทางจะวางแผนการรักษา มีทั้งแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัด| บทความที่เกี่ยวข้อง อาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายแค่ไหน?​ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย การรักษาแบบไม่ผ่าตัด ยางครอบฟันช่วยเปิดทางเดินหายใจ (Oral Appliance)การทำบำบัดกล้ามเนื้อทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy)คลื่นความถี่วิทยุ RF จี้โคนลิ้นและเยื่อบุจมูกการใช้ CPAP การรักษาแบบผ่าตัด การผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร (Maxillomandibular Advancement)การผ่าตัดตกแต่งเพดานอ่อนและลิ้นไก่ ทำไมต้องรักษาที่ VitalSleep Clinic? แพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญมีทีมแพทย์ที่ผ่านการอบรมจากสถาบันระดับโลก พร้อมใบรับรองด้านการรักษาความผิดปกติของกล้ามเนื้อช่องปาก ใบหน้าและทางเดินหายใจเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยครอบคลุมทั้งแนวทางแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัด รวมถึง Myosa® สำหรับผู้มีปัญหานอนกัดฟันหรือข้อต่อขากรรไกรใส่ใจ ดูแลรักษาได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาวะนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือปัญหาข้อต่อขากรรไกร พร้อมดูแลอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง สรุป ภาวะหยุดหายใจขณะหลับอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงมะเร็ง โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำขณะหลับ จึงควรตรวจ Sleep Test เพื่อประเมินอาการและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งปัจจุบันมีทางเลือกทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัดที่ VitalSleep Clinic พร้อมดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ปรึกษาปัญหากับผู้เชี่ยวชาญ ฟรี!

นอนกรนเรื้อรัง รักษายังไงก็ไม่หาย ต้องลองวิธีนี้ !

นอนกรนรักษามาตั้งหลายวิธีก็ไม่เห็นผล สุดท้ายก็ยังนอนกรนเสียงดังอยู่ดี ต้องรักษาด้วยวิธีไหนจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น มาหาคำตอบวิธีการรักษา

นอนกัดฟันรักษายังไง! รวมวิธีแก้ปัญหา “นอนกัดฟัน ปวดฟัน” และอาการกัดฟันไม่รู้ตัว

ในบางครั้งคนที่นอนกัดฟันเองก็อาจไม่รู้ตัวจนกระทั่งเกิดอาการปวดฟัน ปวดกราม หรือมีคนรอบข้างสังเกตเห็นเสียงกัดฟันในเวลานอนตอนกลางคืน นอนกัดฟันรักษาได้!

อาการวูบหมดสติ อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา! ตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุ

เคยไหมที่อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกหน้ามืด เหมือนโลกหมุน หูอื้อ อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!