• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
โรค "หยุดหายใจขณะหลับ"
อย่าประมาท อันตรายกว่าที่คิด
ถึงกับเสียชีวิตได้ !

โรค "หยุดหายใจขณะหลับ"

อย่าประมาท อันตรายกว่าที่คิด
ถึงกับเสียชีวิตได้ !
Table of Contents

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) เป็นภาวะผิดปกติที่สามารถนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีปัญหานอนกรน การที่ทางเดินหายใจถูกปิดกั้นระหว่างการนอนหลับ ทำให้ปริมาณอากาศที่เข้าสู่ปอดลดลงจนถึงขั้นหยุดไปชั่วขณะ อาการนี้หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา สามารถนำไปสู่การเสียชีวิตได้ จากภาวะขาดออกซิเจนสะสม ทำให้เกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับคืออะไร?

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คือ การที่ผู้ป่วยหยุดหายใจระหว่างการนอนหลับ เป็นระยะเวลาตั้งแต่ 10 วินาที หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งการที่อากาศไหลเข้าสู่ปอดน้อยหรือหยุดชั่วคราวจะทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลง ในขณะที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดเพิ่มขึ้น อาการเหล่านี้มักพบได้ในผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ผู้สูงอายุ จะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง แม้ว่าอาการนี้มักเกิดในผู้ที่มรอาการนอนกรน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่นอนกรนทุกคนจะมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะนี้อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ควรได้รับการสังเกตและรักษาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะจากคนใกล้ชิดที่สามารถช่วยสังเกตพฤติกรรมผิดปกติเหล่านี้ขณะนอนหลับได้

ประเภทของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

  1. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea – OSA)
    เป็นประเภทที่พบได้บ่อยมากที่สุด เกิดจากทางเดินหายใจถูกปิดกั้นชั่วขณะระหว่างการนอนหลับ ซึ่งมักเกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณลำคอคลายตัวจนทำให้ทางเดินหายใจแคบลงหรือปิดไปชั่วขณะ
  2. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดสมองส่วนกลาง (Central Sleep Apnea – CSA)
    เกิดจากการที่สมองส่วนกลางไม่ส่งสัญญาณควบคุมการหายใจได้อย่างเหมาะสม ทำให้ผู้ป่วยหยุดหายใจโดยไม่มีสัญญาณเตือน เป็นภาวะที่พบน้อยมากเมื่อเทียบกับ OSA
  3. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดซับซ้อน (Complex Sleep Apnea Syndrome)
    เป็นภาวะที่ผู้ป่วยมีอาการหยุดหายใจขณะหลับทั้งจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ (OSA) และจากสมองส่วนกลางไม่ส่งสัญญาณ (CSA) เป็นประเภทที่ซับซ้อนและยากต่อการรักษามากที่สุด

อาการที่บ่งบอกว่าคุณมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การตรวจสอบอาการของภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยตนเองนั้นอาจทำได้ยาก เนื่องจากหลายครั้งผู้ป่วยไม่สามารถรู้สึกตัวได้เมื่อตนเองหยุดหายใจขณะหลับ ดังนั้นการสังเกตจากคนใกล้ชิดหรือการพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากคุณมีอาการเหล่านี้ 2-3 ข้อขึ้นไป ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม

  • นอนกรนเสียงดัง
  • คนใกล้ชิดสังเกตเห็นว่าคุณหยุดหายใจขณะหลับ
  • ตื่นขึ้นมาด้วยอาการคอแห้งหรือปากแห้ง
  • สะดุ้งตื่นกลางดึกด้วยความรู้สึกขาดอากาศ
  • ตื่นนอนพร้อมอาการปวดหัว
  • มีอาการง่วงนอนมากผิดปกติระหว่างวัน
  • รู้สึกเหนื่อยล้าเมื่อตื่นขึ้นมาแม้จะนอนหลับเป็นเวลานาน

สาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

สาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับแตกต่างกันไปตามประเภทของภาวะ

  1. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (OSA)
    สาเหตุหลักคือการที่กล้ามเนื้อหลังลำคอคลายตัวขณะหลับ ซึ่งทำให้ทางเดินหายใจแคบลงหรือปิดกั้นชั่วขณะ ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงจนสมองต้องปลุกให้คุณตื่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติเพื่อหายใจใหม่ อาการนี้เกิดขึ้นได้หลายครั้งต่อคืนและทำให้คุณไม่สามารถนอนหลับได้ลึกพอที่จะพักผ่อนอย่างเต็มที่
  2. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดสมองส่วนกลาง (CSA)
    เกิดจากสมองส่วนกลางไม่ส่งสัญญาณควบคุมการหายใจอย่างเหมาะสม ทำให้กล้ามเนื้อหายใจไม่ได้รับคำสั่งให้ทำงานตามปกติ เป็นภาวะที่พบน้อยมากและมักเกี่ยวข้องกับโรคระบบประสาทหรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด

การตรวจและวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การตรวจและวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับจะเริ่มจากการประเมินอาการและประวัติสุขภาพของผู้ป่วย แพทย์อาจทำการตรวจสภาพการนอนหลับ (Polysomnography) ที่สามารถทำได้ทั้งในโรงพยาบาลและที่บ้าน การตรวจนี้จะมีการติดตามสัญญาณชีพ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด และการเคลื่อนไหวของร่างกายในขณะนอนหลับ เพื่อวิเคราะห์อาการและความรุนแรงของภาวะ

การดูแลตนเองและการป้องกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การดูแลตนเองเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันและลดอาการของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ได้แก่:

  • การออกกำลังกาย: การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยลดน้ำหนักและส่งผลดีต่อสุขภาพทั่วไป
  • การควบคุมน้ำหนัก: การรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ช่วยลดแรงดันที่เกิดขึ้นบนทางเดินหายใจ
  • การหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และยากดประสาท: ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการใช้ยาเสพติดหรือยาที่มีผลต่อระบบประสาท เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการหยุดหายใจได้ง่ายขึ้น
  • การนอนในท่าที่เหมาะสม: การนอนตะแคงจะช่วยลดการอุดกั้นของทางเดินหายใจมากกว่าการนอนหงาย
  • การติดตามสุขภาพ: การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อเฝ้าระวังภาวะต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อการนอนหลับ

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพที่รุนแรงได้ ดังนี้

การหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายถึงขั้น
  1. ความเหนื่อยล้าระหว่างวัน
    การที่คุณตื่นขึ้นหลายครั้งในช่วงกลางคืนแม้จะไม่รู้สึกตัว ทำให้คุณไม่สามารถนอนหลับได้ลึก ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยล้า ไม่มีสมาธิ รู้สึกง่วงนอนตลอดทั้งวัน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุระหว่างขับขี่หรือทำงาน
  2. ความดันโลหิตสูงและปัญหาหัวใจ
    การหยุดหายใจซ้ำ ๆ ระหว่างนอนหลับทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งกระตุ้นให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานหนักขึ้น ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง โรคหัวใจวาย เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
  3. โรคเบาหวานชนิดที่ 2
    ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น นำไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะดื้ออินซูลินมาก่อน
  4. ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาและการผ่าตัด
    ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากยาสลบหรือการผ่าตัด เนื่องจากยาอาจทำให้อาการแย่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่นอนหงายหลังการผ่าตัด

สรุป

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงและสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงต่อสุขภาพได้ หากคุณมีอาการหรือสงสัยว่าตนเองอาจมีภาวะนี้ ควรพบแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง การรักษาอย่างทันท่วงทีจะช่วยให้คุณสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และลดความเสี่ยงต่อโรคที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การตระหนักรู้ถึงอาการและสาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจะช่วยให้คุณสามารถจัดการและดูแลสุขภาพของตนเองได้ดียิ่งขึ้น สุดท้ายนี้การดูแลสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

Related Blogs and Articles
ตรวจการนอนหลับ

เหนื่อยแม้นอนเต็มคืน อาจเกิดจากคุณภาพการนอนที่ไม่สมดุล วงจรหลับลึกและ REM Sleep สั้นลง ตรวจการนอนหลับช่วยค้นหาสาเหตุได้

ตรวจการนอนหลับ คืออะไร?

“คุณภาพการนอน” มีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และแม้แต่ภาวะซึมเศร้าได้

แก้การนอนกรน

ไขความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักเกินกับการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) พร้อมแนวทางฟื้นฟูสมดุลร่างกายจากภายใน

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ นอนนานแค่ไหนก็ยังไม่สดชื่น? แถมตื่นมาแล้วยังปวดหัวอีก? ปัญหาแบบนี้พบได้บ่อยและอาจมากกว่าการนอนไม่พอ บางครั้งอาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ หรือความผิดปกติอื่น เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจต้องรับการตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจน สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวหลังตื่นนอน การตื่นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะไม่ใช่เรื่องเล็ก หลายกรณีอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่าง ๆ เช่นภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือการนอนกรนรุนแรง ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในร่างกายลดลงระหว่างหลับภาวะขาดน้ำ จะส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือดและสมอง อาจทำให้คุณปวดหัวในช่วงเช้าได้สภาพแวดล้อมการนอนไม่เหมาะสม หมอนที่ไม่พอดี แสงหรือเสียงรบกวน ล้วนส่งผลต่อคุณภาพการนอนผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายเครียด หรือยานอนหลับ อาจทำให้คุณปวดหัวในตอนเช้าได้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด มีผลต่อวงจรการนอนหลับ อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหรือปวดหัวในตอนตื่นไมเกรน โดยเฉพาะในคนที่เคยปวดหัวไมเกรน อาจมีอาการกำเริบในช่วงเช้า ทำไมการนอนไม่พอถึงทำให้ปวดหัวได้? อาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจไม่ได้เกิดจากความเครียดเพียงอย่างเดียว แต่ "การนอนไม่พอ" ก็เป็นตัวการสำคัญที่หลายคนมองข้ามบทความที่เกี่ยวข้อง : สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย ๆ อันตราย อย่าปล่อยไว้ ก่อนเป็นเรื่องใหญ่ 1. ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง สมองจะปรับสมดุลสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และ โดพามีน (Dopamine) ที่ช่วยลดความไวของระบบประสาทต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก เมื่อนอนน้อย ระดับสารเหล่านี้จะเสียสมดุล 2. เพิ่มระดับฮอร์โมนความเครียด การอดนอนจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง คอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรียกกันว่า “ฮอร์โมนความเครียด” เพิ่มมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้อาจไปทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัว และส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในสมอง 3. กล้ามเนื้อตึงและการกดทับของเส้นประสาท ร่างกายอาจตกอยู่ในภาวะ "ตึงเครียด" ตลอดคืนโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และศีรษะที่ไม่สามารถผ่อนคลายได้เต็มที่ ความตึงเครียดนี้อาจส่งผลให้เส้นประสาทในบริเวณศีรษะถูกกดทับจนเกิดอาการปวดศีรษะตอนตื่นนอนได้ 4. การไหลเวียนเลือดผิดปกติ ช่วงเวลานอนหลับ ร่างกายจะเข้าสู่โหมดฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต แต่หากคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ การไหลเวียนเลือดในสมองจะลดลงหรือไม่ราบรื่น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเวียนหัว มึนศีรษะ หรือปวดหัวหลังตื่นนอนได้ 5. เชื่อมโยงกับโรคไมเกรน มีงานวิจัยจาก Susan Bernstein พบว่า การนอนหลับไม่เพียงพออาจเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคไมเกรนในผู้ที่มีแนวโน้มอยู่แล้ว อาจรุนแรงและยาวนานมากากขึ้น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่ “นอนไม่พอเฉย ๆ” ทั้งที่จริงแล้วกำลังเข้าสู่วงจรของไมเกรนเรื้อรัง​ อยากรู้ว่านอนพอไหม? ตรวจการนอนหลับด้วย Belun Ring ได้ที่ VitalSleep Clinic https://www.youtube.com/shorts/yF3sZhOaXGg หากคุณมักตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัว เหนื่อยล้า หรือรู้สึกไม่สดชื่นแม้นอนครบ 7-8 ชั่วโมง อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องเช็กคุณภาพการนอนของตัวเองให้ชัดเจนขึ้น การตรวจการนอนหลับจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า “เรานอนพอจริงไหม?” และ “ร่างกายได้พักผ่อนอย่างมีคุณภาพหรือเปล่า?” สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย https://www.youtube.com/shorts/VHwrvaJPK08 โปรแกรม mHBOT (Mild Hyperbaric Oxygen Therapy) คืออีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนสู่สมอง ฟื้นฟูระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับลึก และลดอาการปวดหัวเรื้อรังที่เกิดจากการนอนไม่เพียงพอหลับลึก หลับสนิทขึ้นลดการตื่นกลางดึกฟื้นฟูระบบสมอง ลดอาการปวดหัวที่เรื้อรังจากการนอนเพิ่มพลังระหว่างวัน ตื่นมาสดชื่น สมองโล่งกว่าเดิม ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง! ผลเสียจากการนอนไม่พอที่คุณอาจคาดไม่ถึง การนอนไม่เพียงพอเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและใจ เช่น:สมาธิลดลง ตัดสินใจช้าอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ายเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการหลับในภูมิคุ้มกันลดลง ป่วยง่ายอยากอาหารมากขึ้น เสี่ยงอ้วนเพิ่มโอกาสเกิดโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันสูง และโรคหัวใจ ควรนอนกี่ชั่วโมงถึงจะพอ? ผู้ใหญ่ ควรนอนวันละ 7–9 ชั่วโมงวัยรุ่น ควรนอน 8–10 ชั่วโมงเด็กเล็ก–ทารก อาจต้องการนอนมากถึง 18 ชั่วโมงต่อวันนอกจากปริมาณแล้ว “คุณภาพของการนอน” ก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณนอนครบ 8 ชั่วโมงแต่หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อย ก็อาจยังรู้สึกง่วงเพลียและปวดหัวในตอนเช้าได้

Sleep Test ราคาประหยัด

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นวิธีการที่สำคัญในการวิเคราะห์ความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่กำลังนอนหลับ เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของร่างกายหลาย ๆ ด้าน

ภาวะเด็กนอนกรน

สำหรับเด็ก เสียงกรนที่เกิดขึ้นระหว่างการหลับอาจบ่งชี้ถึงความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ และอาจนำไปสู่ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ข้อต่อขากรรไกรอักเสบหรือที่เรียกกันว่า Temporomandibular joint disorder (TMD) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับข้อต่อขากรรไกร ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างขากรรไกรล่างและฐานของกระโหลกศีรษะ ภาวะนี้ทำให้เกิดอาการปวดขากรรไกร ปวดกราม อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับข้อต่อได้ สาเหตุของข้อต่อขากรรไกรอักเสบ (TMD) การเกิดข้อต่อขากรรไกรอักเสบนั้นมีหลายสาเหตุร่วมที่ส่งผล ซึ่งบางครั้งไม่สามารถหาสาเหตุที่ชัดเจนได้ แต่อาการมักจะเกิดจากการรวมกันของปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ อาการของข้อต่อขากรรไกรอักเสบ อาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีปัญหาข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ได้แก่ วิธีรักษาข้อต่อขากรรไกรอักเสบด้วยเครื่องมือ Myosa® หนึ่งในวิธีการรักษาข้อต่อขากรรไกรที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือการใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Myosa® ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาอาการและลดแรงกระแทกจากข้อต่อขากรรไกร รวมถึงช่วยปรับตำแหน่งของขากรรไกรให้ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดและอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อดีของการรักษาด้วย Myosa® การรักษาด้วย Myosa® มีหลายข้อดีหลายข้อ ที่ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาข้อต่อขากรรไกรอักเสบ การทำงานของ Myosa® เครื่องมือ Myosa® จะทำงานโดยการลดแรงกระแทกที่เกิดจากข้อต่อขากรรไกรและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง เมื่อใส่เครื่องมือนี้เข้าไป จะช่วยป้องกันการนอนกัดฟัน ปวดฟัน รวมถึงลดแรงกระแทกที่ข้อต่อต้องเผชิญในระหว่างการบดเคี้ยว นอกจากนี้ยังช่วยจัดขากรรไกรให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ลดอาการปวดได้ทันทีหลังจากเริ่มใช้ แล้วยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว การใช้งาน Myosa® ในการรักษา เครื่องมือ Myosa® ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในระหว่างการนอนหลับเป็นหลัก ในกรณีที่คนไข้มีปัญหากัดฟันหรือขากรรไกรในระหว่างวัน ก็สามารถใช้เครื่องมือนี้ในช่วงกลางวันได้เหมือนกัน การใส่เครื่องมือ Myosa® ในระหว่างวันจะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวและใบหน้า ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อขากรรไกรได้รับการบรรเทาและกลับมาทำงานอย่างสมดุล นอกจากนี้ Myosa® ยังเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ โดยการฝึกการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ ซึ่งจะช่วยให้การรักษาปัญหาข้อต่อขากรรไกรและการนอนกัดฟันมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น สรุป ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ หรือ TMD เป็นภาวะที่เกิดจากหลายปัจจัย เช่น การนอนกัดฟัน ฟันไม่สบกัน หรือการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อขากรรไกร การรักษาด้วยเครื่องมือ Myosa® เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดแรงกระแทกและอาการปวดได้ดี สามารถใช้ได้ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืนเพื่อลดอาการและป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการปวดขากรรไกร เสียงคลิกขณะอ้าปาก มีปัญหาอาการนอนกัดฟัน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!