logo
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
โรค "หยุดหายใจขณะหลับ"
อย่าประมาท อันตรายกว่าที่คิด
ถึงกับเสียชีวิตได้ !

โรค "หยุดหายใจขณะหลับ"

อย่าประมาท อันตรายกว่าที่คิด
ถึงกับเสียชีวิตได้ !
Table of Contents

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) เป็นภาวะผิดปกติที่สามารถนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีปัญหานอนกรน การที่ทางเดินหายใจถูกปิดกั้นระหว่างการนอนหลับ ทำให้ปริมาณอากาศที่เข้าสู่ปอดลดลงจนถึงขั้นหยุดไปชั่วขณะ อาการนี้หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา สามารถนำไปสู่การเสียชีวิตได้ จากภาวะขาดออกซิเจนสะสม ทำให้เกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับคืออะไร?

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คือ การที่ผู้ป่วยหยุดหายใจระหว่างการนอนหลับ เป็นระยะเวลาตั้งแต่ 10 วินาที หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งการที่อากาศไหลเข้าสู่ปอดน้อยหรือหยุดชั่วคราวจะทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลง ในขณะที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดเพิ่มขึ้น อาการเหล่านี้มักพบได้ในผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ผู้สูงอายุ จะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง แม้ว่าอาการนี้มักเกิดในผู้ที่มรอาการนอนกรน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่นอนกรนทุกคนจะมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะนี้อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ควรได้รับการสังเกตและรักษาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะจากคนใกล้ชิดที่สามารถช่วยสังเกตพฤติกรรมผิดปกติเหล่านี้ขณะนอนหลับได้

ประเภทของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

  1. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea – OSA)
    เป็นประเภทที่พบได้บ่อยมากที่สุด เกิดจากทางเดินหายใจถูกปิดกั้นชั่วขณะระหว่างการนอนหลับ ซึ่งมักเกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณลำคอคลายตัวจนทำให้ทางเดินหายใจแคบลงหรือปิดไปชั่วขณะ
  2. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดสมองส่วนกลาง (Central Sleep Apnea – CSA)
    เกิดจากการที่สมองส่วนกลางไม่ส่งสัญญาณควบคุมการหายใจได้อย่างเหมาะสม ทำให้ผู้ป่วยหยุดหายใจโดยไม่มีสัญญาณเตือน เป็นภาวะที่พบน้อยมากเมื่อเทียบกับ OSA
  3. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดซับซ้อน (Complex Sleep Apnea Syndrome)
    เป็นภาวะที่ผู้ป่วยมีอาการหยุดหายใจขณะหลับทั้งจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ (OSA) และจากสมองส่วนกลางไม่ส่งสัญญาณ (CSA) เป็นประเภทที่ซับซ้อนและยากต่อการรักษามากที่สุด

อาการที่บ่งบอกว่าคุณมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การตรวจสอบอาการของภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยตนเองนั้นอาจทำได้ยาก เนื่องจากหลายครั้งผู้ป่วยไม่สามารถรู้สึกตัวได้เมื่อตนเองหยุดหายใจขณะหลับ ดังนั้นการสังเกตจากคนใกล้ชิดหรือการพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากคุณมีอาการเหล่านี้ 2-3 ข้อขึ้นไป ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม

  • นอนกรนเสียงดัง
  • คนใกล้ชิดสังเกตเห็นว่าคุณหยุดหายใจขณะหลับ
  • ตื่นขึ้นมาด้วยอาการคอแห้งหรือปากแห้ง
  • สะดุ้งตื่นกลางดึกด้วยความรู้สึกขาดอากาศ
  • ตื่นนอนพร้อมอาการปวดหัว
  • มีอาการง่วงนอนมากผิดปกติระหว่างวัน
  • รู้สึกเหนื่อยล้าเมื่อตื่นขึ้นมาแม้จะนอนหลับเป็นเวลานาน

สาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

สาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับแตกต่างกันไปตามประเภทของภาวะ

  1. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (OSA)
    สาเหตุหลักคือการที่กล้ามเนื้อหลังลำคอคลายตัวขณะหลับ ซึ่งทำให้ทางเดินหายใจแคบลงหรือปิดกั้นชั่วขณะ ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงจนสมองต้องปลุกให้คุณตื่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติเพื่อหายใจใหม่ อาการนี้เกิดขึ้นได้หลายครั้งต่อคืนและทำให้คุณไม่สามารถนอนหลับได้ลึกพอที่จะพักผ่อนอย่างเต็มที่
  2. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดสมองส่วนกลาง (CSA)
    เกิดจากสมองส่วนกลางไม่ส่งสัญญาณควบคุมการหายใจอย่างเหมาะสม ทำให้กล้ามเนื้อหายใจไม่ได้รับคำสั่งให้ทำงานตามปกติ เป็นภาวะที่พบน้อยมากและมักเกี่ยวข้องกับโรคระบบประสาทหรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด

การตรวจและวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การตรวจและวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับจะเริ่มจากการประเมินอาการและประวัติสุขภาพของผู้ป่วย แพทย์อาจทำการตรวจสภาพการนอนหลับ (Polysomnography) ที่สามารถทำได้ทั้งในโรงพยาบาลและที่บ้าน การตรวจนี้จะมีการติดตามสัญญาณชีพ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด และการเคลื่อนไหวของร่างกายในขณะนอนหลับ เพื่อวิเคราะห์อาการและความรุนแรงของภาวะ

การดูแลตนเองและการป้องกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การดูแลตนเองเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันและลดอาการของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ได้แก่:

  • การออกกำลังกาย: การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยลดน้ำหนักและส่งผลดีต่อสุขภาพทั่วไป
  • การควบคุมน้ำหนัก: การรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ช่วยลดแรงดันที่เกิดขึ้นบนทางเดินหายใจ
  • การหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และยากดประสาท: ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการใช้ยาเสพติดหรือยาที่มีผลต่อระบบประสาท เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการหยุดหายใจได้ง่ายขึ้น
  • การนอนในท่าที่เหมาะสม: การนอนตะแคงจะช่วยลดการอุดกั้นของทางเดินหายใจมากกว่าการนอนหงาย
  • การติดตามสุขภาพ: การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อเฝ้าระวังภาวะต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อการนอนหลับ

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพที่รุนแรงได้ ดังนี้

การหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายถึงขั้น
  1. ความเหนื่อยล้าระหว่างวัน
    การที่คุณตื่นขึ้นหลายครั้งในช่วงกลางคืนแม้จะไม่รู้สึกตัว ทำให้คุณไม่สามารถนอนหลับได้ลึก ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยล้า ไม่มีสมาธิ รู้สึกง่วงนอนตลอดทั้งวัน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุระหว่างขับขี่หรือทำงาน
  2. ความดันโลหิตสูงและปัญหาหัวใจ
    การหยุดหายใจซ้ำ ๆ ระหว่างนอนหลับทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งกระตุ้นให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานหนักขึ้น ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง โรคหัวใจวาย เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
  3. โรคเบาหวานชนิดที่ 2
    ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น นำไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะดื้ออินซูลินมาก่อน
  4. ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาและการผ่าตัด
    ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากยาสลบหรือการผ่าตัด เนื่องจากยาอาจทำให้อาการแย่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่นอนหงายหลังการผ่าตัด

สรุป

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงและสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงต่อสุขภาพได้ หากคุณมีอาการหรือสงสัยว่าตนเองอาจมีภาวะนี้ ควรพบแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง การรักษาอย่างทันท่วงทีจะช่วยให้คุณสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และลดความเสี่ยงต่อโรคที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การตระหนักรู้ถึงอาการและสาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจะช่วยให้คุณสามารถจัดการและดูแลสุขภาพของตนเองได้ดียิ่งขึ้น สุดท้ายนี้การดูแลสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

Related Blogs and Articles
นอนกรน เสี่ยงมะเร็งจริงหรือ?

หลายคนอาจคิดว่า “การนอนกรน” เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อย แต่รู้หรือไม่ว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งมักพบร่วมกับการกรน อาจมีความเชื่อมโยงกับ “โรคมะเร็ง”https://www.youtube.com/shorts/Qil5hs1gy5A ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คืออะไร? ข้อมูลจากสถาบันโรคหัวใจ ปอด และโลหิตวิทยาแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NHLBI) ระบุว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ จะมีช่วงที่หยุดหายใจและกลับมาหายใจซ้ำ ๆ ขณะนอนหลับ ทำให้หลับไม่สนิท นอนหลับไม่เต็มที่และรบกวนคุณภาพชีวิตในระยะยาว​สาเหตุหลัก มาจากกล้ามเนื้อบริเวณลำคอที่หย่อนตัวผิดปกติ ทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้น หากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่โรคร้ายต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง ความเชื่อมโยงระหว่างการนอนกรนกับโรคมะเร็ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ Athanasia Pataka จาก Aristotle University of Thessaloniki ประเทศกรีซ ได้เปิดเผยว่า ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือมีอาการกรนอย่างรุนแรง จะมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำระหว่างนอนหลับ ภาวะนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางชนิด งานวิจัยที่ชี้ชัด มีการศึกษาจาก Medical News Today ในกลุ่มตัวอย่างกว่า 19,000 คน (ชาย 13,767 คน หญิง 5,789 คน) พบว่า​ผู้ที่มีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า 90% ซ้ำ ๆ ในแต่ละคืน มีความเสี่ยงต่อมะเร็งมากขึ้นในกลุ่มนี้ มีผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งจำนวน 388 คน (ราว 2%)มะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงคือ มะเร็งเต้านม ส่วนผู้ชายคือ มะเร็งต่อมลูกหมากที่น่าสนใจคือ การหยุดหายใจขณะหลับมีความเชื่อมโยงกับโรคมะเร็ง ชัดเจนในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในคนที่มีอาการรุนแรง และมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำในช่วงกลางคืนนักวิจัยยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ปัจจัยทางชีววิทยาระหว่างเพศชายและหญิง เช่น ฮอร์โมน อาจเป็นตัวเร่งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง รวมถึงอิทธิพลของออกซิเจนต่ำในเลือด ซึ่งอาจกระตุ้นกระบวนการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย วิธีรักษาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การรักษาจะเริ่มจาก การตรวจ Sleep Test เพื่อประเมินความรุนแรง จากนั้นแพทย์เฉพาะทางจะวางแผนการรักษา มีทั้งแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัด| บทความที่เกี่ยวข้อง อาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายแค่ไหน?​ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย การรักษาแบบไม่ผ่าตัด ยางครอบฟันช่วยเปิดทางเดินหายใจ (Oral Appliance)การทำบำบัดกล้ามเนื้อทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy)คลื่นความถี่วิทยุ RF จี้โคนลิ้นและเยื่อบุจมูกการใช้ CPAP การรักษาแบบผ่าตัด การผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร (Maxillomandibular Advancement)การผ่าตัดตกแต่งเพดานอ่อนและลิ้นไก่ ทำไมต้องรักษาที่ VitalSleep Clinic? แพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญมีทีมแพทย์ที่ผ่านการอบรมจากสถาบันระดับโลก พร้อมใบรับรองด้านการรักษาความผิดปกติของกล้ามเนื้อช่องปาก ใบหน้าและทางเดินหายใจเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยครอบคลุมทั้งแนวทางแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัด รวมถึง Myosa® สำหรับผู้มีปัญหานอนกัดฟันหรือข้อต่อขากรรไกรใส่ใจ ดูแลรักษาได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาวะนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือปัญหาข้อต่อขากรรไกร พร้อมดูแลอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง สรุป ภาวะหยุดหายใจขณะหลับอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงมะเร็ง โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำขณะหลับ จึงควรตรวจ Sleep Test เพื่อประเมินอาการและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งปัจจุบันมีทางเลือกทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัดที่ VitalSleep Clinic พร้อมดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ปรึกษาปัญหากับผู้เชี่ยวชาญ ฟรี!

การรักษาโรคกรน คู่มือสำหรับคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น

โรคกรน เกิดจากการสั่นของเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนและลำคอ เสียงกรนอาจเบาๆ หรือดังจนรบกวนคนอื่น การกรนไม่ใช่เรื่องเล็ก

ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย ผลเสียต่อสุขภาพและการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่

การนอนกรนในเด็ก ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่ากำลังมีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ ซอาจส่งผลต่อสมอง พฤติกรรม และการเจริญเติบโตในเด็กได้

จะทำอย่างไร ถ้าการรักษานอนกรน ด้วยเครื่องCPAP ราคาแพงเกินไป

ปัญหาอาการนอนกรนเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในคนจำนวนมาก โดยบางคนอาจมองว่าอาการนอนกรนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องให้ความสนใจมากนัก แต่ในความเป็นจริงภาวะนอนกรนนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงรบกวนเวลานอนหลับเท่านั้น มันยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงและอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตได้ภาวะการนอนกรนมักเกี่ยวข้องกับปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) อาจทำให้เกิดอาการหยุดหายใจชั่วขณะในระหว่างการนอนหลับ ภาวะนี้ส่งผลต่อการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย หากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต แม้แต่ความเสี่ยงในการเสียชีวิตเฉียบพลันในปัจจุบัน วิธีการรักษาภาวะนอนกรนมีอยู่หลายวิธี หนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางคือการใช้เครื่อง CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) โดยเครื่อง CPAP นี้ทำหน้าที่ส่งแรงดันลมเข้าไปเปิดทางเดินหายใจในขณะหลับ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถหายใจได้อย่างราบรื่น แต่หลายคนอาจพบปัญหาว่าเครื่อง CPAP นั้นมีราคาที่สูง ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงความยุ่งยากในการใช้งานที่อาจทำให้รู้สึกไม่สะดวก แล้วจะทำอย่างไร หากการรักษาด้วยเครื่อง CPAP มีราคาสูงเกินไป บทความนี้จะแนะนำวิธีการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับในทางเลือกอื่น ๆ ที่สามารถทดแทนเครื่อง CPAP ได้ นอนกรนเกิดขึ้นได้อย่างไร? อาการนอนกรนเกิดขึ้นเมื่อทางเดินหายใจถูกอุดกั้นบางส่วนในขณะหลับ เมื่อเรานอนหลับ กล้ามเนื้อต่าง ๆ ในร่างกายจะคลายตัวลง รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณคอ เพดานอ่อน และโคนลิ้น เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้หย่อนคล้อยลง อาจไปขัดขวางทางเดินหายใจ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อบริเวณนั้น ซึ่งทำให้เกิดเสียงกรนขึ้น อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนอนกรนคืออายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น กล้ามเนื้อต่าง ๆ ในร่างกายก็เริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจ ซึ่งทำให้เกิดการหย่อนคล้อยและปิดกั้นการหายใจได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ภาวะนอนกรนยังสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น น้ำหนักตัวที่มากเกินไป การดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ ปรึกษาปัญหานอนกรน ฟรี! ทำไมการนอนกรนจึงควรรักษา? แม้ว่าการนอนกรนอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การอานอนกรนที่เกิดร่วมกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับถือว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่ควรให้ความสนใจอย่างยิ่ง การหยุดหายใจขณะหลับทำให้ร่างกายและสมองขาดออกซิเจนในระหว่างการนอนหลับ ซึ่งอาจทำให้คุณภาพการนอนหลับลดลง ร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าในระหว่างวัน รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคสมองเสื่อมนอกจากนี้ การขาดออกซิเจนยังส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองโดยตรง ทำให้การประมวลผลข้อมูล การคิดวิเคราะห์ และความจำเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาด้านความจำและสมาธิ รวมถึงมีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาการเหล่านี้จะทวีความรุนแรงขึ้นและอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ นอนกรนต้องการปรึกษา ฟรี! เครื่อง CPAP ช่วยรักษาภาวะนอนกรนอย่างไร? เครื่อง CPAP เป็นเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ โดยหลักการทำงานของเครื่องคือการส่งแรงดันลมเข้าไปในทางเดินหายใจเพื่อเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถหายใจได้สะดวกในขณะหลับ เครื่อง CPAP มักใช้ร่วมกับหน้ากากที่สวมใส่บริเวณจมูกหรือปากเพื่อส่งแรงดันลมเข้าสู่ร่างกายแม้ว่าเครื่อง CPAP จะมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาภาวะนอนกรน แต่เครื่องนี้มีข้อจำกัดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาที่สูง ค่าเครื่อง CPAP บางรุ่นอาจมีราคาสูงถึงหลักแสนบาท เครื่องก็ยังมีขนาดใหญ่ ต้องใช้ไฟฟ้า อาจทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกอึดอัดหรือไม่สะดวกสบายในขณะหลับ การรักษานอนกรนแบบไม่ต้องพึ่ง CPAP หากเครื่อง CPAP มีราคาสูงเกินไปและไม่สะดวกในการใช้งาน ยังมีวิธีการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับในทางเลือกอื่นๆ ที่สามารถช่วยบรรเทาอาการได้เช่นกัน ดังนี้1. อุปกรณ์ทางทันตกรรม (Oral Appliance)อุปกรณ์ทางทันตกรรมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ อุปกรณ์นี้ถูกออกแบบมาให้สวมใส่ในปากในระหว่างการนอนหลับ โดยมีลักษณะคล้ายกับเครื่องครอบฟัน อุปกรณ์นี้ช่วยขยับกรามหรือโคนลิ้นไปด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ทางเดินหายใจถูกปิดกั้นขณะหลับข้อดีของอุปกรณ์ทางทันตกรรม คือ มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ อุปกรณ์ยังถูกออกแบบเฉพาะบุคคลตามขนาดช่องปากของผู้ใช้งาน ทำให้ใช้งานได้ง่ายและไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อเทียบกับเครื่อง CPAP อุปกรณ์ทางทันตกรรมยังเป็นวิธีการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าและสะดวกสบายกว่าการใช้เครื่อง CPAP2. การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RF)การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุเป็นอีกหนึ่งวิธีในการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ การรักษานี้ใช้คลื่นความถี่วิทยุในการทำให้เนื้อเยื่อบริเวณโคนลิ้น เพดานอ่อน และเนื้อเยื่อในลำคอหดตัวแล้วก็กระชับขึ้น ลดการหย่อนคล้อยที่อาจปิดกั้นทางเดินหายใจวิธีการรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุเป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้เวลานาน เพียงครั้งละประมาณ 15 นาที ไม่เจ็บปวดมากเหมือนการผ่าตัด ผลลัพธ์ของการรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุสามารถเห็นได้ชัดเจน มีความคงทนเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ ยังเป็นวิธีที่ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ในขณะหลับ3. การบำบัดด้วยกล้ามเนื้อ (Myofunctional Therapy)การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอเป็นวิธีการรักษาที่เน้นไปที่การฝึกกล้ามเนื้อบริเวณลิ้น เพดานอ่อน และลำคอ เพื่อให้กล้ามเนื้อเหล่านี้ทำงานได้อย่างถูกต้อง มีความกระชับยิ่งขึ้น การฝึกบำบัดนี้สามารถช่วยลดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจและลดอาการนอนกรนได้การบำบัดกล้ามเนื้อนั้นอาจรวมถึงการฝึกกล้ามเนื้อลิ้นให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ฝึกการหายใจที่ถูกต้อง การออกกำลังกายกล้ามเนื้อเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแรง ป้องกันการหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อบริเวณทางเดินหายใจข้อดีของการบำบัดด้วยกล้ามเนื้อ คือ เป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใด ๆ นอกจากนี้ การฝึกฝนสามารถทำได้เองที่บ้านหลังจากได้รับคำแนะนำจากนักบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม การบำบัดกล้ามเนื้ออาจต้องใช้เวลาและความอดทนในการฝึกฝน แต่ก็เป็นวิธีที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพในระยะยาว รับคำปรึกษา ฟรี! 4. การลดน้ำหนักการมีน้ำหนักตัวที่เกินเกณฑ์เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ เนื่องจากไขมันสะสมบริเวณลำคออาจทำให้ทางเดินหายใจแคบลง การลดน้ำหนักเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดอาการนอนกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือน้ำหนักตัวมากนอกจากการลดน้ำหนักจะช่วยลดอาการนอนกรนแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม เช่น ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน การควบคุมน้ำหนักทำได้โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ควรบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย5. การผ่าตัด (Surgical Treatment)ในกรณีที่ภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับมีความรุนแรงและไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ได้ การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ การผ่าตัดจะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงโครงสร้างของทางเดินหายใจ เช่น การตัดเนื้อเยื่อเพดานอ่อน การตัดต่อมทอนซิล ลดขนาดของโคนลิ้น เพื่อเพิ่มความกว้างของทางเดินหายใจและลดการอุดกั้นการผ่าตัดมักเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางกายภาพ เช่น มีเนื้อเยื่อเพดานอ่อนที่หย่อนคล้อยมากเกินไป มีโครงสร้างทางเดินหายใจที่แคบตั้งแต่กำเนิด อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดมีความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น ๆ แต่อาจมีผลข้างเคียง เช่น การเจ็บคอหรือการอักเสบหลังการผ่าตัด ปรับพฤติกรรมการนอน นอกจากการใช้วิธีการรักษาต่าง ๆ การปรับพฤติกรรมการนอน ก็สามารถช่วยลดอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับได้ เช่นการนอนในท่านอนตะแคง การนอนหงายอาจทำให้ลิ้นและเพดานอ่อนตกไปขัดขวางทางเดินหายใจ การนอนในท่านอนตะแคงสามารถช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้นและลดอาการนอนกรนการหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหย่อนคล้อยลง อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ทำให้เกิดการอักเสบและระคายเคืองในทางเดินหายใจ การเลิกบุหรี่สามารถช่วยลดการอักเสบและป้องกันการอุดกั้นทางเดินหายใจ บทสรุป ภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับเป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากมันสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แม้ว่าเครื่อง CPAP จะเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของราคา ความสะดวกในการใช้งาน หากเครื่อง CPAP มีราคาสูงเกินไปสำหรับผู้ที่ต้องการรักษา ยังมีทางเลือกอื่น ๆ อีกที่สามารถช่วยบรรเทาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์ทางทันตกรรม การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ การบำบัดกล้ามเนื้อ แม้แต่การปรับพฤติกรรมการนอนการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเอง เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะแต่ละคนอาจมีสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการนอนกรนที่แตกต่างกัน การรักษาภาวะนอนกรนไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงและทำให้ชีวิตมีความสุข สุขภาพโดยรวมดีมากขึ้น ปรึกษาปัญหากับแพทย์เฉพาะทาง!

Sleep Test ถูกที่สุด ตัวช่วยดี ๆ เพื่อการนอนหลับที่สุขภาพดี

Sleep Test ถูกที่สุด ตรวจการนอนเพื่อหาสาเหตุการนอนกรน ง่วง เพลีย หรือหยุดหายใจขณะหลับ วางแผนรักษาตรงจุด เพื่อคุณภาพการนอนและสุขภาพที่ดีขึ้น

ทำไมการตรวจการนอนหลับ ถึงสำคัญต่อสุขภาพของเรา?

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมในบางคืนเราถึงนอนหลับไม่สนิท ตื่นเช้าขึ้นมาก็ยังรู้สึกเหนื่อย หรือบางคนอาจตื่นมากลางดึกบ่อย ๆ จนทำให้รู้สึกนอนไม่พอ

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!