logo
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
เมื่อการนอนกระทบหัวใจ
เจาะลึกกลไกของอาการไหลตาย

เมื่อการนอนกระทบหัวใจ

เจาะลึกกลไกของอาการไหลตาย
Table of Contents

อาการไหลตาย หรือ Sudden Unexpected Death During Sleep คือ การเสียชีวิตอย่างกะทันหันในขณะหลับ โดยอาการเหล่านี้มักถูกพบในคนที่มี ความผิดปกติของหัวใจหรือระบบทางเดินหายใจแฝงอยู่โดยไม่รู้ตัว

ในหลายกรณี การเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากการหลับ “ลึกเกินไป” แต่เกิดจาก กลไกภายในร่างกายที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือ OSA

รายงานของ American Heart Association ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กับโรคหัวใจ และรายงานว่าผู้มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) รุนแรง มีความเสี่ยงเพิ่มต่อการเสียชีวิตกะทันหันอย่างมาก

การนอนหลับกับหัวใจความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกว่าที่คิด

ระหว่างที่เรานอนหลับ ระบบประสาทอัตโนมัติจะทำงานเพื่อให้หัวใจเต้นช้าลง ความดันโลหิตลดลง และร่างกายได้พักฟื้น แต่ถ้าการนอนหลับ ไม่สมดุลหรือมีการหยุดหายใจซ้ำ ๆ ระหว่างหลับ ระบบนี้จะถูกรบกวน ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักเกินไป ภาวะเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อหัวใจ เช่น หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดจังหวะในช่วงหลับลึก ความดันโลหิตขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ออกซิเจนในเลือดลดลงซ้ำ ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของ ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน หรืออาการไหลตาย ได้โดยตรง

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) กับอาการไหลตาย

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ  OSA) เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาการไหลตาย โดยเฉพาะในผู้ชายวัยกลางคน ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือมีภาวะนอนกรนเสียงดังในขณะหลับ กล้ามเนื้อทางเดินหายใจจะคลายตัว ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบลงจน “หยุดหายใจ” ชั่วขณะ สมองจะส่งสัญญาณให้ตื่นตัวเพื่อหายใจอีกครั้ง เกิดการตื่นซ้ำ ๆ ตลอดคืนโดยไม่รู้ตัว ภาวะนี้ทำให้เกิด การขาดออกซิเจนเป็นระยะ ความดันโลหิตสูงขึ้นในช่วงกลางคืน หัวใจเต้นผิดจังหวะจากการกระตุ้นซ้ำ ๆ ซึ่งล้วนเป็น ตัวจุดชนวนให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันในขณะหลับได้

ทำไมบางคนหลับ “ดีเกินไป” ถึงกลายเป็นอันตราย ?

คำว่า “หลับสนิทมาก” ไม่ได้หมายความว่าเป็นการนอนที่มีคุณภาพเสมอไป บางคนอาจมีการหยุดหายใจระหว่างหลับ (OSA) เป็นเวลานานโดยไม่รู้ตัว สมองไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอแต่ไม่มีการตื่นขึ้นมาตอบสนอง ทำให้หัวใจขาดออกซิเจนต่อเนื่องและหยุดเต้นในที่สุด นี่คือเหตุผลว่าทำไม บางคนจึงเสียชีวิตขณะหลับทั้งที่ดูเหมือนสุขภาพดี เพราะร่างกายไม่สามารถรับรู้ความผิดปกติของการหายใจได้ทันท่วงที

ตรวจการนอน เพื่อค้นหาความเสี่ยงหัวใจก่อนสาย

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นวิธีที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพการนอน การหายใจ และการทำงานของหัวใจขณะหลับ ตรวจภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ระดับออกซิเจน และหัวใจเต้นผิดจังหวะระหว่างหลับหรือไม่

สำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรน เสียงดัง หายใจสะดุดกลางคืน หรือรู้สึกอ่อนเพลียแม้นอนเต็มที่ ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อค้นหาความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวหรือไหลตายตั้งแต่เนิ่น ๆ และแพทย์เฉพาะทางจะออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของคุณ

อาการไหลตาย

ปรับพฤติกรรมการนอนเพื่อลดความเสี่ยงภาวะหัวใจ

การดูแลหัวใจเริ่มต้นได้จาก “การนอน” และการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

✓ ลดน้ำหนัก หากมีภาวะอ้วน เพราะไขมันรอบคออาจกดทางเดินหายใจ

✓ เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือยานอนหลับ ก่อนนอน

✓ นอนตะแคง แทนการนอนหงาย เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น

✓ ตรวจสุขภาพหัวใจและการนอนเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือเบาหวาน

หลับให้หัวใจปลอดภัย ต้องรู้จัก “การนอนของตัวเอง”

การนอนหลับที่ดูเหมือนธรรมดา อาจซ่อน “สัญญาณอันตราย” ของภาวะหัวใจไว้โดยไม่รู้ตัว อย่ารอให้ความผิดปกติปรากฏในวันที่สายเกินไป การตรวจการนอนหลับกับแพทย์เฉพาะทาง สามารถช่วยป้องกัน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว และอาการไหลตาย ได้ตั้งแต่ต้นทาง เพราะ “การนอนดี” ไม่ใช่แค่พักผ่อน แต่คือการปกป้องหัวใจของคุณให้อยู่กับคุณไปนานที่สุด  

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “อาการไหลตายขณะหลับ”

1. อาการไหลตายคืออะไร?
 การเสียชีวิตอย่างกะทันหันขณะหลับ มักเกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดทำงานเฉียบพลัน

2. ใครเสี่ยงต่ออาการไหลตายนี้มากที่สุด ?
 ผู้ที่มีโรคหัวใจ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

3. สาเหตุหลักของอาการไหลตายคืออะไร ?
 หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง หรือขาดออกซิเจนจากการหยุดหายใจขณะหลับ

4. จะรู้ได้อย่างไรว่ามีความเสี่ยงเป็นอาการไหลตาย ?
 หากมีอาการนอนกรน หยุดหายใจ เหนื่อยง่าย หรือใจสั่น ควรตรวจการนอนหลับและหัวใจ

5. สามารถป้องกันอาการไหลตายได้อย่างไร ?
 รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ควบคุมโรคหัวใจ และตรวจสุขภาพเป็นประจำ

Related Blogs and Articles
ตรวจนอนกรน ดีอย่างไร ประโยชน์ที่มากกว่าการแก้เสียงกรน

ตรวจนอนกรนไม่ได้แค่แก้ปัญหาเสียงดังรบกวนเท่านั้น แต่ยังช่วยวิเคราะห์คุณภาพการนอน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่อาจซ่อนอยู่

World Sleep Day 2026 วันนอนหลับโลก

World Sleep Day หรือ วันนอนหลับโลก เกิดขึ้นภายใต้สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลก (World Association of Sleep Medicine: WASM) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพ และตระหนักรู้ถึงความอันตรายของปัญหาการนอนหลับ เป็นการสื่อสารไปสู่ผู้คนในวงกว้างด้วยความพยายามที่จะป้องกันและบรรเทาปัญหาการนอนของคนทั้งโลก และรณรงค์ให้ผู้คนเห็นความสำคัญของการหลับที่มีคุณภาพ ถูกจัดขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2551 หลังจากนั้นมีการจัดกิจกรรมขึ้นเป็นประจำทุกปี ขณะนี้มีประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรม วันนอนหลับโลก แล้วมากกว่า 67 ประเทศทั่วโลก เปิดสถิติ คนไทยประสบปัญหาการนอนหนัก การนอนหลับ คือการพักผ่อนที่ดีที่สุดของการฟื้นฟูร่างกาย แท้จริงแล้ว การนอนหลับไม่ใช่เพียงแค่เป็นการพักผ่อนอย่างเดียวเท่านั้น มนุษย์ใช้เวลามากถึง 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการนอน เพื่อเติมพลังให้ชีวิตสามารถใช้ชีวิตอีก 2 ใน 3 ที่เหลือ การนอนหลับที่มีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากของชีวิตมนุษย์ เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่การนอนหลับที่มีคุณภาพ ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า คนไทยมากมึง 19 ล้านคน กำลังประสบปัญหาการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ เช่น การนอนหลับไม่สนิท หลับ ๆ ตื่น ๆ ตื่นกลางดึกบ่อยเพื่อเข้าห้องน้ำ นอนกรน หรือรุนแรงถึงหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพบปัญหาเหล่านี้ได้ในคนอายุน้อยลงมากขึ้น การนอนหลับที่มีคุณภาพ เป็นอย่างไร การนอนหลับที่มีคุณภาพ หรือ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงในการนอนหลับเพียงอย่างเดียว ความลึกของการนอนหลับกับเวลาเข้านอนที่เหมาะสมก็มีความสำคัญอย่างมาก หากหลับลึกไม่พอ หรือความผิดปกติระหว่างการนอนบางอย่าง อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหลังตื่นนอนในช่วงเช้า (Unrested Sleep) อาจส่งผลกระทบกับระบบความจำ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพ กระทบการเรียน การทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน โดยทั่วไป ระยะเวลาที่เหมาะสมในการนอนแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่สามารถอ้างอิงเวลาการนอนที่เหมาะสมสำหรับแต่ล่วงวัยได้ ดังนี้ เด็กแรกเกิด (อายุ 0-3 เดือน) = 14-17 ชั่วโมงต่อวัน เด็กทารก (อายุ 4-11 เดือน) = 12-15 ชั่วโมงต่อวัน เด็กเล็ก (อายุ 1-2 ปี) = 11-14 ชั่วโมงต่อวัน วัยอนุบาล (3-5 ปี) = 10-13 ชั่วโมงต่อวัน วัยประถม (6-13 ปี) = 9-11 ชั่วโมงต่อวัน วัยมัธยม (14-17 ปี) = 8-10 ชั่วโมงต่อวัน วัยรุ่น (18-25 ปี) = 7-9 ชั่วโมงต่อวัน วัยทำงาน (26-64 ปี) = 7-9 ชั่วโมงต่อวัน วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) = 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เช็คลิสต์ อาการนอนหลับผิดปกติ ตื่นมาปัสสาวะบ่อยกลางดึก (Nocturnal Urination)อาจเป็นการตอบสนองของร่างกาย เกิดจากหัวใจสูบฉีดเลือดเพิ่มมากขึ้นหลังเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Bradycardia-tachycardia) เลือดไปเลี้ยงที่ไตเพิ่มขึ้น มีผลทำให้มีน้ำปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะมากขึ้นขณะนอนหลับ ในขณะเดียวกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้นอนหลับไม่ค่อยลึก จึงทำให้สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกปวดปัสสาวะได้ง่ายมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน (Excessive Daytime Sleepiness)เป็นความผิดปกติที่ต้องรีบหาสาเหตุและรักษา อาจะส่งผลอันตรายในขณะขับขี่ยานพาหนะ หรือเกิดอุบัติเหตุได้ในขณะปฏิบัติงาน และอาจนำไปสู่โรคเกี่ยวกับการนอนอื่น ๆ เช่น หยุดหายใจขณะหลับ ไหลตาย Insomnia หรือ Narcolepsy และอื่นๆขาขยุกขยิก (Restless Legs)เป็นอาการที่ทำให้ต้องขยับขาไปมา เพราะรู้สึกมีความผิดปกติที่บริเวณขา จึงต้องขยับบ่อย ๆ เพื่อทำให้ความรู้สึกผิดปกติที่ขาลดลง อาการนี้มักพบได้ในช่วงเวลาค่ำ อาจพบในรายที่มีอาการโลหิตจาง (Iron deficiency) ในช่วงขณะตั้งครรภ์ (pregnancy) คนไข้โรคไตวาย (chronic renal failure) และโรคอื่น ๆปวดศีรษะหลังเพิ่งตื่นนอนตอนเช้า (Morning Headache)อาจเป็นผลมาจากที่ขณะนอนหลับไม่สามารถขับถ่าย Carbon Dioxide ออกจากร่างกายได้อย่างเหมาะสม มีผลทำให้เส้นเลือดแดงในสมองขยายตัวจาก Respiratory Acidosis จึงทำให้รู้สึกปวดศีรษะ และอาการนี้จะรุ้สึกได้มากในช่วงเวลาเช้าหลังเพิ่งตื่นนอนนอนกรน (Snoring)มีเสียงหายใจดังมาก หรือ เสียงกรนดังขณะนอนหลับ ส่งผลกระทบทั้งสุขภาพของตนเอง และอาจะส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ด้วย เป็นอาการอันตราย ต้องรีบหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม หากปล่อยไว้ไม่รักษาจะมีผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว เช่น Cardiovascular Problems Metabolic Syndrome ความจำเสื่อม ความดันสูง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และอื่น ๆหยุดหายใจในขณะนอนหลับ (Sleep Apnea)เป็นอาการผิดปกติของการนอนกลับที่อันตรายรุนแรง อาจส่งผลร้ายแรงถึงเสียชีวิตได้ โรคหยุดหายใจขณะหลับอาจสังเกตได้อย่างหากไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น สำลักขณะนอนหลับ (Waking up Choking) ตื่นขึ้นมากลางดึกอย่างกะทันหันเพื่อหายใจ (Waking up Gasping) Cognitive Dysfunctionsนอนไม่เพียงพอหรือมีปัญหาเรื่องการนอนหลับอาจมีผลต่อหน้าที่การทำงานของสมอง รวมทั้งความทรงจำทั้งในระยะสั้น และในระยะยาวถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที การนอนหลับ ตรวจคุณภาพได้ Sleep Test (Polysomnography) หรือ การตรวจคุณภาพการนอนหลับ คือ การตรวจวัดคลื่นสมอง ระดับออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ และการหายใจระหว่างการนอนหลับ นอกจากนั้นยังตรวจจับการเคลื่อนไหวของดวงตาและการเคลื่อนไหวร่างกายบางส่วน เพื่อตรวจดูคุณภาพการนอนหลับ ค้นหาความผิดปกติของการนอน หรือ โรคที่เกี่ยวเนื่องกับการนอนบางอย่าง อาการนอนกรน หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นสาเหตุของโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรค สมองเสื่อม...

ภาวะเด็กนอนกรน ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรมองข้าม เสี่ยงสมาธิสั้นพัฒนาการช้า

สำหรับเด็ก เสียงกรนที่เกิดขึ้นระหว่างการหลับอาจบ่งชี้ถึงความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ และอาจนำไปสู่ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย ผลเสียต่อสุขภาพและการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่

การนอนกรนในเด็ก ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่ากำลังมีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ ซอาจส่งผลต่อสมอง พฤติกรรม และการเจริญเติบโตในเด็กได้

Sex เสื่อมเพราะนอนกรนเป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

Sex เสื่อมเพราะนอนกรน หลายคนอาจเคยเจอกับปัญหาคู่รักนอนกรน มักจะถูกมองข้าม เพราะหลายคนคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่น่ามีผลกระทบที่สำคัญต่อสุขภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าอาการนอนกรนสามารถเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่น ๆ ที่ร้ายแรงได้ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และสามารถส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศได้ การหาวิธีรักษาการนอนกรนจึงไม่ใช่แค่เพื่อคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยรักษาความสัมพันธ์และสุขภาพทางเพศของคู่รักได้อีกด้วย การนอนกรนในผู้ชายและผู้หญิง หลายคนอาจเข้าใจว่าผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมีอาการนอนกรนที่มากกว่าผู้หญิง แต่งานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงก็สามารถนอนกรนได้เหมือนผู้ชายเช่นเดียวกัน จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sleep Medicine ในปี 2008 ที่ศึกษาการนอนกรนในประชากรวัยทำงานของประเทศสวีเดน พบว่า 24.5% ของผู้หญิงมีอาการนอนกรน มีอัตราที่ใกล้เคียงกับผู้ชาย ที่มีอัตราการนอนกรนอยู่ที่ 30.3% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้การนอนกรนแตกต่างกันไป อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะทางร่างกาย ฮอร์โมน และการใช้ชีวิต ​การนอนกรนมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศหรือไม่?​ มีงานวิจัย Erectile dysfunction in patient with obstructive sleep apnea ที่ว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาทางเพศ โดยเฉพาะภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) ในผู้ชาย การหยุดหายใจขณะหลับอาจส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง การผลิตไนตริกออกไซด์ลดลง การไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณอวัยวะเพศบกพร่อง ผลมาจากการขาดออกซิเจนระหว่างการนอนหลับ นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าและง่วงนอนในระหว่างวัน ซึ่งทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงไม่เฉพาะในผู้ชายเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบถึงเพศหญิงได้เช่นกัน​ สาเหตุของการนอนกรน การนอนกรนสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทำให้วิธีการรักษาอาการนอนกรนในผู้ชายและผู้หญิงอาจแตกต่างกันไปหลายปัจจัย ได้แก่ วิธีแก้ปัญหานอนกรนด้วยตนเอง แม้ว่าจะไม่มีวิธีที่สามารถรักษาอาการนอนกรนได้ด้วยตัวเองแบบรับประกัน 100% ว่าจะหายนอนกรนได้ แต่ก็มีวิธีการปรับเปลี่ยนวิธีการชีวิตที่สามารถช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการนอนกรนได้ วิธีการรักษานอนกรนที่ VitalSleep Clinic มีวิธีการรักษาทั้งแบบไม่ต้องผ่าตัดและการผ่าตัด โดยวิธีรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ได้แก่ การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy) การใช้เครื่องมือทันตกรรม (Oral Appliance) การใช้คลื่นความถี่ความถี่สูง (Radiofrequency) และการใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก (CPAP) สำหรับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่รุนแรงมาก การผ่าตัดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อขยายทางเดินหายใจ การผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular advancement, MMA) เคลื่อนขากรรไกรไปข้างหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเดินหายใจ สิ่งสำคัญคือต้องรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพของแต่ละคน เพราะการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีผลกระทบต่อสุขภาพของคุณในระยะยาว การได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้คุณและคนที่คุณรักสามารถนอนหลับได้ดี สรุป การนอนกรนไม่ใช่แค่ปัญหาเล็กน้อยที่รบกวนการนอนหลับของคุณหรือคู่รักเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย สมรรถภาพทางเพศ และสุขภาพจิตได้ด้วย อาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ร้ายแรงกว่าที่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

Sleep Test ถูกที่สุด ตัวช่วยดี ๆ เพื่อการนอนหลับที่สุขภาพดี

Sleep Test ถูกที่สุด ตรวจการนอนเพื่อหาสาเหตุการนอนกรน ง่วง เพลีย หรือหยุดหายใจขณะหลับ วางแผนรักษาตรงจุด เพื่อคุณภาพการนอนและสุขภาพที่ดีขึ้น

ตรวจการนอนหลับ คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคุณ

“คุณภาพการนอน” มีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และแม้แต่ภาวะซึมเศร้าได้

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!