• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
อาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
อันตรายแค่ไหน ?
ใครบ้างที่เสี่ยง ?

อาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

อันตรายแค่ไหน ?
ใครบ้างที่เสี่ยง ?
Table of Contents

ในปัจจุบัน ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารหรือการออกกำลังกาย แต่สิ่งหนึ่งที่มักถูกละเลยคือการดูแลคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นสิ่งสำคัญมากต่อชีวิตประจำวัน การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพหรือมีปัญหาอื่น ๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว และอาจก่อให้เกิดโรคร้ายแรงต่าง ๆ เช่น

  • โรคสมองเสื่อม
  • โรคซึมเศร้า
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

“ทุกคนมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ หากปล่อยไว้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ควรตรวจคุณภาพการนอนหลับเพื่อการรักษาอย่างทันท่วงที”

สุขภาพการนอนหลับสำคัญกว่าที่คุณคิด

การนอนหลับที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงที่นอนเพียงอย่างเดียว บางคนอาจนอน 7-8 ชั่วโมง แต่ตื่นมารู้สึกไม่สดชื่น หรือมีอาการเพลียหรือง่วงนอนมากในระหว่างวัน อาจเป็นเพราะกำลังมีปัญหาในการนอนอยู่ เช่น มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่รู้ตัว การทำ Sleep Test เป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยให้ทราบปัญหาการนอนอย่างแม่นยำ

ทำความรู้จักวงจรการนอนหลับ

การนอนหลับของมนุษย์แบ่งออกเป็น 2 ระดับหลัก ๆ คือ

  1. การนอนหลับแบบ Non-REM ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระยะ
    • ระยะที่ 1: ระยะนี้สมองจะทำงานช้าลง หากถูกปลุกในช่วงเวลานี้ จะไม่รู้สึกงัวเงีย อาจมีการสะดุ้งตื่น (Hypnic Jerk) จากการรู้สึกเหมือนว่าตัวเองตกจากที่สูง
    • ระยะที่ 2: การนอนหลับช่วงระยะนี้ช่วยกระตุ้นความจำระยะสั้นและเพิ่มสมาธิได้
    • ระยะที่ 3: เป็นช่วงที่หลับลึก ร่างกายพักผ่อนเต็มที่ มีการหลั่งฮอร์โมน Growth Hormone ถ้าถูกปลุกช่วงนี้จะงัวเงียมาก ๆ
  2. การนอนหลับแบบ REM Sleep (Rapid Eye Movement Sleep) ช่วงนี้สมองทำงานใกล้เคียงกับตอนที่ตื่นนอน มีการเคลื่อนไหวของดวงตาอย่างรวดเร็วและมีโอกาสฝันในช่วงที่หลับอยู่ การนอนในระยะนี้ช่วยในการเก็บข้อมูล การสร้างจินตนาการ และความทรงจำระยะยาว

ใครบ้าง เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ?

แม้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับสามารถเกิดได้กับทุกคน และสามารถเกิดได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง แต่ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่มีโครงสร้างทางเดินหายใจผิดปกติ เช่น คอใหญ่ น้ำหนักเกิน ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่จัด หรือมีประวัติครอบครัวที่เคยเป็นภาวะนี้มาก่อน

อาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

  • กรนเสียงดังมาก และกรนเป็นประจำ หายใจเหมือนกรน สร้างความรำคาญต่อผู้ที่นอนร่วมด้วย
  • กรนแล้วหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ตามด้วยอาการสำลักขณะนอนหลับ
  • หายใจติดขัดหรือหายใจแรงขณะนอนหลับ
  • นอนหลับไม่เต็มอิ่ม ตื่นขึ้นมาบ่อย ๆ
  • ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่นและปวดหัว
  • ง่วงนอนมากในช่วงระหว่างวัน เช่น หลับในขณะทำงานหรือตอนที่กำลังขับรถ
  • อารมณ์หงุดหงิดง่าย ขาดสมาธิ และความจำไม่ดี
  • มีความรู้สึกทางเพศลดลง

หากคุณมีอาการเกิน 3 ข้อ จากด้านบน ควรรีบมาปรึกษาแพทย์เพราะอาจเข้าข่ายภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง!

วิธีการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การปรับพฤติกรรมสามารถช่วยลดความเสี่ยงเบื้องต้นได้ เช่น

  • ลดการดื่มแอลกอฮอล์และเลิกสูบบุหรี่ทุกชนิด ซึ่งจะส่งผลให้ทางเดินหายใจทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการบวมหรือความผิดปกติระบบทางเดินหายใจได้
  • ออกกำลังกายควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อช่วยให้พัฒนาระบบทางเดินหายใจได้
  • เปลี่ยนท่านอน เป็นท่านอนตะแคง เพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น เพราะการนอนตะแคงจะสามารถทำให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การรักษาที่ดีที่สุดคือการเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทาง การทำ Sleep Test ช่วยตรวจสอบระดับการหยุดหายใจขณะหลับ วัดระดับออกซิเจน เสียงกรน และอัตราการเต้นของหัวใจในขณะนอนหลับ ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ว่าการนอนท่าใดมีความเสี่ยงมากที่สุด โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive sleep apnea หรือ OSA) หรือมีพฤติกรรมผิดปกติระหว่างการนอน

ผล Sleep Test ที่จะวิเคราะห์การทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายระหว่างการนอนหลับ ยกตัวอย่างเช่น

  • วัดระดับความรุนแรงของการหยุดหายใจขณะหลับ
  • วัดระดับออกซิเจนขณะหลับ
  • วัดระดับออกซิเจนในแต่ละท่านอน
  • วัดระดับความดังของเสียงกรน
  • วัดระดับการนอน (Sleep stages)
  • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • เช็คว่านอนท่าไหนหยุดหายใจมากสุด
ปรึกษาการตรวจการนอนหลับฟรี!

สรุป

การนอนหลับที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม หากคุณสังเกตเห็นอาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไม่ที่จะควรละเลย ควรรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อการรักษาที่เหมาะสม และหากมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับอื่น ๆ สามารถปรึกษา VitalSleep Clinic ซึ่งมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรับรองจาก American Board of Dental Sleep Medicine คนไข้จะได้รับการรักษาที่ตรงจุด ได้คำแนะนำเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะทุกปัญหาการนอนไว้วางใจ VitalSleep Clinic

Related Blogs and Articles
นอนกัดฟัน แก้ด้วย Splint

“นอนกัดฟัน” หรือ Bruxism ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เพราะมันส่งผลต่อทั้งสุขภาพช่องปาก ข้อต่อขากรรไกร รวมไปถึงคุณภาพการนอนหลับโดยตรง หลายคนคงอาจคิดว่าใส่ Splint ฟัน ก็เพียงพอแล้ว แต่จริง ๆ แล้ว การรักษาอาการนี้มีได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการhttps://youtu.be/gMdIP1i56ZQ?si=0ipz3OKFiweiis9_ สาเหตุของการนอนกัดฟัน หลายคนอาจไม่รู้ว่าการนอนกัดฟัน ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบร่างกาย จิตใจ และโครงสร้างฟันโดยตรง ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อย มีดังนี้ความเครียดสะสมเมื่อร่างกายเผชิญกับความเครียด ไม่ว่าจะมาจากการทำงาน ความสัมพันธ์ หรือปัญหาส่วนตัว—กล้ามเนื้อทั่วร่างกายจะเกร็งตัว รวมถึงกล้ามเนื้อกรามและกล้ามเนื้อบดเคี้ยวด้วย การเกร็งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับโดยไม่รู้ตัว และแสดงออกมาในรูปแบบของการกัดฟันภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea)ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มักมีปัญหาทางเดินหายใจแคบลงหรืออุดตัน ส่งผลให้สมองสั่งการให้ร่างกายตอบสนองเพื่อเปิดทางเดินหายใจอีกครั้ง หนึ่งในปฏิกิริยาทางร่างกายที่เกิดขึ้นคือ “การกัดฟัน” เพื่อพยายามดันขากรรไกรให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติการสบฟันที่ผิดปกติฟันที่เรียงตัวไม่ดี หรือสบกันไม่พอดี อาจทำให้กล้ามเนื้อบดเคี้ยวต้องทำงานหนักเกินไปเพื่อให้สามารถบดเคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินจำเป็น จึงเกิดการเกร็งสะสม และกลายเป็นพฤติกรรมกัดฟันในเวลานอนได้ในที่สุด อ่านเพิ่มเติม นอนกัดฟัน ปัญหาจุกจิก อาจเป็นเรื่องใหญ่ ปล่อยไว้นานอันตราย รักษาได้ ไม่ต้องผ่าตัด เช็กอาการเสี่ยงนอนกัดฟัน หากคุณนอนคนเดียวหรือไม่แน่ใจว่าตัวเองมีอาการนอนกัดฟันขณะหลับไหม ลองนำข้อมูลจาก Cleveland Clinic  มาสังเกตตัวเองได้จากอาการเหล่านี้ ที่เป็นสัญญาณบอกว่าคุณอาจกำลังมีปัญหานี้อยู่​ตื่นมาแล้วปวดหรือเมื่อยกรามปวดหัว ปวดบริเวณหน้าหู (โดยเฉพาะช่วงเช้าหลังจากตื่นนอน)มีอาการเสียวฟัน หรือปวดฟันเวลาทานของร้อน/เย็นมีกระดูกนูนบริเวณมุมกราม ใบหน้าเริ่มดูเหลี่ยมขึ้นอ้าปากกว้างไม่ได้ รู้สึกค้างหรือเจ็บขากรรไกร ปรึกษาปัญหานอนกัดฟัน ฟรี! ผลเสียของการนอนกัดฟัน ฟันบิ่น ฟันแตก เพราะเนื้อฟันสึกจากการบดหรือกดทับซ้ำ ๆข้อต่อขากรรไกรอักเสบ (TMD) อาจทำให้เจ็บเวลาพูด เคี้ยว หรืออ้าปากโครงหน้าผิดรูป กระดูกมุมกรามนูน ใบหน้าดูเหลี่ยมกว่าปกตินอนหลับไม่มีคุณภาพ สมองตื่นตัวบ่อย ส่งผลให้ร่างกายพักผ่อนไม่เต็มที่รบกวนคนรอบ ๆ ข้าง เสียงบดฟันทำให้คู่ชีวิตหลับไม่สนิท และอาจกระทบความสัมพันธ์ในระยะยาว วิธีรักษานอนกัดฟัน อาการนี้สามารถรักษาได้ และควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน1. การใช้ Splint ฟัน (Occlusal Splint)ช่วยป้องกันการสึกหรอของเนื้อฟัน โดยกระจายแรงกดขณะกัดฟัน และลดอาการเมื่อยกล้ามเนื้อกรามข้อควรระวัง: สำหรับเด็ก การใช้ Splint อาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของขากรรไกร และในช่วงแรกอาจทำให้นอนหลับยากขึ้น2.  การฝึกกล้ามเนื้อด้วย Myofunctional Therapyเป็นการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น ซึ่งสามารถใช้รักษาการนอนกรน และอาการนอนกัดฟันได้พร้อมกันจุดเด่นของ Myofunctional Therapyช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบดเคี้ยวปรับสมดุลกล้ามเนื้อและการสบฟันแก้ปัญหาต้นเหตุอย่างแท้จริง การรักษาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีควรทำร่วมกัน ทางที่ดีที่สุดคือการใช้ Splint ฟัน เพื่อป้องกันฟันสึกในระยะสั้น ควบคู่กับ การทำ Myofunctional Therapy เพื่อจัดการที่ต้นเหตุของปัญหาอย่างแท้จริง และควรตรวจการนอนหลับ Sleep Test เพื่อประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น การหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)การวางแผนรักษาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง และทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น แพทย์ด้านการนอนหลับ และนักกายภาพบำบัด เพื่อให้การรักษาเหมาะสมกับแต่ละบุคคลและปลอดภัยที่สุด ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง! สรุป การนอนกัดฟันไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก ๆ เพราะอาจนำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง ฟันสึก ขากรรไกรอักเสบ และปัญหาโครงหน้าในระยะยาว หากสงสัยว่าตัวเองมีพฤติกรรมนอนกัดฟัน ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางหรือทันตแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมก่อนที่อาการจะลุกลาม

รวม 6 วิธีรักษานอนกรน

ในปัจจุบันมีวิธีแก้อาการนอนกรนที่หลากหลาย โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เราขอแนะนำ 6 แนวทางรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัดที่ได้ผลดี

วิธีทำให้นอนหลับ

หลายคนกำลังมีปัญหานอนไม่หลับ หลับยาก หรือหลับไม่ลึก ส่งผลให้ตื่นมาแล้วรู้สึกเพลีย หงุดหงิด และทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

หยุดหายใจขณะหลับ ภัยร้าย

การหายใจของเราที่หยุดลงชั่วคราวระหว่างการนอนหลับ โดยอาจกินเวลาตั้งแต่ไม่กี่วินาทีจนถึงเป็นนาที และเกิดซ้ำหลายครั้งต่อคืน

ตรวจการนอนหลับ คืออะไร?

“คุณภาพการนอน” มีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และแม้แต่ภาวะซึมเศร้าได้

ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

การนอนกรนเป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้าม ที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาทางสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

การหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) เป็นภาวะผิดปกติที่สามารถนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีปัญหานอนกรน

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!