• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
อุปกรณ์แก้กรน VS
การรักษาอื่น ๆ
แบบไหนตอบโจทย์คุณสุด?

อุปกรณ์แก้กรน VS

การรักษาอื่น ๆ
แบบไหนตอบโจทย์คุณสุด?
Table of Contents

อุปกรณ์แก้กรน หลายคนมองว่าการนอนกรนเป็นเรื่องปกติ แค่เสียงดังรบกวนคนข้าง ๆ แต่จริง ๆ แล้วมันอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ที่ส่งผลต่อหัวใจ ความดัน และสมองโดยตรง

ผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย

  • เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ และภาวะหัวใจวาย
  • ความดันโลหิตสูง
  • เส้นเลือดอุดตัน และหลอดเลือดสมอง
  • สมรรถภาพทางสมองลดลงจากออกซิเจนไม่เพียงพอ

อุปกรณ์แก้กรนคืออะไร & หลักการทำงาน

อุปกรณ์แก้กรนเป็นเครื่องมือช่วยเปิดทางเดินหายใจ ลดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในลำคอ หลักการทำงานอาจเป็น…

  • ลดการอุดกั้น ด้วยการดันกรามล่างไปข้างหน้า
  • รักษาความดันอากาศให้ทางเดินเปิด (CPAP)
  • ดึงลิ้นเพื่อไม่ให้อุดทางเดินหายใจ
  • กระตุ้นกล้ามเนื้อคอด้วยคลื่นไฟฟ้า
  • การเปลี่ยนท่านอนให้ตัวเองไม่นอนหงาย
อุปกรณ์แก้กรน VS การรักษาอื่น ๆ แบบไหนตอบโจทย์คุณที่สุด

ประเภทของอุปกรณ์แก้กรน

  • Oral Appliances (ASA)
    เป็นอุปกรณ์ที่ทันตแพทย์ออกแบบให้เพื่อเลื่อนกรามล่างไปข้างหน้า ช่วยเปิดทางเดินหายใจ
  • CPAP แรงดันอากาศบวก
    ปล่อยแรงดันอากาศให้ทางเดินคงตัว ไม่ปิดกั้นระหว่างคืนขณะนอนหลับ
  • อุปกรณ์พยุงลิ้น (Tongue Retaining Device)
    ดึงลิ้นไว้ด้านหน้า ป้องกันการตกไปอุดทางเดินหายใจ
  • หมอน & อุปกรณ์ปรับท่านอน
    จาก BioMed Central กล่าวว่าสามารถช่วยป้องกันการนอนหงาย เช่น หมอนเฉียง หรือเตียงยกหัว
  • อุปกรณ์กระตุ้นไฟฟ้า / คลื่นกลาง (Mid-frequency device)
    มีงานวิจัยทดลองจาก World J Clin Cases ที่ใช้กับผู้ป่วย OSA ระดับปานกลาง พบว่าสามารถเพิ่มขนาดทางเดินอากาศในส่วน soft palate & retrolingual ได้

งานวิจัยที่สนับสนุนประสิทธิภาพอุปกรณ์แก้กรน

Oral Appliance ลดกรน (Long-term) การศึกษาที่ตีพิมพ์ใน PMC พบว่าอุปกรณ์ Oral Appliance สามารถลดอัตราการกรนได้ดี โดยความยาวของตัวบีบลิ้น (Tongue Compressor) ที่ 2.5 ซม. ให้ผลดีที่สุดในกลุ่มคนที่ใช้

ในงานนี้ คนที่เข้าร่วมใช้หลายขนาด (0.5–3.5 ซม.) ผลพบว่า 2.5 ซม. มีผลลดอัตราการกรนสูงสุด

CPAP (Continuous Positive Airway Pressure)Oral Appliance – ASA
ใช้เครื่องเป่าลมแรงดันบวกคงที่ผ่านหน้ากาก เพื่อเปิดทางเดินหายใจดันขากรรไกรล่างและลิ้นไปด้านหน้า เพื่อเปิดทางเดินหายใจ
ได้ผลดีที่สุดในการรักษา OSA ทุกระดับ โดยเฉพาะระดับรุนแรงเหมาะกับคนที่เป็น OSA ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง  มีงานวิจัยรองรับว่าสามารถลด AHI ได้อย่างชัดเจน
ต้องใส่หน้ากากและใช้เครื่องตลอดคืน พกพาลำบากขนาดเล็ก พกพาง่าย ใส่คล้ายเฝือกฟัน ใช้งานสะดวก
บางคนอาจนอนไม่สบายเพราะเสียงเครื่องหรือหน้ากากปรับตัวง่ายกว่า แต่ช่วงแรกอาจมีอาการตึงขากรรไกร
จมูกแห้ง ระคายเคืองผิวหนังจากหน้ากาก หลุดตอนนอนขากรรไกรตึง น้ำลายมากขึ้นช่วงแรก ต้องดูแลทำความสะอาด
คนที่เป็น OSA ทุกระดับ โดยเฉพาะระดับปานกลางถึงรุนแรงคนที่มีอาการกรน หรือ OSA เล็กน้อยถึงปานกลาง และในคนที่ไม่สะดวกใช้ CPAP หรือเดินทางบ่อย
มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง เช่น หน้ากาก ฟิลเตอร์ดูแลรักษาง่ายกว่า

วิธีเลือกใช้อุปกรณ์แก้กรน ตามแนวทางของ VitalSleep Clinic

VitalSleep Clinic เป็นคลินิกเฉพาะทางที่เน้น “การรักษาแบบองค์รวม โดยไม่ผ่าตัด” (Holistic Non-Surgical Approach) และออกแบบการรักษาโดยอิงกับการตรวจ Sleep Test, Myofunctional Therapy และอุปกรณ์ทันตกรรมเฉพาะบุคคล

  1. ตรวจ Sleep Test ประเมินระดับอาการก่อนเลือกอุปกรณ์
  2. พิจารณาสภาพโครงสร้างช่องปากและขากรรไกร
  3. เลือกรูปแบบอุปกรณ์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความสะดวก
  4. ประเมินประสิทธิภาพ ติดตามผลและปรับแต่งอุปกรณ์

สรุป

อุปกรณ์แก้กรนเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ที่มีอาการกรนและ OSA แต่การเลือกใช้ควรอิงจากงานวิจัย ประเภทของอุปกรณ์ และโครงสร้างส่วนบุคคล ที่ VitalSleep Clinic ย้ำแนวคิด “รักษาที่ต้นเหตุ” ผ่านการตรวจการนอนหลับเองได้จากที่บ้าน การบำบัดกล้ามเนื้อทางช่องปาก Myofunctional Therapy และการออกแบบอุปกรณ์เฉพาะบุคคล

งานวิจัยหลายชิ้นสนับสนุนประสิทธิภาพของ Oral Appliance, Mid-frequency device และวิธีการเสริมอื่น ๆ แต่ก็ต้องเข้าใจข้อจำกัดการใช้งานและข้อจำกัดของแต่ละอุปกรณ์ ที่สำคัญที่สุดคือ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญ

FAQs คำถามที่พบบ่อย

  • งานวิจัยใดพิสูจน์ว่าอุปกรณ์ Oral Appliance ลดกรนได้จริง?
    มีงานวิจัยหลายชิ้น เช่น การศึกษาของ Chiang et al. พบว่า LOA ลดอัตราการกรนได้ โดยความยาวตัวบีบลิ้น ~2.5 ซม. ให้ผลดีที่สุด และงาน Novel Oral Device ก็แสดงผลลดกรนเช่นกัน
  • VitalSleep Clinic แตกต่างจากคลินิกทั่วไปอย่างไร?
    VitalSleep Clinic ให้บริการแบบครบวงจร – ตรวจการนอนที่บ้าน, อุปกรณ์ทันตกรรม, Myofunctional Therapy และออกแบบแผนรักษาเฉพาะบุคคลตามโครงสร้างร่างกาย
  • อุปกรณ์ใดเหมาะสำหรับคนที่ทน CPAP ไม่ได้?
    Oral Appliance (ASA) ถือเป็นทางเลือกที่แนะนำ โดยเฉพาะในคนที่มี OSA ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • ถ้าใช้เครื่องมือแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรทำอย่างไร?
    ควรกลับไปประเมินโดยแพทย์ ตรวจ Sleep Test ใหม่ หรือพิจารณาอุปกรณ์/วิธีรักษาอื่น เช่น CPAP, ผ่าตัด หรือวิธีเสริมอื่น ๆ

Related Blogs and Articles
หลับๆ ตื่นๆ นอนไม่พอ

การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากคุณหลับ ๆ ตื่น ๆ หรือนอนไม่พอ ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ

3 วิธีแก้ปัญหานอนกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด

หากจะพูดถึงของขวัญที่ดีที่สุด คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่า “สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง” โดยเฉพาะคุณภาพการนอนหลับที่ดี

แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด 2025

แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปัจจุบัน การรักษาแก้ปัญหาอาการนอนกรนมีหลากหลายวิธีที่ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งสามารถรักษาได้หลายวิธีพร้อมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดีขึ้น หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยม คือ การใช้เครื่องมือทันตกรรมสำหรับรักษานอนกรน (Oral Appliance) ที่ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจในขณะหลับ ร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจส่วนต้น (Myofunctional Therapy) ที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อย การรักษานี้ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจไม่ให้แคบลง เป็นการรักษาอาการนอนกรนจากต้นเหตุ ที่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาวได้อีกด้วย สาเหตุของอาการนอนกรน การนอนกรนมักมีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุ จาก TMJ and Sleep Apnea โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อย มีดังนี้​ อาจเกิดจากโครงสร้างใบหน้าที่ผิดปกติ เช่น คางสั้น กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นไม่แข็งแรง ทำให้ลิ้นหย่อนลงไปอุดช่องทางเดินหายใจ มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือเหนียง สามารถทำให้ช่องทางเดินหายใจถูกกดทับในขณะที่กำลังนอนหลับ ทำให้เกิดอาการหยุดหายใจชั่วคราวและมีเสียงกรนเกิดขึ้น แอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนต้นและกล้ามเนื้อโคนลิ้น ช่องทางเดินหายใจก็จะเกิดการอุดกั้นที่ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) และเสียงกรนได้ อาการเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่ทำให้เกิดปัญหาการนอนกรน และควรได้รับการตรวจสอบและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญ การตรวจและการรักษานอนกรน การตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของการนอนกรนสามารถทำได้ผ่านการตรวจการนอนหลับ Sleep Test เป็นการวัดค่าและเก็บข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับของคุณ เช่น ตรวจการนอนหลับที่บ้านกับ VitalSleep Clinic สะดวก ปลอดภัย แม่นยำ หลังจากการตรวจการนอนหลับ Sleep Test แล้ว แพทย์เฉพาะทางจะนำผลการตรวจมาใช้ในการวินิจฉัย วางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด อ่านเพิ่มเติม รักษานอนกรน แบบไม่ผ่าตัด Update 2025 ข้อด้อยของการผ่าตัดแก้นอนกรน การผ่าตัดแก้นอนกรนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ข้อดีของการรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัด วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดมีหลายทางเลือก แพทย์เฉพาะทางจะเลือกวิธีที่เหมาะสมตามอาการของแต่ละบุคคล สามารถใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อรักษาได้ทั้งต้นเหตุและปลายเหตุ เช่น การใช้เครื่อง CPAP เพื่อช่วยขยายทางเดินหายใจร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อ Myofunctional Therapy การรักษาที่ถูกต้องยังเป็นผลดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง ในกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับ Sleep Test และปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม เพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้นและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม “รักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ Better Sleep for Better Tomorrow” สรุป วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปี 2025 มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือทันตกรรม การบำบัดกล้ามเนื้อ การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ หรือการใช้เครื่อง CPAP ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีเฉพาะที่ตอบโจทย์ปัญหาอาการนอนกรนในแต่ละกรณี การเข้ารับการตรวจ Sleep Test เพื่อตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการรักษา สุขภาพการนอนที่ดีมีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเรา ดังนั้น หากคุณมีปัญหาการนอนกรน ควรรีบหาทางแก้ไขเพื่อสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

BiPAP กับ CPAP ต่างกันยังไง

BiPAP และ CPAP เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้การหายใจขัดข้องในช่วงนอนหลับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาการหายใจอุดกั้น ทั้ง BiPAP และ CPAP เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหานี้ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทั้งสองเครื่องนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของเครื่อง BiPAP และ CPAP รวมถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละเครื่อง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและเลือกใช้เครื่องที่เหมาะสมกับตัวเอง ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง CPAP CPAP คืออะไร? CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) คือเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับการบำบัดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หลักการของ CPAP คือการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่และส่งผ่านท่อเข้าสู่หน้ากากซึ่งครอบไปที่ปากและจมูกของผู้ใช้ แรงดันนี้จะช่วยเปิดทางเดินหายใจและป้องกันไม่ให้เกิดการอุดกั้นระหว่างการนอนหลับ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจ CPAP จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจขณะหลับ หลักการทำงานของ CPAP CPAP ทำงานโดยการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่ ส่งผ่านท่ออากาศเข้าสู่หน้ากากที่ครอบปากและจมูก ความดันที่เกิดขึ้นจะช่วยเปิดทางเดินหายใจที่อาจถูกบีบอัดหรืออุดตันในช่วงเวลาที่นอนหลับ แรงดันอากาศนี้จะถูกควบคุมให้คงที่ตลอดคืน ไม่ว่าคนไข้จะหายใจเข้าออกในจังหวะใดก็ตาม สิ่งนี้ทำให้การไหลเวียนของอากาศในระบบทางเดินหายใจเป็นปกติ ช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดหายใจขณะหลับอย่างมีประสิทธิภาพ ใครบ้าง? ที่ควรใช้ CPAP CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนในช่วงเวลาที่หลับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับทารกที่มีปัญหาปอดพัฒนาไม่สมบูรณ์หรือผู้ที่มีภาวะการหายใจไม่เพียงพอระหว่างหลับ CPAP ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ทำให้คนไข้รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในช่วงกลางวัน รับคำปรึกษา ฟรี! ขนาดและการพกพาของเครื่อง CPAP เครื่อง CPAP มีหลายขนาดให้เลือก สามารถเลือกตามความเหมาะสมของการใช้งานแต่ละคนได้เลย หากคุณใช้ที่บ้าน ขนาดของเครื่อง CPAP ที่ใหญ่กว่าอาจไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อย การเลือกเครื่อง CPAP ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวก ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง BiPAP BiPAP คืออะไร? BiPAP (Bilevel Positive Airway Pressure) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีหลักการทำงานคล้ายกับ CPAP แต่มีความแตกต่างสำคัญในเรื่องของการปรับแรงดันอากาศระหว่างการหายใจเข้าและหายใจออก BiPAP ถูกออกแบบมาให้สามารถสร้างแรงดันอากาศที่แตกต่างกันในจังหวะหายใจเข้าและหายใจออก ในขณะที่เครื่อง CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา การทำงานนี้ทำให้ BiPAP เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการแรงดันอากาศที่แตกต่างกันระหว่างหายใจเข้าและออก หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบการหายใจซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยโรคปอดและโรคทางระบบประสาท หลักการทำงานของ BiPAP เครื่อง BiPAP จะทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศ 2 ระดับระดับหนึ่งสำหรับการหายใจเข้า (IPAP: Inspiratory Positive Airway Pressure)ระดับสำหรับการหายใจออก (EPAP: Expiratory Positive Airway Pressure)ความแตกต่างของแรงดันนี้ช่วยให้คนไข้ที่มีปัญหาหายใจเข้าและออกได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อบกพร่อง ทำให้การหายใจกลับมาเป็นปกติ ใครควรใช้ BiPAP? BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อที่ทำให้การหายใจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจแบบซับซ้อนที่ CPAP ไม่สามารถช่วยได้ BiPAP เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยให้การหายใจกลับมาสู่ภาวะปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนาดและการใช้งานของเครื่อง BiPAP เครื่อง BiPAP มักจะมีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับเครื่อง CPAP แต่การออกแบบส่วนใหญ่จะเน้นที่การทำงานเงียบและให้ความสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ หลายรุ่นของ BiPAP ยังมีตัวเพิ่มความชื้นในอากาศที่ส่งผ่านท่อหายใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อเมือกในจมูกแห้ง ทำให้การใช้งานรู้สึกสบายขึ้น ความแตกต่างระหว่าง BiPAP และ CPAP ในขณะที่ CPAP ใช้แรงดันอากาศคงที่ในการช่วยรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ BiPAP มีความสามารถในการปรับแรงดันอากาศสองระดับสำหรับการหายใจเข้าและออก ความแตกต่างนี้ทำให้ BiPAP เหมาะกับคนไข้ที่มีภาวะการหายใจที่ซับซ้อนหรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น โรคปอดหรือปัญหาทางระบบประสาทนอกจากนี้ เครื่อง BiPAP ยังมีการทำงานที่ซับซ้อนกว่าซึ่งส่งผลให้ ราคาของ BiPAP มักจะสูงกว่า CPAP อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจรุนแรง ที่ไม่สามารถปรับตัวกับการใช้ CPAP ได้ BiPAP จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากช่วยให้หายใจได้สะดวกและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหายใจออกที่ BiPAP จะใช้แรงดันที่น้อยกว่าในช่วงหายใจเข้า สรุป CPAP และ BiPAP ต่างก็เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ทั้งสองมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างหลักในเรื่องของแรงดันอากาศที่ใช้ระหว่างการหายใจเข้าและออก CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา ในขณะที่ BiPAP สามารถปรับแรงดันอากาศตามความต้องการของผู้ป่วยได้BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน หรือมีภาวะทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ส่วน CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับทั่วไป การเลือกใช้เครื่องใดเครื่องหนึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้การรักษาที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย การเลือกเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นและลดความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การรักษาโรคกรน

โรคกรน เกิดจากการสั่นของเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนและลำคอ เสียงกรนอาจเบาๆ หรือดังจนรบกวนคนอื่น การกรนไม่ใช่เรื่องเล็ก

ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

การนอนกรนเป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้าม ที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาทางสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

นอนกัดฟัน อันตรายไหม

แม้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการนอนกัดฟันที่แน่ชัดได้ แต่งานวิจัยพบว่า "ความเครียด" และ "ความวิตกกังวล" เป็นปัจจัยหลักของอาการนี้ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความเครียดเรื้อรังและการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยเฉพาะการกระตุ้นแกน HPA (Hypothalamic-Pituitary-Adrenal axis) ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มระดับคอร์ติซอลในน้ำลาย และอาจทำให้เกิดพฤติกรรมกัดฟันซ้ำๆ ขณะนอนหลับ ข้อมูลงานวิจัยจาก PubMed Central (PMC) นอนกัดฟัน คืออะไร? นอนกัดฟัน (Bruxism) คือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับ โดยผู้ป่วยจะขบฟันหรือบดฟันไปมาโดยไม่รู้ตัว อาจมีเสียงกัดฟันดังจนคนข้าง ๆ สะดุ้งตื่นกลางดึก ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และคุณภาพการนอน คนที่นอนกัดฟันมักมีอาการปวดกราม ปวดข้อต่อขากรรไกรหรือปวดศีรษะตอนตื่นนอน บางรายอาจมีพฤติกรรมนอนกัดฟันมากกว่า 100 ครั้งต่อคืนด้วย เช็กอาการ จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณนอนกัดฟัน? เพราะอาการมักเกิดขณะนอนหลับโดยที่เราไม่รู้ตัว วิธีที่ดีที่สุดในการวินิจฉัย คือ “การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test)” สามารถตรวจจับการทำงานของกล้ามเนื้อขณะนอนหลับได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตอาการต่อไปนี้ได้ด้วยตัวเอง ดังนี้ ผลเสียจากการนอนกัดฟัน แม้อาการจะดูไม่รุนแรงมากในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้นานอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น วิธีรักษาอาการนอนกัดฟันแบบเฉพาะทางที่ VitalSleep Clinic ที่ VitalSleep Clinic เราใช้แนวทางวินิจฉัยอย่างครอบคลุม พร้อมวิธีรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อหยุดพฤติกรรมกัดฟันขณะหลับอย่างได้ผล 1. ใช้อุปกรณ์ครอบฟันกันกัดฟันเฉพาะบุคคล (Splint) หากพบว่าการนอนกัดฟันไม่ได้เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แพทย์เฉพาะทางจะทำ Splint หรือ Night Guard แบบเฉพาะบุคคล ให้พอดีกับฟันและขากรรไกรของผู้ป่วย อ่านเพิ่มเติม 2. Myofunctional Therapy หากการนอนกัดฟันเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกลืนผิดปกติหรือลิ้นตกขณะนอน แพทย์เฉพาะทางอาจแนะนำให้บำบัดกล้ามเนื้อทางเดินหายใจและใบหน้า (Myofunctional Therapy) อ่านเพิ่มเติม สรุป นอนกัดฟันไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก ๆ ที่ควรมองข้าม เพราะอาจส่งผลต่อทั้งสุขภาพช่องปาก รูปหน้า ความสัมพันธ์ และคุณภาพชีวิต หากสงสัยว่าตัวเองมีอาการนอนกัดฟัน ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างตรงจุด ก่อนที่อาการจะลุกลามรุนแรงมากขึ้น

ลูกหายใจทางปาก

ลูกหายใจทางปาก อาจดูเหมือนไม่อันตราย แต่จริง ๆ แล้วเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาการนอน การเจริญเติบโต และพัฒนาการสมองของเด็ก

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!