• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
อุปกรณ์แก้กรน VS
การรักษาอื่น ๆ
แบบไหนตอบโจทย์คุณสุด?

อุปกรณ์แก้กรน VS

การรักษาอื่น ๆ
แบบไหนตอบโจทย์คุณสุด?
Table of Contents

อุปกรณ์แก้กรน หลายคนมองว่าการนอนกรนเป็นเรื่องปกติ แค่เสียงดังรบกวนคนข้าง ๆ แต่จริง ๆ แล้วมันอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ที่ส่งผลต่อหัวใจ ความดัน และสมองโดยตรง

ผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย

  • เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ และภาวะหัวใจวาย
  • ความดันโลหิตสูง
  • เส้นเลือดอุดตัน และหลอดเลือดสมอง
  • สมรรถภาพทางสมองลดลงจากออกซิเจนไม่เพียงพอ

อุปกรณ์แก้กรนคืออะไร & หลักการทำงาน

อุปกรณ์แก้กรนเป็นเครื่องมือช่วยเปิดทางเดินหายใจ ลดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในลำคอ หลักการทำงานอาจเป็น…

  • ลดการอุดกั้น ด้วยการดันกรามล่างไปข้างหน้า
  • รักษาความดันอากาศให้ทางเดินเปิด (CPAP)
  • ดึงลิ้นเพื่อไม่ให้อุดทางเดินหายใจ
  • กระตุ้นกล้ามเนื้อคอด้วยคลื่นไฟฟ้า
  • การเปลี่ยนท่านอนให้ตัวเองไม่นอนหงาย
อุปกรณ์แก้กรน VS การรักษาอื่น ๆ แบบไหนตอบโจทย์คุณที่สุด

ประเภทของอุปกรณ์แก้กรน

  • Oral Appliances (ASA)
    เป็นอุปกรณ์ที่ทันตแพทย์ออกแบบให้เพื่อเลื่อนกรามล่างไปข้างหน้า ช่วยเปิดทางเดินหายใจ
  • CPAP แรงดันอากาศบวก
    ปล่อยแรงดันอากาศให้ทางเดินคงตัว ไม่ปิดกั้นระหว่างคืนขณะนอนหลับ
  • อุปกรณ์พยุงลิ้น (Tongue Retaining Device)
    ดึงลิ้นไว้ด้านหน้า ป้องกันการตกไปอุดทางเดินหายใจ
  • หมอน & อุปกรณ์ปรับท่านอน
    จาก BioMed Central กล่าวว่าสามารถช่วยป้องกันการนอนหงาย เช่น หมอนเฉียง หรือเตียงยกหัว
  • อุปกรณ์กระตุ้นไฟฟ้า / คลื่นกลาง (Mid-frequency device)
    มีงานวิจัยทดลองจาก World J Clin Cases ที่ใช้กับผู้ป่วย OSA ระดับปานกลาง พบว่าสามารถเพิ่มขนาดทางเดินอากาศในส่วน soft palate & retrolingual ได้

งานวิจัยที่สนับสนุนประสิทธิภาพอุปกรณ์แก้กรน

Oral Appliance ลดกรน (Long-term) การศึกษาที่ตีพิมพ์ใน PMC พบว่าอุปกรณ์ Oral Appliance สามารถลดอัตราการกรนได้ดี โดยความยาวของตัวบีบลิ้น (Tongue Compressor) ที่ 2.5 ซม. ให้ผลดีที่สุดในกลุ่มคนที่ใช้

ในงานนี้ คนที่เข้าร่วมใช้หลายขนาด (0.5–3.5 ซม.) ผลพบว่า 2.5 ซม. มีผลลดอัตราการกรนสูงสุด

CPAP (Continuous Positive Airway Pressure)Oral Appliance – ASA
ใช้เครื่องเป่าลมแรงดันบวกคงที่ผ่านหน้ากาก เพื่อเปิดทางเดินหายใจดันขากรรไกรล่างและลิ้นไปด้านหน้า เพื่อเปิดทางเดินหายใจ
ได้ผลดีที่สุดในการรักษา OSA ทุกระดับ โดยเฉพาะระดับรุนแรงเหมาะกับคนที่เป็น OSA ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง  มีงานวิจัยรองรับว่าสามารถลด AHI ได้อย่างชัดเจน
ต้องใส่หน้ากากและใช้เครื่องตลอดคืน พกพาลำบากขนาดเล็ก พกพาง่าย ใส่คล้ายเฝือกฟัน ใช้งานสะดวก
บางคนอาจนอนไม่สบายเพราะเสียงเครื่องหรือหน้ากากปรับตัวง่ายกว่า แต่ช่วงแรกอาจมีอาการตึงขากรรไกร
จมูกแห้ง ระคายเคืองผิวหนังจากหน้ากาก หลุดตอนนอนขากรรไกรตึง น้ำลายมากขึ้นช่วงแรก ต้องดูแลทำความสะอาด
คนที่เป็น OSA ทุกระดับ โดยเฉพาะระดับปานกลางถึงรุนแรงคนที่มีอาการกรน หรือ OSA เล็กน้อยถึงปานกลาง และในคนที่ไม่สะดวกใช้ CPAP หรือเดินทางบ่อย
มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง เช่น หน้ากาก ฟิลเตอร์ดูแลรักษาง่ายกว่า

วิธีเลือกใช้อุปกรณ์แก้กรน ตามแนวทางของ VitalSleep Clinic

VitalSleep Clinic เป็นคลินิกเฉพาะทางที่เน้น “การรักษาแบบองค์รวม โดยไม่ผ่าตัด” (Holistic Non-Surgical Approach) และออกแบบการรักษาโดยอิงกับการตรวจ Sleep Test, Myofunctional Therapy และอุปกรณ์ทันตกรรมเฉพาะบุคคล

  1. ตรวจ Sleep Test ประเมินระดับอาการก่อนเลือกอุปกรณ์
  2. พิจารณาสภาพโครงสร้างช่องปากและขากรรไกร
  3. เลือกรูปแบบอุปกรณ์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความสะดวก
  4. ประเมินประสิทธิภาพ ติดตามผลและปรับแต่งอุปกรณ์

สรุป

อุปกรณ์แก้กรนเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ที่มีอาการกรนและ OSA แต่การเลือกใช้ควรอิงจากงานวิจัย ประเภทของอุปกรณ์ และโครงสร้างส่วนบุคคล ที่ VitalSleep Clinic ย้ำแนวคิด “รักษาที่ต้นเหตุ” ผ่านการตรวจการนอนหลับเองได้จากที่บ้าน การบำบัดกล้ามเนื้อทางช่องปาก Myofunctional Therapy และการออกแบบอุปกรณ์เฉพาะบุคคล

งานวิจัยหลายชิ้นสนับสนุนประสิทธิภาพของ Oral Appliance, Mid-frequency device และวิธีการเสริมอื่น ๆ แต่ก็ต้องเข้าใจข้อจำกัดการใช้งานและข้อจำกัดของแต่ละอุปกรณ์ ที่สำคัญที่สุดคือ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญ

FAQs คำถามที่พบบ่อย

  • งานวิจัยใดพิสูจน์ว่าอุปกรณ์ Oral Appliance ลดกรนได้จริง?
    มีงานวิจัยหลายชิ้น เช่น การศึกษาของ Chiang et al. พบว่า LOA ลดอัตราการกรนได้ โดยความยาวตัวบีบลิ้น ~2.5 ซม. ให้ผลดีที่สุด และงาน Novel Oral Device ก็แสดงผลลดกรนเช่นกัน
  • VitalSleep Clinic แตกต่างจากคลินิกทั่วไปอย่างไร?
    VitalSleep Clinic ให้บริการแบบครบวงจร – ตรวจการนอนที่บ้าน, อุปกรณ์ทันตกรรม, Myofunctional Therapy และออกแบบแผนรักษาเฉพาะบุคคลตามโครงสร้างร่างกาย
  • อุปกรณ์ใดเหมาะสำหรับคนที่ทน CPAP ไม่ได้?
    Oral Appliance (ASA) ถือเป็นทางเลือกที่แนะนำ โดยเฉพาะในคนที่มี OSA ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • ถ้าใช้เครื่องมือแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรทำอย่างไร?
    ควรกลับไปประเมินโดยแพทย์ ตรวจ Sleep Test ใหม่ หรือพิจารณาอุปกรณ์/วิธีรักษาอื่น เช่น CPAP, ผ่าตัด หรือวิธีเสริมอื่น ๆ

Related Blogs and Articles
นอนกัดฟันรักษายังไง

ในบางครั้งคนที่นอนกัดฟันเองก็อาจไม่รู้ตัวจนกระทั่งเกิดอาการปวดฟัน ปวดกราม หรือมีคนรอบข้างสังเกตเห็นเสียงกัดฟันในเวลานอนตอนกลางคืน นอนกัดฟันรักษาได้!

อาการผีอำ

เคยไหม…นอนอยู่ดี ๆ แล้วรู้สึกเหมือนมีบางอย่างทับอยู่บนอก ขยับตัวไม่ได้ หายใจก็อึดอัด นั่นแหละที่เราเรียกกันว่า “ผีอำ” อาการนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ

อาการวูบหมดสติ อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา

เคยไหมที่อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกหน้ามืด เหมือนโลกหมุน หูอื้อ อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่

นอนกัดฟัน

Bruxism เป็นภาวะที่หลายคนอาจไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมี เพราะเกิดขึ้นตอนนอนหลับ หรือบางคนอาจเกิดขณะตื่นในช่วงที่กำลังเครียด

snoring test

ตรวจการนอนกรน ราคาเหมาะสม คุ้มค่าในการดูแลสุขภาพ ช่วยวิเคราะห์คุณภาพการนอน ลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อน เข้าใจร่างกายอย่างแท้จริง

อุปกรณ์รักษานอนกรน

พามาเจาะลึกอุปกรณ์รักษานอนกรน จาก VitalSleep Clinic ว่ามีอะไรบ้าง ใช้อย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง เพื่อให้คุณกลับมามีการนอนที่เงียบสงบ

Sleep Test เพื่อการนอนหลับที่สุขภาพดี

Sleep Test ถูกที่สุด ตรวจการนอนเพื่อหาสาเหตุการนอนกรน ง่วง เพลีย หรือหยุดหายใจขณะหลับ วางแผนรักษาตรงจุด เพื่อคุณภาพการนอนและสุขภาพที่ดีขึ้น

BiPAP กับ CPAP ต่างกันยังไง

BiPAP และ CPAP เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้การหายใจขัดข้องในช่วงนอนหลับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาการหายใจอุดกั้น ทั้ง BiPAP และ CPAP เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหานี้ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทั้งสองเครื่องนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของเครื่อง BiPAP และ CPAP รวมถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละเครื่อง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและเลือกใช้เครื่องที่เหมาะสมกับตัวเอง ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง CPAP CPAP คืออะไร? CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) คือเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับการบำบัดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หลักการของ CPAP คือการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่และส่งผ่านท่อเข้าสู่หน้ากากซึ่งครอบไปที่ปากและจมูกของผู้ใช้ แรงดันนี้จะช่วยเปิดทางเดินหายใจและป้องกันไม่ให้เกิดการอุดกั้นระหว่างการนอนหลับ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจ CPAP จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจขณะหลับ หลักการทำงานของ CPAP CPAP ทำงานโดยการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่ ส่งผ่านท่ออากาศเข้าสู่หน้ากากที่ครอบปากและจมูก ความดันที่เกิดขึ้นจะช่วยเปิดทางเดินหายใจที่อาจถูกบีบอัดหรืออุดตันในช่วงเวลาที่นอนหลับ แรงดันอากาศนี้จะถูกควบคุมให้คงที่ตลอดคืน ไม่ว่าคนไข้จะหายใจเข้าออกในจังหวะใดก็ตาม สิ่งนี้ทำให้การไหลเวียนของอากาศในระบบทางเดินหายใจเป็นปกติ ช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดหายใจขณะหลับอย่างมีประสิทธิภาพ ใครบ้าง? ที่ควรใช้ CPAP CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนในช่วงเวลาที่หลับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับทารกที่มีปัญหาปอดพัฒนาไม่สมบูรณ์หรือผู้ที่มีภาวะการหายใจไม่เพียงพอระหว่างหลับ CPAP ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ทำให้คนไข้รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในช่วงกลางวัน รับคำปรึกษา ฟรี! ขนาดและการพกพาของเครื่อง CPAP เครื่อง CPAP มีหลายขนาดให้เลือก สามารถเลือกตามความเหมาะสมของการใช้งานแต่ละคนได้เลย หากคุณใช้ที่บ้าน ขนาดของเครื่อง CPAP ที่ใหญ่กว่าอาจไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อย การเลือกเครื่อง CPAP ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวก ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง BiPAP BiPAP คืออะไร? BiPAP (Bilevel Positive Airway Pressure) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีหลักการทำงานคล้ายกับ CPAP แต่มีความแตกต่างสำคัญในเรื่องของการปรับแรงดันอากาศระหว่างการหายใจเข้าและหายใจออก BiPAP ถูกออกแบบมาให้สามารถสร้างแรงดันอากาศที่แตกต่างกันในจังหวะหายใจเข้าและหายใจออก ในขณะที่เครื่อง CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา การทำงานนี้ทำให้ BiPAP เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการแรงดันอากาศที่แตกต่างกันระหว่างหายใจเข้าและออก หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบการหายใจซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยโรคปอดและโรคทางระบบประสาท หลักการทำงานของ BiPAP เครื่อง BiPAP จะทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศ 2 ระดับระดับหนึ่งสำหรับการหายใจเข้า (IPAP: Inspiratory Positive Airway Pressure)ระดับสำหรับการหายใจออก (EPAP: Expiratory Positive Airway Pressure)ความแตกต่างของแรงดันนี้ช่วยให้คนไข้ที่มีปัญหาหายใจเข้าและออกได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อบกพร่อง ทำให้การหายใจกลับมาเป็นปกติ ใครควรใช้ BiPAP? BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อที่ทำให้การหายใจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจแบบซับซ้อนที่ CPAP ไม่สามารถช่วยได้ BiPAP เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยให้การหายใจกลับมาสู่ภาวะปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนาดและการใช้งานของเครื่อง BiPAP เครื่อง BiPAP มักจะมีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับเครื่อง CPAP แต่การออกแบบส่วนใหญ่จะเน้นที่การทำงานเงียบและให้ความสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ หลายรุ่นของ BiPAP ยังมีตัวเพิ่มความชื้นในอากาศที่ส่งผ่านท่อหายใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อเมือกในจมูกแห้ง ทำให้การใช้งานรู้สึกสบายขึ้น ความแตกต่างระหว่าง BiPAP และ CPAP ในขณะที่ CPAP ใช้แรงดันอากาศคงที่ในการช่วยรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ BiPAP มีความสามารถในการปรับแรงดันอากาศสองระดับสำหรับการหายใจเข้าและออก ความแตกต่างนี้ทำให้ BiPAP เหมาะกับคนไข้ที่มีภาวะการหายใจที่ซับซ้อนหรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น โรคปอดหรือปัญหาทางระบบประสาทนอกจากนี้ เครื่อง BiPAP ยังมีการทำงานที่ซับซ้อนกว่าซึ่งส่งผลให้ ราคาของ BiPAP มักจะสูงกว่า CPAP อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจรุนแรง ที่ไม่สามารถปรับตัวกับการใช้ CPAP ได้ BiPAP จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากช่วยให้หายใจได้สะดวกและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหายใจออกที่ BiPAP จะใช้แรงดันที่น้อยกว่าในช่วงหายใจเข้า สรุป CPAP และ BiPAP ต่างก็เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ทั้งสองมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างหลักในเรื่องของแรงดันอากาศที่ใช้ระหว่างการหายใจเข้าและออก CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา ในขณะที่ BiPAP สามารถปรับแรงดันอากาศตามความต้องการของผู้ป่วยได้BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน หรือมีภาวะทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ส่วน CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับทั่วไป การเลือกใช้เครื่องใดเครื่องหนึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้การรักษาที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย การเลือกเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นและลดความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาวะลูกนอนกรน

ภาวะนอนกรนในเด็กไม่ใช่เพียงอาการธรรมดา ต่างจากผู้ใหญ่ที่มักเกี่ยวข้องกับโรคอ้วนหรือ OSA เด็กที่กรนอาจมีความผิดปกติของทางเดินหายใจ ส่งผลต่อพัฒนาการ

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!