logo
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ต่อมอะดีนอยด์โตกับเด็กนอนกรน
ผลต่อการหายใจ
และพัฒนาการในเด็ก

ต่อมอะดีนอยด์โตกับเด็กนอนกรน

ผลต่อการหายใจ
และพัฒนาการในเด็ก
Table of Contents

เด็กนอนกรน เพราะอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยคือ ต่อมอะดีนอยด์โต (Adenoid Hypertrophy) ซึ่งทำให้ทางเดินหายใจแคบ เด็กหายใจลำบากและพักผ่อนไม่เต็มที่ ส่งผลให้เกิดการนอนกรน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และคุณภาพการนอนลดลง

ผลกระทบอาจลุกลามไปถึงการเจริญเติบโต สมาธิ พฤติกรรมและพัฒนาการของเด็ก หากไม่ได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม

ต่อมอะดีนอยด์คืออะไร และทำหน้าที่อย่างไร?

ต่อมอะดีนอยด์ (Adenoid) คือเนื้อเยื่อภูมิคุ้มกันที่อยู่บริเวณด้านหลังโพรงจมูก มีหน้าที่ดักจับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูก เช่น แบคทีเรียและไวรัส ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อเหล่านั้น ในวัยเด็ก อะดีนอยด์จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่เพราะต้องทำงานหนักในการปกป้องร่างกาย แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลังเข้าสู่วัยรุ่น อะดีนอยด์จะค่อย ๆ หดเล็กลงและแทบไม่ทำงานอีกต่อไป

ต่อมอะดีนอยด์โตคืออะไร และเกิดจากอะไร?

ต่อมอะดีนอยด์โต

ภาวะต่อมอะดีนอยด์โต หรือ Adenoid Hypertrophy คือการที่เนื้อเยื่ออะดีนอยด์บริเวณด้านหลังโพรงจมูกมีขนาดใหญ่กว่าปกติ จนไปขวางทางเดินหายใจ ทำให้เด็กหายใจไม่สะดวก โดยเฉพาะเวลานอนหลับ เมื่ออากาศผ่านได้ยาก เด็กจึงต้องออกแรงหายใจมากขึ้นและเกิดเสียงกรน

เด็กบางคนมีต่อมอะดีนอยด์ขนาดใหญ่ตั้งแต่กำเนิด ขณะที่บางคนโตขึ้นจากการติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อย ๆ เช่น หวัดหรือไซนัสอักเสบ เมื่อเนื้อเยื่อบวมโตซ้ำ ๆ จะทำให้การอุดกั้นรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดการนอนกรนถาวร หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ได้

งานวิจัย Risk factors of obstructive sleep apnea syndrome in children ศึกษาในเด็ก 1,578 คน พบว่า tonsillar hypertrophy และ adenoid hypertrophy เป็นปัจจัยเสี่ยงอิสระของ OSA ในเด็ก

สาเหตุหลักของอะดีนอยด์โต ได้แก่

  • การติดเชื้อซ้ำๆ, หวัด ไซนัสอักเสบ ทำให้เนื้อเยื่ออักเสบและโตขึ้น
  • ภูมิแพ้, เช่น ฝุ่นละออง ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ กระตุ้นให้บวมเรื้อรัง
  • พันธุกรรม, บางครอบครัวพบว่าลูกมีอะดีนอยด์โตหลายราย
  • อายุ, เด็กเล็กมีโอกาสโตมากกว่าวัยรุ่น เพราะทำงานหนักกว่าตามวัย

อะดีนอยด์โตกับอาการเด็กนอนกรน

เมื่ออะดีนอยด์มีขนาดโตจนไปขวางช่องจมูก เด็กจะหายใจทางจมูกได้ลำบาก โดยเฉพาะขณะนอนหลับ ร่างกายจึงต้องหายใจทางปากแทน ซึ่งเป็นกลไกชดเชยตามธรรมชาติ  และจากวิจัยของ PubMed ได้บอกไว้ว่า การกรนและการหายใจทางปากเป็นอาการที่สัมพันธ์กับต่อมอะดีนอยด์โตและมีผลในระยะยาวต่อโครงหน้าและฟังก์ชันทางเดินหายใจ และเกิดปัญหาตามมา 

อาการที่มักพบ ได้แก่

  • กรนเสียงดัง
    ได้ยินชัดกว่าผู้ใหญ่ และไม่หายไปเองเวลาผ่านไป
  • หายใจทางปากแทนการหายใจทางจมูก
    เด็กบางคนจะอ้าปากตลอดเวลา ส่งผลให้ปากแห้งและเจ็บคอได้ง่าย
  • หยุดหายใจชั่วคราวตอนหลับ (OSA)
    ซึ่งอาจเห็นว่าลูกนอนแล้วหยุดหายใจไปชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาหายใจแรงหรือสะดุ้งตื่น
  • นอนกระสับกระส่าย เหงื่อออกมาก
    บางครั้งต้องนอนในท่าที่ผิดปกติ เช่น เงยคอหรือพลิกตัวบ่อย เพื่อช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น
  • มีอาการง่วงซึม ขาดสมาธิ หงุดหงิดง่ายในตอนกลางวัน
    จากการนอนหลับไม่เต็มที่ ร่างกายจะไม่ได้เข้าสู่ช่วงหลับลึกอย่างเพียงพอ ส่งผลให้การฟื้นฟูสมองและร่างกายลดลง ผลที่ตามมาคือและอาจกระทบต่อผลการเรียนและพัฒนาการโดยรวมได้

อาการเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการนอนหลับที่ถูกรบกวน แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าเด็กอาจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการเติบโตและการเรียนรู้

การนอนกรนส่งผลกระทบต่อการหายใจและสุขภาพในระยะสั้น

ผลกระทบรายละเอียด
การนอนหลับไม่สนิทเด็กสะดุ้งตื่นบ่อย ทำให้พักผ่อนไม่เต็มที่
ง่วงกลางวัน สมาธิสั้นส่งผลต่อการเรียนและการใช้ชีวิต
หายใจปากเรื้อรังอาจทำให้คอแห้ง เจ็บคอบ่อย
หูน้ำหนวก/หูอื้อเพราะอะดีนอยด์โตไปอุดท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube)

ผลกระทบต่อพัฒนาการเด็กในระยะยาว

หากไม่ได้รับการรักษา ภาวะอะดีนอยด์โตอาจส่งผลเสียรุนแรงต่อพัฒนาการ

  • สมองและการเรียนรู้: ขาดออกซิเจนเรื้อรัง ทำให้ความจำและสมาธิลดลง
  • การเจริญเติบโต: นอนหลับไม่สนิท ทำให้ฮอร์โมนการเจริญเติบโตหลั่งน้อยลง เด็กอาจเตี้ยหรือโตช้า
  • พฤติกรรมและอารมณ์: เด็กอาจหงุดหงิด ก้าวร้าว หรือมีพฤติกรรมสมาธิสั้น
  • รูปหน้าและฟัน: หายใจปากเป็นเวลานาน ทำให้โครงหน้าผิดรูป ฟันเก และขากรรไกรยาวขึ้น
  • สุขภาพในอนาคต: เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับเรื้อรังและโรคหัวใจในวัยผู้ใหญ่

ตรวจการนอนหลับที่ VitalSleep Clinic

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นวิธีที่ใช้เก็บข้อมูลเชิงลึกขณะนอนหลับ เพื่อหาสาเหตุของการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) VitalSleep Clinic มีแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับพร้อมอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ทำให้สามารถตรวจได้อย่างละเอียด โดยจะบันทึกข้อมูลสำคัญ เช่น การหายใจและระดับออกซิเจนในเลือดการเต้นของหัวใจและคลื่นสมองการเคลื่อนไหวของร่างกายระหว่างนอน คุณภาพการนอนหลับแต่ละช่วง (sleep stages) ผลการตรวจเหล่านี้ช่วยใหแพทย์เฉพาะทาง ประเมินได้อย่างแม่นยำว่า เด็กมีอาการนอนกรนแบบทั่วไปหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย รวมถึงระดับความรุนแรง เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุดและเหมาะสมกับเด็กแต่ละคน

รักษาอาการเด็กนอนกรนแบบไม่ผ่าตัดด้วย Myofunctional Therapy

Myofunctional Therapy  คือการทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้อช่องปากและใบหน้า โดยการฝึกกล้ามเนื้อริมฝีปาก ลิ้น และการกลืนให้ทำงานอย่างถูกต้อง ซึ่งช่วยให้เด็ก หายใจทางจมูกได้ดีขึ้น ลดการพึ่งพาการหายใจทางปาก และบรรเทาอาการนอนกรนที่เกิดจากภาวะต่อมอะดีนอยด์โต

การรักษานี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีอาการนอนกรนจาก กล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ ร่วมกับหรือแยกจากภาวะต่อมอะดีนอยด์โต โดยมีแบบฝึกเฉพาะ เช่น การออกกำลังกายกล้ามเนื้อลิ้นและริมฝีปาก การฝึกหายใจทางจมูก การฝึกการกลืนอย่างถูกวิธี เมื่อทำอย่างต่อเนื่อง เด็กจะค่อย ๆ หายใจคล่องขึ้น นอนหลับมีคุณภาพมากขึ้น ลดการกรน และยังช่วยเสริมพัฒนาการอื่น ๆ เช่น การพูดและการเจริญเติบโตของโครงหน้าไปพร้อมกัน

สรุป

ต่อมอะดีนอยด์โต เป็นภาวะที่พบบ่อยในเด็ก และเป็นสาเหตุสำคัญของการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจกระทบต่อสุขภาพ พัฒนาการสมอง การเจริญเติบโต และโครงสร้างใบหน้าในระยะยาว ผู้ปกครองจึงควรใส่ใจสังเกตอาการลูก หากมีสัญญาณผิดปกติ ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กนอนหลับสบาย หายใจสะดวก และเติบโตสมวัย

Related Blogs and Articles
เสียงกรนเตือนภัยสุขภาพ ตรวจการนอนกรนช่วยลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อน

เสียงกรนอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก ตรวจการนอนกรนช่วยค้นหาความผิดปกติ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

นอนกัดฟัน แก้ด้วย Splint อย่างเดียวพอไหม?

“นอนกัดฟัน” หรือ Bruxism ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เพราะมันส่งผลต่อทั้งสุขภาพช่องปาก ข้อต่อขากรรไกร รวมไปถึงคุณภาพการนอนหลับโดยตรง หลายคนคงอาจคิดว่าใส่ Splint ฟัน ก็เพียงพอแล้ว แต่จริง ๆ แล้ว การรักษาอาการนี้มีได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการhttps://youtu.be/gMdIP1i56ZQ?si=0ipz3OKFiweiis9_ สาเหตุของการนอนกัดฟัน หลายคนอาจไม่รู้ว่าการนอนกัดฟัน ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบร่างกาย จิตใจ และโครงสร้างฟันโดยตรง ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อย มีดังนี้ความเครียดสะสมเมื่อร่างกายเผชิญกับความเครียด ไม่ว่าจะมาจากการทำงาน ความสัมพันธ์ หรือปัญหาส่วนตัว—กล้ามเนื้อทั่วร่างกายจะเกร็งตัว รวมถึงกล้ามเนื้อกรามและกล้ามเนื้อบดเคี้ยวด้วย การเกร็งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับโดยไม่รู้ตัว และแสดงออกมาในรูปแบบของการกัดฟันภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea)ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มักมีปัญหาทางเดินหายใจแคบลงหรืออุดตัน ส่งผลให้สมองสั่งการให้ร่างกายตอบสนองเพื่อเปิดทางเดินหายใจอีกครั้ง หนึ่งในปฏิกิริยาทางร่างกายที่เกิดขึ้นคือ “การกัดฟัน” เพื่อพยายามดันขากรรไกรให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติการสบฟันที่ผิดปกติฟันที่เรียงตัวไม่ดี หรือสบกันไม่พอดี อาจทำให้กล้ามเนื้อบดเคี้ยวต้องทำงานหนักเกินไปเพื่อให้สามารถบดเคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินจำเป็น จึงเกิดการเกร็งสะสม และกลายเป็นพฤติกรรมกัดฟันในเวลานอนได้ในที่สุด อ่านเพิ่มเติม นอนกัดฟัน ปัญหาจุกจิก อาจเป็นเรื่องใหญ่ ปล่อยไว้นานอันตราย รักษาได้ ไม่ต้องผ่าตัด เช็กอาการเสี่ยงนอนกัดฟัน หากคุณนอนคนเดียวหรือไม่แน่ใจว่าตัวเองมีอาการนอนกัดฟันขณะหลับไหม ลองนำข้อมูลจาก Cleveland Clinic  มาสังเกตตัวเองได้จากอาการเหล่านี้ ที่เป็นสัญญาณบอกว่าคุณอาจกำลังมีปัญหานี้อยู่​ตื่นมาแล้วปวดหรือเมื่อยกรามปวดหัว ปวดบริเวณหน้าหู (โดยเฉพาะช่วงเช้าหลังจากตื่นนอน)มีอาการเสียวฟัน หรือปวดฟันเวลาทานของร้อน/เย็นมีกระดูกนูนบริเวณมุมกราม ใบหน้าเริ่มดูเหลี่ยมขึ้นอ้าปากกว้างไม่ได้ รู้สึกค้างหรือเจ็บขากรรไกร ปรึกษาปัญหานอนกัดฟัน ฟรี! ผลเสียของการนอนกัดฟัน ฟันบิ่น ฟันแตก เพราะเนื้อฟันสึกจากการบดหรือกดทับซ้ำ ๆข้อต่อขากรรไกรอักเสบ (TMD) อาจทำให้เจ็บเวลาพูด เคี้ยว หรืออ้าปากโครงหน้าผิดรูป กระดูกมุมกรามนูน ใบหน้าดูเหลี่ยมกว่าปกตินอนหลับไม่มีคุณภาพ สมองตื่นตัวบ่อย ส่งผลให้ร่างกายพักผ่อนไม่เต็มที่รบกวนคนรอบ ๆ ข้าง เสียงบดฟันทำให้คู่ชีวิตหลับไม่สนิท และอาจกระทบความสัมพันธ์ในระยะยาว วิธีรักษานอนกัดฟัน อาการนี้สามารถรักษาได้ และควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน1. การใช้ Splint ฟัน (Occlusal Splint)ช่วยป้องกันการสึกหรอของเนื้อฟัน โดยกระจายแรงกดขณะกัดฟัน และลดอาการเมื่อยกล้ามเนื้อกรามข้อควรระวัง: สำหรับเด็ก การใช้ Splint อาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของขากรรไกร และในช่วงแรกอาจทำให้นอนหลับยากขึ้น2.  การฝึกกล้ามเนื้อด้วย Myofunctional Therapyเป็นการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น ซึ่งสามารถใช้รักษาการนอนกรน และอาการนอนกัดฟันได้พร้อมกันจุดเด่นของ Myofunctional Therapyช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบดเคี้ยวปรับสมดุลกล้ามเนื้อและการสบฟันแก้ปัญหาต้นเหตุอย่างแท้จริง การรักษาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีควรทำร่วมกัน ทางที่ดีที่สุดคือการใช้ Splint ฟัน เพื่อป้องกันฟันสึกในระยะสั้น ควบคู่กับ การทำ Myofunctional Therapy เพื่อจัดการที่ต้นเหตุของปัญหาอย่างแท้จริง และควรตรวจการนอนหลับ Sleep Test เพื่อประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น การหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)การวางแผนรักษาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง และทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น แพทย์ด้านการนอนหลับ และนักกายภาพบำบัด เพื่อให้การรักษาเหมาะสมกับแต่ละบุคคลและปลอดภัยที่สุด ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง! สรุป การนอนกัดฟันไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก ๆ เพราะอาจนำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง ฟันสึก ขากรรไกรอักเสบ และปัญหาโครงหน้าในระยะยาว หากสงสัยว่าตัวเองมีพฤติกรรมนอนกัดฟัน ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางหรือทันตแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมก่อนที่อาการจะลุกลาม

Sex เสื่อมเพราะนอนกรนเป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

Sex เสื่อมเพราะนอนกรน หลายคนอาจเคยเจอกับปัญหาคู่รักนอนกรน มักจะถูกมองข้าม เพราะหลายคนคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่น่ามีผลกระทบที่สำคัญต่อสุขภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าอาการนอนกรนสามารถเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่น ๆ ที่ร้ายแรงได้ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และสามารถส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศได้ การหาวิธีรักษาการนอนกรนจึงไม่ใช่แค่เพื่อคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยรักษาความสัมพันธ์และสุขภาพทางเพศของคู่รักได้อีกด้วย การนอนกรนในผู้ชายและผู้หญิง หลายคนอาจเข้าใจว่าผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมีอาการนอนกรนที่มากกว่าผู้หญิง แต่งานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงก็สามารถนอนกรนได้เหมือนผู้ชายเช่นเดียวกัน จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sleep Medicine ในปี 2008 ที่ศึกษาการนอนกรนในประชากรวัยทำงานของประเทศสวีเดน พบว่า 24.5% ของผู้หญิงมีอาการนอนกรน มีอัตราที่ใกล้เคียงกับผู้ชาย ที่มีอัตราการนอนกรนอยู่ที่ 30.3% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้การนอนกรนแตกต่างกันไป อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะทางร่างกาย ฮอร์โมน และการใช้ชีวิต ​การนอนกรนมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศหรือไม่?​ มีงานวิจัย Erectile dysfunction in patient with obstructive sleep apnea ที่ว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาทางเพศ โดยเฉพาะภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) ในผู้ชาย การหยุดหายใจขณะหลับอาจส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง การผลิตไนตริกออกไซด์ลดลง การไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณอวัยวะเพศบกพร่อง ผลมาจากการขาดออกซิเจนระหว่างการนอนหลับ นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าและง่วงนอนในระหว่างวัน ซึ่งทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงไม่เฉพาะในผู้ชายเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบถึงเพศหญิงได้เช่นกัน​ สาเหตุของการนอนกรน การนอนกรนสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทำให้วิธีการรักษาอาการนอนกรนในผู้ชายและผู้หญิงอาจแตกต่างกันไปหลายปัจจัย ได้แก่ วิธีแก้ปัญหานอนกรนด้วยตนเอง แม้ว่าจะไม่มีวิธีที่สามารถรักษาอาการนอนกรนได้ด้วยตัวเองแบบรับประกัน 100% ว่าจะหายนอนกรนได้ แต่ก็มีวิธีการปรับเปลี่ยนวิธีการชีวิตที่สามารถช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการนอนกรนได้ วิธีการรักษานอนกรนที่ VitalSleep Clinic มีวิธีการรักษาทั้งแบบไม่ต้องผ่าตัดและการผ่าตัด โดยวิธีรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ได้แก่ การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy) การใช้เครื่องมือทันตกรรม (Oral Appliance) การใช้คลื่นความถี่ความถี่สูง (Radiofrequency) และการใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก (CPAP) สำหรับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่รุนแรงมาก การผ่าตัดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อขยายทางเดินหายใจ การผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular advancement, MMA) เคลื่อนขากรรไกรไปข้างหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเดินหายใจ สิ่งสำคัญคือต้องรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพของแต่ละคน เพราะการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีผลกระทบต่อสุขภาพของคุณในระยะยาว การได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้คุณและคนที่คุณรักสามารถนอนหลับได้ดี สรุป การนอนกรนไม่ใช่แค่ปัญหาเล็กน้อยที่รบกวนการนอนหลับของคุณหรือคู่รักเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย สมรรถภาพทางเพศ และสุขภาพจิตได้ด้วย อาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ร้ายแรงกว่าที่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

นอนกรน เสี่ยงมะเร็งจริงหรือ?

หลายคนอาจคิดว่า “การนอนกรน” เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อย แต่รู้หรือไม่ว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งมักพบร่วมกับการกรน อาจมีความเชื่อมโยงกับ “โรคมะเร็ง”https://www.youtube.com/shorts/Qil5hs1gy5A ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คืออะไร? ข้อมูลจากสถาบันโรคหัวใจ ปอด และโลหิตวิทยาแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NHLBI) ระบุว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ จะมีช่วงที่หยุดหายใจและกลับมาหายใจซ้ำ ๆ ขณะนอนหลับ ทำให้หลับไม่สนิท นอนหลับไม่เต็มที่และรบกวนคุณภาพชีวิตในระยะยาว​สาเหตุหลัก มาจากกล้ามเนื้อบริเวณลำคอที่หย่อนตัวผิดปกติ ทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้น หากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่โรคร้ายต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง ความเชื่อมโยงระหว่างการนอนกรนกับโรคมะเร็ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ Athanasia Pataka จาก Aristotle University of Thessaloniki ประเทศกรีซ ได้เปิดเผยว่า ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือมีอาการกรนอย่างรุนแรง จะมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำระหว่างนอนหลับ ภาวะนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางชนิด งานวิจัยที่ชี้ชัด มีการศึกษาจาก Medical News Today ในกลุ่มตัวอย่างกว่า 19,000 คน (ชาย 13,767 คน หญิง 5,789 คน) พบว่า​ผู้ที่มีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า 90% ซ้ำ ๆ ในแต่ละคืน มีความเสี่ยงต่อมะเร็งมากขึ้นในกลุ่มนี้ มีผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งจำนวน 388 คน (ราว 2%)มะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงคือ มะเร็งเต้านม ส่วนผู้ชายคือ มะเร็งต่อมลูกหมากที่น่าสนใจคือ การหยุดหายใจขณะหลับมีความเชื่อมโยงกับโรคมะเร็ง ชัดเจนในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในคนที่มีอาการรุนแรง และมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำในช่วงกลางคืนนักวิจัยยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ปัจจัยทางชีววิทยาระหว่างเพศชายและหญิง เช่น ฮอร์โมน อาจเป็นตัวเร่งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง รวมถึงอิทธิพลของออกซิเจนต่ำในเลือด ซึ่งอาจกระตุ้นกระบวนการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย วิธีรักษาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การรักษาจะเริ่มจาก การตรวจ Sleep Test เพื่อประเมินความรุนแรง จากนั้นแพทย์เฉพาะทางจะวางแผนการรักษา มีทั้งแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัด| บทความที่เกี่ยวข้อง อาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายแค่ไหน?​ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย การรักษาแบบไม่ผ่าตัด ยางครอบฟันช่วยเปิดทางเดินหายใจ (Oral Appliance)การทำบำบัดกล้ามเนื้อทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy)คลื่นความถี่วิทยุ RF จี้โคนลิ้นและเยื่อบุจมูกการใช้ CPAP การรักษาแบบผ่าตัด การผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร (Maxillomandibular Advancement)การผ่าตัดตกแต่งเพดานอ่อนและลิ้นไก่ ทำไมต้องรักษาที่ VitalSleep Clinic? แพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญมีทีมแพทย์ที่ผ่านการอบรมจากสถาบันระดับโลก พร้อมใบรับรองด้านการรักษาความผิดปกติของกล้ามเนื้อช่องปาก ใบหน้าและทางเดินหายใจเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยครอบคลุมทั้งแนวทางแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัด รวมถึง Myosa® สำหรับผู้มีปัญหานอนกัดฟันหรือข้อต่อขากรรไกรใส่ใจ ดูแลรักษาได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาวะนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือปัญหาข้อต่อขากรรไกร พร้อมดูแลอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง สรุป ภาวะหยุดหายใจขณะหลับอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงมะเร็ง โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำขณะหลับ จึงควรตรวจ Sleep Test เพื่อประเมินอาการและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งปัจจุบันมีทางเลือกทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัดที่ VitalSleep Clinic พร้อมดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ปรึกษาปัญหากับผู้เชี่ยวชาญ ฟรี!

โปรแกรม EXOMIND เทคโนโลยีกระตุ้นสมอง ที่ช่วยให้หลับง่าย หลับลึก หลับไว

โปรแกรม EXOMIND เทคโนโลยีกระตุ้นสมอง ที่ช่วยให้หลับง่าย หลับลึก หลับไว คุณเคยไหม?... ที่พยายามเข้านอนตั้งแต่สามทุ่ม แต่ตาแข็งยันตีสอง? หรือแม้จะนอนได้แต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกยังไม่สดชื่น เหมือนนอนไม่พอ EXOMIND อาจเป็นคำตอบใหม่สำหรับคนที่กำลังต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้ ทำไม? การนอนหลับถึงสำคัญ หลับลึก (Deep Sleep) คืออะไร? Deep Sleep คือช่วงที่สมองของคุณพักผ่อนจริง ๆ เป็นช่วงที่ระบบซ่อมแซมร่างกายเริ่มทำงานเต็มที่ ฮอร์โมนเจริญเติบโตหลั่ง ระบบภูมิคุ้มกันรีเซ็ต และความจำระยะยาวเริ่มเก็บข้อมูล ถ้าคุณไม่มี Deep Sleep คุณจะเหนื่อยง่าย หลงลืม และรู้สึกไม่สดชื่นตลอดวัน ผลกระทบของการนอนไม่พอ ปัญหาการนอนที่คนไทยเจอกันบ่อย เรื่อง “การนอนหลับ” กลับมีคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่กำลังเผชิญกับภาวะนอนไม่มีคุณภาพแบบไม่รู้ตัว ปัญหาการนอนหลับไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ "ง่วงตอนกลางวัน" แต่ยังส่งผลลึกไปถึงสมอง หัวใจ อารมณ์ และประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตทุกด้าน โดยเฉพาะ 2 ปัญหาหลักที่พบบ่อย คือ นอนไม่หลับ และ หลับไม่ลึก นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก ถ้าคุณเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม หวังจะตื่นมาสดชื่นในวันพรุ่งนี้ แต่ดันนอนพลิกตัวไปมาเหมือนอยู่บนเตียง ตาแข็งจนถึงตีสอง บางคืนหลับได้ก็จริง แต่กลับตื่นขึ้นมาตอนตีสาม ตีสี่ แล้วนอนต่อไม่ได้อีกเลย อาการเหล่านี้เรียกว่า Insomnia หรือ ภาวะนอนไม่หลับ ในระยะสั้น การนอนไม่หลับอาจทำให้เราง่วง สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน แต่ถ้านานวันเข้าจะเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ หลับไม่ลึก รู้สึกไม่สดชื่น บางคนหลับง่ายมาก ๆ แต่ตื่นเช้ามาแล้วกลับรู้สึก “เหนื่อยกว่าเดิม” เหมือนไม่ได้นอนเลย นั่นคือสัญญาณของภาวะหลับไม่ลึก (Poor Deep Sleep) ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่คนไทยมักมองข้าม การหลับไม่ลึกคือการที่ร่างกายไม่ได้เข้าสู่ช่วง Deep Sleep ที่เป็นช่วงที่สมองหลั่งโกรทฮอร์โมน ฟื้นฟูร่างกาย ซ่อมแซมเซลล์ และเคลียร์สารพิษที่สะสมในสมอง EXOMIND คืออะไร? โปรแกรม EXOMIND คือเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็ก (BTL Neurostimulation) โดยใช้หลักการของการกระตุ้นสมองผ่านสนามแม่เหล็กความเข้มต่ำ เพื่อปรับวงจรการนอนให้สมดุลมากขึ้น เทคโนโลยี BTL คือการใช้คลื่นแม่เหล็กระดับต่ำ (Low-Intensity Pulsed Electromagnetic Field หรือ PEMF) ที่ปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัด ช่วยกระตุ้นสมองส่วน Prefrontal Cortex ที่เกี่ยวข้องกับการนอน การผ่อนคลาย และการฟื้นฟูจิตใจ โปรแกรม EXOMIND ช่วยการนอนหลับได้อย่างไร? กระตุ้นสมองส่วนลึกเพื่อปรับวงจรการนอน EXOMIND ช่วยให้สมองปรับคลื่นให้เข้าสู่โหมดพักผ่อนโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องฝืน ไม่ต้องกดดันตัวเองให้นอน ช่วยให้เข้าสู่ Deep Sleep ได้ไวขึ้น คนที่เข้ารับการทำ EXOMIND อย่างต่อเนื่องจะพบว่าใช้เวลาน้อยลงในการเข้าสู่ระยะหลับลึก และตื่นมาพร้อมความรู้สึกสดชื่นมากขึ้น ใครบ้าง? ควรลองโปรแกรม EXOMIND คนที่มีปัญหาการนอนที่เรื้อรัง หรือเคยลองมาหลายวิธีแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น หากกำลังสงสัยว่า "เราเหมาะกับโปรแกรมนี้ไหม?" มาดูประเภทของคนที่ควรลอง EXOMIND กัน สรุป ไม่ว่าจะเป็น "นอนไม่หลับ" หรือลงนอนแล้ว "หลับไม่ลึก" ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้จบที่ความง่วงตอนเช้า แต่มันสะท้อนถึงสมดุลภายในสมอง ระบบประสาท และสุขภาพโดยรวม ซึ่งการหาแนวทางช่วยฟื้นฟูการนอนตั้งแต่รากฐาน เช่น การใช้โปรแกรม EXOMIND จึงกลายเป็นทางเลือกที่คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น FAQs คำถามที่พบบ่อย

อาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

สิ่งหนึ่งที่มักถูกละเลยคือการดูแลคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นสิ่งสำคัญมากต่อชีวิตประจำวัน การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ

ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย ผลเสียต่อสุขภาพและการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่

การนอนกรนในเด็ก ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่ากำลังมีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ ซอาจส่งผลต่อสมอง พฤติกรรม และการเจริญเติบโตในเด็กได้

อาการหายใจไม่อิ่ม หายใจไม่สุด เรื่องเล็กหรือสัญญาณโรคร้าย

อาการหายใจไม่อิ่ม หรือที่หลายคนเรียกว่า “เหมือนหายใจไม่สุด” เป็นภาวะที่คนไข้รู้สึกว่าหายใจเข้าลึกเท่าไรก็ยังไม่พอ มักมาพร้อมความรู้สึกอึดอัด

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!