• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ต่อมอะดีนอยด์โตกับเด็กนอนกรน
ผลต่อการหายใจ
และพัฒนาการในเด็ก

ต่อมอะดีนอยด์โตกับเด็กนอนกรน

ผลต่อการหายใจ
และพัฒนาการในเด็ก
Table of Contents

เด็กนอนกรน เพราะอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยคือ ต่อมอะดีนอยด์โต (Adenoid Hypertrophy) ซึ่งทำให้ทางเดินหายใจแคบ เด็กหายใจลำบากและพักผ่อนไม่เต็มที่ ส่งผลให้เกิดการนอนกรน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และคุณภาพการนอนลดลง

ผลกระทบอาจลุกลามไปถึงการเจริญเติบโต สมาธิ พฤติกรรมและพัฒนาการของเด็ก หากไม่ได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม

ต่อมอะดีนอยด์คืออะไร และทำหน้าที่อย่างไร?

ต่อมอะดีนอยด์ (Adenoid) คือเนื้อเยื่อภูมิคุ้มกันที่อยู่บริเวณด้านหลังโพรงจมูก มีหน้าที่ดักจับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูก เช่น แบคทีเรียและไวรัส ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อเหล่านั้น ในวัยเด็ก อะดีนอยด์จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่เพราะต้องทำงานหนักในการปกป้องร่างกาย แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลังเข้าสู่วัยรุ่น อะดีนอยด์จะค่อย ๆ หดเล็กลงและแทบไม่ทำงานอีกต่อไป

ต่อมอะดีนอยด์โตคืออะไร และเกิดจากอะไร?

ต่อมอะดีนอยด์โต

ภาวะต่อมอะดีนอยด์โต หรือ Adenoid Hypertrophy คือการที่เนื้อเยื่ออะดีนอยด์บริเวณด้านหลังโพรงจมูกมีขนาดใหญ่กว่าปกติ จนไปขวางทางเดินหายใจ ทำให้เด็กหายใจไม่สะดวก โดยเฉพาะเวลานอนหลับ เมื่ออากาศผ่านได้ยาก เด็กจึงต้องออกแรงหายใจมากขึ้นและเกิดเสียงกรน

เด็กบางคนมีต่อมอะดีนอยด์ขนาดใหญ่ตั้งแต่กำเนิด ขณะที่บางคนโตขึ้นจากการติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อย ๆ เช่น หวัดหรือไซนัสอักเสบ เมื่อเนื้อเยื่อบวมโตซ้ำ ๆ จะทำให้การอุดกั้นรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดการนอนกรนถาวร หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ได้

งานวิจัย Risk factors of obstructive sleep apnea syndrome in children ศึกษาในเด็ก 1,578 คน พบว่า tonsillar hypertrophy และ adenoid hypertrophy เป็นปัจจัยเสี่ยงอิสระของ OSA ในเด็ก

สาเหตุหลักของอะดีนอยด์โต ได้แก่

  • การติดเชื้อซ้ำๆ, หวัด ไซนัสอักเสบ ทำให้เนื้อเยื่ออักเสบและโตขึ้น
  • ภูมิแพ้, เช่น ฝุ่นละออง ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ กระตุ้นให้บวมเรื้อรัง
  • พันธุกรรม, บางครอบครัวพบว่าลูกมีอะดีนอยด์โตหลายราย
  • อายุ, เด็กเล็กมีโอกาสโตมากกว่าวัยรุ่น เพราะทำงานหนักกว่าตามวัย

อะดีนอยด์โตกับอาการเด็กนอนกรน

เมื่ออะดีนอยด์มีขนาดโตจนไปขวางช่องจมูก เด็กจะหายใจทางจมูกได้ลำบาก โดยเฉพาะขณะนอนหลับ ร่างกายจึงต้องหายใจทางปากแทน ซึ่งเป็นกลไกชดเชยตามธรรมชาติ  และจากวิจัยของ PubMed ได้บอกไว้ว่า การกรนและการหายใจทางปากเป็นอาการที่สัมพันธ์กับต่อมอะดีนอยด์โตและมีผลในระยะยาวต่อโครงหน้าและฟังก์ชันทางเดินหายใจ และเกิดปัญหาตามมา 

อาการที่มักพบ ได้แก่

  • กรนเสียงดัง
    ได้ยินชัดกว่าผู้ใหญ่ และไม่หายไปเองเวลาผ่านไป
  • หายใจทางปากแทนการหายใจทางจมูก
    เด็กบางคนจะอ้าปากตลอดเวลา ส่งผลให้ปากแห้งและเจ็บคอได้ง่าย
  • หยุดหายใจชั่วคราวตอนหลับ (OSA)
    ซึ่งอาจเห็นว่าลูกนอนแล้วหยุดหายใจไปชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาหายใจแรงหรือสะดุ้งตื่น
  • นอนกระสับกระส่าย เหงื่อออกมาก
    บางครั้งต้องนอนในท่าที่ผิดปกติ เช่น เงยคอหรือพลิกตัวบ่อย เพื่อช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น
  • มีอาการง่วงซึม ขาดสมาธิ หงุดหงิดง่ายในตอนกลางวัน
    จากการนอนหลับไม่เต็มที่ ร่างกายจะไม่ได้เข้าสู่ช่วงหลับลึกอย่างเพียงพอ ส่งผลให้การฟื้นฟูสมองและร่างกายลดลง ผลที่ตามมาคือและอาจกระทบต่อผลการเรียนและพัฒนาการโดยรวมได้

อาการเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการนอนหลับที่ถูกรบกวน แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าเด็กอาจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการเติบโตและการเรียนรู้

การนอนกรนส่งผลกระทบต่อการหายใจและสุขภาพในระยะสั้น

ผลกระทบรายละเอียด
การนอนหลับไม่สนิทเด็กสะดุ้งตื่นบ่อย ทำให้พักผ่อนไม่เต็มที่
ง่วงกลางวัน สมาธิสั้นส่งผลต่อการเรียนและการใช้ชีวิต
หายใจปากเรื้อรังอาจทำให้คอแห้ง เจ็บคอบ่อย
หูน้ำหนวก/หูอื้อเพราะอะดีนอยด์โตไปอุดท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube)

ผลกระทบต่อพัฒนาการเด็กในระยะยาว

หากไม่ได้รับการรักษา ภาวะอะดีนอยด์โตอาจส่งผลเสียรุนแรงต่อพัฒนาการ

  • สมองและการเรียนรู้: ขาดออกซิเจนเรื้อรัง ทำให้ความจำและสมาธิลดลง
  • การเจริญเติบโต: นอนหลับไม่สนิท ทำให้ฮอร์โมนการเจริญเติบโตหลั่งน้อยลง เด็กอาจเตี้ยหรือโตช้า
  • พฤติกรรมและอารมณ์: เด็กอาจหงุดหงิด ก้าวร้าว หรือมีพฤติกรรมสมาธิสั้น
  • รูปหน้าและฟัน: หายใจปากเป็นเวลานาน ทำให้โครงหน้าผิดรูป ฟันเก และขากรรไกรยาวขึ้น
  • สุขภาพในอนาคต: เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับเรื้อรังและโรคหัวใจในวัยผู้ใหญ่

ตรวจการนอนหลับที่ VitalSleep Clinic

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นวิธีที่ใช้เก็บข้อมูลเชิงลึกขณะนอนหลับ เพื่อหาสาเหตุของการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) VitalSleep Clinic มีแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับพร้อมอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ทำให้สามารถตรวจได้อย่างละเอียด โดยจะบันทึกข้อมูลสำคัญ เช่น การหายใจและระดับออกซิเจนในเลือดการเต้นของหัวใจและคลื่นสมองการเคลื่อนไหวของร่างกายระหว่างนอน คุณภาพการนอนหลับแต่ละช่วง (sleep stages) ผลการตรวจเหล่านี้ช่วยใหแพทย์เฉพาะทาง ประเมินได้อย่างแม่นยำว่า เด็กมีอาการนอนกรนแบบทั่วไปหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย รวมถึงระดับความรุนแรง เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุดและเหมาะสมกับเด็กแต่ละคน

รักษาอาการเด็กนอนกรนแบบไม่ผ่าตัดด้วย Myofunctional Therapy

Myofunctional Therapy  คือการทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้อช่องปากและใบหน้า โดยการฝึกกล้ามเนื้อริมฝีปาก ลิ้น และการกลืนให้ทำงานอย่างถูกต้อง ซึ่งช่วยให้เด็ก หายใจทางจมูกได้ดีขึ้น ลดการพึ่งพาการหายใจทางปาก และบรรเทาอาการนอนกรนที่เกิดจากภาวะต่อมอะดีนอยด์โต

การรักษานี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีอาการนอนกรนจาก กล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ ร่วมกับหรือแยกจากภาวะต่อมอะดีนอยด์โต โดยมีแบบฝึกเฉพาะ เช่น การออกกำลังกายกล้ามเนื้อลิ้นและริมฝีปาก การฝึกหายใจทางจมูก การฝึกการกลืนอย่างถูกวิธี เมื่อทำอย่างต่อเนื่อง เด็กจะค่อย ๆ หายใจคล่องขึ้น นอนหลับมีคุณภาพมากขึ้น ลดการกรน และยังช่วยเสริมพัฒนาการอื่น ๆ เช่น การพูดและการเจริญเติบโตของโครงหน้าไปพร้อมกัน

สรุป

ต่อมอะดีนอยด์โต เป็นภาวะที่พบบ่อยในเด็ก และเป็นสาเหตุสำคัญของการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจกระทบต่อสุขภาพ พัฒนาการสมอง การเจริญเติบโต และโครงสร้างใบหน้าในระยะยาว ผู้ปกครองจึงควรใส่ใจสังเกตอาการลูก หากมีสัญญาณผิดปกติ ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กนอนหลับสบาย หายใจสะดวก และเติบโตสมวัย

Related Blogs and Articles
อุปกรณ์รักษานอนกรน

พามาเจาะลึกอุปกรณ์รักษานอนกรน จาก VitalSleep Clinic ว่ามีอะไรบ้าง ใช้อย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง เพื่อให้คุณกลับมามีการนอนที่เงียบสงบ

CoolSwiss ลดกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด

CoolSwiss หลายคนอาจคุ้นชื่อในนวัตกรรมด้านความงาม แต่คุณรู้ไหมว่า…สำหรับคนที่นอนกรนโดยเฉพาะจากสาเหตุ ไขมันสะสมบริเวณลำคอ

หลายคนอาจจะมองว่าเสียงกรนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วมันสะท้อนถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ เราจะพูดกันถึงวิธีการแก้ไขด้วย “เฝือกฟันแก้นอนกรน”

หยุดหายใจขณะหลับ ภัยร้าย

การหายใจของเราที่หยุดลงชั่วคราวระหว่างการนอนหลับ โดยอาจกินเวลาตั้งแต่ไม่กี่วินาทีจนถึงเป็นนาที และเกิดซ้ำหลายครั้งต่อคืน

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ นอนนานแค่ไหนก็ยังไม่สดชื่น? แถมตื่นมาแล้วยังปวดหัวอีก? ปัญหาแบบนี้พบได้บ่อยและอาจมากกว่าการนอนไม่พอ บางครั้งอาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ หรือความผิดปกติอื่น เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจต้องรับการตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจน สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวหลังตื่นนอน การตื่นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะไม่ใช่เรื่องเล็ก หลายกรณีอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่าง ๆ เช่นภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือการนอนกรนรุนแรง ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในร่างกายลดลงระหว่างหลับภาวะขาดน้ำ จะส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือดและสมอง อาจทำให้คุณปวดหัวในช่วงเช้าได้สภาพแวดล้อมการนอนไม่เหมาะสม หมอนที่ไม่พอดี แสงหรือเสียงรบกวน ล้วนส่งผลต่อคุณภาพการนอนผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายเครียด หรือยานอนหลับ อาจทำให้คุณปวดหัวในตอนเช้าได้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด มีผลต่อวงจรการนอนหลับ อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหรือปวดหัวในตอนตื่นไมเกรน โดยเฉพาะในคนที่เคยปวดหัวไมเกรน อาจมีอาการกำเริบในช่วงเช้า ทำไมการนอนไม่พอถึงทำให้ปวดหัวได้? อาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจไม่ได้เกิดจากความเครียดเพียงอย่างเดียว แต่ "การนอนไม่พอ" ก็เป็นตัวการสำคัญที่หลายคนมองข้ามบทความที่เกี่ยวข้อง : สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย ๆ อันตราย อย่าปล่อยไว้ ก่อนเป็นเรื่องใหญ่ 1. ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง สมองจะปรับสมดุลสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และ โดพามีน (Dopamine) ที่ช่วยลดความไวของระบบประสาทต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก เมื่อนอนน้อย ระดับสารเหล่านี้จะเสียสมดุล 2. เพิ่มระดับฮอร์โมนความเครียด การอดนอนจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง คอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรียกกันว่า “ฮอร์โมนความเครียด” เพิ่มมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้อาจไปทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัว และส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในสมอง 3. กล้ามเนื้อตึงและการกดทับของเส้นประสาท ร่างกายอาจตกอยู่ในภาวะ "ตึงเครียด" ตลอดคืนโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และศีรษะที่ไม่สามารถผ่อนคลายได้เต็มที่ ความตึงเครียดนี้อาจส่งผลให้เส้นประสาทในบริเวณศีรษะถูกกดทับจนเกิดอาการปวดศีรษะตอนตื่นนอนได้ 4. การไหลเวียนเลือดผิดปกติ ช่วงเวลานอนหลับ ร่างกายจะเข้าสู่โหมดฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต แต่หากคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ การไหลเวียนเลือดในสมองจะลดลงหรือไม่ราบรื่น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเวียนหัว มึนศีรษะ หรือปวดหัวหลังตื่นนอนได้ 5. เชื่อมโยงกับโรคไมเกรน มีงานวิจัยจาก Susan Bernstein พบว่า การนอนหลับไม่เพียงพออาจเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคไมเกรนในผู้ที่มีแนวโน้มอยู่แล้ว อาจรุนแรงและยาวนานมากากขึ้น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่ “นอนไม่พอเฉย ๆ” ทั้งที่จริงแล้วกำลังเข้าสู่วงจรของไมเกรนเรื้อรัง​ อยากรู้ว่านอนพอไหม? ตรวจการนอนหลับด้วย Belun Ring ได้ที่ VitalSleep Clinic https://www.youtube.com/shorts/yF3sZhOaXGg หากคุณมักตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัว เหนื่อยล้า หรือรู้สึกไม่สดชื่นแม้นอนครบ 7-8 ชั่วโมง อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องเช็กคุณภาพการนอนของตัวเองให้ชัดเจนขึ้น การตรวจการนอนหลับจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า “เรานอนพอจริงไหม?” และ “ร่างกายได้พักผ่อนอย่างมีคุณภาพหรือเปล่า?” สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย https://www.youtube.com/shorts/VHwrvaJPK08 โปรแกรม mHBOT (Mild Hyperbaric Oxygen Therapy) คืออีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนสู่สมอง ฟื้นฟูระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับลึก และลดอาการปวดหัวเรื้อรังที่เกิดจากการนอนไม่เพียงพอหลับลึก หลับสนิทขึ้นลดการตื่นกลางดึกฟื้นฟูระบบสมอง ลดอาการปวดหัวที่เรื้อรังจากการนอนเพิ่มพลังระหว่างวัน ตื่นมาสดชื่น สมองโล่งกว่าเดิม ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง! ผลเสียจากการนอนไม่พอที่คุณอาจคาดไม่ถึง การนอนไม่เพียงพอเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและใจ เช่น:สมาธิลดลง ตัดสินใจช้าอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ายเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการหลับในภูมิคุ้มกันลดลง ป่วยง่ายอยากอาหารมากขึ้น เสี่ยงอ้วนเพิ่มโอกาสเกิดโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันสูง และโรคหัวใจ ควรนอนกี่ชั่วโมงถึงจะพอ? ผู้ใหญ่ ควรนอนวันละ 7–9 ชั่วโมงวัยรุ่น ควรนอน 8–10 ชั่วโมงเด็กเล็ก–ทารก อาจต้องการนอนมากถึง 18 ชั่วโมงต่อวันนอกจากปริมาณแล้ว “คุณภาพของการนอน” ก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณนอนครบ 8 ชั่วโมงแต่หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อย ก็อาจยังรู้สึกง่วงเพลียและปวดหัวในตอนเช้าได้

3 วิธีแก้ปัญหานอนกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด

หากจะพูดถึงของขวัญที่ดีที่สุด คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่า “สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง” โดยเฉพาะคุณภาพการนอนหลับที่ดี

ตรวจการนอนหลับ คืออะไร?

“คุณภาพการนอน” มีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และแม้แต่ภาวะซึมเศร้าได้

BiPAP กับ CPAP ต่างกันยังไง

BiPAP และ CPAP เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้การหายใจขัดข้องในช่วงนอนหลับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาการหายใจอุดกั้น ทั้ง BiPAP และ CPAP เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหานี้ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทั้งสองเครื่องนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของเครื่อง BiPAP และ CPAP รวมถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละเครื่อง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและเลือกใช้เครื่องที่เหมาะสมกับตัวเอง ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง CPAP CPAP คืออะไร? CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) คือเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับการบำบัดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หลักการของ CPAP คือการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่และส่งผ่านท่อเข้าสู่หน้ากากซึ่งครอบไปที่ปากและจมูกของผู้ใช้ แรงดันนี้จะช่วยเปิดทางเดินหายใจและป้องกันไม่ให้เกิดการอุดกั้นระหว่างการนอนหลับ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจ CPAP จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจขณะหลับ หลักการทำงานของ CPAP CPAP ทำงานโดยการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่ ส่งผ่านท่ออากาศเข้าสู่หน้ากากที่ครอบปากและจมูก ความดันที่เกิดขึ้นจะช่วยเปิดทางเดินหายใจที่อาจถูกบีบอัดหรืออุดตันในช่วงเวลาที่นอนหลับ แรงดันอากาศนี้จะถูกควบคุมให้คงที่ตลอดคืน ไม่ว่าคนไข้จะหายใจเข้าออกในจังหวะใดก็ตาม สิ่งนี้ทำให้การไหลเวียนของอากาศในระบบทางเดินหายใจเป็นปกติ ช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดหายใจขณะหลับอย่างมีประสิทธิภาพ ใครบ้าง? ที่ควรใช้ CPAP CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนในช่วงเวลาที่หลับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับทารกที่มีปัญหาปอดพัฒนาไม่สมบูรณ์หรือผู้ที่มีภาวะการหายใจไม่เพียงพอระหว่างหลับ CPAP ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ทำให้คนไข้รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในช่วงกลางวัน รับคำปรึกษา ฟรี! ขนาดและการพกพาของเครื่อง CPAP เครื่อง CPAP มีหลายขนาดให้เลือก สามารถเลือกตามความเหมาะสมของการใช้งานแต่ละคนได้เลย หากคุณใช้ที่บ้าน ขนาดของเครื่อง CPAP ที่ใหญ่กว่าอาจไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อย การเลือกเครื่อง CPAP ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวก ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง BiPAP BiPAP คืออะไร? BiPAP (Bilevel Positive Airway Pressure) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีหลักการทำงานคล้ายกับ CPAP แต่มีความแตกต่างสำคัญในเรื่องของการปรับแรงดันอากาศระหว่างการหายใจเข้าและหายใจออก BiPAP ถูกออกแบบมาให้สามารถสร้างแรงดันอากาศที่แตกต่างกันในจังหวะหายใจเข้าและหายใจออก ในขณะที่เครื่อง CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา การทำงานนี้ทำให้ BiPAP เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการแรงดันอากาศที่แตกต่างกันระหว่างหายใจเข้าและออก หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบการหายใจซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยโรคปอดและโรคทางระบบประสาท หลักการทำงานของ BiPAP เครื่อง BiPAP จะทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศ 2 ระดับระดับหนึ่งสำหรับการหายใจเข้า (IPAP: Inspiratory Positive Airway Pressure)ระดับสำหรับการหายใจออก (EPAP: Expiratory Positive Airway Pressure)ความแตกต่างของแรงดันนี้ช่วยให้คนไข้ที่มีปัญหาหายใจเข้าและออกได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อบกพร่อง ทำให้การหายใจกลับมาเป็นปกติ ใครควรใช้ BiPAP? BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อที่ทำให้การหายใจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจแบบซับซ้อนที่ CPAP ไม่สามารถช่วยได้ BiPAP เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยให้การหายใจกลับมาสู่ภาวะปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนาดและการใช้งานของเครื่อง BiPAP เครื่อง BiPAP มักจะมีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับเครื่อง CPAP แต่การออกแบบส่วนใหญ่จะเน้นที่การทำงานเงียบและให้ความสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ หลายรุ่นของ BiPAP ยังมีตัวเพิ่มความชื้นในอากาศที่ส่งผ่านท่อหายใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อเมือกในจมูกแห้ง ทำให้การใช้งานรู้สึกสบายขึ้น ความแตกต่างระหว่าง BiPAP และ CPAP ในขณะที่ CPAP ใช้แรงดันอากาศคงที่ในการช่วยรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ BiPAP มีความสามารถในการปรับแรงดันอากาศสองระดับสำหรับการหายใจเข้าและออก ความแตกต่างนี้ทำให้ BiPAP เหมาะกับคนไข้ที่มีภาวะการหายใจที่ซับซ้อนหรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น โรคปอดหรือปัญหาทางระบบประสาทนอกจากนี้ เครื่อง BiPAP ยังมีการทำงานที่ซับซ้อนกว่าซึ่งส่งผลให้ ราคาของ BiPAP มักจะสูงกว่า CPAP อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจรุนแรง ที่ไม่สามารถปรับตัวกับการใช้ CPAP ได้ BiPAP จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากช่วยให้หายใจได้สะดวกและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหายใจออกที่ BiPAP จะใช้แรงดันที่น้อยกว่าในช่วงหายใจเข้า สรุป CPAP และ BiPAP ต่างก็เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ทั้งสองมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างหลักในเรื่องของแรงดันอากาศที่ใช้ระหว่างการหายใจเข้าและออก CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา ในขณะที่ BiPAP สามารถปรับแรงดันอากาศตามความต้องการของผู้ป่วยได้BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน หรือมีภาวะทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ส่วน CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับทั่วไป การเลือกใช้เครื่องใดเครื่องหนึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้การรักษาที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย การเลือกเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นและลดความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!