• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
อดนอนทุกวัน = คุณภาพชีวิตพัง?
เรื่องใกล้ตัว…
ที่ไม่ควรมองข้าม

อดนอนทุกวัน = คุณภาพชีวิตพัง?

เรื่องใกล้ตัว…
ที่ไม่ควรมองข้าม
Table of Contents

การอดนอน หมายถึงการที่ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนเพียงพอในแต่ละวัน โดยปกติผู้ใหญ่ควรนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน แต่หลายคนกลับนอนน้อยกว่านั้นเพราะงาน ไลฟ์สไตล์ หรือแม้กระทั่งติดเล่นโทรศัพท์มือถือ ความจริงคือการอดนอนไม่ใช่แค่ “ง่วง” แต่ส่งผลเสียต่อทั้งสมอง หัวใจ อารมณ์ และภูมิคุ้มกันของร่างกาย

สาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยอดนอน

  • ไลฟ์สไตล์คนเมือง
    ชีวิตรีบเร่ง รถติด และทำงานเกินเวลา ทำให้คนเมืองจำนวนมากนอนน้อยลงโดยไม่รู้ตัว
  • การทำงานหนักและโอที
    หลายคนต้องทำ OT จนดึก กว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกมาก เวลานอนจึงลดลงเรื่อย ๆ
  • สังคมออนไลน์ ไถมือถือก่อนนอน
    การเลื่อนไถหน้าจอโทรศัพท์ก่อนนอนเป็นสาเหตุใหญ่ของการอดนอน แสงสีฟ้าจากหน้าจอรบกวนการสร้างเมลาโทนิน ฮอร์โมนที่ช่วยให้ง่วง
  • ปัญหาสุขภาพและโรคนอนไม่หลับ
    บางคนอดนอนเพราะนอนไม่หลับจริง ๆ อาจเกิดจากภาวะเครียด วิตกกังวล หรือโรคอย่าง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ผลเสียระยะยาวจากการอดนอน

1. โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือด

มีหลายงานวิจัยที่ยืนยันว่า การอดนอนเรื้อรัง (Chronic sleep loss) เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด ความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ, และ หลอดเลือดสมองตีบ

  • ในรายงานของ NCBI เน้นว่า การอดนอนสะสมส่งผลกระทบรุนแรงต่อการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจทำงานหนักขึ้น, ความดันโลหิตสูงขึ้น, และ เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดและภาวะหัวใจล้มเหลว
  • ในประเทศไทยมีข้อมูลว่า การอดนอนเรื้อรังอาจนำไปสู่ หลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งบางคนพบว่าสัดส่วนหลอดเลือดดีขึ้น เมื่อเริ่มนอนเพียงพอ

2. พฤติกรรมเมตาบอลิซึม และโรคเบาหวาน

การอดนอนส่งผลต่อระบบการเผาผลาญอาหาร (Metabolism) โดยเฉพาะการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและการตอบสนองต่ออินซูลิน

  • งานวิจัยจาก Division of Sleep Medicine ยืนยันว่าการอดนอนสัมพันธ์กับการเกิด เมตาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome), โรคอ้วน, และ เบาหวานชนิดที่ 2
  • การศึกษาในกรณีที่จำกัดการนอนเหลือเพียง 4 ชั่วโมงต่อคืน พบว่า คนที่อดนอนต้องใช้เวลานานขึ้นถึง 40% ในการควบคุมระดับน้ำตาลหลังรับอาหาร และร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินลดลง ถึง 30%

3. โรคมะเร็งและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

มีการสังเกตว่าการอดนอนในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะ การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และ โรคมะเร็ง

  • บทความทางการแพทย์ชี้ว่า การอดนอนทำให้มีแนวโน้มเกิดโรคมะเร็งบางชนิดและอัตราตายสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชาย
  • Verywell Health’s เน้นว่า การอดนอนเรื้อรังสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคเรื้อรังทั้งหลาย รวมถึง ความอ้วน, เบาหวาน, โรคหัวใจ และอาจนำไปสู่อายุสั้น

4. ภูมิคุ้มกันอ่อนแอและเจ็บป่วยง่าย

ระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงทำให้ร่างกาย เสี่ยงต่อการติดเชื้อง่ายขึ้น

5. สมองเสื่อม ความจำและการเรียนรู้ลดลง

การอดนอนส่งผลลบต่อการทำงานของสมองในระยะยาว

  • การอดนอนส่งผลต่อความจำ การเรียนรู้ และการคิดวิเคราะห์ โดยเฉพาะในวัยรุ่นและวัยทำงาน
  • การอดนอนส่งผลให้การเรียนรู้ช้าลง เช่น การทำงานของสมองส่วน Prefrontal cortex และ Temporal lobe ทำงานแย่ลง

สรุปตารางผลเสียระยะยาวจากการอดนอน

ประเด็นหลัก
ผลเสียระยะยาว
หัวใจ & หลอดเลือด
ความดันสูง, เสี่ยงโรคหัวใจ, หลอดเลือดสมองตีบ
เมตาบอลิซึม
เบาหวาน, อ้วน, ดื้อต่ออินซูลิน
มะเร็ง & อัตราตาย
เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง, อายุสั้น
ภูมิคุ้มกัน
เสียภูมิคุ้มกัน, เจ็บป่วยบ่อย
สมอง & ความจำ
สมองเสื่อม, ความจำแย่
สุขภาพจิต
ซึมเศร้า, วิตกกังวล, อารมณ์แปรปรวน

มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ชี้ว่า การอดนอนเป็นเวลาติดต่อกันนานเกิน 24 ชั่วโมง อาจส่งผลต่อร่างกายและจิตใจในระดับที่รุนแรง เปรียบได้กับภาวะเมาสุรา หรืออาการผิดปกติทางจิต      

อาการที่พบบ่อยเมื่ออดนอนนาน

  • ความสามารถในการ ตัดสินใจแย่ลง
  • ความจำบกพร่อง
  • รู้สึก เหนื่อยล้า และมีอารมณ์ หงุดหงิดง่าย

| บทความที่น่าสนใจ นวัตกรรมการตรวจสุขภาพการนอนที่บ้าน

โปรแกรม mHBOT ทางเลือกช่วยฟื้นฟูร่างกายจากการอดนอน

ใครที่นอนดึก อดนอนบ่อย ๆ คงรู้ดีว่าผลที่ตามมาไม่ใช่แค่ “ง่วง” อย่างเดียว แต่ยังมีปัญหาสะสมทั้งร่างกายและสมอง โปรแกรม mHBOT ที่ VitalSleep Clinic ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ

ที่สำคัญโปรแกรม mHBOT เป็นวิธีบำบัดที่ปลอดภัย ไม่ใช้ยา ไม่ต้องผ่าตัด ใช้ได้ทั้งวัยเรียน วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุที่พักผ่อนไม่เพียงพอ

สรุป

การอดนอนไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แต่คือภัยเงียบที่กัดกินทั้งสุขภาพกายและใจ หากเราเริ่มจัดการเวลา ปรับไลฟ์สไตล์ และใส่ใจคุณภาพการนอนตั้งแต่วันนี้ คุณภาพชีวิตของเราจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

FAQs เกี่ยวกับการอดนอน

1. อดนอนแค่คืนเดียวจะเป็นอะไรไหม?
อาจส่งผลต่อสมาธิและอารมณ์ทันที แต่ถ้าทำบ่อย ๆ จะสะสมเป็นผลเสียต่อสุขภาพ

2. ถ้านอนไม่พอทุกวัน แต่ชดเชยวันหยุดได้ไหม?
ไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด แต่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวบางส่วน

3. นอนกลางวันแทนกลางคืนได้ไหม?
การนอนกลางวันไม่สามารถแทนการนอนกลางคืนได้เต็มที่ เพราะวงจรฮอร์โมนต่างกัน

4. ควรทำอย่างไร? ถ้านอนไม่หลับบ่อย ๆ
ควรปรับพฤติกรรมการนอน และหากไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

Related Blogs and Articles
อดนอน ทุกวัน

โดยปกติเราควรนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน แต่หลายคนกลับนอนน้อยกว่านั้นเพราะงาน ไลฟ์สไตล์ หรือแม้กระทั่งติดเล่นโทรศัพท์มือถือ

แก้นอนกรน ด้วย myofunctional therapy

การนอนกรน เป็นปัญหาการนอนที่พบได้บ่อยและส่งผลต่อทั้งคนที่นอนกรนและคนรอบข้าง แม้ว่าจะมีวิธีการรักษานอนกรนหลายรูปแบบ แต่ Myofunctional Therapy

คุณหมอเคลียร์ข้อสงสัย “สาเหตุ อันตราย วิธีรักษาการนอนกรน

สาเหตุ อันตราย และวิธีการรักษาการนอนกรนและโรคหยุดหายใจขณะหลับ โดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ การนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นปัญหาที่หลายคนประสบ โดยเฉพาะผู้ที่สงสัยว่าตนเองอาจมีภาวะดังกล่าว วันนี้เราจะพูดคุยกับคุณหมอเกี่ยวกับสาเหตุ อันตราย และวิธีการรักษาการนอนกรน รวมถึงโรคหยุดหายใจขณะหลับ มาฟังกันเลยค่ะ ซีมง: ทำไมบางคนถึงมีอาการกรนแต่บางคนกลับไม่มีอาการกรนคะ?​ คุณหมอ: การกรนมี 2 แบบ สาเหตุของการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซีมง: ค่ะคุณหมอ…สรุปแล้ว โรคหยุดหายใจขณะหลับอันตรายยังไงบ้างคะ? คุณหมอ: อันตรายของภาวะหยุดหายใจขณะหลับนะคะ ก็ลองนึกสภาพนะคะว่า แค่ซีมงทำงานหนักๆ หรือว่างานเยอะ นอนตี 3 ตี 4 แล้วต้องตื่นมาทำงานแต่เช้า ก็จะรู้สึกไม่เฟรชเนอะ เพลียๆ ตื้อๆ ทั้งวัน ง่วงทั้งวัน ซีมง: เอ๊ะ หรือว่าจะเป็นอยู่ (เสียงหัวเราะ) คุณหมอ: อ้าวจริงเหรอ (เสียงหัวเราะ) ก็คือการนอนหลับนะคะ เป็นสิ่งที่สำคัญในการใช้ชีวิต มันเหมือนการ Recharge ถ้าเรานอนไม่ได้ เหมือนเราไม่ได้ Recharge พลังงานชีวิตเราจะลดลง ทีนี้พอคนไข้หายใจเข้าไม่ได้ เหมือนเราไม่มีออกซิเจน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ หัวใจจะทำงานหนัก สัญญาณแรกๆที่โผล่มาก็คือ ความดันโลหิตสูง ส่งผลให้เป็นโรคหัวใจได้ อีกเรื่องนึงคือ เราจะตื่นมาไม่สดชื่น ก็จะเกิดอาการ “Daytime Sleepiness” ก็คือง่วงหงาวหาวนอนตลอดทั้งวันเลย ซีมง: เอาละค่ะ… วันนี้เราก็ได้รู้สาเหตุและอันตรายของการกรนและโรคหยุดหายใจขณะหลับไปแล้วนะคะ คุณหมอมีอะไรจะทิ้งท้ายกับคนที่ดูอยู่ไหมคะ คุณหมอ: ก่อนจบวันนี้นะคะ ขอฝากไว้ว่า ใครมีคนใกล้ชิดที่มีอาการนอนกรนเสียงดัง แล้วก็มีอาการหยุดหายใจไปแล้ว “เฮือกกก” กลับมาแบบนี้ ให้สันนิษฐานว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ก็พามาเลย ที่ Vital Sleep Clinic นะคะ ซีมง: ค่ะ วันนี้เราก็ได้ความรู้ไปมากมาย ใครที่สนใจอยากรู้วิธีรักษาการนอนกรนเป็นอย่างไรบ้าง ติดตามชมได้ใน EP ต่อไปเลยค่ะ ก็ทราบกันไปแล้วนะคะว่า สาเหตุของการนอนกรนมาจากไหน อาการหยุดหายใจขณะหลับมีลักษณะยังไง ถ้าอยากรู้ว่าคุณหมอจะมีวิธีแก้นอนกรนยังไง สามารถติดตามต่อได้ใน EP ต่อไปนะคะ อันตรายของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การหยุดหายใจขณะหลับส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวม เพราะในระหว่างที่หายใจไม่ได้ ร่างกายจะขาดออกซิเจน ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และผลที่ตามมาก็คือ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นกระบวนการที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย หากร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนเพียงพอ พลังงานชีวิตจะลดลง ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงเรื่อย ๆ วิธีการรักษาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การรักษาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับความรุนแรงของภาวะ โดยที่ VitalSleep Clinic มีการรักษาแบบครบวงจร ทั้งการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดและไม่ผ่าตัด พร้อมด้วยการบำบัดฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ เช่น Myofunctional Therapy และจำหน่ายอุปกรณ์ช่วยลดการกรน เช่น Myosa® นอกจากนี้ ทีมแพทย์ที่ VitalSleep Clinic เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรับรองจากสถาบันนานาชาติ มีประสบการณ์และความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับกล้ามเนื้อใบหน้าและการรักษาภาวะนอนกรน จึงมั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด สรุป การนอนกรนและโรคหยุดหายใจขณะหลับมีทั้งแบบที่ไม่อันตรายและแบบที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สาเหตุหลัก ๆ เกิดจากการตีบแคบของทางเดินหายใจ ซึ่งส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ หากคุณพบว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวมีอาการดังกล่าว ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาและคำแนะนำที่เหมาะสม

BiPAP กับ CPAP ต่างกันยังไง

BiPAP และ CPAP เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้การหายใจขัดข้องในช่วงนอนหลับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาการหายใจอุดกั้น ทั้ง BiPAP และ CPAP เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหานี้ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทั้งสองเครื่องนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของเครื่อง BiPAP และ CPAP รวมถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละเครื่อง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและเลือกใช้เครื่องที่เหมาะสมกับตัวเอง ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง CPAP CPAP คืออะไร? CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) คือเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับการบำบัดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หลักการของ CPAP คือการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่และส่งผ่านท่อเข้าสู่หน้ากากซึ่งครอบไปที่ปากและจมูกของผู้ใช้ แรงดันนี้จะช่วยเปิดทางเดินหายใจและป้องกันไม่ให้เกิดการอุดกั้นระหว่างการนอนหลับ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจ CPAP จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจขณะหลับ หลักการทำงานของ CPAP CPAP ทำงานโดยการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่ ส่งผ่านท่ออากาศเข้าสู่หน้ากากที่ครอบปากและจมูก ความดันที่เกิดขึ้นจะช่วยเปิดทางเดินหายใจที่อาจถูกบีบอัดหรืออุดตันในช่วงเวลาที่นอนหลับ แรงดันอากาศนี้จะถูกควบคุมให้คงที่ตลอดคืน ไม่ว่าคนไข้จะหายใจเข้าออกในจังหวะใดก็ตาม สิ่งนี้ทำให้การไหลเวียนของอากาศในระบบทางเดินหายใจเป็นปกติ ช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดหายใจขณะหลับอย่างมีประสิทธิภาพ ใครบ้าง? ที่ควรใช้ CPAP CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนในช่วงเวลาที่หลับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับทารกที่มีปัญหาปอดพัฒนาไม่สมบูรณ์หรือผู้ที่มีภาวะการหายใจไม่เพียงพอระหว่างหลับ CPAP ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ทำให้คนไข้รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในช่วงกลางวัน รับคำปรึกษา ฟรี! ขนาดและการพกพาของเครื่อง CPAP เครื่อง CPAP มีหลายขนาดให้เลือก สามารถเลือกตามความเหมาะสมของการใช้งานแต่ละคนได้เลย หากคุณใช้ที่บ้าน ขนาดของเครื่อง CPAP ที่ใหญ่กว่าอาจไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อย การเลือกเครื่อง CPAP ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวก ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง BiPAP BiPAP คืออะไร? BiPAP (Bilevel Positive Airway Pressure) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีหลักการทำงานคล้ายกับ CPAP แต่มีความแตกต่างสำคัญในเรื่องของการปรับแรงดันอากาศระหว่างการหายใจเข้าและหายใจออก BiPAP ถูกออกแบบมาให้สามารถสร้างแรงดันอากาศที่แตกต่างกันในจังหวะหายใจเข้าและหายใจออก ในขณะที่เครื่อง CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา การทำงานนี้ทำให้ BiPAP เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการแรงดันอากาศที่แตกต่างกันระหว่างหายใจเข้าและออก หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบการหายใจซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยโรคปอดและโรคทางระบบประสาท หลักการทำงานของ BiPAP เครื่อง BiPAP จะทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศ 2 ระดับระดับหนึ่งสำหรับการหายใจเข้า (IPAP: Inspiratory Positive Airway Pressure)ระดับสำหรับการหายใจออก (EPAP: Expiratory Positive Airway Pressure)ความแตกต่างของแรงดันนี้ช่วยให้คนไข้ที่มีปัญหาหายใจเข้าและออกได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อบกพร่อง ทำให้การหายใจกลับมาเป็นปกติ ใครควรใช้ BiPAP? BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อที่ทำให้การหายใจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจแบบซับซ้อนที่ CPAP ไม่สามารถช่วยได้ BiPAP เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยให้การหายใจกลับมาสู่ภาวะปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนาดและการใช้งานของเครื่อง BiPAP เครื่อง BiPAP มักจะมีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับเครื่อง CPAP แต่การออกแบบส่วนใหญ่จะเน้นที่การทำงานเงียบและให้ความสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ หลายรุ่นของ BiPAP ยังมีตัวเพิ่มความชื้นในอากาศที่ส่งผ่านท่อหายใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อเมือกในจมูกแห้ง ทำให้การใช้งานรู้สึกสบายขึ้น ความแตกต่างระหว่าง BiPAP และ CPAP ในขณะที่ CPAP ใช้แรงดันอากาศคงที่ในการช่วยรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ BiPAP มีความสามารถในการปรับแรงดันอากาศสองระดับสำหรับการหายใจเข้าและออก ความแตกต่างนี้ทำให้ BiPAP เหมาะกับคนไข้ที่มีภาวะการหายใจที่ซับซ้อนหรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น โรคปอดหรือปัญหาทางระบบประสาทนอกจากนี้ เครื่อง BiPAP ยังมีการทำงานที่ซับซ้อนกว่าซึ่งส่งผลให้ ราคาของ BiPAP มักจะสูงกว่า CPAP อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจรุนแรง ที่ไม่สามารถปรับตัวกับการใช้ CPAP ได้ BiPAP จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากช่วยให้หายใจได้สะดวกและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหายใจออกที่ BiPAP จะใช้แรงดันที่น้อยกว่าในช่วงหายใจเข้า สรุป CPAP และ BiPAP ต่างก็เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ทั้งสองมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างหลักในเรื่องของแรงดันอากาศที่ใช้ระหว่างการหายใจเข้าและออก CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา ในขณะที่ BiPAP สามารถปรับแรงดันอากาศตามความต้องการของผู้ป่วยได้BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน หรือมีภาวะทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ส่วน CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับทั่วไป การเลือกใช้เครื่องใดเครื่องหนึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้การรักษาที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย การเลือกเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นและลดความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เสียงกรนเตือนภัยสุขภาพ

เสียงกรนอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก ตรวจการนอนกรนช่วยค้นหาความผิดปกติ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

แก้การนอนกรน

ไขความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักเกินกับการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) พร้อมแนวทางฟื้นฟูสมดุลร่างกายจากภายใน

วิธีทำให้นอนหลับ

หลายคนกำลังมีปัญหานอนไม่หลับ หลับยาก หรือหลับไม่ลึก ส่งผลให้ตื่นมาแล้วรู้สึกเพลีย หงุดหงิด และทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!