logo
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย ๆ อันตราย
อย่าปล่อยไว้ ก่อนเป็นเรื่องใหญ่

สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย ๆ อันตราย

อย่าปล่อยไว้ ก่อนเป็นเรื่องใหญ่
Table of Contents

การนอนสะดุ้งตื่นกลางดึก หรือที่เรียกว่า “Hypnic jerk” เป็นอาการที่สามารถพบได้บ่อยในคนที่มีปัญหาการนอนหลับ โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายกำลังจะเข้าสู่ภาวะการหลับลึก อาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อของร่างกายกระตุกโดยไม่คาดคิดในระหว่างการนอนหลับ ทำให้ต้องตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นหลายครั้งในคืนเดียวหรือเป็นอาการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวตาปัญหาของแต่ละบุคคล

แม้จะเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปและไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตโดยตรง แต่หากเกิดขึ้นบ่อย ๆ หรือเกิดขึ้นในระยะเวลานาน อาจส่งผลต่อสุขภาพการนอนหลับและความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันของคุณได้ ดังนั้น คนที่กำลังประสบปัญหานี้ควรให้ความสำคัญและตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดเพื่อหาวิธีการแก้ไขและบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น

ลักษณะของอาการสะดุ้งตื่นกลางดึก

อาการสะดุ้งตื่นกลางดึกหรือ “Hypnic jerk” เป็นการกระตุกของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในระหว่างการนอนหลับ ทำให้เกิดการตื่นขึ้นด้วยความตกใจหรือสะดุ้ง ในบางกรณีจะรู้สึกเหมือนว่ากำลังตกลงจากที่สูง หรือบางคนอาจจะเห็นภาพหลอนอย่างแสงสว่างวาบและเสียงดังจากการสะดุ้งตื่นในเวลานั้น

ในกรณีบางราย คนที่มีอาการสะดุ้งตื่นอาจจะรู้สึกเหน็บชา กล้ามเนื้อถูกหดตัวชั่วขณะ เกิดขึ้นเฉพาะบางส่วนของร่างกายเท่านั้น เช่น แขน ขา หรือใบหน้า นอกจากนี้ยังมีอาการฝันร้ายร่วมกับการสะดุ้งตื่นก็เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยความรู้สึกตกใจจากฝันร้ายจะส่งผลให้ระบบประสาทส่งสัญญาณผิดปกติที่ทำให้ร่างกายกระตุกอย่างรวดเร็ว

ความรุนแรงของอาการสะดุ้งตื่นกลางดึกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยบางคนอาจจะสะดุ้งตื่นเพียงเล็กน้อยและสามารถกลับไปหลับต่อได้ตามปกติ แต่บางคนอาจมีอาการสะดุ้งตื่นรุนแรงหรือเกิดขึ้นหลายครั้งติดต่อกัน จนทำให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าหลังจากตื่นขึ้นมา

สาเหตุของการสะดุ้งตื่นกลางดึก

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการสะดุ้งตื่นกลางดึก จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า อาการนี้จะเกิดจากการทำงานของระบบประสาทที่ส่งสัญญาณผิดปกติในระหว่างที่ร่างกายหลับ การสะดุ้งตื่นเกิดขึ้นเมื่อระบบประสาทถูกกระตุ้นให้ปล่อยสารสื่อประสาทที่ทำให้เกิดการกระตุกของกล้ามเนื้อในช่วงการเข้าสู่การหลับลึก ในช่วงนี้สมองจะมีการตอบสนองว่าเรากำลังจะตกลงจากที่สูง หรือร่างกายกำลังจะล้ม

นอกจากนี้ ปัจจัยอื่น ๆ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดอาการสะดุ้งตื่นเหล่านี้ อาทิ การดื่มคาเฟอีน การออกกำลังกายหนักก่อนนอน หรือการเผชิญกับความเครียดและวิตกกังวลที่มากเกินไป ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทและการนอนหลับของร่างกาย

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการสะดุ้งตื่นกลางดึก

หลายปัจจัยสามารถส่งผลให้เกิดอาการสะดุ้งตื่นกลางดึกได้ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนี้

  • การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

การดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนก่อนนอน สามารถทำให้สมองตื่นตัวและรบกวนการหลับได้ โดยสารคาเฟอีนจะยังคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานหลังจากที่ดื่มไปแล้ว ทำให้คนที่ดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้บ่อย ๆ มีปัญหาการนอนหลับและฝันร้ายนำไปสู่การสะดุ้งตื่น

  • การออกกำลังกายก่อนนอน

การออกกำลังกายสามารถทำให้ร่างกายตื่นตัวและเพิ่มอุณหภูมิของร่างกาย ถ้าคุณการออกกำลังกายอย่างหนักก่อนนอน อาจทำให้เกิดความตื่นตัวที่ไม่เหมาะสมกับช่วงเวลาของการหลับ และทำให้การนอนหลับไม่ลึกพอเกิดอาการสะดุ้งตื่นได้

  • ความเครียดและวิตกกังวล

ความเครียดและอารมณ์วิตกกังวลมีผลกระทบอย่างมากต่อการนอนหลับ โดยเฉพาะเมื่อระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงขึ้นในระหว่างที่ร่างกายกำลังจะหลับ ทำให้สมองไม่สามารถเข้าสู่การหลับลึกได้และอาจทำให้เกิดการสะดุ้งตื่นกลางดึก

  • การอดนอน

การนอนหลับไม่เพียงพอหรือการนอนหลับที่ผิดปกติก็สามารถกระทบต่อวงจรการนอนหลับ ทำให้การนอนหลับไม่สมบูรณ์และเกิดอาการสะดุ้งตื่นบ่อย

การรับมือและแนวทางการป้องกัน

หากคุณกำลังประสบปัญหาการสะดุ้งตื่นกลางดึก รู้สึกไม่สบายจากอาการนี้ มีวิธีการปฏิบัติที่สามารถช่วยให้คุณบรรเทาหรือป้องกันได้ ด้วยการปรับพฤติกรรมการนอนและการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการดื่มคาเฟอีนก่อนนอน

ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อย่างเช่น กาแฟ ครื่องดื่มชูกำลังก่อนนอนเป็นเวลาอย่างน้อย 6 ชั่วโมง

  • ออกกำลังกายแต่ไม่หนักก่อนนอน

แม้ว่าการออกกำลังกายจะช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ ก่อนเข้านอน เนื่องจากจะทำให้ร่างกายตื่นตัวเกินไป

  • การผ่อนคลายก่อนนอน

หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือหรือดู TV ก่อนนอน ควรเลือกกิจกรรมที่ช่วยให้คุณผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ การเล่นโยคะ การอ่านหนังสือ เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะพร้อมสำหรับการนอนหลับที่ดีขึ้น

  • การจัดสภาพแวดล้อมในการนอน

สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนอนหลับ เช่น ห้องนอนที่มืดและเย็น ไม่มีแสงหรือรบกวน เพื่อให้คุณสามารถนอนหลับได้สนิทขึ้นตลอดทั้งคืน

สัญญาณอันตรายที่ควรระวัง

ในกรณีที่อาการสะดุ้งตื่นเกิดขึ้นบ่อยหรือเริ่มมีอาการอื่นร่วม เช่น อาการหยุดหายใจขณะหลับ อาการกระตุกของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงกว่านั้น เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

สรุป

อาการสะดุ้งตื่นกลางดึกหรือ “Hypnic jerk” เป็นอาการที่สามารถพบได้ในทุกคนและไม่เป็นอันตรายต่อตัวเอง ถ้าเกิดขึ้นเพียงบางครั้ง แต่หากเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือมีอาการอื่น ๆ ร่วม ควรเข้ารับการตรวจสอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับที่ VitalSleep Clinic เพื่อการรักษาที่เหมาะสมและช่วยให้คุณกลับมานอนหลับได้อย่างมีคุณภาพในทุก ๆ คืน

Related Blogs and Articles
แก้นอนกัดฟันด้วยยางกัดฟัน

นอนกัดฟันคืออะไร? การนอนกัดฟัน หรือ Sleep Bruxism เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองมีพฤติกรรมนอนกัดฟัน เพราะมักเกิดขึ้นในขณะที่กำลังนอนหลับและตอนที่ไม่รู้ตัว อาจเป็นเพียงพฤติกรรมที่ไม่ได้ส่งผลเสียใหญ่โตมากนัก แต่อสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น ฟันสึกกร่อน ปวดข้อขากรรไกร และอาจมีผลเสียต่อเนื้อเยื่อกระดูกและเหงือกหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม สาเหตุของการนอนกัดฟัน ​American Academy of Sleep Medicine ได้กล่าวไว้ว่า ถึงแม้จะไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดว่านอนกัดฟันเกิดจากอะไร แต่ก็สามารถคาดเดาเอาได้จากหลายปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องที่พบได้บ่อย คือความเครียดและความวิตกกังวล เป็นสิ่งที่หลายคนกำลังเจออยู่ในชีวิตประจำวัน เวลาที่เราเครียดหรือวิตกกังวล อาจกัดฟันหรือกดดันฟันในช่วงเวลาเราที่ไม่รู้ตัวในระหว่างการนอนหลับ ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ปัญหาฟันซ้อนเก ความผิดปกติทางโครงสร้างฟัน ก็อาจทำให้เกิดพฤติกรรมนี้ได้​ การรักษานอนกัดฟันที่ VitalSleep Clinic ปัจจุบันมีวิธีการรักษานอนกัดฟันหลายวิธี คนไข้สามารถปรึกษาทันตแพทย์ แพทย์เฉพาะทาง หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง การรักษาสามารถทำได้ตั้งแต่การใช้เครื่องมือทันตกรรม เช่น การใช้ยางกัดฟันหรือเฝือกฟัน (Splint) สำหรับคนที่สงสัยว่าตัวเองกำลังมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วยกับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) จะช่วยวินิจฉัยและให้แนวทางการรักษาที่ตรงจุดมากขึ้น วิธีการเก็บรักษายางกัดฟัน ยางกัดฟันเหมาะกับใครบ้าง? การใช้ยางกัดฟันเหมาะกับผู้ที่มีพฤติกรรมนอนกัดฟันที่เรื้อรัง คนที่มีอาการเจ็บปวดฟันหรือขากรรไกรเมื่อตอนตื่นนอน โดยเฉพาะคนที่มีเสียงกัดฟันดังหรือรบกวนคนที่นอนข้าง ๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มีอาการรุนแรง เช่น ฟันสึกมากเกินไป ปวดขากรรไกรอย่างต่อเนื่อง หรือสงสัยว่ามีภาวะอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การหยุดหายใจขณะหลับ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับคำแนะนำการรักษาเพิ่มเติม ที่ VitalSleep Clinic เรามีการรักษานอนกัดฟันด้วย “ยางกัดฟันเฉพาะบุคคล” ที่ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับรูปฟันของแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ ต่างจากยางกัดฟันทั่วไปที่อาจไม่พอดีกับช่องปาก ยางกัดฟันของเราผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง มีความยืดหยุ่นและทนทาน สามารถช่วยลดแรงกดบนฟัน ลดอาการปวดกราม และป้องกันไม่ให้ฟันสึกจากการกัดฟันระหว่างนอนหลับ ข้อดีของยางกัดฟันที่ VitalSleep Clinic บทความที่เกี่ยวข้อง นอนกัดฟัน ปัญหาจุกจิก อาจเป็นเรื่องใหญ่ สรุป การนอนกัดฟันเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปแต่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้ยางกัดฟัน (Splint) อุปกรณ์นี้ช่วยป้องกันไม่ให้ฟันถูกทำลายจากการกัดฟันขณะหลับ ช่วยลดความเจ็บปวดและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับฟันและขากรรไกร การใช้ยางกัดฟันเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณมีอาการนอนกัดฟันที่รุนแรง ควรเข้ามาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

นอนกรนเรื้อรัง รักษายังไงก็ไม่หาย ต้องลองวิธีนี้ !

นอนกรนรักษามาตั้งหลายวิธีก็ไม่เห็นผล สุดท้ายก็ยังนอนกรนเสียงดังอยู่ดี ต้องรักษาด้วยวิธีไหนจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น มาหาคำตอบวิธีการรักษา

การหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) เป็นภาวะผิดปกติที่สามารถนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีปัญหานอนกรน

หลับๆ ตื่นๆ นอนไม่พอ แพทย์เคาะต้องตรวจ Sleep Test

การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากคุณหลับ ๆ ตื่น ๆ หรือนอนไม่พอ ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ

เมื่อน้ำหนักส่งผลต่อคุณภาพการนอน แก้การนอนกรน โดยปรับสมดุลร่างกาย

ไขความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักเกินกับการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) พร้อมแนวทางฟื้นฟูสมดุลร่างกายจากภายใน

อาการวูบหมดสติ อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา! ตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุ

เคยไหมที่อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกหน้ามืด เหมือนโลกหมุน หูอื้อ อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่

ตรวจการนอนหลับ คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคุณ

“คุณภาพการนอน” มีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และแม้แต่ภาวะซึมเศร้าได้

Sleep Test มีกี่แบบ และควรเลือกตรวจแบบไหน?

Sleep Test มีกี่แบบ และควรเลือกตรวจแบบไหน? การตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep test เป็นการตรวจทดสอบเพื่อประเมินสภาพการนอนของเรา ตรวจหาปัญหาการนอนหลับและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยการทดสอบนี้มีหลายแบบ แบ่งตามมาตรฐานของสมาคมเวชศาสตร์การนอนหลับแห่งสหรัฐอเมริกา (AASM) แต่ละแบบมีความซับซ้อนและวิธีการที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของผู้ป่วยรูปแบบการตรวจ Sleep Testระดับที่ 1 การทดสอบแบบสมบูรณ์โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอดคืนการตรวจนี้เป็นการทดสอบการนอนหลับที่ละเอียดและสมบูรณ์ที่สุด โดยมีการวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง, คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ, การเคลื่อนไหวของลูกตาและใต้คาง, คลื่นไฟฟ้าหัวใจ, การวัดระดับออกซิเจนในเลือด และการตรวจวัดลมหายใจ ขณะทดสอบมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าดูตลอดทั้งคืน มักจะทำในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่มีห้องตรวจเฉพาะ การตรวจในระดับนี้มีความละเอียดและแม่นยำมาก เหมาะสำหรับคนที่มีอาการนอนหลับผิดปกติอย่างรุนแรงระดับที่ 2 การทดสอบแบบสมบูรณ์โดยไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าการทดสอบในระดับนี้จะคล้ายกับระดับที่ 1 ในเรื่องความละเอียดในของการวัดข้อมูล แต่จะไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอดคืน สามารถทำการตรวจที่บ้านได้ โดยเจ้าหน้าที่จะมาติดตั้งอุปกรณ์ในตอนเย็นแล้วปล่อยให้ทดสอบเองในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย ลดความเครียดและความวิตกกังวลได้ข้อดี ของการทดสอบระดับที่ 2 นี้คือ ค่าใช้จ่ายจะน้อยกว่าการตรวจในโรงพยาบาล ไม่ต้องเดินทางหรือเสียเวลารอคิวตรวจเป็นเวลานานระดับที่ 3 การทดสอบแบบจำกัดข้อมูลจะมีความละเอียดน้อยกว่าระดับที่ 1 และ 2 โดยวัดเพียงข้อมูลพื้นฐาน เช่น การวัดการหายใจ การเคลื่อนไหวของหน้าอกและท้อง การวัดระดับออกซิเจนในเลือด และการตรวจวัดเสียงกรน ในบางครั้งอาจมีการวัดคลื่นหัวใจร่วมด้วย จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการไม่ซับซ้อนหรือแค่นอนกรนอย่างเดียว เพราะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่มีข้อเสียคือ ไม่สามารถประเมินประสิทธิภาพการนอนหลับได้เต็มที่ เนื่องจากไม่ได้วัดคลื่นสมอง อาจไม่ได้รับข้อมูลที่แม่นยำเท่ากับการตรวจระดับที่ 1 และ 2ระดับที่ 4 การทดสอบวัดออกซิเจนในเลือดและลมหายใจเป็นการตรวจการนอนหลับที่พื้นฐานที่สุด วัดเพียงออกซิเจนในเลือดหรือลมหายใจขณะหลับ ข้อมูลที่ได้รับจากการตรวจนี้มีจำกัดไม่เพียงพอในการวินิจฉัยอาการนอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างแม่นยำ​บทความจาก Home Sleep Studies Australia อธิบายว่า การตรวจการนอนมี 4 ระดับที่แตกต่างกันตามความละเอียดของข้อมูล แม้จะได้ข้อมูลละเอียดและแก้ปัญหาทางเทคนิคได้ทันที แต่ก็อาจไม่สะดวกสบายเท่าการตรวจที่บ้าน​ วิธีการเลือกการตรวจที่เหมาะสม การเลือกวิธีการตรวจที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของปัญหาการนอนหลับของแต่ละคน สำหรับคนที่มีอาการนอนกรนธรรมดา การตรวจในระดับที่ 3 อาจเพียงพอ แต่หากสงสัยว่าตัวเองมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยไหม ควรพิจารณาการตรวจระดับที่ 1 หรือ 2 ที่มีความละเอียดสูงกว่า สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย การเลือกตรวจที่บ้านในระดับที่ 2 เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะสามารถทำในสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคยโดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าทาง VitalSleep Clinic มีให้บริการการตรวจการนอนหลับทั้งระดับที่ 1 และ 2 ซึ่งสามารถทำการตรวจที่บ้านของผู้รับการตรวจได้ โดยให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและสะดวกสบายมากขึ้น ปรึกษาการตรวจการนอนหลับฟรี! ขั้นตอนการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ระดับ 1 และ 2 https://www.youtube.com/shorts/dGpk79k46ks เริ่มต้นการทดสอบจะเริ่มในช่วงหัวค่ำ ประมาณ 00 น. หรือตามเวลาที่เหมาะสมของผู้รับการตรวจ เจ้าหน้าที่จะทำการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการนอนหลับ กรอกเอกสารความยินยอม หลังจากนั้นจะอธิบายถึงการใช้อุปกรณ์และวิธีการปฏิบัติตัวระหว่างการตรวจการใช้ CPAP สำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจรุนแรงหากพบว่าผู้รับการตรวจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับรุนแรง เจ้าหน้าที่จะทำการทดลองใส่หน้ากาก CPAP เพื่อช่วยในการรักษาในคืนที่ตรวจเลย เมื่อผู้รับการทดสอบการนอนหลับพร้อมที่จะเข้านอนการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดเจ้าหน้าที่จะทำการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สายวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง, คลื่นกล้ามเนื้อ, การเคลื่อนไหวของลูกตา ตรวจวัดคลื่นหัวใจ นอกจากนี้ยังมีการวัดลมหายใจและการตรวจวัดออกซิเจนในเลือด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมมากที่สุดการตรวจวัดระบบหายใจผู้รับการตรวจจะได้รับการวัดการหายใจโดยมีสายวัดติดบริเวณจมูก สายรัดที่หน้าอกและท้อง รวมถึงการวัดระดับออกซิเจนที่ปลายนิ้ว ในบางกรณีอาจมีการบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ตามความจำเป็นการทดสอบตลอดคืนสำหรับการตรวจระดับที่ 1 จะมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูในห้องควบคุมเพื่อติดตามการนอนตลอดคืน ในขณะที่การตรวจระดับที่ 2 จะไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้า แต่ผู้รับการตรวจจะนอนหลับอย่างต่อเนื่องตามปกติ คำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนการตรวจสวมเสื้อผ้าที่สบายเหมือนชุดที่ใส่นอนตามปกติทุกคืนหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ ชา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันที่ตรวจหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในช่วงบ่ายในวันที่ตรวจแจ้งเจ้าหน้าที่หากคุณมีการใช้ยารักษาโรคประจำตัวหลังจากการตรวจเสร็จสิ้นในช่วงเช้า ผู้รับการตรวจสามารถกลับบ้านได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลที่ได้รับไปวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำตรวจการนอนหลับที่บ้านกับ VitalSleep Clinic สะดวก ปลอดภัย แม่นยำหากคุณมีปัญหานอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือนอนแล้วไม่สดชื่น การตรวจการนอนหลับที่บ้าน (Home Sleep Test) คือทางเลือกที่สะดวกและง่ายที่สุด!ไม่ต้องเดินทางอยู่ที่ไหนก็ตรวจได้ แม้คุณจะอยู่ต่างจังหวัดใช้งานง่ายอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด แค่ติดตั้งก่อนนอนผลแม่นยำวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลังรู้ผลไวพร้อมให้คำแนะนำแนวทางการรักษาที่ VitalSleep Clinic เรามุ่งเน้นการให้บริการตรวจสุขภาพการนอนหลับที่บ้าน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำใกล้เคียงกับสภาวะการนอนหลับในชีวิตจริง นอกจากนี้เรายังมีทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่เฉพาะทางที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลในทุกขั้นตอนอ่านเพิ่มเติม สรุป การตรวจการนอนหลับ Sleep Test หรือการตรวจสุขภาพการนอนหลับมีทั้งหมด 4 ระดับ ซึ่งแต่ละระดับมีความซับซ้อนและวิธีการตรวจที่แตกต่างกันออกไป การเลือกวิธีการตรวจที่เหมาะสมกับคุณ ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการและความจำเป็นของผู้ป่วย โดยการตรวจระดับที่ 1 และ 2 เป็นการตรวจที่ละเอียดและได้ข้อมูลที่ครอบคลุมที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการนอนหลับผิดปกติรุนแรง ในขณะที่การตรวจระดับที่ 3 และ 4 เป็นการตรวจที่จำกัดข้อมูลมากกว่า เหมาะกับผู้ที่มีอาการน้อยหรือไม่ซับซ้อนการเลือกสถานที่ตรวจการนอนหลับ Sleep Test เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ควรคำนึงถึง หากคุณต้องการความสะดวกสบายและต้องการผลลัพธ์ที่แม่นยำ การเลือกทำ Sleep Test ที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดี การนอนหลับในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น สะดวกในการเข้ารับการตรวจที่ VitalSleep Clinic เราให้บริการตรวจสุขภาพการนอนหลับที่บ้านของคนที่อยากตรวจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและใกล้เคียงกับการนอนในชีวิตประจำวัน หากคุณสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมหรือรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตรวจการนอนหลับ สามารถติดต่อเราได้ เรายินดีให้บริการและคำแนะนำที่เหมาะสมแก่คุณ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!