logo
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
อาการวูบหมดสติ
อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา!
ตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุ

อาการวูบหมดสติ

อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา!
ตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุ
Table of Contents

เคยไหมที่อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกหน้ามืด เหมือนโลกหมุน หูอื้อ แล้วก็ตื่นมาอีกทีพร้อมกับความสงสัยว่า “เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเรา?” อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ ถ้าหากละเลยก็อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้

อาการวูบหมดสติคืออะไร?

อาการวูบหมดสติ (Syncope) คือการที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงชั่วคราว ทำให้คนป่วยหมดสติไปชั่วขณะ อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึงหลายนาที

ความแตกต่างระหว่างวูบกับหมดสติจริง

  • วูบ มักมีอาการนำ เช่น หน้ามืด ใจสั่น และฟื้นตัวเร็ว
  • หมดสติจริง มักเกิดขึ้นทันทีโดยไม่มีสัญญาณเตือน และฟื้นตัวยากกว่า
อาการวูบหมดสติ อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา! ตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุ

สาเหตุของการวูบหมดสติ

อาการวูบหมดสติ (Syncope) อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งทางกายภาพและการทำงานของระบบประสาทหรือหัวใจ โดยทั่วไปสามารถแบ่งสาเหตุหลัก ๆ ได้ดังนี้

1. ความผิดปกติของหัวใจ (Cardiac Causes)

  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
  • ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial ischemia)
  • โรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว
  • หัวใจล้มเหลว

ลักษณะนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูง ต้องรีบพบแพทย์เฉพาะทาง

การทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ (Neurally Mediated Syncope)

  • ความเครียด ตกใจ หรือเจ็บปวดรุนแรง อาจกระตุ้นให้ความดันโลหิตลดลงทันที
  • ภาวะ Vasovagal Syncope ที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป เช่น เวลายืนอยู่ในที่แออัดหรือขาดน้ำ

ความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า (Orthostatic Hypotension)

  • มักเกิดขึ้นเมื่อเปลี่ยนท่าจากนอนหรือนั่งลุกขึ้นยืนเร็วเกินไป
  • พบบ่อยในผู้สูงอายุ หรือคนที่ใช้ยาลดความดันโลหิต

ความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับและการหายใจ (Sleep-Related Causes)

  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ส่งผลให้สมองขาดออกซิเจนชั่วคราว
  • การนอนหลับไม่เพียงพอหรือมีคุณภาพต่ำ ทำให้ร่างกายอ่อนล้า ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ
  • งานวิจัยจาก National Library of Medicine คนที่มี Sleep Apnea มีโอกาสเกิดอาการวูบหมดสติหรือเวียนศีรษะบ่อยกว่าคนทั่วไป และการรักษาด้วย CPAP ช่วยลดความถี่ของอาการวูบหลังจาก 6 เดือน

สัญญาณเตือนก่อนวูบหมดสติ

หลายคนอาจคิดว่าอาการวูบหมดสติเกิดขึ้นแบบกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือน แต่จริง ๆ แล้วร่างกายมักส่งสัญญาณเล็ก ๆ ให้เรารู้ล่วงหน้าก่อนจะหมดสติ หากเราสังเกตให้ดี อาการเหล่านี้อาจช่วยให้ป้องกันเหตุการณ์รุนแรงได้

อาการลักษณะ
เวียนศีรษะ บ้านหมุนรู้สึกเหมือนโลกหมุนหรือเสียการทรงตัว จะเกิดขึ้นก่อนวูบเพียงไม่กี่วินาที
ตาพร่ามัวหรือเห็นภาพดับวูบบางคนมองเห็นจุดดำ ๆ หรือภาพเบลอเหมือนกล้องโฟกัสไม่ชัด ก่อนที่สติจะหมดไป
เหงื่อแตก ตัวเย็นเฉียบแม้ไม่ได้ออกแรงหรืออยู่ในที่ร้อน ก็มีเหงื่อไหลออกมากผิดปกติ หรือมีอาการหนาวสั่น
ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะความผิดปกติของหัวใจ เช่น เต้นเร็วเกินไปหรือช้าลงทันที กระตุ้นให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ
หูอื้อ หรือได้ยินเสียงวี้ดในหูการไหลเวียนของเลือดผิดปกติ ทำให้ระบบประสาทรับรู้การได้ยินส่งสัญญาณเตือน
อ่อนแรง หรือแขนขาไม่ค่อยมีแรงรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อไม่มีแรง ก้าวขาไม่ค่อยออก บางครั้งทำให้เซหรือทรุดลงทันที
ง่วงจัดหรือสับสนชั่วขณะคนที่มีปัญหาการนอน เช่น Sleep Apnea การนอนที่ไม่มีคุณภาพทำให้สมองขาดออกซิเจนสะสม เสี่ยงมีอาการวูบมากขึ้น

เมื่อไหร่ถึงควรไปพบแพทย์?

  1. วูบหมดสติซ้ำบ่อย
    หากเกิดมากกว่า 1–2 ครั้งในระยะสั้น ๆ แสดงว่ามีความผิดปกติซ่อนอยู่ เช่น โรคหัวใจหรือปัญหาการนอน
  2. หมดสติขณะนอนหลับหรือเพิ่งตื่นนอน
    อาจเกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ควรตรวจ Sleep Test เพื่อยืนยันสาเหตุ
  3. วูบขณะขับรถหรือทำงานที่เสี่ยงอันตราย
    ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน เพราะอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
  4. มีอาการร่วมอื่น ๆ
    เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่น เหงื่อออกผิดปกติ หรืออ่อนแรงครึ่งซีก อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกโรคหัวใจหรือโรคระบบประสาท
  5. มีประวัติครอบครัวโรคหัวใจหรือการเสียชีวิตกะทันหัน
    ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ไม่ควรละเลยแม้จะเป็นเพียงการวูบเล็กน้อย

การตรวจ Sleep Test เพื่อการวินิจฉัยอาการวูบหมดสติ

การตรวจ Sleep Test คือการตรวจคุณภาพการนอนหลับและการทำงานของร่างกายในช่วงนอน โดยจะวัดปัจจัยสำคัญ เช่น

  • ระดับออกซิเจนในเลือด
  • การเต้นของหัวใจ
  • การเคลื่อนไหวของร่างกาย
  • การหยุดหายใจขณะนอน

ผลการตรวจจะช่วยให้แพทย์เฉพาะทาง สามารถแยกแยะได้ว่าอาการวูบที่เกิดขึ้นมีความเกี่ยวข้องกับโรคการนอน เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือเกิดจากโรคหัวใจและสมองโดยตรง

| บทความแนะนำ Sleep Test มีกี่แบบ และควรเลือกตรวจแบบไหน?

สรุป

อาการวูบหมดสติอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นได้กับใครก็ได้ แต่ความจริงแล้วมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ การสังเกตอาการ ปรับพฤติกรรม และเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ไม่คาดคิด

FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการวูบหมดสติ

  1. อาการวูบหมดสติใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะฟื้นตัว?
    ส่วนใหญ่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึง 1 นาที แต่ถ้านานกว่านี้ควรไปพบแพทย์
  2. ความเครียดทำให้วูบได้จริงไหม?
    ใช่ เพราะความเครียดมีผลต่อการไหลเวียนเลือดและระบบประสาท
  3. เด็กสามารถมีอาการวูบหมดสติได้หรือไม่?
    ได้ โดยเฉพาะเด็กที่มีภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิดหรือเป็นโรคเลือด
  4. การตรวจ Sleep Test ช่วยได้อย่างไร?
    ช่วยวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้วูบได้
  5. หากเกิดอาการวูบในที่สาธารณะควรทำอย่างไร?
    ควรหาที่นั่งหรือนอนลงทันที แจ้งคนรอบข้างให้ช่วยเหลือ และหากอาการไม่ดีขึ้นควรเรียกรถพยาบาลทันที

Related Blogs and Articles
หยุดหายใจขณะหลับ ภัยที่อาจพรากลมหายใจสุดท้ายของคุณ

การหายใจของเราที่หยุดลงชั่วคราวระหว่างการนอนหลับ โดยอาจกินเวลาตั้งแต่ไม่กี่วินาทีจนถึงเป็นนาที และเกิดซ้ำหลายครั้งต่อคืน

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ แถมตื่นมาปวดหัว ควรตรวจ Sleep Test ที่ไหนดี?

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ นอนนานแค่ไหนก็ยังไม่สดชื่น? แถมตื่นมาแล้วยังปวดหัวอีก? ปัญหาแบบนี้พบได้บ่อยและอาจมากกว่าการนอนไม่พอ บางครั้งอาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ หรือความผิดปกติอื่น เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจต้องรับการตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจน สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวหลังตื่นนอน การตื่นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะไม่ใช่เรื่องเล็ก หลายกรณีอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่าง ๆ เช่นภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือการนอนกรนรุนแรง ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในร่างกายลดลงระหว่างหลับภาวะขาดน้ำ จะส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือดและสมอง อาจทำให้คุณปวดหัวในช่วงเช้าได้สภาพแวดล้อมการนอนไม่เหมาะสม หมอนที่ไม่พอดี แสงหรือเสียงรบกวน ล้วนส่งผลต่อคุณภาพการนอนผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายเครียด หรือยานอนหลับ อาจทำให้คุณปวดหัวในตอนเช้าได้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด มีผลต่อวงจรการนอนหลับ อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหรือปวดหัวในตอนตื่นไมเกรน โดยเฉพาะในคนที่เคยปวดหัวไมเกรน อาจมีอาการกำเริบในช่วงเช้า ทำไมการนอนไม่พอถึงทำให้ปวดหัวได้? อาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจไม่ได้เกิดจากความเครียดเพียงอย่างเดียว แต่ "การนอนไม่พอ" ก็เป็นตัวการสำคัญที่หลายคนมองข้ามบทความที่เกี่ยวข้อง : สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย ๆ อันตราย อย่าปล่อยไว้ ก่อนเป็นเรื่องใหญ่ 1. ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง สมองจะปรับสมดุลสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และ โดพามีน (Dopamine) ที่ช่วยลดความไวของระบบประสาทต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก เมื่อนอนน้อย ระดับสารเหล่านี้จะเสียสมดุล 2. เพิ่มระดับฮอร์โมนความเครียด การอดนอนจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง คอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรียกกันว่า “ฮอร์โมนความเครียด” เพิ่มมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้อาจไปทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัว และส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในสมอง 3. กล้ามเนื้อตึงและการกดทับของเส้นประสาท ร่างกายอาจตกอยู่ในภาวะ "ตึงเครียด" ตลอดคืนโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และศีรษะที่ไม่สามารถผ่อนคลายได้เต็มที่ ความตึงเครียดนี้อาจส่งผลให้เส้นประสาทในบริเวณศีรษะถูกกดทับจนเกิดอาการปวดศีรษะตอนตื่นนอนได้ 4. การไหลเวียนเลือดผิดปกติ ช่วงเวลานอนหลับ ร่างกายจะเข้าสู่โหมดฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต แต่หากคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ การไหลเวียนเลือดในสมองจะลดลงหรือไม่ราบรื่น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเวียนหัว มึนศีรษะ หรือปวดหัวหลังตื่นนอนได้ 5. เชื่อมโยงกับโรคไมเกรน มีงานวิจัยจาก Susan Bernstein พบว่า การนอนหลับไม่เพียงพออาจเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคไมเกรนในผู้ที่มีแนวโน้มอยู่แล้ว อาจรุนแรงและยาวนานมากากขึ้น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่ “นอนไม่พอเฉย ๆ” ทั้งที่จริงแล้วกำลังเข้าสู่วงจรของไมเกรนเรื้อรัง​ อยากรู้ว่านอนพอไหม? ตรวจการนอนหลับด้วย Belun Ring ได้ที่ VitalSleep Clinic https://www.youtube.com/shorts/yF3sZhOaXGg หากคุณมักตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัว เหนื่อยล้า หรือรู้สึกไม่สดชื่นแม้นอนครบ 7-8 ชั่วโมง อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องเช็กคุณภาพการนอนของตัวเองให้ชัดเจนขึ้น การตรวจการนอนหลับจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า “เรานอนพอจริงไหม?” และ “ร่างกายได้พักผ่อนอย่างมีคุณภาพหรือเปล่า?” สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย https://www.youtube.com/shorts/VHwrvaJPK08 โปรแกรม mHBOT (Mild Hyperbaric Oxygen Therapy) คืออีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนสู่สมอง ฟื้นฟูระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับลึก และลดอาการปวดหัวเรื้อรังที่เกิดจากการนอนไม่เพียงพอหลับลึก หลับสนิทขึ้นลดการตื่นกลางดึกฟื้นฟูระบบสมอง ลดอาการปวดหัวที่เรื้อรังจากการนอนเพิ่มพลังระหว่างวัน ตื่นมาสดชื่น สมองโล่งกว่าเดิม ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง! ผลเสียจากการนอนไม่พอที่คุณอาจคาดไม่ถึง การนอนไม่เพียงพอเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและใจ เช่น:สมาธิลดลง ตัดสินใจช้าอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ายเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการหลับในภูมิคุ้มกันลดลง ป่วยง่ายอยากอาหารมากขึ้น เสี่ยงอ้วนเพิ่มโอกาสเกิดโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันสูง และโรคหัวใจ ควรนอนกี่ชั่วโมงถึงจะพอ? ผู้ใหญ่ ควรนอนวันละ 7–9 ชั่วโมงวัยรุ่น ควรนอน 8–10 ชั่วโมงเด็กเล็ก–ทารก อาจต้องการนอนมากถึง 18 ชั่วโมงต่อวันนอกจากปริมาณแล้ว “คุณภาพของการนอน” ก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณนอนครบ 8 ชั่วโมงแต่หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อย ก็อาจยังรู้สึกง่วงเพลียและปวดหัวในตอนเช้าได้

การหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) เป็นภาวะผิดปกติที่สามารถนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีปัญหานอนกรน

เมื่อการนอนกระทบหัวใจ เจาะลึกกลไกของอาการไหลตาย

การนอนหลับของคุณอาจกระทบต่อหัวใจโดยไม่รู้ตัว อาการไหลตายเกิดจากความผิดปกติของหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหยุดหายใจขณะหลับ

ข้อต่อขากรรไกรมีเสียง “คลิก” สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

เคยไหม? เวลาหาว อ้าปาก หรือเคี้ยวของแข็งแล้วได้ยินเสียง “คลิก” หรือ “กรอบแกรบ” จากบริเวณขากรรไกร อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรค

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!