• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
อาการวูบหมดสติ
อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา!
ตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุ

อาการวูบหมดสติ

อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา!
ตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุ
Table of Contents

เคยไหมที่อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกหน้ามืด เหมือนโลกหมุน หูอื้อ แล้วก็ตื่นมาอีกทีพร้อมกับความสงสัยว่า “เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเรา?” อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ ถ้าหากละเลยก็อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้

อาการวูบหมดสติคืออะไร?

อาการวูบหมดสติ (Syncope) คือการที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงชั่วคราว ทำให้คนป่วยหมดสติไปชั่วขณะ อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึงหลายนาที

ความแตกต่างระหว่างวูบกับหมดสติจริง

  • วูบ มักมีอาการนำ เช่น หน้ามืด ใจสั่น และฟื้นตัวเร็ว
  • หมดสติจริง มักเกิดขึ้นทันทีโดยไม่มีสัญญาณเตือน และฟื้นตัวยากกว่า
อาการวูบหมดสติ อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา! ตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุ

สาเหตุของการวูบหมดสติ

อาการวูบหมดสติ (Syncope) อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งทางกายภาพและการทำงานของระบบประสาทหรือหัวใจ โดยทั่วไปสามารถแบ่งสาเหตุหลัก ๆ ได้ดังนี้

1. ความผิดปกติของหัวใจ (Cardiac Causes)

  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
  • ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial ischemia)
  • โรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว
  • หัวใจล้มเหลว

ลักษณะนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูง ต้องรีบพบแพทย์เฉพาะทาง

การทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ (Neurally Mediated Syncope)

  • ความเครียด ตกใจ หรือเจ็บปวดรุนแรง อาจกระตุ้นให้ความดันโลหิตลดลงทันที
  • ภาวะ Vasovagal Syncope ที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป เช่น เวลายืนอยู่ในที่แออัดหรือขาดน้ำ

ความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า (Orthostatic Hypotension)

  • มักเกิดขึ้นเมื่อเปลี่ยนท่าจากนอนหรือนั่งลุกขึ้นยืนเร็วเกินไป
  • พบบ่อยในผู้สูงอายุ หรือคนที่ใช้ยาลดความดันโลหิต

ความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับและการหายใจ (Sleep-Related Causes)

  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ส่งผลให้สมองขาดออกซิเจนชั่วคราว
  • การนอนหลับไม่เพียงพอหรือมีคุณภาพต่ำ ทำให้ร่างกายอ่อนล้า ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ
  • งานวิจัยจาก National Library of Medicine คนที่มี Sleep Apnea มีโอกาสเกิดอาการวูบหมดสติหรือเวียนศีรษะบ่อยกว่าคนทั่วไป และการรักษาด้วย CPAP ช่วยลดความถี่ของอาการวูบหลังจาก 6 เดือน

สัญญาณเตือนก่อนวูบหมดสติ

หลายคนอาจคิดว่าอาการวูบหมดสติเกิดขึ้นแบบกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือน แต่จริง ๆ แล้วร่างกายมักส่งสัญญาณเล็ก ๆ ให้เรารู้ล่วงหน้าก่อนจะหมดสติ หากเราสังเกตให้ดี อาการเหล่านี้อาจช่วยให้ป้องกันเหตุการณ์รุนแรงได้

อาการลักษณะ
เวียนศีรษะ บ้านหมุนรู้สึกเหมือนโลกหมุนหรือเสียการทรงตัว จะเกิดขึ้นก่อนวูบเพียงไม่กี่วินาที
ตาพร่ามัวหรือเห็นภาพดับวูบบางคนมองเห็นจุดดำ ๆ หรือภาพเบลอเหมือนกล้องโฟกัสไม่ชัด ก่อนที่สติจะหมดไป
เหงื่อแตก ตัวเย็นเฉียบแม้ไม่ได้ออกแรงหรืออยู่ในที่ร้อน ก็มีเหงื่อไหลออกมากผิดปกติ หรือมีอาการหนาวสั่น
ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะความผิดปกติของหัวใจ เช่น เต้นเร็วเกินไปหรือช้าลงทันที กระตุ้นให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ
หูอื้อ หรือได้ยินเสียงวี้ดในหูการไหลเวียนของเลือดผิดปกติ ทำให้ระบบประสาทรับรู้การได้ยินส่งสัญญาณเตือน
อ่อนแรง หรือแขนขาไม่ค่อยมีแรงรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อไม่มีแรง ก้าวขาไม่ค่อยออก บางครั้งทำให้เซหรือทรุดลงทันที
ง่วงจัดหรือสับสนชั่วขณะคนที่มีปัญหาการนอน เช่น Sleep Apnea การนอนที่ไม่มีคุณภาพทำให้สมองขาดออกซิเจนสะสม เสี่ยงมีอาการวูบมากขึ้น

เมื่อไหร่ถึงควรไปพบแพทย์?

  1. วูบหมดสติซ้ำบ่อย
    หากเกิดมากกว่า 1–2 ครั้งในระยะสั้น ๆ แสดงว่ามีความผิดปกติซ่อนอยู่ เช่น โรคหัวใจหรือปัญหาการนอน
  2. หมดสติขณะนอนหลับหรือเพิ่งตื่นนอน
    อาจเกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ควรตรวจ Sleep Test เพื่อยืนยันสาเหตุ
  3. วูบขณะขับรถหรือทำงานที่เสี่ยงอันตราย
    ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน เพราะอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
  4. มีอาการร่วมอื่น ๆ
    เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่น เหงื่อออกผิดปกติ หรืออ่อนแรงครึ่งซีก อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกโรคหัวใจหรือโรคระบบประสาท
  5. มีประวัติครอบครัวโรคหัวใจหรือการเสียชีวิตกะทันหัน
    ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ไม่ควรละเลยแม้จะเป็นเพียงการวูบเล็กน้อย

การตรวจ Sleep Test เพื่อการวินิจฉัยอาการวูบหมดสติ

การตรวจ Sleep Test คือการตรวจคุณภาพการนอนหลับและการทำงานของร่างกายในช่วงนอน โดยจะวัดปัจจัยสำคัญ เช่น

  • ระดับออกซิเจนในเลือด
  • การเต้นของหัวใจ
  • การเคลื่อนไหวของร่างกาย
  • การหยุดหายใจขณะนอน

ผลการตรวจจะช่วยให้แพทย์เฉพาะทาง สามารถแยกแยะได้ว่าอาการวูบที่เกิดขึ้นมีความเกี่ยวข้องกับโรคการนอน เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือเกิดจากโรคหัวใจและสมองโดยตรง

| บทความแนะนำ Sleep Test มีกี่แบบ และควรเลือกตรวจแบบไหน?

สรุป

อาการวูบหมดสติอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นได้กับใครก็ได้ แต่ความจริงแล้วมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ การสังเกตอาการ ปรับพฤติกรรม และเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ไม่คาดคิด

FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการวูบหมดสติ

  1. อาการวูบหมดสติใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะฟื้นตัว?
    ส่วนใหญ่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึง 1 นาที แต่ถ้านานกว่านี้ควรไปพบแพทย์
  2. ความเครียดทำให้วูบได้จริงไหม?
    ใช่ เพราะความเครียดมีผลต่อการไหลเวียนเลือดและระบบประสาท
  3. เด็กสามารถมีอาการวูบหมดสติได้หรือไม่?
    ได้ โดยเฉพาะเด็กที่มีภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิดหรือเป็นโรคเลือด
  4. การตรวจ Sleep Test ช่วยได้อย่างไร?
    ช่วยวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้วูบได้
  5. หากเกิดอาการวูบในที่สาธารณะควรทำอย่างไร?
    ควรหาที่นั่งหรือนอนลงทันที แจ้งคนรอบข้างให้ช่วยเหลือ และหากอาการไม่ดีขึ้นควรเรียกรถพยาบาลทันที

Related Blogs and Articles
หลับๆ ตื่นๆ นอนไม่พอ

การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากคุณหลับ ๆ ตื่น ๆ หรือนอนไม่พอ ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ

Sex เสื่อมเพราะนอนกรน

Sex เสื่อมเพราะนอนกรน หลายคนอาจเคยเจอกับปัญหาคู่รักนอนกรน มักจะถูกมองข้าม เพราะหลายคนคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่น่ามีผลกระทบที่สำคัญต่อสุขภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าอาการนอนกรนสามารถเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่น ๆ ที่ร้ายแรงได้ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และสามารถส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศได้ การหาวิธีรักษาการนอนกรนจึงไม่ใช่แค่เพื่อคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยรักษาความสัมพันธ์และสุขภาพทางเพศของคู่รักได้อีกด้วย การนอนกรนในผู้ชายและผู้หญิง หลายคนอาจเข้าใจว่าผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมีอาการนอนกรนที่มากกว่าผู้หญิง แต่งานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงก็สามารถนอนกรนได้เหมือนผู้ชายเช่นเดียวกัน จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sleep Medicine ในปี 2008 ที่ศึกษาการนอนกรนในประชากรวัยทำงานของประเทศสวีเดน พบว่า 24.5% ของผู้หญิงมีอาการนอนกรน มีอัตราที่ใกล้เคียงกับผู้ชาย ที่มีอัตราการนอนกรนอยู่ที่ 30.3% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้การนอนกรนแตกต่างกันไป อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะทางร่างกาย ฮอร์โมน และการใช้ชีวิต ​การนอนกรนมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศหรือไม่?​ มีงานวิจัย Erectile dysfunction in patient with obstructive sleep apnea ที่ว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาทางเพศ โดยเฉพาะภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) ในผู้ชาย การหยุดหายใจขณะหลับอาจส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง การผลิตไนตริกออกไซด์ลดลง การไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณอวัยวะเพศบกพร่อง ผลมาจากการขาดออกซิเจนระหว่างการนอนหลับ นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าและง่วงนอนในระหว่างวัน ซึ่งทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงไม่เฉพาะในผู้ชายเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบถึงเพศหญิงได้เช่นกัน​ สาเหตุของการนอนกรน การนอนกรนสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทำให้วิธีการรักษาอาการนอนกรนในผู้ชายและผู้หญิงอาจแตกต่างกันไปหลายปัจจัย ได้แก่ วิธีแก้ปัญหานอนกรนด้วยตนเอง แม้ว่าจะไม่มีวิธีที่สามารถรักษาอาการนอนกรนได้ด้วยตัวเองแบบรับประกัน 100% ว่าจะหายนอนกรนได้ แต่ก็มีวิธีการปรับเปลี่ยนวิธีการชีวิตที่สามารถช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการนอนกรนได้ วิธีการรักษานอนกรนที่ VitalSleep Clinic มีวิธีการรักษาทั้งแบบไม่ต้องผ่าตัดและการผ่าตัด โดยวิธีรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ได้แก่ การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy) การใช้เครื่องมือทันตกรรม (Oral Appliance) การใช้คลื่นความถี่ความถี่สูง (Radiofrequency) และการใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก (CPAP) สำหรับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่รุนแรงมาก การผ่าตัดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อขยายทางเดินหายใจ การผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular advancement, MMA) เคลื่อนขากรรไกรไปข้างหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเดินหายใจ สิ่งสำคัญคือต้องรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพของแต่ละคน เพราะการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีผลกระทบต่อสุขภาพของคุณในระยะยาว การได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้คุณและคนที่คุณรักสามารถนอนหลับได้ดี สรุป การนอนกรนไม่ใช่แค่ปัญหาเล็กน้อยที่รบกวนการนอนหลับของคุณหรือคู่รักเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย สมรรถภาพทางเพศ และสุขภาพจิตได้ด้วย อาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ร้ายแรงกว่าที่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

Brain stimulation technology

โปรแกรม EXOMIND เทคโนโลยีกระตุ้นสมอง ที่ช่วยให้หลับง่าย หลับลึก หลับไว คุณเคยไหม?... ที่พยายามเข้านอนตั้งแต่สามทุ่ม แต่ตาแข็งยันตีสอง? หรือแม้จะนอนได้แต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกยังไม่สดชื่น เหมือนนอนไม่พอ EXOMIND อาจเป็นคำตอบใหม่สำหรับคนที่กำลังต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้ ทำไม? การนอนหลับถึงสำคัญ หลับลึก (Deep Sleep) คืออะไร? Deep Sleep คือช่วงที่สมองของคุณพักผ่อนจริง ๆ เป็นช่วงที่ระบบซ่อมแซมร่างกายเริ่มทำงานเต็มที่ ฮอร์โมนเจริญเติบโตหลั่ง ระบบภูมิคุ้มกันรีเซ็ต และความจำระยะยาวเริ่มเก็บข้อมูล ถ้าคุณไม่มี Deep Sleep คุณจะเหนื่อยง่าย หลงลืม และรู้สึกไม่สดชื่นตลอดวัน ผลกระทบของการนอนไม่พอ ปัญหาการนอนที่คนไทยเจอกันบ่อย เรื่อง “การนอนหลับ” กลับมีคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่กำลังเผชิญกับภาวะนอนไม่มีคุณภาพแบบไม่รู้ตัว ปัญหาการนอนหลับไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ "ง่วงตอนกลางวัน" แต่ยังส่งผลลึกไปถึงสมอง หัวใจ อารมณ์ และประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตทุกด้าน โดยเฉพาะ 2 ปัญหาหลักที่พบบ่อย คือ นอนไม่หลับ และ หลับไม่ลึก นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก ถ้าคุณเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม หวังจะตื่นมาสดชื่นในวันพรุ่งนี้ แต่ดันนอนพลิกตัวไปมาเหมือนอยู่บนเตียง ตาแข็งจนถึงตีสอง บางคืนหลับได้ก็จริง แต่กลับตื่นขึ้นมาตอนตีสาม ตีสี่ แล้วนอนต่อไม่ได้อีกเลย อาการเหล่านี้เรียกว่า Insomnia หรือ ภาวะนอนไม่หลับ ในระยะสั้น การนอนไม่หลับอาจทำให้เราง่วง สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน แต่ถ้านานวันเข้าจะเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ หลับไม่ลึก รู้สึกไม่สดชื่น บางคนหลับง่ายมาก ๆ แต่ตื่นเช้ามาแล้วกลับรู้สึก “เหนื่อยกว่าเดิม” เหมือนไม่ได้นอนเลย นั่นคือสัญญาณของภาวะหลับไม่ลึก (Poor Deep Sleep) ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่คนไทยมักมองข้าม การหลับไม่ลึกคือการที่ร่างกายไม่ได้เข้าสู่ช่วง Deep Sleep ที่เป็นช่วงที่สมองหลั่งโกรทฮอร์โมน ฟื้นฟูร่างกาย ซ่อมแซมเซลล์ และเคลียร์สารพิษที่สะสมในสมอง EXOMIND คืออะไร? โปรแกรม EXOMIND คือเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็ก (BTL Neurostimulation) โดยใช้หลักการของการกระตุ้นสมองผ่านสนามแม่เหล็กความเข้มต่ำ เพื่อปรับวงจรการนอนให้สมดุลมากขึ้น เทคโนโลยี BTL คือการใช้คลื่นแม่เหล็กระดับต่ำ (Low-Intensity Pulsed Electromagnetic Field หรือ PEMF) ที่ปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัด ช่วยกระตุ้นสมองส่วน Prefrontal Cortex ที่เกี่ยวข้องกับการนอน การผ่อนคลาย และการฟื้นฟูจิตใจ โปรแกรม EXOMIND ช่วยการนอนหลับได้อย่างไร? กระตุ้นสมองส่วนลึกเพื่อปรับวงจรการนอน EXOMIND ช่วยให้สมองปรับคลื่นให้เข้าสู่โหมดพักผ่อนโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องฝืน ไม่ต้องกดดันตัวเองให้นอน ช่วยให้เข้าสู่ Deep Sleep ได้ไวขึ้น คนที่เข้ารับการทำ EXOMIND อย่างต่อเนื่องจะพบว่าใช้เวลาน้อยลงในการเข้าสู่ระยะหลับลึก และตื่นมาพร้อมความรู้สึกสดชื่นมากขึ้น ใครบ้าง? ควรลองโปรแกรม EXOMIND คนที่มีปัญหาการนอนที่เรื้อรัง หรือเคยลองมาหลายวิธีแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น หากกำลังสงสัยว่า "เราเหมาะกับโปรแกรมนี้ไหม?" มาดูประเภทของคนที่ควรลอง EXOMIND กัน สรุป ไม่ว่าจะเป็น "นอนไม่หลับ" หรือลงนอนแล้ว "หลับไม่ลึก" ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้จบที่ความง่วงตอนเช้า แต่มันสะท้อนถึงสมดุลภายในสมอง ระบบประสาท และสุขภาพโดยรวม ซึ่งการหาแนวทางช่วยฟื้นฟูการนอนตั้งแต่รากฐาน เช่น การใช้โปรแกรม EXOMIND จึงกลายเป็นทางเลือกที่คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น FAQs คำถามที่พบบ่อย

อาการหายใจไม่อิ่ม สัญญาณโรคร้าย

อาการหายใจไม่อิ่ม หรือที่หลายคนเรียกว่า “เหมือนหายใจไม่สุด” เป็นภาวะที่คนไข้รู้สึกว่าหายใจเข้าลึกเท่าไรก็ยังไม่พอ มักมาพร้อมความรู้สึกอึดอัด

หยุดหายใจขณะหลับ ระวัง

อาการที่ร่างกายหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ระหว่างการนอนหลับ โดยไม่รู้ตัว ปัญหานี้เกิดจากทางเดินหายใจส่วนบนถูกปิดกั้น

แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด 2025

แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปัจจุบัน การรักษาแก้ปัญหาอาการนอนกรนมีหลากหลายวิธีที่ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งสามารถรักษาได้หลายวิธีพร้อมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดีขึ้น หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยม คือ การใช้เครื่องมือทันตกรรมสำหรับรักษานอนกรน (Oral Appliance) ที่ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจในขณะหลับ ร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจส่วนต้น (Myofunctional Therapy) ที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อย การรักษานี้ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจไม่ให้แคบลง เป็นการรักษาอาการนอนกรนจากต้นเหตุ ที่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาวได้อีกด้วย สาเหตุของอาการนอนกรน การนอนกรนมักมีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุ จาก TMJ and Sleep Apnea โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อย มีดังนี้​ อาจเกิดจากโครงสร้างใบหน้าที่ผิดปกติ เช่น คางสั้น กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นไม่แข็งแรง ทำให้ลิ้นหย่อนลงไปอุดช่องทางเดินหายใจ มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือเหนียง สามารถทำให้ช่องทางเดินหายใจถูกกดทับในขณะที่กำลังนอนหลับ ทำให้เกิดอาการหยุดหายใจชั่วคราวและมีเสียงกรนเกิดขึ้น แอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนต้นและกล้ามเนื้อโคนลิ้น ช่องทางเดินหายใจก็จะเกิดการอุดกั้นที่ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) และเสียงกรนได้ อาการเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่ทำให้เกิดปัญหาการนอนกรน และควรได้รับการตรวจสอบและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญ การตรวจและการรักษานอนกรน การตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของการนอนกรนสามารถทำได้ผ่านการตรวจการนอนหลับ Sleep Test เป็นการวัดค่าและเก็บข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับของคุณ เช่น ตรวจการนอนหลับที่บ้านกับ VitalSleep Clinic สะดวก ปลอดภัย แม่นยำ หลังจากการตรวจการนอนหลับ Sleep Test แล้ว แพทย์เฉพาะทางจะนำผลการตรวจมาใช้ในการวินิจฉัย วางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด อ่านเพิ่มเติม รักษานอนกรน แบบไม่ผ่าตัด Update 2025 ข้อด้อยของการผ่าตัดแก้นอนกรน การผ่าตัดแก้นอนกรนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ข้อดีของการรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัด วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดมีหลายทางเลือก แพทย์เฉพาะทางจะเลือกวิธีที่เหมาะสมตามอาการของแต่ละบุคคล สามารถใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อรักษาได้ทั้งต้นเหตุและปลายเหตุ เช่น การใช้เครื่อง CPAP เพื่อช่วยขยายทางเดินหายใจร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อ Myofunctional Therapy การรักษาที่ถูกต้องยังเป็นผลดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง ในกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับ Sleep Test และปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม เพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้นและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม “รักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ Better Sleep for Better Tomorrow” สรุป วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปี 2025 มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือทันตกรรม การบำบัดกล้ามเนื้อ การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ หรือการใช้เครื่อง CPAP ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีเฉพาะที่ตอบโจทย์ปัญหาอาการนอนกรนในแต่ละกรณี การเข้ารับการตรวจ Sleep Test เพื่อตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการรักษา สุขภาพการนอนที่ดีมีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเรา ดังนั้น หากคุณมีปัญหาการนอนกรน ควรรีบหาทางแก้ไขเพื่อสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

อาการผีอำ

เคยไหม…นอนอยู่ดี ๆ แล้วรู้สึกเหมือนมีบางอย่างทับอยู่บนอก ขยับตัวไม่ได้ หายใจก็อึดอัด นั่นแหละที่เราเรียกกันว่า “ผีอำ” อาการนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ

เสียงกรนเตือนภัยสุขภาพ

เสียงกรนอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก ตรวจการนอนกรนช่วยค้นหาความผิดปกติ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!