logo
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ตรวจการนอนหลับ
ราคาสบายใจ
เพื่อสุขภาพการนอนที่ดีกว่าเดิม

ตรวจการนอนหลับ

ราคาสบายใจ
เพื่อสุขภาพการนอนที่ดีกว่าเดิม
Table of Contents

ตรวจการนอนหลับ ราคาสบายใจเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หลายคนอาจเข้าใจว่าการ “นอนไม่พอ” แค่ทำให้รู้สึกง่วงในวันถัดไป แต่ความจริงแล้ว คุณภาพการนอนหลับ การนอนอย่างเต็มที่ ส่งผลลึกถึงสุขภาพร่างกาย จิตใจ และสมองในระยะยาว การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเข้าใจรูปแบบการนอนของคุณอย่างแท้จริง เพื่อวางแผนรักษาและปรับพฤติกรรมให้หลับลึก หลับดีขึ้น และเพื่อสุขภาพที่ดี

ทำไมควรตรวจการนอนหลับ?

การนอนหลับไม่ดี หรือการนอนไม่พอ ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันอาจเป็นสัญญาณของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) หรือปัญหาทางเดินหายใจอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อหัวใจ สมอง และระดับพลังงานในแต่ละวัน

คุณควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับ หากมีอาการเหล่านี้ :

  • กรนเสียงดัง
  • มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
  • รู้สึกง่วงในตอนกลางวัน แม้นอนครบ 7–8 ชั่วโมง ก็ตาม
  • ปวดศีรษะตอนเช้า คอแห้ง หรือตื่นกลางดึกบ่อย
  • มีโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน หรือโรคหัวใจ
  • รู้สึกหลับไม่เต็มอิ่มติดต่อกันนานจนเกินไป

รู้หรือไม่? การนอนไม่พอเพิ่มโอกาสเกิดโรคหัวใจเกือบสองเท่า

งานวิจัยจาก Harvard Health Publishing ระบุว่า การนอนหลับไม่เพียงพอเพียง 5–6 ชั่วโมงต่อคืน อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคเบาหวานได้มากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่นอนหลับอย่างเพียงพอ (7–8 ชั่วโมงต่อคืน) โดยพบว่าการนอนน้อยส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ
และเพิ่มภาระการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

ตรวจการนอนหลับ ราคาสบายใจ ที่ VitalSleep Clinic

ที่ VitalSleep Clinic เราเชื่อว่า “คุณภาพการนอน” คือรากฐานของสุขภาพที่ดีทุกด้าน เราจึงออกแบบบริการ ตรวจการนอนหลับราคาสบายใจ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการดูแลที่ได้มาตรฐานโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

จุดเด่นของการตรวจการนอนกลับที่ VitalSleep Clinic :

  • เครื่องตรวจมาตรฐานการแพทย์ (Home Sleep Test)
  •  วิเคราะห์ผลโดยแพทย์เฉพาะทางด้าน Sleep Medicine
  • สะดวก ทำได้ที่บ้าน ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
  • มีการติดตามและให้คำแนะนำหลังตรวจ

ตรวจการนอนหลับ วัดค่าอะไรบ้าง?

การตรวจจะช่วยให้เข้าใจ “พฤติกรรมการนอน” และ “คุณภาพการหายใจ” ระหว่างหลับ ผ่านค่าต่าง ๆ เช่น

รายการตรวจ, รายละเอียดที่ได้จากผล Sleep Test

  • ระดับออกซิเจนในเลือด (O₂ Saturation) บอกว่าระหว่างนอน ร่างกายได้รับออกซิเจนเพียงพอหรือไม่
  • อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) ตรวจสอบความผิดปกติของหัวใจระหว่างหลับ
  • รูปแบบการหายใจ (Respiratory Effort) ตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea)
  • การเคลื่อนไหวระหว่างนอน (Body Movement) ดูความกระสับกระส่าย ซึ่งอาจรบกวนการหลับลึก
  • เสียงกรน (Snoring Level), วัดความรุนแรงและความถี่ของเสียงกรน

ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์ เพื่อดูว่าคุณมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) หรือปัญหาอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการดูแลหรือไม่

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ต้องตรวจบ่อยแค่ไหน

สำหรับผู้ที่เคยทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) มาแล้ว แนะนำให้ ตรวจซ้ำทุก 2–3 ปี เพื่อประเมินผลการรักษาและติดตามพัฒนาการของคุณภาพการนอน ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยตรวจมาก่อน ควรพิจารณา เข้ารับการตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ทางเดินหายใจมักเกิดการย่อนคล้อยตามธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการหายใจระหว่างนอนหลับ การตรวจอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้สามารถรักษาและปรับปรุงสุขภาพการนอนได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อคงคุณภาพการนอนและสุขภาพโดยรวมให้อยู่ในระดับดีที่สุด

จะเป็นอย่างไร ถ้าปล่อยให้การนอนไม่มีคุณภาพต่อไป?

การนอนหลับไม่ดีอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดผลเสียดังนี้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ป่วยง่ายความดันโลหิตสูง และหัวใจทำงานหนัก สมาธิลดลง ความจำเสื่อมเสี่ยงโรคเบาหวาน น้ำหนักเพิ่มภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และอารมณ์แปรปรวน จากรายงานของ Harvard Health ผู้ที่นอนไม่พอ 24 ชั่วโมง มีสมรรถนะทางสมองเทียบเท่าคนที่มีแอลกอฮอล์ในเลือด 0.10%

เมื่อการนอนหลับดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น

การนอนที่มีคุณภาพช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูได้เต็มที่สมองปลอดโปร่ง อารมณ์มั่นคง ระบบหัวใจแข็งแรง และยังช่วยควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น ผลการนอนหลับที่ดีจึงหมายถึง “สุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้น” เริ่มต้นง่าย ๆ แค่ตรวจการนอนหลับ เพื่อเข้าใจร่างกายตัวเองให้มากขึ้น

ผลกระทบเมื่อร่างกายไม่ได้รับการผักผ่อนอย่างเต็มที่

ลักษณะการนอนผลกระทบต่อร่างกายผลกระทบต่อสมองและอารมณ์ผลกระทบระยะยาว
อดนอน 24 ชั่วโมงขึ้นไปความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจเต้นเร็ว ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติสมองล้า การตัดสินใจช้าลง สมาธิสั้น เหมือนอาการเมาเสี่ยงอุบัติเหตุสูง ภูมิคุ้มกันลดลง
นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืน ร่างกายสะสม “หนี้การนอน” อ่อนเพลียเรื้อรังความจำสั้นลง อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า วิตกกังวลเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน และโรคอ้วน
นอนหลับไม่ลึก / หลับๆ ตื่นๆฮอร์โมนเมลาโทนินหลั่งไม่เพียงพอ ร่างกายไม่ฟื้นฟูเต็มที่สมาธิและความคิดสร้างสรรค์ลดลงเสี่ยงภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และการอักเสบในร่างกาย
เวลานอนผิดช่วง (นอนดึกเป็นประจำ)นาฬิกาชีวภาพเสียสมดุล ฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงผิดปกติอารมณ์หงุดหงิดง่าย เครียดสะสมเพิ่มโอกาสเกิดภาวะเมตาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome)
นอนไม่มีคุณภาพจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)ออกซิเจนในเลือดต่ำ หัวใจทำงานหนักตื่นกลางคืนบ่อย ง่วงตอนกลางวันเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดเฉียบพลัน

สรุป

“การนอนหลับ” ไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่คือกระบวนการฟื้นฟูที่สำคัญที่สุดของชีวิต การตรวจการนอนหลับราคาสบายใจที่ VitalSleep Clinic จึงเป็นก้าวแรกในการเข้าใจสุขภาพของคุณอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้หลับดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น และมีชีวิตที่เต็มพลังทุกวัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: การตรวจการนอนหลับต้องไปตรวจที่ Clinic อย่างเดียวไหม ?
 A: ไม่จำเป็น สามารถตรวจการนอนหลับได้ที่บ้าน

Q: ตรวจการนอนหลับ เหมาะกับใคร?
 A: เหมาะกับผู้ที่กรน ง่วงตอนกลางวัน หรือสงสัยว่าตัวเองมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

Q: ถ้าพบว่ามีปัญหาต้องทำอย่างไร?
 A: แพทย์จะให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล เช่น การปรับท่านอน ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ (CPAP) หรืออุปกรณ์ในช่องปาก (Oral Appliance)

Q: เด็กสามารถตรวจการนอนหลับได้ไหม?
 A: ได เด็กที่มีอาการนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือมีพฤติกรรมง่วงผิดปกติในตอนกลางวัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาจแนะนำให้ตรวจเพื่อประเมินภาวะทางเดินหายใจและพัฒนาการ

Related Blogs and Articles
แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด 2025

แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปัจจุบัน การรักษาแก้ปัญหาอาการนอนกรนมีหลากหลายวิธีที่ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งสามารถรักษาได้หลายวิธีพร้อมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดีขึ้น หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยม คือ การใช้เครื่องมือทันตกรรมสำหรับรักษานอนกรน (Oral Appliance) ที่ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจในขณะหลับ ร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจส่วนต้น (Myofunctional Therapy) ที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อย การรักษานี้ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจไม่ให้แคบลง เป็นการรักษาอาการนอนกรนจากต้นเหตุ ที่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาวได้อีกด้วย สาเหตุของอาการนอนกรน การนอนกรนมักมีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุ จาก TMJ and Sleep Apnea โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อย มีดังนี้​ อาจเกิดจากโครงสร้างใบหน้าที่ผิดปกติ เช่น คางสั้น กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นไม่แข็งแรง ทำให้ลิ้นหย่อนลงไปอุดช่องทางเดินหายใจ มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือเหนียง สามารถทำให้ช่องทางเดินหายใจถูกกดทับในขณะที่กำลังนอนหลับ ทำให้เกิดอาการหยุดหายใจชั่วคราวและมีเสียงกรนเกิดขึ้น แอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนต้นและกล้ามเนื้อโคนลิ้น ช่องทางเดินหายใจก็จะเกิดการอุดกั้นที่ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) และเสียงกรนได้ อาการเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่ทำให้เกิดปัญหาการนอนกรน และควรได้รับการตรวจสอบและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญ การตรวจและการรักษานอนกรน การตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของการนอนกรนสามารถทำได้ผ่านการตรวจการนอนหลับ Sleep Test เป็นการวัดค่าและเก็บข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับของคุณ เช่น ตรวจการนอนหลับที่บ้านกับ VitalSleep Clinic สะดวก ปลอดภัย แม่นยำ หลังจากการตรวจการนอนหลับ Sleep Test แล้ว แพทย์เฉพาะทางจะนำผลการตรวจมาใช้ในการวินิจฉัย วางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด อ่านเพิ่มเติม รักษานอนกรน แบบไม่ผ่าตัด Update 2025 ข้อด้อยของการผ่าตัดแก้นอนกรน การผ่าตัดแก้นอนกรนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ข้อดีของการรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัด วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดมีหลายทางเลือก แพทย์เฉพาะทางจะเลือกวิธีที่เหมาะสมตามอาการของแต่ละบุคคล สามารถใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อรักษาได้ทั้งต้นเหตุและปลายเหตุ เช่น การใช้เครื่อง CPAP เพื่อช่วยขยายทางเดินหายใจร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อ Myofunctional Therapy การรักษาที่ถูกต้องยังเป็นผลดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง ในกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับ Sleep Test และปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม เพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้นและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม “รักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ Better Sleep for Better Tomorrow” สรุป วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปี 2025 มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือทันตกรรม การบำบัดกล้ามเนื้อ การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ หรือการใช้เครื่อง CPAP ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีเฉพาะที่ตอบโจทย์ปัญหาอาการนอนกรนในแต่ละกรณี การเข้ารับการตรวจ Sleep Test เพื่อตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการรักษา สุขภาพการนอนที่ดีมีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเรา ดังนั้น หากคุณมีปัญหาการนอนกรน ควรรีบหาทางแก้ไขเพื่อสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

ผู้หญิงนอนกรน! ทำไมเสียงกรนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ชาย?

ผู้หญิงก็มีแนวโน้มที่จะนอนกรนได้ไม่แพ้ผู้ชาย! แม้เสียงกรนอาจเบากว่า หรือพบได้น้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากภาวะนี้

นอนกรน เสี่ยง โรคใหลตาย ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

อาการนอนกรนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่สร้างความรำคาญใจให้กับคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่อันตรายถึงชีวิต

นอนกรนเกิดจากอะไร? รู้ทันสาเหตุ ป้องกันหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนคิดว่าเสียงกรนเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของโรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะอื่น ๆ ที่กระทบต่อหัวใจ สมอง

เด็กเล็ก นอนกรน กับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและระบบทางเดินหายใจ

เด็กเล็ก นอนกรน เป็นประจำ อาจไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่คิด เพราะอาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการหายใจที่ส่งผลต่อหัวใจและสุขภาพโดยรวม

อาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

สิ่งหนึ่งที่มักถูกละเลยคือการดูแลคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นสิ่งสำคัญมากต่อชีวิตประจำวัน การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ

Sex เสื่อมเพราะนอนกรนเป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

Sex เสื่อมเพราะนอนกรน หลายคนอาจเคยเจอกับปัญหาคู่รักนอนกรน มักจะถูกมองข้าม เพราะหลายคนคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่น่ามีผลกระทบที่สำคัญต่อสุขภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าอาการนอนกรนสามารถเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่น ๆ ที่ร้ายแรงได้ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และสามารถส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศได้ การหาวิธีรักษาการนอนกรนจึงไม่ใช่แค่เพื่อคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยรักษาความสัมพันธ์และสุขภาพทางเพศของคู่รักได้อีกด้วย การนอนกรนในผู้ชายและผู้หญิง หลายคนอาจเข้าใจว่าผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมีอาการนอนกรนที่มากกว่าผู้หญิง แต่งานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงก็สามารถนอนกรนได้เหมือนผู้ชายเช่นเดียวกัน จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sleep Medicine ในปี 2008 ที่ศึกษาการนอนกรนในประชากรวัยทำงานของประเทศสวีเดน พบว่า 24.5% ของผู้หญิงมีอาการนอนกรน มีอัตราที่ใกล้เคียงกับผู้ชาย ที่มีอัตราการนอนกรนอยู่ที่ 30.3% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้การนอนกรนแตกต่างกันไป อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะทางร่างกาย ฮอร์โมน และการใช้ชีวิต ​การนอนกรนมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศหรือไม่?​ มีงานวิจัย Erectile dysfunction in patient with obstructive sleep apnea ที่ว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาทางเพศ โดยเฉพาะภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) ในผู้ชาย การหยุดหายใจขณะหลับอาจส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง การผลิตไนตริกออกไซด์ลดลง การไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณอวัยวะเพศบกพร่อง ผลมาจากการขาดออกซิเจนระหว่างการนอนหลับ นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าและง่วงนอนในระหว่างวัน ซึ่งทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงไม่เฉพาะในผู้ชายเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบถึงเพศหญิงได้เช่นกัน​ สาเหตุของการนอนกรน การนอนกรนสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทำให้วิธีการรักษาอาการนอนกรนในผู้ชายและผู้หญิงอาจแตกต่างกันไปหลายปัจจัย ได้แก่ วิธีแก้ปัญหานอนกรนด้วยตนเอง แม้ว่าจะไม่มีวิธีที่สามารถรักษาอาการนอนกรนได้ด้วยตัวเองแบบรับประกัน 100% ว่าจะหายนอนกรนได้ แต่ก็มีวิธีการปรับเปลี่ยนวิธีการชีวิตที่สามารถช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการนอนกรนได้ วิธีการรักษานอนกรนที่ VitalSleep Clinic มีวิธีการรักษาทั้งแบบไม่ต้องผ่าตัดและการผ่าตัด โดยวิธีรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ได้แก่ การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy) การใช้เครื่องมือทันตกรรม (Oral Appliance) การใช้คลื่นความถี่ความถี่สูง (Radiofrequency) และการใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก (CPAP) สำหรับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่รุนแรงมาก การผ่าตัดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อขยายทางเดินหายใจ การผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular advancement, MMA) เคลื่อนขากรรไกรไปข้างหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเดินหายใจ สิ่งสำคัญคือต้องรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพของแต่ละคน เพราะการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีผลกระทบต่อสุขภาพของคุณในระยะยาว การได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้คุณและคนที่คุณรักสามารถนอนหลับได้ดี สรุป การนอนกรนไม่ใช่แค่ปัญหาเล็กน้อยที่รบกวนการนอนหลับของคุณหรือคู่รักเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย สมรรถภาพทางเพศ และสุขภาพจิตได้ด้วย อาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ร้ายแรงกว่าที่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

นอนกัดฟัน กำลังทำร้ายฟันตัวเองตอนนอนอยู่หรือเปล่า?

Bruxism เป็นภาวะที่หลายคนอาจไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมี เพราะเกิดขึ้นตอนนอนหลับ หรือบางคนอาจเกิดขณะตื่นในช่วงที่กำลังเครียด

เครื่อง BiPAP คืออะไร BiPAP กับ CPAP ต่างกันยังไง?

BiPAP และ CPAP เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้การหายใจขัดข้องในช่วงนอนหลับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาการหายใจอุดกั้น ทั้ง BiPAP และ CPAP เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหานี้ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทั้งสองเครื่องนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของเครื่อง BiPAP และ CPAP รวมถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละเครื่อง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและเลือกใช้เครื่องที่เหมาะสมกับตัวเอง ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง CPAP CPAP คืออะไร? CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) คือเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับการบำบัดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หลักการของ CPAP คือการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่และส่งผ่านท่อเข้าสู่หน้ากากซึ่งครอบไปที่ปากและจมูกของผู้ใช้ แรงดันนี้จะช่วยเปิดทางเดินหายใจและป้องกันไม่ให้เกิดการอุดกั้นระหว่างการนอนหลับ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจ CPAP จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจขณะหลับ หลักการทำงานของ CPAP CPAP ทำงานโดยการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่ ส่งผ่านท่ออากาศเข้าสู่หน้ากากที่ครอบปากและจมูก ความดันที่เกิดขึ้นจะช่วยเปิดทางเดินหายใจที่อาจถูกบีบอัดหรืออุดตันในช่วงเวลาที่นอนหลับ แรงดันอากาศนี้จะถูกควบคุมให้คงที่ตลอดคืน ไม่ว่าคนไข้จะหายใจเข้าออกในจังหวะใดก็ตาม สิ่งนี้ทำให้การไหลเวียนของอากาศในระบบทางเดินหายใจเป็นปกติ ช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดหายใจขณะหลับอย่างมีประสิทธิภาพ ใครบ้าง? ที่ควรใช้ CPAP CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนในช่วงเวลาที่หลับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับทารกที่มีปัญหาปอดพัฒนาไม่สมบูรณ์หรือผู้ที่มีภาวะการหายใจไม่เพียงพอระหว่างหลับ CPAP ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ทำให้คนไข้รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในช่วงกลางวัน รับคำปรึกษา ฟรี! ขนาดและการพกพาของเครื่อง CPAP เครื่อง CPAP มีหลายขนาดให้เลือก สามารถเลือกตามความเหมาะสมของการใช้งานแต่ละคนได้เลย หากคุณใช้ที่บ้าน ขนาดของเครื่อง CPAP ที่ใหญ่กว่าอาจไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อย การเลือกเครื่อง CPAP ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวก ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง BiPAP BiPAP คืออะไร? BiPAP (Bilevel Positive Airway Pressure) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีหลักการทำงานคล้ายกับ CPAP แต่มีความแตกต่างสำคัญในเรื่องของการปรับแรงดันอากาศระหว่างการหายใจเข้าและหายใจออก BiPAP ถูกออกแบบมาให้สามารถสร้างแรงดันอากาศที่แตกต่างกันในจังหวะหายใจเข้าและหายใจออก ในขณะที่เครื่อง CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา การทำงานนี้ทำให้ BiPAP เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการแรงดันอากาศที่แตกต่างกันระหว่างหายใจเข้าและออก หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบการหายใจซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยโรคปอดและโรคทางระบบประสาท หลักการทำงานของ BiPAP เครื่อง BiPAP จะทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศ 2 ระดับระดับหนึ่งสำหรับการหายใจเข้า (IPAP: Inspiratory Positive Airway Pressure)ระดับสำหรับการหายใจออก (EPAP: Expiratory Positive Airway Pressure)ความแตกต่างของแรงดันนี้ช่วยให้คนไข้ที่มีปัญหาหายใจเข้าและออกได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อบกพร่อง ทำให้การหายใจกลับมาเป็นปกติ ใครควรใช้ BiPAP? BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อที่ทำให้การหายใจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจแบบซับซ้อนที่ CPAP ไม่สามารถช่วยได้ BiPAP เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยให้การหายใจกลับมาสู่ภาวะปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนาดและการใช้งานของเครื่อง BiPAP เครื่อง BiPAP มักจะมีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับเครื่อง CPAP แต่การออกแบบส่วนใหญ่จะเน้นที่การทำงานเงียบและให้ความสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ หลายรุ่นของ BiPAP ยังมีตัวเพิ่มความชื้นในอากาศที่ส่งผ่านท่อหายใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อเมือกในจมูกแห้ง ทำให้การใช้งานรู้สึกสบายขึ้น ความแตกต่างระหว่าง BiPAP และ CPAP ในขณะที่ CPAP ใช้แรงดันอากาศคงที่ในการช่วยรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ BiPAP มีความสามารถในการปรับแรงดันอากาศสองระดับสำหรับการหายใจเข้าและออก ความแตกต่างนี้ทำให้ BiPAP เหมาะกับคนไข้ที่มีภาวะการหายใจที่ซับซ้อนหรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น โรคปอดหรือปัญหาทางระบบประสาทนอกจากนี้ เครื่อง BiPAP ยังมีการทำงานที่ซับซ้อนกว่าซึ่งส่งผลให้ ราคาของ BiPAP มักจะสูงกว่า CPAP อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจรุนแรง ที่ไม่สามารถปรับตัวกับการใช้ CPAP ได้ BiPAP จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากช่วยให้หายใจได้สะดวกและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหายใจออกที่ BiPAP จะใช้แรงดันที่น้อยกว่าในช่วงหายใจเข้า สรุป CPAP และ BiPAP ต่างก็เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ทั้งสองมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างหลักในเรื่องของแรงดันอากาศที่ใช้ระหว่างการหายใจเข้าและออก CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา ในขณะที่ BiPAP สามารถปรับแรงดันอากาศตามความต้องการของผู้ป่วยได้BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน หรือมีภาวะทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ส่วน CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับทั่วไป การเลือกใช้เครื่องใดเครื่องหนึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้การรักษาที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย การเลือกเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นและลดความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!