logo
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
เด็กเล็ก นอนกรน
กับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
และระบบทางเดินหายใจ

เด็กเล็ก นอนกรน

กับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
และระบบทางเดินหายใจ
Table of Contents

เด็กเล็ก นอนกรน คือการที่เด็กมีเสียงกรนขณะหลับ หรือ Obstructive Sleep Apnea, OSAเกิดจากการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในทางเดินหายใจส่วนบน เช่น เพดานอ่อน ลิ้นไก่ หรือต่อมทอนซิล เสียงกรนในเด็กเล็กอาจดูเหมือนไม่อันตราย แต่ในความเป็นจริง เด็กเล็ก นอนกรน อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติในการหายใจที่ส่งผลต่อสุขภาพ และพัฒนาการในระยะยาวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีภาวะ หยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) ร่วมด้วย

เด็กเล็ก นอนกรน จะเริ่มเมื่ออายุเท่าไหร่?

หลายคนอาจคิดว่า “การนอนกรน” จะเกิดเฉพาะในผู้ใหญ่ แต่จริง ๆ แล้ว เด็กเล็กก็สามารถนอนกรนได้ตั้งแต่ช่วงวัยก่อนเข้าเรียน หรือแม้แต่ในวัยทารกบางรายก็เริ่มมีเสียงกรนขณะนอนได้แล้ว โดยทั่วไป เด็กอายุ 2–8 ปี เป็นช่วงที่พบบ่อยที่สุด เนื่องจากเป็นวัยที่ ต่อมทอนซิล (Tonsils) และ ต่อมอะดีนอยด์ (Adenoids) โตขึ้นตามพัฒนาการ จนอาจไปขวางทางเดินหายใจระหว่างนอนหลับ เด็กบางคนที่มี โรคภูมิแพ้ จมูกอุดตัน หรือโพรงจมูกแคบ ก็อาจเริ่มกรนได้เร็วกว่าวัยนี้

สาเหตุที่ทำให้เด็กเล็ก นอนกรน

ต่อมทอนซิลโตและต่อมอะดีนอยด์โต สาเหตุหลักที่พบได้บ่อยในเด็ก

โรคภูมิแพ้และไซนัสอักเสบ ทำให้เยื่อบุจมูกบวม หายใจทางจมูกลำบาก

โครงสร้างใบหน้าและทางเดินหายใจ เช่น ขากรรไกรเล็ก ลิ้นใหญ่ หรือโพรงจมูกแคบ

น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนในเด็ก ไขมันรอบคอเพิ่มแรงกดต่อทางเดินหายใจ

พฤติกรรมการนอน นอนหงายหรือนอนท่าที่ทำให้ลิ้นตกไปอุดทางเดินหายใจ

เด็กเล็ก นอนกรน กับความเสี่ยงของการนอนกรนต่อระบบทางเดินหายใจ

เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนเป็นช่วง ๆเด็กอาจ หายใจติดขัด ไอ หรือสำลักขณะหลับส่งผลให้ นอนหลับไม่สนิท หลับไม่ลึก ตื่นบ่อย หากปล่อยไว้ อาจกระทบต่อการทำงานของ ปอด ทำให้ปอดทำงานหนักขึ้นกว่าปกติ

เด็กเล็ก นอนกรน กับความเสี่ยงของการนอนกรนในเด็กต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

แม้ว่าเด็กเล็กจะยังไม่มีโรคหัวใจเหมือนผู้ใหญ่ แต่การนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับสามารถเพิ่มภาระการทำงานของหัวใจได้

งานวิจัยจาก Penn State Child Cohort พบว่าเด็กที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) มีโอกาสเกือบ 3 เท่าในการเป็นความดันโลหิตสูงในช่วงวัยรุ่นเมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่มี ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)

เด็กเล็ก นอนกรน

แนวทางตรวจและการรักษา อาการ เด็กเล็ก นอนกรน

ที่ VitalSleep Clinic เราให้ความสำคัญกับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้องและครอบคลุม

1. การตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยแพทย์เฉพาะทาง และตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อตรวจวัดระดับออกซิเจน หัวใจ และคุณภาพการนอน

2. แนวทางการรักษา

Myofunctional Therapy กายภาพบำบัดกล้ามเนื้อช่องปากและใบหน้า ช่วยลดการอุดกั้น

สำหรับเด็กที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรง การปรับพฤติกรรมการนอน

รักษานอนกรนในเด็ก ด้วยวิธี Breastfeeding Tongue-Tie Release (FF)

เป็นการผ่าตัดเล็กเพื่อแก้ปัญหา ลิ้นติด (Tongue-tie) โดยตัดเนื้อเยื่อใต้ลิ้นเพียงเล็กน้อย เพื่อให้เด็ก ขยับลิ้นได้ดีขึ้น ช่วยให้ หายใจ ดูดนม และนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รักษานอนกรนในเด็ก ด้วยวิธี RPE (Rapid Palatal Expander) และ TPA (Transpalatal Arch)

RPE เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการขยายเพดานปากโดยค่อย ๆ ปรับขากรรไกรบนให้กว้างขึ้น เพิ่มพื้นที่ทางเดินหายใจด้านหลัง โดยเฉพาะในเด็กที่มีโครงสร้างขากรรไกรแค จะช่วยให้เพดานปากและฟันขยายตัวอย่างสมดุล ลดปัญหาการอุดตันของทางเดินหายใจ ลดอาการนอนกรน

สรุป

เสียงกรนในเด็กเล็ก เป็นสัญญาณเตือนของ ปัญหาทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และการพัฒนาของเด็ก หากไม่ได้รับการตรวจและรักษาอย่างถูกต้อง อาจส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวได้ VitalSleep Clinic พร้อมดูแลการนอนหลับของลูกน้อยอย่างครบวงจร ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อให้เด็ก ๆ ได้หายใจโล่ง หลับสบาย และเติบโตแข็งแรง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เด็กเล็ก นอนกรน

1. เด็กนอนกรนถือว่าผิดปกติไหม ?
ถ้ากรนบ่อยหรือมีช่วงหยุดหายใจ ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

2. สาเหตุหลักที่ทำให้เด็กนอนกรนคืออะไร ?
มักเกิดจากต่อมทอนซิลหรืออะดีนอยด์โต ทำให้ทางเดินหายใจแคบ

3. เด็กนอนกรนส่งผลต่อหัวใจไหม ?
ส่งผลต่อหัวใจ การหยุดหายใจซ้ำ ๆ ทำให้หัวใจทำงานหนัก เพิ่มความเสี่ยงความดันสูง

4. เด็กนอนกรนมีผลต่อระบบทางเดินหายใจไหม ?
มีผลกระทบ จะทำให้เด็กจะหายใจลำบาก ออกซิเจนต่ำ นอนหลับไม่สนิท ส่งผลต่อการเจริญเติบโต

5. หากพบว่าลูกนอนกรน ควรทำอย่างไร ?
ควรเข้ารับการตรวจหาสาเหตุ และรักษาตามคำแนะนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

Related Blogs and Articles
อดนอน ทุกวัน = คุณภาพชีวิตพัง? เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

โดยปกติเราควรนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน แต่หลายคนกลับนอนน้อยกว่านั้นเพราะงาน ไลฟ์สไตล์ หรือแม้กระทั่งติดเล่นโทรศัพท์มือถือ

นอนกรนเรื้อรัง รักษายังไงก็ไม่หาย ต้องลองวิธีนี้ !

นอนกรนรักษามาตั้งหลายวิธีก็ไม่เห็นผล สุดท้ายก็ยังนอนกรนเสียงดังอยู่ดี ต้องรักษาด้วยวิธีไหนจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น มาหาคำตอบวิธีการรักษา

World Sleep Day 2026 วันนอนหลับโลก

World Sleep Day หรือ วันนอนหลับโลก เกิดขึ้นภายใต้สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลก (World Association of Sleep Medicine: WASM) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพ และตระหนักรู้ถึงความอันตรายของปัญหาการนอนหลับ เป็นการสื่อสารไปสู่ผู้คนในวงกว้างด้วยความพยายามที่จะป้องกันและบรรเทาปัญหาการนอนของคนทั้งโลก และรณรงค์ให้ผู้คนเห็นความสำคัญของการหลับที่มีคุณภาพ ถูกจัดขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2551 หลังจากนั้นมีการจัดกิจกรรมขึ้นเป็นประจำทุกปี ขณะนี้มีประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรม วันนอนหลับโลก แล้วมากกว่า 67 ประเทศทั่วโลก เปิดสถิติ คนไทยประสบปัญหาการนอนหนัก การนอนหลับ คือการพักผ่อนที่ดีที่สุดของการฟื้นฟูร่างกาย แท้จริงแล้ว การนอนหลับไม่ใช่เพียงแค่เป็นการพักผ่อนอย่างเดียวเท่านั้น มนุษย์ใช้เวลามากถึง 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการนอน เพื่อเติมพลังให้ชีวิตสามารถใช้ชีวิตอีก 2 ใน 3 ที่เหลือ การนอนหลับที่มีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากของชีวิตมนุษย์ เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่การนอนหลับที่มีคุณภาพ ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า คนไทยมากมึง 19 ล้านคน กำลังประสบปัญหาการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ เช่น การนอนหลับไม่สนิท หลับ ๆ ตื่น ๆ ตื่นกลางดึกบ่อยเพื่อเข้าห้องน้ำ นอนกรน หรือรุนแรงถึงหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพบปัญหาเหล่านี้ได้ในคนอายุน้อยลงมากขึ้น การนอนหลับที่มีคุณภาพ เป็นอย่างไร การนอนหลับที่มีคุณภาพ หรือ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงในการนอนหลับเพียงอย่างเดียว ความลึกของการนอนหลับกับเวลาเข้านอนที่เหมาะสมก็มีความสำคัญอย่างมาก หากหลับลึกไม่พอ หรือความผิดปกติระหว่างการนอนบางอย่าง อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหลังตื่นนอนในช่วงเช้า (Unrested Sleep) อาจส่งผลกระทบกับระบบความจำ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพ กระทบการเรียน การทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน โดยทั่วไป ระยะเวลาที่เหมาะสมในการนอนแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่สามารถอ้างอิงเวลาการนอนที่เหมาะสมสำหรับแต่ล่วงวัยได้ ดังนี้ เด็กแรกเกิด (อายุ 0-3 เดือน) = 14-17 ชั่วโมงต่อวัน เด็กทารก (อายุ 4-11 เดือน) = 12-15 ชั่วโมงต่อวัน เด็กเล็ก (อายุ 1-2 ปี) = 11-14 ชั่วโมงต่อวัน วัยอนุบาล (3-5 ปี) = 10-13 ชั่วโมงต่อวัน วัยประถม (6-13 ปี) = 9-11 ชั่วโมงต่อวัน วัยมัธยม (14-17 ปี) = 8-10 ชั่วโมงต่อวัน วัยรุ่น (18-25 ปี) = 7-9 ชั่วโมงต่อวัน วัยทำงาน (26-64 ปี) = 7-9 ชั่วโมงต่อวัน วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) = 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เช็คลิสต์ อาการนอนหลับผิดปกติ ตื่นมาปัสสาวะบ่อยกลางดึก (Nocturnal Urination)อาจเป็นการตอบสนองของร่างกาย เกิดจากหัวใจสูบฉีดเลือดเพิ่มมากขึ้นหลังเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Bradycardia-tachycardia) เลือดไปเลี้ยงที่ไตเพิ่มขึ้น มีผลทำให้มีน้ำปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะมากขึ้นขณะนอนหลับ ในขณะเดียวกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้นอนหลับไม่ค่อยลึก จึงทำให้สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกปวดปัสสาวะได้ง่ายมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน (Excessive Daytime Sleepiness)เป็นความผิดปกติที่ต้องรีบหาสาเหตุและรักษา อาจะส่งผลอันตรายในขณะขับขี่ยานพาหนะ หรือเกิดอุบัติเหตุได้ในขณะปฏิบัติงาน และอาจนำไปสู่โรคเกี่ยวกับการนอนอื่น ๆ เช่น หยุดหายใจขณะหลับ ไหลตาย Insomnia หรือ Narcolepsy และอื่นๆขาขยุกขยิก (Restless Legs)เป็นอาการที่ทำให้ต้องขยับขาไปมา เพราะรู้สึกมีความผิดปกติที่บริเวณขา จึงต้องขยับบ่อย ๆ เพื่อทำให้ความรู้สึกผิดปกติที่ขาลดลง อาการนี้มักพบได้ในช่วงเวลาค่ำ อาจพบในรายที่มีอาการโลหิตจาง (Iron deficiency) ในช่วงขณะตั้งครรภ์ (pregnancy) คนไข้โรคไตวาย (chronic renal failure) และโรคอื่น ๆปวดศีรษะหลังเพิ่งตื่นนอนตอนเช้า (Morning Headache)อาจเป็นผลมาจากที่ขณะนอนหลับไม่สามารถขับถ่าย Carbon Dioxide ออกจากร่างกายได้อย่างเหมาะสม มีผลทำให้เส้นเลือดแดงในสมองขยายตัวจาก Respiratory Acidosis จึงทำให้รู้สึกปวดศีรษะ และอาการนี้จะรุ้สึกได้มากในช่วงเวลาเช้าหลังเพิ่งตื่นนอนนอนกรน (Snoring)มีเสียงหายใจดังมาก หรือ เสียงกรนดังขณะนอนหลับ ส่งผลกระทบทั้งสุขภาพของตนเอง และอาจะส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ด้วย เป็นอาการอันตราย ต้องรีบหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม หากปล่อยไว้ไม่รักษาจะมีผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว เช่น Cardiovascular Problems Metabolic Syndrome ความจำเสื่อม ความดันสูง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และอื่น ๆหยุดหายใจในขณะนอนหลับ (Sleep Apnea)เป็นอาการผิดปกติของการนอนกลับที่อันตรายรุนแรง อาจส่งผลร้ายแรงถึงเสียชีวิตได้ โรคหยุดหายใจขณะหลับอาจสังเกตได้อย่างหากไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น สำลักขณะนอนหลับ (Waking up Choking) ตื่นขึ้นมากลางดึกอย่างกะทันหันเพื่อหายใจ (Waking up Gasping) Cognitive Dysfunctionsนอนไม่เพียงพอหรือมีปัญหาเรื่องการนอนหลับอาจมีผลต่อหน้าที่การทำงานของสมอง รวมทั้งความทรงจำทั้งในระยะสั้น และในระยะยาวถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที การนอนหลับ ตรวจคุณภาพได้ Sleep Test (Polysomnography) หรือ การตรวจคุณภาพการนอนหลับ คือ การตรวจวัดคลื่นสมอง ระดับออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ และการหายใจระหว่างการนอนหลับ นอกจากนั้นยังตรวจจับการเคลื่อนไหวของดวงตาและการเคลื่อนไหวร่างกายบางส่วน เพื่อตรวจดูคุณภาพการนอนหลับ ค้นหาความผิดปกติของการนอน หรือ โรคที่เกี่ยวเนื่องกับการนอนบางอย่าง อาการนอนกรน หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นสาเหตุของโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรค สมองเสื่อม...

3 วิธีแก้ปัญหานอนกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด ของขวัญเพื่อสุขภาพการนอนที่ดี ต้อนรับปี 2025

หากจะพูดถึงของขวัญที่ดีที่สุด คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่า “สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง” โดยเฉพาะคุณภาพการนอนหลับที่ดี

เสียงกรนเตือนภัยสุขภาพ ตรวจการนอนกรนช่วยลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อน

เสียงกรนอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก ตรวจการนอนกรนช่วยค้นหาความผิดปกติ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

เมื่อการนอนกระทบหัวใจ เจาะลึกกลไกของอาการไหลตาย

การนอนหลับของคุณอาจกระทบต่อหัวใจโดยไม่รู้ตัว อาการไหลตายเกิดจากความผิดปกติของหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหยุดหายใจขณะหลับ

ผู้หญิงนอนกรน! ทำไมเสียงกรนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ชาย?

ผู้หญิงก็มีแนวโน้มที่จะนอนกรนได้ไม่แพ้ผู้ชาย! แม้เสียงกรนอาจเบากว่า หรือพบได้น้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากภาวะนี้

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!