• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
หยุดหายใจขณะหลับ
ภัยร้ายที่อาจ...
พรากลมหายใจสุดท้ายของคุณ

หยุดหายใจขณะหลับ

ภัยร้ายที่อาจ...
พรากลมหายใจสุดท้ายของคุณ
Table of Contents

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) คือภาวะที่การหายใจของเราหยุดลงชั่วคราวระหว่างการนอนหลับ โดยอาจกินเวลาตั้งแต่ไม่กี่วินาทีจนถึงเป็นนาที และเกิดซ้ำหลายครั้งต่อคืน บางคนอาจไม่รู้ตัว แต่ร่างกายจะตื่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อหายใจ ทำให้คุณภาพการนอนแย่ลงและเกิดผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

สาเหตุเกิดจากการที่กล้ามเนื้อในลำคอหย่อนตัว ทำให้ทางเดินหายใจตีบหรือปิดกั้นชั่วคราว ส่งผลให้ปอดได้รับออกซิเจนน้อยลง สมองจึงสั่งให้เราสะดุ้งตื่นเพื่อหายใจต่อ

ชนิดของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

  • Obstructive Sleep Apnea (OSA)เกิดจากการปิดกั้นทางเดินหายใจ
  • Central Sleep Apnea (CSA) เกิดจากสมองไม่ส่งสัญญาณควบคุมการหายใจ
  • Mixed Sleep Apnea เป็นการผสมระหว่าง OSA และ CSA

สาเหตุหลักของการหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเกิดได้จากหลายปัจจัย แต่หลัก ๆ แบ่งได้ตามนี้

1. โครงสร้างทางเดินหายใจแคบ
เช่น คางเล็ก ขากรรไกรถอย เพดานอ่อนหย่อนหรือลิ้นโต ทำให้ช่องทางเดินหายใจตีบง่ายเวลาขณะนอนหลับ

      2. น้ำหนักเกินหรืออ้วนลงพุง
      คนที่มีไขมันสะสมรอบลำคอและช่องคอเยอะ ทำให้กล้ามเนื้อกดทับทางเดินหายใจมากขึ้น

      3. กล้ามเนื้อคอหย่อนตามวัย
      พบมากในผู้สูงอายุหรือคนที่มีกล้ามเนื้อทางเดินหายใจไม่แข็งแรง

      4. พฤติกรรมบางอย่างก่อนนอน
      เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือใช้ยานอนหลับ ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อคอหย่อนตัวมากขึ้น

      5. ปัญหาสุขภาพอื่นร่วมด้วย
      เช่น ต่อมทอนซิลโต จมูกอุดตันจากภูมิแพ้ หรือโรคกรดไหลย้อน

      | บทความที่เกี่ยวข้อง อาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายแค่ไหน ?

      งานวิจัย Myofunctional Therapy to Treat Obstructive Sleep Apnea ในปี 2015 พบว่าการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับบางวิธีสามารถช่วย ลดค่าดัชนี AHI (Apnea-Hypopnea Index) จากค่าเฉลี่ยเดิม 24.5 เหตุการณ์ต่อชั่วโมง เหลือเพียง 12.3 เหตุการณ์ต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าลดลงมากกว่า 50% โดยเฉลี่ย ผลลัพธ์นี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้การหยุดหายใจขณะหลับดีขึ้น แต่ยังส่งผลเชิงบวกต่อสุขภาพโดยรวม เช่น

      • ปรับปรุงระดับออกซิเจนต่ำสุด (Lowest Oxygen Saturation)
        ทำให้ร่างกายไม่ขาดออกซิเจนในระหว่างนอนหลับ
      • ลดเสียงกรน
        ช่วยให้นอนหลับต่อเนื่องและลดการรบกวนคนข้างเคียง
      • ลดอาการง่วงนอนในตอนกลางวัน
        อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้สมาธิ ความจำ และประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น

      ผลลัพธ์จากงานวิจัยนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่า การรักษาที่เหมาะสมและต่อเนื่อง สามารถฟื้นฟูคุณภาพการนอนและลดความเสี่ยงโรคร่วม เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ได้อย่างชัดเจน

      หยุดหายใจขณะหลับ ภัยที่อาจพรากลมหายใจสุดท้ายของคุณ

      การรักษาอาการหยุดหายใจขณะหลับด้วย Myofunctional Therapy

      Myofunctional Therapy หรือการบำบัดกล้ามเนื้อในช่องปากและลำคอ เป็นวิธีที่เน้น ฝึกกล้ามเนื้อบริเวณลิ้น เพดานอ่อน ริมฝีปาก และกล้ามเนื้อรอบทางเดินหายใจ ให้แข็งแรงและทำงานประสานกันดีขึ้น เพื่อป้องกันการอุดกั้นของทางเดินหายใจขณะนอนหลับ

      • ปรับกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น ทำให้ทางเดินหายใจเปิดโล่ง ลดการหยุดหายใจ
      • ลดการกรนและเสียงดังขณะนอน เพราะลิ้นและเพดานอ่อนไม่สั่นมากเวลานอน
      • ปรับการหายใจให้เป็นจังหวะและต่อเนื่อง ช่วยให้นอนหลับลึกและต่อเนื่องขึ้น
      • ช่วยเสริมประสิทธิภาพการรักษาอื่น ๆ เช่น ใช้ร่วมกับเครื่อง CPAP หรืออุปกรณ์ ASA เพื่อให้ผลการรักษาดียิ่งขึ้น

      การฝึก Myofunctional Therapy มักทำ ต่อเนื่องประมาณ 2–3 เดือน โดยนักบำบัดจะสอนท่าฝึกเฉพาะบุคคลและให้ผู้ป่วยฝึกที่บ้านเป็นประจำ หากทำสม่ำเสมอ สามารถเห็นผลชัดเจนทั้งเรื่อง ลดเสียงกรน ลดอาการหยุดหายใจ และนอนหลับได้เต็มที่ขึ้น



      การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

      การตรวจการนอนหลับ Sleep Test เป็นขั้นตอนสำคัญในการวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เพราะอาการกรนหรือหยุดหายใจบางครั้งอาจไม่ชัดเจน ผู้ป่วยและคนใกล้ชิดอาจไม่สังเกตเห็น

      หลักการทำงานของ Sleep Test

      • ตรวจวัด คลื่นสมอง การเต้นของหัวใจ การหายใจ และระดับออกซิเจนในเลือด ขณะนอนหลับ
      • บันทึก จำนวนครั้งของการหยุดหายใจและลดระดับออกซิเจน เพื่อประเมินความรุนแรง
      • สามารถตรวจทั้ง ในห้องตรวจแบบครบวงจร หรือแบบ Home Sleep Test ที่ทำได้ที่บ้าน

      | บทความที่เกี่ยวข้อง ทำไมต้อง “ตรวจการนอนหลับ”

      ที่ VitalSleep Clinic มีบริการตรวจการนอนหลับ Sleep Test แบบทำที่บ้าน (Home Sleep Test) สำหรับคนที่สะดวกนอนที่คลินิกหรือโรงพยาบาล จะได้รับอุปกรณ์ตรวจ Sleep Test พร้อมคำแนะนำการใช้งาน สามารถบันทึกการนอนหลับและการหายใจได้ที่บ้านอย่างสะดวกสบาย



      FAQs คำถามที่พบบ่อย

      1. หยุดหายใจขณะหลับอันตรายไหม?
        อันตรายมาก เพราะเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและเสียชีวิตกะทันหัน
      2. รักษาหายขาดได้หรือไม่?
        บางรายหายขาดหากแก้ไขสาเหตุ เช่น ลดน้ำหนักหรือผ่าตัด
      3. เด็กเป็นหยุดหายใจขณะหลับได้ไหม?
        ได้ โดยเฉพาะเด็กที่มีต่อมทอนซิลโต
      4. ควรตรวจ Sleep Test เมื่อไหร่?
        เมื่อมีอาการกรนหนัก ง่วงทั้งวัน หรือมีโรคหัวใจ ความดันสูง

      Related Blogs and Articles
      Symptoms of sleep apnea

      สิ่งหนึ่งที่มักถูกละเลยคือการดูแลคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นสิ่งสำคัญมากต่อชีวิตประจำวัน การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ

      ใครเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ

      นอนกรนเกิดจากอะไร? เกิดจากการหายใจผ่านช่องทางเดินหายใจที่แคบลงขณะนอนหลับ จากการอุดกั้นของกล้ามเนื้อและอวัยวะภายในช่องปาก ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณคอ เช่น เพดานอ่อน ลิ้นไก่ และทอนซิล สั่นสะเทือนจนเกิดเป็นเสียงกรนในขณะที่นอนหลับอยู่ ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะทางเดินหายใจแคบลง ได้แก่ ระดับความรุนแรงของการนอนกรน สาเหตุของอาการนอนกรน​ อาการนอนกรนสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามความรุนแรงของอาการและผลกระทบที่เกิดขึ้น ข้อมูลจาก News Medical ดังนี้​ ใครบ้างที่เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ? ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่พบมากในกลุ่มต่อไปนี้ อันตรายจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การตรวจการนอนหลับที่ VitalSleep Clinic กุญแจสู่การนอนหลับที่ดีขึ้น ข้อดีของการตรวจการนอนหลับกับ VitalSleep Clinic วิธีการรักษาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ จาก VitalSleep Clinic ได้แก่ สรุป ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) เป็นภาวะที่อาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ที่ VitalSleep Clinic เรามีแนวทางการรักษาที่ทันสมัยและหลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ลดอาการนอนกรน เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ และลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน

      เด็กเล็ก นอนกรน

      เด็กเล็ก นอนกรน เป็นประจำ อาจไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่คิด เพราะอาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการหายใจที่ส่งผลต่อหัวใจและสุขภาพโดยรวม

      อาการไหลตาย

      การนอนหลับของคุณอาจกระทบต่อหัวใจโดยไม่รู้ตัว อาการไหลตายเกิดจากความผิดปกติของหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหยุดหายใจขณะหลับ

      หลายคนอาจจะมองว่าเสียงกรนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วมันสะท้อนถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ เราจะพูดกันถึงวิธีการแก้ไขด้วย “เฝือกฟันแก้นอนกรน”

      แก้การนอนกรน

      ไขความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักเกินกับการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) พร้อมแนวทางฟื้นฟูสมดุลร่างกายจากภายใน

      นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ

      นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ นอนนานแค่ไหนก็ยังไม่สดชื่น? แถมตื่นมาแล้วยังปวดหัวอีก? ปัญหาแบบนี้พบได้บ่อยและอาจมากกว่าการนอนไม่พอ บางครั้งอาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ หรือความผิดปกติอื่น เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจต้องรับการตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจน สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวหลังตื่นนอน การตื่นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะไม่ใช่เรื่องเล็ก หลายกรณีอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่าง ๆ เช่นภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือการนอนกรนรุนแรง ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในร่างกายลดลงระหว่างหลับภาวะขาดน้ำ จะส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือดและสมอง อาจทำให้คุณปวดหัวในช่วงเช้าได้สภาพแวดล้อมการนอนไม่เหมาะสม หมอนที่ไม่พอดี แสงหรือเสียงรบกวน ล้วนส่งผลต่อคุณภาพการนอนผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายเครียด หรือยานอนหลับ อาจทำให้คุณปวดหัวในตอนเช้าได้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด มีผลต่อวงจรการนอนหลับ อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหรือปวดหัวในตอนตื่นไมเกรน โดยเฉพาะในคนที่เคยปวดหัวไมเกรน อาจมีอาการกำเริบในช่วงเช้า ทำไมการนอนไม่พอถึงทำให้ปวดหัวได้? อาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจไม่ได้เกิดจากความเครียดเพียงอย่างเดียว แต่ "การนอนไม่พอ" ก็เป็นตัวการสำคัญที่หลายคนมองข้ามบทความที่เกี่ยวข้อง : สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย ๆ อันตราย อย่าปล่อยไว้ ก่อนเป็นเรื่องใหญ่ 1. ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง สมองจะปรับสมดุลสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และ โดพามีน (Dopamine) ที่ช่วยลดความไวของระบบประสาทต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก เมื่อนอนน้อย ระดับสารเหล่านี้จะเสียสมดุล 2. เพิ่มระดับฮอร์โมนความเครียด การอดนอนจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง คอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรียกกันว่า “ฮอร์โมนความเครียด” เพิ่มมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้อาจไปทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัว และส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในสมอง 3. กล้ามเนื้อตึงและการกดทับของเส้นประสาท ร่างกายอาจตกอยู่ในภาวะ "ตึงเครียด" ตลอดคืนโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และศีรษะที่ไม่สามารถผ่อนคลายได้เต็มที่ ความตึงเครียดนี้อาจส่งผลให้เส้นประสาทในบริเวณศีรษะถูกกดทับจนเกิดอาการปวดศีรษะตอนตื่นนอนได้ 4. การไหลเวียนเลือดผิดปกติ ช่วงเวลานอนหลับ ร่างกายจะเข้าสู่โหมดฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต แต่หากคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ การไหลเวียนเลือดในสมองจะลดลงหรือไม่ราบรื่น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเวียนหัว มึนศีรษะ หรือปวดหัวหลังตื่นนอนได้ 5. เชื่อมโยงกับโรคไมเกรน มีงานวิจัยจาก Susan Bernstein พบว่า การนอนหลับไม่เพียงพออาจเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคไมเกรนในผู้ที่มีแนวโน้มอยู่แล้ว อาจรุนแรงและยาวนานมากากขึ้น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่ “นอนไม่พอเฉย ๆ” ทั้งที่จริงแล้วกำลังเข้าสู่วงจรของไมเกรนเรื้อรัง​ อยากรู้ว่านอนพอไหม? ตรวจการนอนหลับด้วย Belun Ring ได้ที่ VitalSleep Clinic https://www.youtube.com/shorts/yF3sZhOaXGg หากคุณมักตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัว เหนื่อยล้า หรือรู้สึกไม่สดชื่นแม้นอนครบ 7-8 ชั่วโมง อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องเช็กคุณภาพการนอนของตัวเองให้ชัดเจนขึ้น การตรวจการนอนหลับจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า “เรานอนพอจริงไหม?” และ “ร่างกายได้พักผ่อนอย่างมีคุณภาพหรือเปล่า?” สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย https://www.youtube.com/shorts/VHwrvaJPK08 โปรแกรม mHBOT (Mild Hyperbaric Oxygen Therapy) คืออีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนสู่สมอง ฟื้นฟูระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับลึก และลดอาการปวดหัวเรื้อรังที่เกิดจากการนอนไม่เพียงพอหลับลึก หลับสนิทขึ้นลดการตื่นกลางดึกฟื้นฟูระบบสมอง ลดอาการปวดหัวที่เรื้อรังจากการนอนเพิ่มพลังระหว่างวัน ตื่นมาสดชื่น สมองโล่งกว่าเดิม ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง! ผลเสียจากการนอนไม่พอที่คุณอาจคาดไม่ถึง การนอนไม่เพียงพอเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและใจ เช่น:สมาธิลดลง ตัดสินใจช้าอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ายเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการหลับในภูมิคุ้มกันลดลง ป่วยง่ายอยากอาหารมากขึ้น เสี่ยงอ้วนเพิ่มโอกาสเกิดโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันสูง และโรคหัวใจ ควรนอนกี่ชั่วโมงถึงจะพอ? ผู้ใหญ่ ควรนอนวันละ 7–9 ชั่วโมงวัยรุ่น ควรนอน 8–10 ชั่วโมงเด็กเล็ก–ทารก อาจต้องการนอนมากถึง 18 ชั่วโมงต่อวันนอกจากปริมาณแล้ว “คุณภาพของการนอน” ก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณนอนครบ 8 ชั่วโมงแต่หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อย ก็อาจยังรู้สึกง่วงเพลียและปวดหัวในตอนเช้าได้

      Why choose VitalSleep and Wellness
      ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

      ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

      ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

      ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

      ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

      เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

      แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

      นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

      ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

      Medical Director
      แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

      VitalSleep and Wellness
      ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
      • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
      • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
      • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
      • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
      • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
      • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
      • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
      …and much more!