• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย
ผลเสียต่อสุขภาพ
และการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่

ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย

ผลเสียต่อสุขภาพ
และการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่
Table of Contents

ลูกนอนกรนหลายคนอาจคิดว่าการนอนกรนเป็นเพียง “นิสัยการนอนเสียงดัง” แต่ความจริงแล้วในเด็ก การนอนกรนถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่ามีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ และอาจส่งผลต่อสมอง พฤติกรรม และการเจริญเติบโตได้

นอนกรนธรรมดากับนอนกรนที่อันตรายต่างกันอย่างไร?

  • นอนกรนธรรมดา
    เกิดจากความล้าหรือเป็นครั้งคราว เช่น ลูกเป็นหวัด
  • นอนกรนผิดปกติ
    เกิดเป็นประจำทุกคืน ร่วมกับการหยุดหายใจหรือหายใจลำบาก

สาเหตุที่ทำให้ลูกนอนกรน

  • โครงสร้างทางเดินหายใจ
    เด็กบางคนมีโครงสร้างใบหน้า คาง หรือโพรงจมูกที่เล็ก ทำให้อากาศไหลผ่านลำบาก
  • ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต
    เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของเด็กที่นอนกรน โดยต่อมโตไปกีดขวางทางเดินหายใจ
  • โรคอ้วนและน้ำหนักเกิน
    เนื้อเยื่อไขมันรอบคอทำให้หลอดลมตีบแคบ
  • ภูมิแพ้และไซนัสอักเสบเรื้อรัง
    จมูกอุดตัน หายใจไม่สะดวก ส่งผลให้เด็กหายใจทางปากและกรนได้
  • พฤติกรรมการนอนและสิ่งแวดล้อม
    เช่น นอนดึก นอนหงาย หรือห้องมีฝุ่นมาก

วิธีสังเกตว่าลูกนอนกรนผิดปกติหรือไม่?

  • กรนดังทุกคืน
  • มีช่วงหยุดหายใจหรือสะดุ้ง
  • ตอนกลางวันง่วง ซึม หงุดหงิด หรือเรียนไม่รู้เรื่อง
ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย ผลเสียต่อสุขภาพและการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่

มีงานวิจัยในไทยชี้ว่า แม้ความชุกของ OSA ในเด็กจะแตกต่างกันตามประชากรและวิธีตรวจ แต่ความเชื่อมโยงกับผลกระทบด้านพฤติกรรม การเรียน และการพัฒนาทางสติปัญญาถือว่าชัดเจน งานศึกษาพื้นที่หนึ่งในไทยรายงานอัตรา OSA ประมาณ 0.69% ในเด็กอายุ 6–13 ปี ขณะที่งานทบทวนบางชิ้นประเมินว่าความชุกอาจสูงถึง ~4% ในบางประชากร แปลว่าการคัดกรอง และการตรวจ Sleep Test เมื่อสงสัยเป็นเรื่องสำคัญเพื่อลดผลกระทบระยะยาว

นอนกรนในเด็ก กระทบต่อ “สมองและการเรียนรู้”

การนอนกรนเรื้อรังในเด็ก โดยเฉพาะหากมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (OSA) สามารถส่งผลโดยตรงต่อ สมอง การเรียนรู้ และพฤติกรรมในห้องเรียน ได้อย่างมีนัยสำคัญ

  1. การนอนหลับไม่ต่อเนื่อง ทำให้สมองไม่ได้พักเต็มที่
  2. ส่งผลต่อสมาธิ ความจำ และพฤติกรรม
  3. ผลระยะยาวต่อการพัฒนา IQ และทักษะการเรียนรู้

การวินิจฉัยและตรวจเพิ่มเติม

แพทย์เฉพาะทางอาจแนะนำการตรวจ Sleep Test เพื่อตรวจวัดระดับออกซิเจน คุณภาพการนอน และจังหวะการหายใจ เพื่อประเมินว่าลูกมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับหรือไม่

การรักษานอนกรนในเด็กที่ VitalSleep Clinic

การนอนกรนในเด็กไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะนอกจากจะรบกวนการนอน ยังอาจส่งผลต่อพัฒนาการ สมาธิ และการเรียนรู้ของลูกได้ VitalSleep Clinic จึงมุ่งเน้นการรักษาที่ ปลอดภัย อ่อนโยน และเหมาะสมตามช่วงวัย โดยใช้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่

1. Myofunctional Therapy

      การออกกำลังกายกล้ามเนื้อช่องปากและใบหน้า ช่วยให้การหายใจทางจมูกดีขึ้น ลดการอุดกั้นทางเดินหายใจ และป้องกันการกรนในระยะยาว

      2. Breastfeeding Tongue-Tie Release (FF)

      การรักษาภาวะลิ้นติดในเด็กเล็ก เพื่อช่วยให้ลิ้นเคลื่อนไหวได้อิสระมากขึ้น ส่งผลต่อการหายใจ การกลืน และลดโอกาสการกรนตั้งแต่วัยทารก

      3. Rapid Palatal Expander (RPE) / Transpalatal Arch (TPA)

      อุปกรณ์ทันตกรรมที่ช่วยขยายเพดานปากและปรับโครงสร้างขากรรไกร ทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น เด็กหายใจสะดวกและลดการนอนกรน

      ตารางสรุปการรักษานอนกรนในเด็กจาก VitalSleep Clinic

      สรุปMyofunctional TherapyBreast-Feeding Tongue-Tie Release (FF)RPE / TPA
      หลักการแนวคิดฝึกกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และการหายใจให้ทำงานได้ดี ลดการกดทับทางเดินหายใจผ่าตัดตัดเนื้อเยื่อใต้ลิ้น (Frenulum) ที่รั้งลิ้น เพื่อให้ลิ้นเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ลดการอุดตันทางเดินหายใจขยายเพดานแข็ง (Maxilla) ด้วยเครื่องมือขยายเพดาน และใช้ TPA ช่วยคงรูป เพื่อเพิ่มช่องทางเดินลม
      เหมาะกับใคร?เด็กอายุมากกว่า ~3 ปีขึ้นไป ที่สามารถฝึกแบบมีส่วนร่วมได้ทารก หรือเด็กเล็กที่มีภาวะ Tongue-Tie (ลิ้นรั้ง) ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยเด็กตอนต้นเด็กที่มีโครงสร้างเพดานแคบ ค้างหรือมีภาวะอุดกั้นในเพดานแข็ง ต้องการขยายช่องทางการหายใจ
      ประโยชน์หลัก• ลดเสียงกรน
      • ปรับท่าลิ้นและทางหายใจให้เหมาะสม
      • เสริมสุขภาพช่องปากโดยรวม
      • ลดการอุดตันส่วนบนของทางเดินหายใจ
      • ช่วยให้ลิ้นเคลื่อนที่ได้เต็มที่
      • ป้องกันปัญหาภาษา พูด กลืนในอนาคต
      • ขยายช่องเพดานและทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น
      • ลดแรงดันที่อาจกดทับอากาศตอนหายใจ
      • ช่วยลดอาการกรนหรือภาวะอุดกั้นบางกรณี
      ข้อจำกัด• ต้องใช้เวลาและความร่วมมือ
      • ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนทันที
      • แก้ปัญหาโครงสร้างที่รุนแรงไม่ได้
      • เป็นการผ่าตัดแม้จะเล็กน้อย
      • อาจมีอาการเจ็บ บวม หรือเสี่ยงเลือดออก
      • ต้องประเมินและเลือกรักษาให้เหมาะสม
      • อาจมีความเจ็บขณะติดเครื่องมือ
      • ต้องติดตามการปรับตัวและการดูแล
      • ไม่ได้แก้ปัญหาทุกจุด เช่น หากมีปัญหากล้ามเนื้อร่วม
      ผลลัพธ์ที่คาดหวังค่อยเป็นค่อยไป ลดกรนเมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ผลลัพธ์ในระยะยาวมักเห็นผลเร็วในด้านการเคลื่อนไหวของลิ้น การหายใจ และลดการอุดตันผลระยะกลางถึงยาวในการเพิ่มช่องทางลมหายใจ ลดแรงกดอากาศในเพดาน

      สรุป

      การนอนกรนในเด็ก ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาเสียงดังเวลานอน แต่เป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะภาวะ หยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่อาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อพัฒนาการ สมอง การเจริญเติบโต และคุณภาพชีวิตของเด็ก

      FAQs ปัญหาลูกนอนกรน

      1. เด็กเล็กนอนกรนถือว่าปกติหรือไม่?

        ไม่ปกติ หากเกิดบ่อยและเสียงดัง ควรพาไปตรวจ

        2. ลูกนอนกรนแต่ไม่มีอาการอื่นอันตรายไหม?

          ยังถือว่าควรตรวจ เพราะบางครั้งมีภาวะหยุดหายใจแฝง

          3. ถ้าลูกนอนกรนต้องทำ Sleep Test ทุกคนไหม?

          ไม่จำเป็นทุกราย แต่หากกรนรุนแรงหรือสงสัยมี OSA ควรตรวจ

          4. ลูกนอนกรนหายได้เองหรือไม่?

          บางรายหายเองเมื่อโตขึ้น แต่ส่วนใหญ่ต้องการการรักษา

          5. วิธีป้องกันไม่ให้ลูกนอนกรนมีอะไรบ้าง?

          ควบคุมน้ำหนัก จัดห้องนอนให้สะอาด ปรับพฤติกรรมนอนให้ถูกต้อง

          Related Blogs and Articles
          World Sleep Day 2025

          World Sleep Day หรือ วันนอนหลับโลก เกิดขึ้นภายใต้สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลก (World Association of Sleep Medicine: WASM) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพ และตระหนักรู้ถึงความอันตรายของปัญหาการนอนหลับ เป็นการสื่อสารไปสู่ผู้คนในวงกว้างด้วยความพยายามที่จะป้องกันและบรรเทาปัญหาการนอนของคนทั้งโลก และรณรงค์ให้ผู้คนเห็นความสำคัญของการหลับที่มีคุณภาพ ถูกจัดขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2551 หลังจากนั้นมีการจัดกิจกรรมขึ้นเป็นประจำทุกปี ขณะนี้มีประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรม วันนอนหลับโลก แล้วมากกว่า 67 ประเทศทั่วโลก เปิดสถิติ คนไทยประสบปัญหาการนอนหนัก การนอนหลับ คือการพักผ่อนที่ดีที่สุดของการฟื้นฟูร่างกาย แท้จริงแล้ว การนอนหลับไม่ใช่เพียงแค่เป็นการพักผ่อนอย่างเดียวเท่านั้น มนุษย์ใช้เวลามากถึง 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการนอน เพื่อเติมพลังให้ชีวิตสามารถใช้ชีวิตอีก 2 ใน 3 ที่เหลือ การนอนหลับที่มีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากของชีวิตมนุษย์ เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่การนอนหลับที่มีคุณภาพ ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า คนไทยมากมึง 19 ล้านคน กำลังประสบปัญหาการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ เช่น การนอนหลับไม่สนิท หลับ ๆ ตื่น ๆ ตื่นกลางดึกบ่อยเพื่อเข้าห้องน้ำ นอนกรน หรือรุนแรงถึงหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพบปัญหาเหล่านี้ได้ในคนอายุน้อยลงมากขึ้น การนอนหลับที่มีคุณภาพ เป็นอย่างไร การนอนหลับที่มีคุณภาพ หรือ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงในการนอนหลับเพียงอย่างเดียว ความลึกของการนอนหลับกับเวลาเข้านอนที่เหมาะสมก็มีความสำคัญอย่างมาก หากหลับลึกไม่พอ หรือความผิดปกติระหว่างการนอนบางอย่าง อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหลังตื่นนอนในช่วงเช้า (Unrested Sleep) อาจส่งผลกระทบกับระบบความจำ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพ กระทบการเรียน การทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน โดยทั่วไป ระยะเวลาที่เหมาะสมในการนอนแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่สามารถอ้างอิงเวลาการนอนที่เหมาะสมสำหรับแต่ล่วงวัยได้ ดังนี้ เด็กแรกเกิด (อายุ 0-3 เดือน) = 14-17 ชั่วโมงต่อวัน เด็กทารก (อายุ 4-11 เดือน) = 12-15 ชั่วโมงต่อวัน เด็กเล็ก (อายุ 1-2 ปี) = 11-14 ชั่วโมงต่อวัน วัยอนุบาล (3-5 ปี) = 10-13 ชั่วโมงต่อวัน วัยประถม (6-13 ปี) = 9-11 ชั่วโมงต่อวัน วัยมัธยม (14-17 ปี) = 8-10 ชั่วโมงต่อวัน วัยรุ่น (18-25 ปี) = 7-9 ชั่วโมงต่อวัน วัยทำงาน (26-64 ปี) = 7-9 ชั่วโมงต่อวัน วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) = 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เช็คลิสต์ อาการนอนหลับผิดปกติ ตื่นมาปัสสาวะบ่อยกลางดึก (Nocturnal Urination)อาจเป็นการตอบสนองของร่างกาย เกิดจากหัวใจสูบฉีดเลือดเพิ่มมากขึ้นหลังเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Bradycardia-tachycardia) เลือดไปเลี้ยงที่ไตเพิ่มขึ้น มีผลทำให้มีน้ำปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะมากขึ้นขณะนอนหลับ ในขณะเดียวกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้นอนหลับไม่ค่อยลึก จึงทำให้สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกปวดปัสสาวะได้ง่ายมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน (Excessive Daytime Sleepiness)เป็นความผิดปกติที่ต้องรีบหาสาเหตุและรักษา อาจะส่งผลอันตรายในขณะขับขี่ยานพาหนะ หรือเกิดอุบัติเหตุได้ในขณะปฏิบัติงาน และอาจนำไปสู่โรคเกี่ยวกับการนอนอื่น ๆ เช่น หยุดหายใจขณะหลับ ไหลตาย Insomnia หรือ Narcolepsy และอื่นๆขาขยุกขยิก (Restless Legs)เป็นอาการที่ทำให้ต้องขยับขาไปมา เพราะรู้สึกมีความผิดปกติที่บริเวณขา จึงต้องขยับบ่อย ๆ เพื่อทำให้ความรู้สึกผิดปกติที่ขาลดลง อาการนี้มักพบได้ในช่วงเวลาค่ำ อาจพบในรายที่มีอาการโลหิตจาง (Iron deficiency) ในช่วงขณะตั้งครรภ์ (pregnancy) คนไข้โรคไตวาย (chronic renal failure) และโรคอื่น ๆปวดศีรษะหลังเพิ่งตื่นนอนตอนเช้า (Morning Headache)อาจเป็นผลมาจากที่ขณะนอนหลับไม่สามารถขับถ่าย Carbon Dioxide ออกจากร่างกายได้อย่างเหมาะสม มีผลทำให้เส้นเลือดแดงในสมองขยายตัวจาก Respiratory Acidosis จึงทำให้รู้สึกปวดศีรษะ และอาการนี้จะรุ้สึกได้มากในช่วงเวลาเช้าหลังเพิ่งตื่นนอนนอนกรน (Snoring)มีเสียงหายใจดังมาก หรือ เสียงกรนดังขณะนอนหลับ ส่งผลกระทบทั้งสุขภาพของตนเอง และอาจะส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ด้วย เป็นอาการอันตราย ต้องรีบหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม หากปล่อยไว้ไม่รักษาจะมีผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว เช่น Cardiovascular Problems Metabolic Syndrome ความจำเสื่อม ความดันสูง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และอื่น ๆหยุดหายใจในขณะนอนหลับ (Sleep Apnea)เป็นอาการผิดปกติของการนอนกลับที่อันตรายรุนแรง อาจส่งผลร้ายแรงถึงเสียชีวิตได้ โรคหยุดหายใจขณะหลับอาจสังเกตได้อย่างหากไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น สำลักขณะนอนหลับ (Waking up Choking) ตื่นขึ้นมากลางดึกอย่างกะทันหันเพื่อหายใจ (Waking up Gasping) Cognitive Dysfunctionsนอนไม่เพียงพอหรือมีปัญหาเรื่องการนอนหลับอาจมีผลต่อหน้าที่การทำงานของสมอง รวมทั้งความทรงจำทั้งในระยะสั้น และในระยะยาวถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที การนอนหลับ ตรวจคุณภาพได้ Sleep Test (Polysomnography) หรือ การตรวจคุณภาพการนอนหลับ คือ การตรวจวัดคลื่นสมอง ระดับออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ และการหายใจระหว่างการนอนหลับ นอกจากนั้นยังตรวจจับการเคลื่อนไหวของดวงตาและการเคลื่อนไหวร่างกายบางส่วน เพื่อตรวจดูคุณภาพการนอนหลับ ค้นหาความผิดปกติของการนอน หรือ โรคที่เกี่ยวเนื่องกับการนอนบางอย่าง อาการนอนกรน หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นสาเหตุของโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรค สมองเสื่อม...

          ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

          การนอนกรนเป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้าม ที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาทางสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

          Treat teeth grinding with a mouthguard

          นอนกัดฟันคืออะไร? การนอนกัดฟัน หรือ Sleep Bruxism เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองมีพฤติกรรมนอนกัดฟัน เพราะมักเกิดขึ้นในขณะที่กำลังนอนหลับและตอนที่ไม่รู้ตัว อาจเป็นเพียงพฤติกรรมที่ไม่ได้ส่งผลเสียใหญ่โตมากนัก แต่อสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น ฟันสึกกร่อน ปวดข้อขากรรไกร และอาจมีผลเสียต่อเนื้อเยื่อกระดูกและเหงือกหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม สาเหตุของการนอนกัดฟัน ​American Academy of Sleep Medicine ได้กล่าวไว้ว่า ถึงแม้จะไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดว่านอนกัดฟันเกิดจากอะไร แต่ก็สามารถคาดเดาเอาได้จากหลายปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องที่พบได้บ่อย คือความเครียดและความวิตกกังวล เป็นสิ่งที่หลายคนกำลังเจออยู่ในชีวิตประจำวัน เวลาที่เราเครียดหรือวิตกกังวล อาจกัดฟันหรือกดดันฟันในช่วงเวลาเราที่ไม่รู้ตัวในระหว่างการนอนหลับ ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ปัญหาฟันซ้อนเก ความผิดปกติทางโครงสร้างฟัน ก็อาจทำให้เกิดพฤติกรรมนี้ได้​ การรักษานอนกัดฟันที่ VitalSleep Clinic ปัจจุบันมีวิธีการรักษานอนกัดฟันหลายวิธี คนไข้สามารถปรึกษาทันตแพทย์ แพทย์เฉพาะทาง หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง การรักษาสามารถทำได้ตั้งแต่การใช้เครื่องมือทันตกรรม เช่น การใช้ยางกัดฟันหรือเฝือกฟัน (Splint) สำหรับคนที่สงสัยว่าตัวเองกำลังมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วยกับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) จะช่วยวินิจฉัยและให้แนวทางการรักษาที่ตรงจุดมากขึ้น วิธีการเก็บรักษายางกัดฟัน ยางกัดฟันเหมาะกับใครบ้าง? การใช้ยางกัดฟันเหมาะกับผู้ที่มีพฤติกรรมนอนกัดฟันที่เรื้อรัง คนที่มีอาการเจ็บปวดฟันหรือขากรรไกรเมื่อตอนตื่นนอน โดยเฉพาะคนที่มีเสียงกัดฟันดังหรือรบกวนคนที่นอนข้าง ๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มีอาการรุนแรง เช่น ฟันสึกมากเกินไป ปวดขากรรไกรอย่างต่อเนื่อง หรือสงสัยว่ามีภาวะอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การหยุดหายใจขณะหลับ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับคำแนะนำการรักษาเพิ่มเติม ที่ VitalSleep Clinic เรามีการรักษานอนกัดฟันด้วย “ยางกัดฟันเฉพาะบุคคล” ที่ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับรูปฟันของแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ ต่างจากยางกัดฟันทั่วไปที่อาจไม่พอดีกับช่องปาก ยางกัดฟันของเราผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง มีความยืดหยุ่นและทนทาน สามารถช่วยลดแรงกดบนฟัน ลดอาการปวดกราม และป้องกันไม่ให้ฟันสึกจากการกัดฟันระหว่างนอนหลับ ข้อดีของยางกัดฟันที่ VitalSleep Clinic บทความที่เกี่ยวข้อง นอนกัดฟัน ปัญหาจุกจิก อาจเป็นเรื่องใหญ่ สรุป การนอนกัดฟันเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปแต่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้ยางกัดฟัน (Splint) อุปกรณ์นี้ช่วยป้องกันไม่ให้ฟันถูกทำลายจากการกัดฟันขณะหลับ ช่วยลดความเจ็บปวดและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับฟันและขากรรไกร การใช้ยางกัดฟันเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณมีอาการนอนกัดฟันที่รุนแรง ควรเข้ามาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

          Brain stimulation technology

          โปรแกรม EXOMIND เทคโนโลยีกระตุ้นสมอง ที่ช่วยให้หลับง่าย หลับลึก หลับไว คุณเคยไหม?... ที่พยายามเข้านอนตั้งแต่สามทุ่ม แต่ตาแข็งยันตีสอง? หรือแม้จะนอนได้แต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกยังไม่สดชื่น เหมือนนอนไม่พอ EXOMIND อาจเป็นคำตอบใหม่สำหรับคนที่กำลังต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้ ทำไม? การนอนหลับถึงสำคัญ หลับลึก (Deep Sleep) คืออะไร? Deep Sleep คือช่วงที่สมองของคุณพักผ่อนจริง ๆ เป็นช่วงที่ระบบซ่อมแซมร่างกายเริ่มทำงานเต็มที่ ฮอร์โมนเจริญเติบโตหลั่ง ระบบภูมิคุ้มกันรีเซ็ต และความจำระยะยาวเริ่มเก็บข้อมูล ถ้าคุณไม่มี Deep Sleep คุณจะเหนื่อยง่าย หลงลืม และรู้สึกไม่สดชื่นตลอดวัน ผลกระทบของการนอนไม่พอ ปัญหาการนอนที่คนไทยเจอกันบ่อย เรื่อง “การนอนหลับ” กลับมีคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่กำลังเผชิญกับภาวะนอนไม่มีคุณภาพแบบไม่รู้ตัว ปัญหาการนอนหลับไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ "ง่วงตอนกลางวัน" แต่ยังส่งผลลึกไปถึงสมอง หัวใจ อารมณ์ และประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตทุกด้าน โดยเฉพาะ 2 ปัญหาหลักที่พบบ่อย คือ นอนไม่หลับ และ หลับไม่ลึก นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก ถ้าคุณเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม หวังจะตื่นมาสดชื่นในวันพรุ่งนี้ แต่ดันนอนพลิกตัวไปมาเหมือนอยู่บนเตียง ตาแข็งจนถึงตีสอง บางคืนหลับได้ก็จริง แต่กลับตื่นขึ้นมาตอนตีสาม ตีสี่ แล้วนอนต่อไม่ได้อีกเลย อาการเหล่านี้เรียกว่า Insomnia หรือ ภาวะนอนไม่หลับ ในระยะสั้น การนอนไม่หลับอาจทำให้เราง่วง สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน แต่ถ้านานวันเข้าจะเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ หลับไม่ลึก รู้สึกไม่สดชื่น บางคนหลับง่ายมาก ๆ แต่ตื่นเช้ามาแล้วกลับรู้สึก “เหนื่อยกว่าเดิม” เหมือนไม่ได้นอนเลย นั่นคือสัญญาณของภาวะหลับไม่ลึก (Poor Deep Sleep) ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่คนไทยมักมองข้าม การหลับไม่ลึกคือการที่ร่างกายไม่ได้เข้าสู่ช่วง Deep Sleep ที่เป็นช่วงที่สมองหลั่งโกรทฮอร์โมน ฟื้นฟูร่างกาย ซ่อมแซมเซลล์ และเคลียร์สารพิษที่สะสมในสมอง EXOMIND คืออะไร? โปรแกรม EXOMIND คือเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็ก (BTL Neurostimulation) โดยใช้หลักการของการกระตุ้นสมองผ่านสนามแม่เหล็กความเข้มต่ำ เพื่อปรับวงจรการนอนให้สมดุลมากขึ้น เทคโนโลยี BTL คือการใช้คลื่นแม่เหล็กระดับต่ำ (Low-Intensity Pulsed Electromagnetic Field หรือ PEMF) ที่ปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัด ช่วยกระตุ้นสมองส่วน Prefrontal Cortex ที่เกี่ยวข้องกับการนอน การผ่อนคลาย และการฟื้นฟูจิตใจ โปรแกรม EXOMIND ช่วยการนอนหลับได้อย่างไร? กระตุ้นสมองส่วนลึกเพื่อปรับวงจรการนอน EXOMIND ช่วยให้สมองปรับคลื่นให้เข้าสู่โหมดพักผ่อนโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องฝืน ไม่ต้องกดดันตัวเองให้นอน ช่วยให้เข้าสู่ Deep Sleep ได้ไวขึ้น คนที่เข้ารับการทำ EXOMIND อย่างต่อเนื่องจะพบว่าใช้เวลาน้อยลงในการเข้าสู่ระยะหลับลึก และตื่นมาพร้อมความรู้สึกสดชื่นมากขึ้น ใครบ้าง? ควรลองโปรแกรม EXOMIND คนที่มีปัญหาการนอนที่เรื้อรัง หรือเคยลองมาหลายวิธีแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น หากกำลังสงสัยว่า "เราเหมาะกับโปรแกรมนี้ไหม?" มาดูประเภทของคนที่ควรลอง EXOMIND กัน สรุป ไม่ว่าจะเป็น "นอนไม่หลับ" หรือลงนอนแล้ว "หลับไม่ลึก" ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้จบที่ความง่วงตอนเช้า แต่มันสะท้อนถึงสมดุลภายในสมอง ระบบประสาท และสุขภาพโดยรวม ซึ่งการหาแนวทางช่วยฟื้นฟูการนอนตั้งแต่รากฐาน เช่น การใช้โปรแกรม EXOMIND จึงกลายเป็นทางเลือกที่คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น FAQs คำถามที่พบบ่อย

          นอนกรน เสี่ยง โรคใหลตาย

          อาการนอนกรนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่สร้างความรำคาญใจให้กับคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่อันตรายถึงชีวิต

          snoring test

          ตรวจการนอนกรน ราคาเหมาะสม คุ้มค่าในการดูแลสุขภาพ ช่วยวิเคราะห์คุณภาพการนอน ลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อน เข้าใจร่างกายอย่างแท้จริง

          ป้องกันหยุดหายใจขณะหลับ

          หลายคนคิดว่าเสียงกรนเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของโรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะอื่น ๆ ที่กระทบต่อหัวใจ สมอง

          Why choose VitalSleep and Wellness
          ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

          ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

          ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

          ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

          ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

          เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

          แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

          นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

          ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

          Medical Director
          แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

          VitalSleep and Wellness
          ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
          • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
          • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
          • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
          • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
          • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
          • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
          • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
          …and much more!