• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย
ผลเสียต่อสุขภาพ
และการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่

ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย

ผลเสียต่อสุขภาพ
และการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่
Table of Contents

ลูกนอนกรนหลายคนอาจคิดว่าการนอนกรนเป็นเพียง “นิสัยการนอนเสียงดัง” แต่ความจริงแล้วในเด็ก การนอนกรนถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่ามีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ และอาจส่งผลต่อสมอง พฤติกรรม และการเจริญเติบโตได้

นอนกรนธรรมดากับนอนกรนที่อันตรายต่างกันอย่างไร?

  • นอนกรนธรรมดา
    เกิดจากความล้าหรือเป็นครั้งคราว เช่น ลูกเป็นหวัด
  • นอนกรนผิดปกติ
    เกิดเป็นประจำทุกคืน ร่วมกับการหยุดหายใจหรือหายใจลำบาก

สาเหตุที่ทำให้ลูกนอนกรน

  • โครงสร้างทางเดินหายใจ
    เด็กบางคนมีโครงสร้างใบหน้า คาง หรือโพรงจมูกที่เล็ก ทำให้อากาศไหลผ่านลำบาก
  • ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต
    เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของเด็กที่นอนกรน โดยต่อมโตไปกีดขวางทางเดินหายใจ
  • โรคอ้วนและน้ำหนักเกิน
    เนื้อเยื่อไขมันรอบคอทำให้หลอดลมตีบแคบ
  • ภูมิแพ้และไซนัสอักเสบเรื้อรัง
    จมูกอุดตัน หายใจไม่สะดวก ส่งผลให้เด็กหายใจทางปากและกรนได้
  • พฤติกรรมการนอนและสิ่งแวดล้อม
    เช่น นอนดึก นอนหงาย หรือห้องมีฝุ่นมาก

วิธีสังเกตว่าลูกนอนกรนผิดปกติหรือไม่?

  • กรนดังทุกคืน
  • มีช่วงหยุดหายใจหรือสะดุ้ง
  • ตอนกลางวันง่วง ซึม หงุดหงิด หรือเรียนไม่รู้เรื่อง
ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย ผลเสียต่อสุขภาพและการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่

มีงานวิจัยในไทยชี้ว่า แม้ความชุกของ OSA ในเด็กจะแตกต่างกันตามประชากรและวิธีตรวจ แต่ความเชื่อมโยงกับผลกระทบด้านพฤติกรรม การเรียน และการพัฒนาทางสติปัญญาถือว่าชัดเจน งานศึกษาพื้นที่หนึ่งในไทยรายงานอัตรา OSA ประมาณ 0.69% ในเด็กอายุ 6–13 ปี ขณะที่งานทบทวนบางชิ้นประเมินว่าความชุกอาจสูงถึง ~4% ในบางประชากร แปลว่าการคัดกรอง และการตรวจ Sleep Test เมื่อสงสัยเป็นเรื่องสำคัญเพื่อลดผลกระทบระยะยาว

นอนกรนในเด็ก กระทบต่อ “สมองและการเรียนรู้”

การนอนกรนเรื้อรังในเด็ก โดยเฉพาะหากมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (OSA) สามารถส่งผลโดยตรงต่อ สมอง การเรียนรู้ และพฤติกรรมในห้องเรียน ได้อย่างมีนัยสำคัญ

  1. การนอนหลับไม่ต่อเนื่อง ทำให้สมองไม่ได้พักเต็มที่
  2. ส่งผลต่อสมาธิ ความจำ และพฤติกรรม
  3. ผลระยะยาวต่อการพัฒนา IQ และทักษะการเรียนรู้

การวินิจฉัยและตรวจเพิ่มเติม

แพทย์เฉพาะทางอาจแนะนำการตรวจ Sleep Test เพื่อตรวจวัดระดับออกซิเจน คุณภาพการนอน และจังหวะการหายใจ เพื่อประเมินว่าลูกมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับหรือไม่

การรักษานอนกรนในเด็กที่ VitalSleep Clinic

การนอนกรนในเด็กไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะนอกจากจะรบกวนการนอน ยังอาจส่งผลต่อพัฒนาการ สมาธิ และการเรียนรู้ของลูกได้ VitalSleep Clinic จึงมุ่งเน้นการรักษาที่ ปลอดภัย อ่อนโยน และเหมาะสมตามช่วงวัย โดยใช้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่

1. Myofunctional Therapy

      การออกกำลังกายกล้ามเนื้อช่องปากและใบหน้า ช่วยให้การหายใจทางจมูกดีขึ้น ลดการอุดกั้นทางเดินหายใจ และป้องกันการกรนในระยะยาว

      2. Breastfeeding Tongue-Tie Release (FF)

      การรักษาภาวะลิ้นติดในเด็กเล็ก เพื่อช่วยให้ลิ้นเคลื่อนไหวได้อิสระมากขึ้น ส่งผลต่อการหายใจ การกลืน และลดโอกาสการกรนตั้งแต่วัยทารก

      3. Rapid Palatal Expander (RPE) / Transpalatal Arch (TPA)

      อุปกรณ์ทันตกรรมที่ช่วยขยายเพดานปากและปรับโครงสร้างขากรรไกร ทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น เด็กหายใจสะดวกและลดการนอนกรน

      ตารางสรุปการรักษานอนกรนในเด็กจาก VitalSleep Clinic

      สรุปMyofunctional TherapyBreast-Feeding Tongue-Tie Release (FF)RPE / TPA
      หลักการแนวคิดฝึกกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และการหายใจให้ทำงานได้ดี ลดการกดทับทางเดินหายใจผ่าตัดตัดเนื้อเยื่อใต้ลิ้น (Frenulum) ที่รั้งลิ้น เพื่อให้ลิ้นเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ลดการอุดตันทางเดินหายใจขยายเพดานแข็ง (Maxilla) ด้วยเครื่องมือขยายเพดาน และใช้ TPA ช่วยคงรูป เพื่อเพิ่มช่องทางเดินลม
      เหมาะกับใคร?เด็กอายุมากกว่า ~3 ปีขึ้นไป ที่สามารถฝึกแบบมีส่วนร่วมได้ทารก หรือเด็กเล็กที่มีภาวะ Tongue-Tie (ลิ้นรั้ง) ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยเด็กตอนต้นเด็กที่มีโครงสร้างเพดานแคบ ค้างหรือมีภาวะอุดกั้นในเพดานแข็ง ต้องการขยายช่องทางการหายใจ
      ประโยชน์หลัก• ลดเสียงกรน
      • ปรับท่าลิ้นและทางหายใจให้เหมาะสม
      • เสริมสุขภาพช่องปากโดยรวม
      • ลดการอุดตันส่วนบนของทางเดินหายใจ
      • ช่วยให้ลิ้นเคลื่อนที่ได้เต็มที่
      • ป้องกันปัญหาภาษา พูด กลืนในอนาคต
      • ขยายช่องเพดานและทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น
      • ลดแรงดันที่อาจกดทับอากาศตอนหายใจ
      • ช่วยลดอาการกรนหรือภาวะอุดกั้นบางกรณี
      ข้อจำกัด• ต้องใช้เวลาและความร่วมมือ
      • ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนทันที
      • แก้ปัญหาโครงสร้างที่รุนแรงไม่ได้
      • เป็นการผ่าตัดแม้จะเล็กน้อย
      • อาจมีอาการเจ็บ บวม หรือเสี่ยงเลือดออก
      • ต้องประเมินและเลือกรักษาให้เหมาะสม
      • อาจมีความเจ็บขณะติดเครื่องมือ
      • ต้องติดตามการปรับตัวและการดูแล
      • ไม่ได้แก้ปัญหาทุกจุด เช่น หากมีปัญหากล้ามเนื้อร่วม
      ผลลัพธ์ที่คาดหวังค่อยเป็นค่อยไป ลดกรนเมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ผลลัพธ์ในระยะยาวมักเห็นผลเร็วในด้านการเคลื่อนไหวของลิ้น การหายใจ และลดการอุดตันผลระยะกลางถึงยาวในการเพิ่มช่องทางลมหายใจ ลดแรงกดอากาศในเพดาน

      สรุป

      การนอนกรนในเด็ก ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาเสียงดังเวลานอน แต่เป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะภาวะ หยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่อาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อพัฒนาการ สมอง การเจริญเติบโต และคุณภาพชีวิตของเด็ก

      FAQs ปัญหาลูกนอนกรน

      1. เด็กเล็กนอนกรนถือว่าปกติหรือไม่?

        ไม่ปกติ หากเกิดบ่อยและเสียงดัง ควรพาไปตรวจ

        2. ลูกนอนกรนแต่ไม่มีอาการอื่นอันตรายไหม?

          ยังถือว่าควรตรวจ เพราะบางครั้งมีภาวะหยุดหายใจแฝง

          3. ถ้าลูกนอนกรนต้องทำ Sleep Test ทุกคนไหม?

          ไม่จำเป็นทุกราย แต่หากกรนรุนแรงหรือสงสัยมี OSA ควรตรวจ

          4. ลูกนอนกรนหายได้เองหรือไม่?

          บางรายหายเองเมื่อโตขึ้น แต่ส่วนใหญ่ต้องการการรักษา

          5. วิธีป้องกันไม่ให้ลูกนอนกรนมีอะไรบ้าง?

          ควบคุมน้ำหนัก จัดห้องนอนให้สะอาด ปรับพฤติกรรมนอนให้ถูกต้อง

          Related Blogs and Articles
          ตรวจการนอนหลับ

          เหนื่อยแม้นอนเต็มคืน อาจเกิดจากคุณภาพการนอนที่ไม่สมดุล วงจรหลับลึกและ REM Sleep สั้นลง ตรวจการนอนหลับช่วยค้นหาสาเหตุได้

          หยุดหายใจขณะหลับ ระวัง

          อาการที่ร่างกายหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ระหว่างการนอนหลับ โดยไม่รู้ตัว ปัญหานี้เกิดจากทางเดินหายใจส่วนบนถูกปิดกั้น

          7 วิธีรักษานอนกรน

          วิธีรักษานอนกรนที่หลาย ๆ คนอาจจะกำลังมองหาวิธีที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ เพื่อจะได้นอนหลับอย่างมีคุณภาพและตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดชื่นในทุก ๆ เช้า อาการนอนกรนที่เกิดขึ้น นอกจากจะเป็นปัญหากับคนที่อยู่รอบตัวคุณแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวของคุณเองอีกด้วย ลองมาดู 7 วิธี ที่สามารถช่วยลดอาการนอนกรนได้โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ ​ทั้ง 7 วิธีที่แนะนำจาก Sleep Foundation เป็นเพียงวิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้น แต่หากคุณทำตามแล้วยังมีอาการนอนกรนอยู่ หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย ควรรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจการนอนหลับ Sleep Test และรับการรักษาอย่างถูกวิธี​ สัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่ควรสังเกต หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ควรรีบเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อทำการวินิจฉัยและได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เพราะภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นอันตรายที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว การรักษาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับโดยแพทย์เฉพาะทาง ที่ VitalSleep Clinic เรามีวิธีการรักษาอาการนอนกรนโดยไม่ต้องผ่าตัดที่ได้ผลดี 4 วิธี ได้แก่ เป็นนวัตกรรมการรักษาที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าและทางเดินหายใจให้แข็งแรง เป็นวิธีที่แพทย์แนะนำเพราะช่วยแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้ เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้นในขณะที่นอนหลับ โดยจะช่วยดันขากรรไกรล่างไปข้างหน้าเล็กน้อย ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพในการลดอาการนอนกรน และที่ VitalSleep Clinic คุณมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยของอุปกรณ์ เพราะผลิตจากห้องแล็บที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางที่ได้รับการรับรองจาก American Board of Dental Sleep Medicine จะสำหรับคนที่มีอาการกรนจากการหย่อนของกล้ามเนื้อบริเวณโคนลิ้นหรือเยื่อบุจมูก ทำให้ลมหายใจไหลเวียนได้สะดวกขึ้น โดยการรักษานี้จะต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น เครื่องช่วยหายใจนี้ ป้องกันทางเดินหายใจไม่ให้ปิดกั้นในขณะนอนหลับ ทำให้คุณรับออกซิเจนได้อย่างเพียงพอ และเหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่เดินทางบ่อยหรือไม่สะดวกในการพกพาเครื่อง CPAP แพทย์อาจแนะนำการใช้เครื่องมือทันตกรรมแทนเพื่อความสะดวกกับคนไข้ สรุป วิธีลดอาการนอนกรนและแนวทางรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่แนะนำโดยแพทย์เฉพาะทาง โดยเริ่มจากการปรับพฤติกรรม เช่น การลดน้ำหนัก, หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่, นอนหลับให้เพียงพอ, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และ เลี่ยงยาที่ทำให้กล้ามเนื้อลำคอหย่อนตัว หากอาการยังคงอยู่ ควรเข้ารับการตรวจและรักษาโดยแพทย์ เช่น การใช้เครื่องมือทันตกรรม (Oral Appliance), เครื่องช่วยหายใจ CPAP, การทำ Myofunctional Therapy หรือ การใช้คลื่นวิทยุ RF ซึ่งช่วยแก้ไขต้นเหตุของอาการ ที่ VitalSleep Clinic ยังมีเทคโนโลยีทันสมัยและแพทย์เฉพาะทางที่สามารถให้คำแนะนำและรักษาได้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้นและลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาว

          เครื่อง CPAP แต่ละยี่ห้อต่างกันยังไง

          อาการนอนกรน ถือเป็นปัญหาสุขภาพของใครหลาย ๆ คน ในเฉพาะคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ไม่เพียงแต่ทำให้การนอนหลับไม่เต็มอิ่ม แต่ยังเป็นสาเหตุของความเสี่ยงโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง หนึ่งในวิธีการรักษาที่แพทย์เฉพาะทางแนะนำ คือ การใช้เครื่องช่วยหายใจที่เรียกว่า CPAP ซึ่งย่อมาจาก Continuous Positive Airway Pressure เครื่อง CPAP เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบำบัดรักษาคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ด้วยการส่งแรงดันอากาศอย่างต่อเนื่องผ่านทางหน้ากาก เพื่อเปิดทางเดินหายใจของคุณให้กว้างขึ้น ช่วยลดอาการนอนกรนและป้องกันการหยุดหายใจซ้ำ ๆ ในขณะหลับ ทำให้การนอนหลับทุกคืนของคุณกลับมาเป็นปกติ เครื่อง CPAP ทำงานอย่างไร? เครื่อง CPAP ทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศไปยังทางเดินหายใจผ่านหน้ากากที่สวมใส่ขณะนอนหลับ ช่วยป้องกันการปิดตัวของทางเดินหายใจในขณะที่กำลังหายใจเข้า โดยทั่วไปเครื่อง CPAP จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ บทความที่เกี่ยวข้อง เครื่อง CPAP เพื่อรักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ใครบ้างที่ควรใช้เครื่อง CPAP? เครื่อง CPAP มักจะถูกแนะนำหรือมาใช้รักษาให้กับคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไม่ว่าจะเป็นภาวะที่รุนแรงหรือเพียงเล็กน้อยก็ตาม การใช้ CPAP ช่วยทำให้คนไข้กลับมามีการนอนหลับที่ต่อเนื่องขึ้น ลดเสียงกรน และป้องกันภาวะการหยุดหายใจซ้ำ ๆ​ ตามที่ PMC กล่าวว่า โดยรวมแล้วการรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจแก้กรนเป็นทางเลือกการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพกับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือสภาวะทางการแพทย์อื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการหายใจระหว่างการนอนหลับ และสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตและลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้อง​ เครื่อง CPAP มีกี่ประเภท? แม้ว่าเครื่อง CPAP จะเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูงในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แต่ก็ยังมีเครื่องประเภทอื่น ๆ ที่ทำงานคล้ายกันและมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ดังนี้ ความแตกต่างของเครื่อง CPAP แต่ละยี่ห้อ ข้อดีและข้อเสียของเครื่อง CPAP การเลือกใช้เครื่อง CPAP มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ผู้ป่วยควรพิจารณาข้อดีและข้อเสียดังต่อไปนี้ ข้อดี ข้อเสีย การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยเครื่อง CPAP ที่ VitalSleep Clinic ที่ VitalSleep Clinic เราให้บริการรักษา ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ด้วย เครื่อง CPAP เป็นวิธีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในการช่วยให้ผู้ป่วยหายใจสะดวกขึ้นขณะนอนหลับ ทำงานโดยการส่งแรงดันลมอย่างสม่ำเสมอผ่านหน้ากากเพื่อเปิดทางเดินหายใจ ป้องกันการอุดกั้น ลดการหยุดหายใจและเสียงกรน ทำให้ได้รับออกซิเจนเพียงพอตลอดคืน ลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหลอดเลือดสมอง ทำไมต้องเลือก CPAP กับ VitalSleep Clinic? หากคุณมีอาการ นอนกรน ง่วงนอนตอนกลางวัน หรือหายใจติดขัดขณะหลับ อย่าปล่อยไว้ให้เป็นปัญหาเรื้อรัง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ VitalSleep Clinic เพื่อการรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุด

          อาการหายใจไม่อิ่ม สัญญาณโรคร้าย

          อาการหายใจไม่อิ่ม หรือที่หลายคนเรียกว่า “เหมือนหายใจไม่สุด” เป็นภาวะที่คนไข้รู้สึกว่าหายใจเข้าลึกเท่าไรก็ยังไม่พอ มักมาพร้อมความรู้สึกอึดอัด

          ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

          ข้อต่อขากรรไกรอักเสบหรือที่เรียกกันว่า Temporomandibular joint disorder (TMD) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับข้อต่อขากรรไกร ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างขากรรไกรล่างและฐานของกระโหลกศีรษะ ภาวะนี้ทำให้เกิดอาการปวดขากรรไกร ปวดกราม อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับข้อต่อได้ สาเหตุของข้อต่อขากรรไกรอักเสบ (TMD) การเกิดข้อต่อขากรรไกรอักเสบนั้นมีหลายสาเหตุร่วมที่ส่งผล ซึ่งบางครั้งไม่สามารถหาสาเหตุที่ชัดเจนได้ แต่อาการมักจะเกิดจากการรวมกันของปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ อาการของข้อต่อขากรรไกรอักเสบ อาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีปัญหาข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ได้แก่ วิธีรักษาข้อต่อขากรรไกรอักเสบด้วยเครื่องมือ Myosa® หนึ่งในวิธีการรักษาข้อต่อขากรรไกรที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือการใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Myosa® ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาอาการและลดแรงกระแทกจากข้อต่อขากรรไกร รวมถึงช่วยปรับตำแหน่งของขากรรไกรให้ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดและอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อดีของการรักษาด้วย Myosa® การรักษาด้วย Myosa® มีหลายข้อดีหลายข้อ ที่ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาข้อต่อขากรรไกรอักเสบ การทำงานของ Myosa® เครื่องมือ Myosa® จะทำงานโดยการลดแรงกระแทกที่เกิดจากข้อต่อขากรรไกรและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง เมื่อใส่เครื่องมือนี้เข้าไป จะช่วยป้องกันการนอนกัดฟัน ปวดฟัน รวมถึงลดแรงกระแทกที่ข้อต่อต้องเผชิญในระหว่างการบดเคี้ยว นอกจากนี้ยังช่วยจัดขากรรไกรให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ลดอาการปวดได้ทันทีหลังจากเริ่มใช้ แล้วยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว การใช้งาน Myosa® ในการรักษา เครื่องมือ Myosa® ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในระหว่างการนอนหลับเป็นหลัก ในกรณีที่คนไข้มีปัญหากัดฟันหรือขากรรไกรในระหว่างวัน ก็สามารถใช้เครื่องมือนี้ในช่วงกลางวันได้เหมือนกัน การใส่เครื่องมือ Myosa® ในระหว่างวันจะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวและใบหน้า ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อขากรรไกรได้รับการบรรเทาและกลับมาทำงานอย่างสมดุล นอกจากนี้ Myosa® ยังเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ โดยการฝึกการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ ซึ่งจะช่วยให้การรักษาปัญหาข้อต่อขากรรไกรและการนอนกัดฟันมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น สรุป ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ หรือ TMD เป็นภาวะที่เกิดจากหลายปัจจัย เช่น การนอนกัดฟัน ฟันไม่สบกัน หรือการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อขากรรไกร การรักษาด้วยเครื่องมือ Myosa® เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดแรงกระแทกและอาการปวดได้ดี สามารถใช้ได้ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืนเพื่อลดอาการและป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการปวดขากรรไกร เสียงคลิกขณะอ้าปาก มีปัญหาอาการนอนกัดฟัน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

          เสียงกรนเตือนภัยสุขภาพ

          เสียงกรนอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก ตรวจการนอนกรนช่วยค้นหาความผิดปกติ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

          ป้องกันหยุดหายใจขณะหลับ

          หลายคนคิดว่าเสียงกรนเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของโรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะอื่น ๆ ที่กระทบต่อหัวใจ สมอง

          เสียงกรนไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ชาย

          ผู้หญิงก็มีแนวโน้มที่จะนอนกรนได้ไม่แพ้ผู้ชาย! แม้เสียงกรนอาจเบากว่า หรือพบได้น้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากภาวะนี้

          Why choose VitalSleep and Wellness
          ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

          ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

          ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

          ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

          ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

          เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

          แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

          นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

          ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

          Medical Director
          แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

          VitalSleep and Wellness
          ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
          • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
          • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
          • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
          • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
          • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
          • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
          • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
          …and much more!