• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ตรวจ Sleep Test พบแพทย์เฉพาะทางดีไหม
หลับ ๆ ตื่น ๆ นอนไม่พอ เพราะอะไร ?
วินิจฉัย พร้อมหาทางรักษา ก่อนสาย

ตรวจ Sleep Test พบแพทย์เฉพาะทางดีไหม

หลับ ๆ ตื่น ๆ นอนไม่พอ เพราะอะไร ?
วินิจฉัย พร้อมหาทางรักษา ก่อนสาย
Table of Contents

การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากคุณหลับ ๆ ตื่น ๆ หรือประสบปัญหานอนไม่พอจากการสะดุ้งตื่นกลางดึก ฝันร้าย หรือการกรนดังจากคนข้าง ๆ กาย ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ หากปล่อยไว้ไม่รีบรักษา อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น ระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อและการเจ็บป่วย ปัญหาด้านความจำ ความสามารถในการตัดสินใจที่บกพร่อง และอารมณ์แปรปรวน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลได้

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคที่อันตราย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งยังสามารถนำไปสู่ภาวะใหลตายได้ การตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Test จึงเป็นการวินิจฉัยปัญหาก่อนที่จะเกิดโรคร้ายที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับการตรวจการนอนหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep Clinic ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการดูแลสุขภาพการนอนหลับของคุณ

Sleep Test คืออะไร?

Sleep Test หรือการตรวจการนอนหลับ คือ การทดสอบที่ใช้เครื่องมือเฉพาะเพื่อวิเคราะห์และวินิจฉัยปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับของคุณ ผ่านการวัดและบันทึกการนอนหลับของผู้รับการตรวจ อุปกรณ์ที่ใช้จะเชื่อมต่อกับร่างกายของผู้ป่วยเพื่อวัดสถานะการนอนหลับ รวมถึงการหลับสนิท, การหลับลึก, การตื่นกลางดึก และการหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนมักจะไม่รู้ตัว

โดยการตรวจการนอนหลับ Sleep Test นี้ไม่เพียงช่วยวิเคราะห์อาการหยุดหายใจขณะหลับเท่านั้น แต่ยังสามารถระบุปัญหาการนอนไม่หลับและฝันร้ายที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ จนทำให้สะดุ้งตื่นกลางดึกด้วยได้เช่นกัน

ใครบ้าง? ที่ควรตรวจการนอนหลับ

การตรวจการนอนหลับเหมาะกับผู้ที่มีอาการหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ดังต่อไปนี้

  1. ผู้ที่มีอาการหยุดหายใจขณะหลับ เช่น กรนดัง, หายใจไม่ออกระหว่างการนอน, ปวดหัวตอนเช้า, สมาธิลำบาก
  2. ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน เพราะน้ำหนักเกินเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  3. ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ซึ่งมักสัมพันธ์กับการหยุดหายใจขณะหลับ
  4. ผู้ที่มีประวัติครอบครัวหรือมีประวัติเป็นโรคหัวใจหรือหลอดเลือดสมอง เพราะการหยุดหายใจขณะหลับเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเหล่านี้
  5. ผู้ที่นอนหลับไม่ดี เช่น ตื่นบ่อยในตอนกลางคืน หรือมีอาการนอนไม่หลับ

ประโยชน์ของการทำ Sleep Test

การทำ Sleep Test มีหลายประโยชน์ที่สามารถช่วยวินิจฉัยและรักษาปัญหาการนอนหลับ โดยเฉพาะปัญหาที่สามารถนำไปสู่โรคเรื้อรังและทำให้สุขภาพของคุณเสียหายได้ เช่น

  1. การวินิจฉัยปัญหาการนอนหลับ
    การทำ Sleep Test จะช่วยตรวจหาปัญหาการนอนหลับที่เกิดขึ้น เช่น การหยุดหายใจขณะหลับ การนอนไม่หลับ และอาการนอนกรน
  2. การวางแผนการรักษา
    เมื่อได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้รายบุคคล ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนหลับ หรือการใช้อุปกรณ์ทันตกรรมขยายทางเดินหายใจ เช่น Oral Appliance
  3. การปรับปรุงคุณภาพชีวิต
    การรักษาปัญหาการนอนหลับสามารถช่วยลดอาการง่วงนอนระหว่างวัน ปรับปรุงอารมณ์และสมอง รวมทั้งลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่เกิดจากความง่วง
  4. สุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น
    ปัญหาการนอนหลับที่ไม่ได้รับการรักษา เสี่ยงกับการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ การรักษาจึงช่วยปรับปรุงสุขภาพโดยรวม
  5. สุขภาพจิตดีขึ้น
    การนอนหลับไม่ดี ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า การรักษาอาการการนอนหลับจะช่วยลดปัญหาด้านสุขภาพจิต

การทำ Sleep Test ที่ไหนดี?

หากคุณกำลังมองหาสถานที่ทำ Sleep Test ที่เหมาะสม ควรเลือกโรงพยาบาลหรือคลินิกที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้ได้รับการตรวจและรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ VitalSleep Clinic เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจากสถาบันระดับนานาชาติ และมีบริการตรวจการนอนหลับทั้งที่คลินิกและการตรวจที่บ้าน (Home Sleep Test)

ที่ VitalSleep Clinic เรามีการใช้เทคโนโลยี WatchPAT ในการตรวจการนอนหลับ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สามารถตรวจสอบการนอนหลับได้อย่างแม่นยำและสะดวกสบาย โดยไม่จำเป็นต้องมาที่คลินิก คนไข้สามารถใช้ WatchPAT ในการตรวจการนอนหลับได้ที่บ้านได้ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ อยู่ต่างจังหวัด ก็ตรวจได้อย่างง่ายดาย ทำให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมโดยไม่ต้องเดินทางไกล

การเตรียมตัวก่อนการทำ Sleep Test

การเตรียมตัวที่ดีสามารถช่วยให้การทดสอบมีความแม่นยำยิ่งขึ้น ควรทำตามคำแนะนำเหล่านี้

  1. อาบน้ำและสระผม ก่อนการทำ Sleep Test
  2. หลีกเลี่ยงการงีบหลับ ในระหว่างวัน
  3. หลีกเลี่ยงการใช้สารกระตุ้น เช่น คาเฟอีนหรือนิโคติน
  4. ไม่ใช้ครีมและโลชั่น ก่อนการทำ Sleep Test
  5. นำยาที่ทานประจำ มาด้วยหากจำเป็น

ทำ SleepTest ที่ VitalSleep Clinic

ที่ VitalSleep Clinic เรามีบริการ Sleep Test ที่มีคุณภาพ พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันที่ได้รับการรับรองจาก American Board of Dental Sleep Medicine เรามีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้การวินิจฉัยและรักษามีความแม่นยำ และมีการรักษาหลายทางเลือก ทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด รวมถึงบริการการบำบัดด้วย Myofunctional Therapy และการใช้เครื่องมือทันตกรรม Oral Appliance หรือ CPAP ในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

สรุป

การตรวจการนอนหลับที่ VitalSleep Clinic นับเป็นขั้นตอนสำคัญในการดูแลสุขภาพการนอนของคุณ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ เช่น WatchPAT ที่สามารถตรวจสอบการนอนหลับได้ทั้งที่บ้าน อยู่ที่ไหนก็ตรวจการนอนหลับได้ เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและวินิจฉัยปัญหาการนอนหลับ เพื่อการรักษาที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่อง CPAP, การบำบัดด้วย Myofunctional Therapy หรือการรักษาอื่น ๆ ที่จะช่วยลดเสียงกรน และปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับของคุณอย่างยั่งยืน สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายการตรวจได้ง่าย ๆ ที่ VitalSleep Clinic ทุกที่ทั่วประเทศ

Related Blogs and Articles
นอนกรนเรื้อรัง

นอนกรนรักษามาตั้งหลายวิธีก็ไม่เห็นผล สุดท้ายก็ยังนอนกรนเสียงดังอยู่ดี ต้องรักษาด้วยวิธีไหนจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น มาหาคำตอบวิธีการรักษา

CoolSwiss ลดกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด

CoolSwiss หลายคนอาจคุ้นชื่อในนวัตกรรมด้านความงาม แต่คุณรู้ไหมว่า…สำหรับคนที่นอนกรนโดยเฉพาะจากสาเหตุ ไขมันสะสมบริเวณลำคอ

โรคแทรกซ้อนจากการนอนกรน

การนอนกรนสามารถเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดร่วมกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)

รวม 6 วิธีรักษานอนกรน

ในปัจจุบันมีวิธีแก้อาการนอนกรนที่หลากหลาย โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เราขอแนะนำ 6 แนวทางรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัดที่ได้ผลดี

BiPAP กับ CPAP ต่างกันยังไง

BiPAP และ CPAP เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้การหายใจขัดข้องในช่วงนอนหลับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาการหายใจอุดกั้น ทั้ง BiPAP และ CPAP เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหานี้ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทั้งสองเครื่องนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของเครื่อง BiPAP และ CPAP รวมถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละเครื่อง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและเลือกใช้เครื่องที่เหมาะสมกับตัวเอง ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง CPAP CPAP คืออะไร? CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) คือเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับการบำบัดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หลักการของ CPAP คือการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่และส่งผ่านท่อเข้าสู่หน้ากากซึ่งครอบไปที่ปากและจมูกของผู้ใช้ แรงดันนี้จะช่วยเปิดทางเดินหายใจและป้องกันไม่ให้เกิดการอุดกั้นระหว่างการนอนหลับ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจ CPAP จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจขณะหลับ หลักการทำงานของ CPAP CPAP ทำงานโดยการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่ ส่งผ่านท่ออากาศเข้าสู่หน้ากากที่ครอบปากและจมูก ความดันที่เกิดขึ้นจะช่วยเปิดทางเดินหายใจที่อาจถูกบีบอัดหรืออุดตันในช่วงเวลาที่นอนหลับ แรงดันอากาศนี้จะถูกควบคุมให้คงที่ตลอดคืน ไม่ว่าคนไข้จะหายใจเข้าออกในจังหวะใดก็ตาม สิ่งนี้ทำให้การไหลเวียนของอากาศในระบบทางเดินหายใจเป็นปกติ ช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดหายใจขณะหลับอย่างมีประสิทธิภาพ ใครบ้าง? ที่ควรใช้ CPAP CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนในช่วงเวลาที่หลับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับทารกที่มีปัญหาปอดพัฒนาไม่สมบูรณ์หรือผู้ที่มีภาวะการหายใจไม่เพียงพอระหว่างหลับ CPAP ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ทำให้คนไข้รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในช่วงกลางวัน รับคำปรึกษา ฟรี! ขนาดและการพกพาของเครื่อง CPAP เครื่อง CPAP มีหลายขนาดให้เลือก สามารถเลือกตามความเหมาะสมของการใช้งานแต่ละคนได้เลย หากคุณใช้ที่บ้าน ขนาดของเครื่อง CPAP ที่ใหญ่กว่าอาจไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อย การเลือกเครื่อง CPAP ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวก ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง BiPAP BiPAP คืออะไร? BiPAP (Bilevel Positive Airway Pressure) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีหลักการทำงานคล้ายกับ CPAP แต่มีความแตกต่างสำคัญในเรื่องของการปรับแรงดันอากาศระหว่างการหายใจเข้าและหายใจออก BiPAP ถูกออกแบบมาให้สามารถสร้างแรงดันอากาศที่แตกต่างกันในจังหวะหายใจเข้าและหายใจออก ในขณะที่เครื่อง CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา การทำงานนี้ทำให้ BiPAP เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการแรงดันอากาศที่แตกต่างกันระหว่างหายใจเข้าและออก หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบการหายใจซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยโรคปอดและโรคทางระบบประสาท หลักการทำงานของ BiPAP เครื่อง BiPAP จะทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศ 2 ระดับระดับหนึ่งสำหรับการหายใจเข้า (IPAP: Inspiratory Positive Airway Pressure)ระดับสำหรับการหายใจออก (EPAP: Expiratory Positive Airway Pressure)ความแตกต่างของแรงดันนี้ช่วยให้คนไข้ที่มีปัญหาหายใจเข้าและออกได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อบกพร่อง ทำให้การหายใจกลับมาเป็นปกติ ใครควรใช้ BiPAP? BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อที่ทำให้การหายใจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจแบบซับซ้อนที่ CPAP ไม่สามารถช่วยได้ BiPAP เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยให้การหายใจกลับมาสู่ภาวะปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนาดและการใช้งานของเครื่อง BiPAP เครื่อง BiPAP มักจะมีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับเครื่อง CPAP แต่การออกแบบส่วนใหญ่จะเน้นที่การทำงานเงียบและให้ความสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ หลายรุ่นของ BiPAP ยังมีตัวเพิ่มความชื้นในอากาศที่ส่งผ่านท่อหายใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อเมือกในจมูกแห้ง ทำให้การใช้งานรู้สึกสบายขึ้น ความแตกต่างระหว่าง BiPAP และ CPAP ในขณะที่ CPAP ใช้แรงดันอากาศคงที่ในการช่วยรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ BiPAP มีความสามารถในการปรับแรงดันอากาศสองระดับสำหรับการหายใจเข้าและออก ความแตกต่างนี้ทำให้ BiPAP เหมาะกับคนไข้ที่มีภาวะการหายใจที่ซับซ้อนหรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น โรคปอดหรือปัญหาทางระบบประสาทนอกจากนี้ เครื่อง BiPAP ยังมีการทำงานที่ซับซ้อนกว่าซึ่งส่งผลให้ ราคาของ BiPAP มักจะสูงกว่า CPAP อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจรุนแรง ที่ไม่สามารถปรับตัวกับการใช้ CPAP ได้ BiPAP จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากช่วยให้หายใจได้สะดวกและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหายใจออกที่ BiPAP จะใช้แรงดันที่น้อยกว่าในช่วงหายใจเข้า สรุป CPAP และ BiPAP ต่างก็เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ทั้งสองมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างหลักในเรื่องของแรงดันอากาศที่ใช้ระหว่างการหายใจเข้าและออก CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา ในขณะที่ BiPAP สามารถปรับแรงดันอากาศตามความต้องการของผู้ป่วยได้BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน หรือมีภาวะทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ส่วน CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับทั่วไป การเลือกใช้เครื่องใดเครื่องหนึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้การรักษาที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย การเลือกเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นและลดความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) เป็นภาวะผิดปกติที่สามารถนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีปัญหานอนกรน

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!