• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย
ผลเสียต่อสุขภาพ
และการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่

ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย

ผลเสียต่อสุขภาพ
และการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่
Table of Contents

ลูกนอนกรนหลายคนอาจคิดว่าการนอนกรนเป็นเพียง “นิสัยการนอนเสียงดัง” แต่ความจริงแล้วในเด็ก การนอนกรนถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่ามีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ และอาจส่งผลต่อสมอง พฤติกรรม และการเจริญเติบโตได้

นอนกรนธรรมดากับนอนกรนที่อันตรายต่างกันอย่างไร?

  • นอนกรนธรรมดา
    เกิดจากความล้าหรือเป็นครั้งคราว เช่น ลูกเป็นหวัด
  • นอนกรนผิดปกติ
    เกิดเป็นประจำทุกคืน ร่วมกับการหยุดหายใจหรือหายใจลำบาก

สาเหตุที่ทำให้ลูกนอนกรน

  • โครงสร้างทางเดินหายใจ
    เด็กบางคนมีโครงสร้างใบหน้า คาง หรือโพรงจมูกที่เล็ก ทำให้อากาศไหลผ่านลำบาก
  • ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต
    เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของเด็กที่นอนกรน โดยต่อมโตไปกีดขวางทางเดินหายใจ
  • โรคอ้วนและน้ำหนักเกิน
    เนื้อเยื่อไขมันรอบคอทำให้หลอดลมตีบแคบ
  • ภูมิแพ้และไซนัสอักเสบเรื้อรัง
    จมูกอุดตัน หายใจไม่สะดวก ส่งผลให้เด็กหายใจทางปากและกรนได้
  • พฤติกรรมการนอนและสิ่งแวดล้อม
    เช่น นอนดึก นอนหงาย หรือห้องมีฝุ่นมาก

วิธีสังเกตว่าลูกนอนกรนผิดปกติหรือไม่?

  • กรนดังทุกคืน
  • มีช่วงหยุดหายใจหรือสะดุ้ง
  • ตอนกลางวันง่วง ซึม หงุดหงิด หรือเรียนไม่รู้เรื่อง
ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย ผลเสียต่อสุขภาพและการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่

มีงานวิจัยในไทยชี้ว่า แม้ความชุกของ OSA ในเด็กจะแตกต่างกันตามประชากรและวิธีตรวจ แต่ความเชื่อมโยงกับผลกระทบด้านพฤติกรรม การเรียน และการพัฒนาทางสติปัญญาถือว่าชัดเจน งานศึกษาพื้นที่หนึ่งในไทยรายงานอัตรา OSA ประมาณ 0.69% ในเด็กอายุ 6–13 ปี ขณะที่งานทบทวนบางชิ้นประเมินว่าความชุกอาจสูงถึง ~4% ในบางประชากร แปลว่าการคัดกรอง และการตรวจ Sleep Test เมื่อสงสัยเป็นเรื่องสำคัญเพื่อลดผลกระทบระยะยาว

นอนกรนในเด็ก กระทบต่อ “สมองและการเรียนรู้”

การนอนกรนเรื้อรังในเด็ก โดยเฉพาะหากมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (OSA) สามารถส่งผลโดยตรงต่อ สมอง การเรียนรู้ และพฤติกรรมในห้องเรียน ได้อย่างมีนัยสำคัญ

  1. การนอนหลับไม่ต่อเนื่อง ทำให้สมองไม่ได้พักเต็มที่
  2. ส่งผลต่อสมาธิ ความจำ และพฤติกรรม
  3. ผลระยะยาวต่อการพัฒนา IQ และทักษะการเรียนรู้

การวินิจฉัยและตรวจเพิ่มเติม

แพทย์เฉพาะทางอาจแนะนำการตรวจ Sleep Test เพื่อตรวจวัดระดับออกซิเจน คุณภาพการนอน และจังหวะการหายใจ เพื่อประเมินว่าลูกมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับหรือไม่

การรักษานอนกรนในเด็กที่ VitalSleep Clinic

การนอนกรนในเด็กไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะนอกจากจะรบกวนการนอน ยังอาจส่งผลต่อพัฒนาการ สมาธิ และการเรียนรู้ของลูกได้ VitalSleep Clinic จึงมุ่งเน้นการรักษาที่ ปลอดภัย อ่อนโยน และเหมาะสมตามช่วงวัย โดยใช้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่

1. Myofunctional Therapy

      การออกกำลังกายกล้ามเนื้อช่องปากและใบหน้า ช่วยให้การหายใจทางจมูกดีขึ้น ลดการอุดกั้นทางเดินหายใจ และป้องกันการกรนในระยะยาว

      2. Breastfeeding Tongue-Tie Release (FF)

      การรักษาภาวะลิ้นติดในเด็กเล็ก เพื่อช่วยให้ลิ้นเคลื่อนไหวได้อิสระมากขึ้น ส่งผลต่อการหายใจ การกลืน และลดโอกาสการกรนตั้งแต่วัยทารก

      3. Rapid Palatal Expander (RPE) / Transpalatal Arch (TPA)

      อุปกรณ์ทันตกรรมที่ช่วยขยายเพดานปากและปรับโครงสร้างขากรรไกร ทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น เด็กหายใจสะดวกและลดการนอนกรน

      ตารางสรุปการรักษานอนกรนในเด็กจาก VitalSleep Clinic

      สรุปMyofunctional TherapyBreast-Feeding Tongue-Tie Release (FF)RPE / TPA
      หลักการแนวคิดฝึกกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และการหายใจให้ทำงานได้ดี ลดการกดทับทางเดินหายใจผ่าตัดตัดเนื้อเยื่อใต้ลิ้น (Frenulum) ที่รั้งลิ้น เพื่อให้ลิ้นเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ลดการอุดตันทางเดินหายใจขยายเพดานแข็ง (Maxilla) ด้วยเครื่องมือขยายเพดาน และใช้ TPA ช่วยคงรูป เพื่อเพิ่มช่องทางเดินลม
      เหมาะกับใคร?เด็กอายุมากกว่า ~3 ปีขึ้นไป ที่สามารถฝึกแบบมีส่วนร่วมได้ทารก หรือเด็กเล็กที่มีภาวะ Tongue-Tie (ลิ้นรั้ง) ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยเด็กตอนต้นเด็กที่มีโครงสร้างเพดานแคบ ค้างหรือมีภาวะอุดกั้นในเพดานแข็ง ต้องการขยายช่องทางการหายใจ
      ประโยชน์หลัก• ลดเสียงกรน
      • ปรับท่าลิ้นและทางหายใจให้เหมาะสม
      • เสริมสุขภาพช่องปากโดยรวม
      • ลดการอุดตันส่วนบนของทางเดินหายใจ
      • ช่วยให้ลิ้นเคลื่อนที่ได้เต็มที่
      • ป้องกันปัญหาภาษา พูด กลืนในอนาคต
      • ขยายช่องเพดานและทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น
      • ลดแรงดันที่อาจกดทับอากาศตอนหายใจ
      • ช่วยลดอาการกรนหรือภาวะอุดกั้นบางกรณี
      ข้อจำกัด• ต้องใช้เวลาและความร่วมมือ
      • ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนทันที
      • แก้ปัญหาโครงสร้างที่รุนแรงไม่ได้
      • เป็นการผ่าตัดแม้จะเล็กน้อย
      • อาจมีอาการเจ็บ บวม หรือเสี่ยงเลือดออก
      • ต้องประเมินและเลือกรักษาให้เหมาะสม
      • อาจมีความเจ็บขณะติดเครื่องมือ
      • ต้องติดตามการปรับตัวและการดูแล
      • ไม่ได้แก้ปัญหาทุกจุด เช่น หากมีปัญหากล้ามเนื้อร่วม
      ผลลัพธ์ที่คาดหวังค่อยเป็นค่อยไป ลดกรนเมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ผลลัพธ์ในระยะยาวมักเห็นผลเร็วในด้านการเคลื่อนไหวของลิ้น การหายใจ และลดการอุดตันผลระยะกลางถึงยาวในการเพิ่มช่องทางลมหายใจ ลดแรงกดอากาศในเพดาน

      สรุป

      การนอนกรนในเด็ก ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาเสียงดังเวลานอน แต่เป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะภาวะ หยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่อาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อพัฒนาการ สมอง การเจริญเติบโต และคุณภาพชีวิตของเด็ก

      FAQs ปัญหาลูกนอนกรน

      1. เด็กเล็กนอนกรนถือว่าปกติหรือไม่?

        ไม่ปกติ หากเกิดบ่อยและเสียงดัง ควรพาไปตรวจ

        2. ลูกนอนกรนแต่ไม่มีอาการอื่นอันตรายไหม?

          ยังถือว่าควรตรวจ เพราะบางครั้งมีภาวะหยุดหายใจแฝง

          3. ถ้าลูกนอนกรนต้องทำ Sleep Test ทุกคนไหม?

          ไม่จำเป็นทุกราย แต่หากกรนรุนแรงหรือสงสัยมี OSA ควรตรวจ

          4. ลูกนอนกรนหายได้เองหรือไม่?

          บางรายหายเองเมื่อโตขึ้น แต่ส่วนใหญ่ต้องการการรักษา

          5. วิธีป้องกันไม่ให้ลูกนอนกรนมีอะไรบ้าง?

          ควบคุมน้ำหนัก จัดห้องนอนให้สะอาด ปรับพฤติกรรมนอนให้ถูกต้อง

          Related Blogs and Articles
          แก้การนอนกรน

          ไขความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักเกินกับการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) พร้อมแนวทางฟื้นฟูสมดุลร่างกายจากภายใน

          เครื่อง CPAP แต่ละยี่ห้อต่างกันยังไง

          อาการนอนกรน ถือเป็นปัญหาสุขภาพของใครหลาย ๆ คน ในเฉพาะคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ไม่เพียงแต่ทำให้การนอนหลับไม่เต็มอิ่ม แต่ยังเป็นสาเหตุของความเสี่ยงโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง หนึ่งในวิธีการรักษาที่แพทย์เฉพาะทางแนะนำ คือ การใช้เครื่องช่วยหายใจที่เรียกว่า CPAP ซึ่งย่อมาจาก Continuous Positive Airway Pressure เครื่อง CPAP เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบำบัดรักษาคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ด้วยการส่งแรงดันอากาศอย่างต่อเนื่องผ่านทางหน้ากาก เพื่อเปิดทางเดินหายใจของคุณให้กว้างขึ้น ช่วยลดอาการนอนกรนและป้องกันการหยุดหายใจซ้ำ ๆ ในขณะหลับ ทำให้การนอนหลับทุกคืนของคุณกลับมาเป็นปกติ เครื่อง CPAP ทำงานอย่างไร? เครื่อง CPAP ทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศไปยังทางเดินหายใจผ่านหน้ากากที่สวมใส่ขณะนอนหลับ ช่วยป้องกันการปิดตัวของทางเดินหายใจในขณะที่กำลังหายใจเข้า โดยทั่วไปเครื่อง CPAP จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ บทความที่เกี่ยวข้อง เครื่อง CPAP เพื่อรักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ใครบ้างที่ควรใช้เครื่อง CPAP? เครื่อง CPAP มักจะถูกแนะนำหรือมาใช้รักษาให้กับคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไม่ว่าจะเป็นภาวะที่รุนแรงหรือเพียงเล็กน้อยก็ตาม การใช้ CPAP ช่วยทำให้คนไข้กลับมามีการนอนหลับที่ต่อเนื่องขึ้น ลดเสียงกรน และป้องกันภาวะการหยุดหายใจซ้ำ ๆ​ ตามที่ PMC กล่าวว่า โดยรวมแล้วการรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจแก้กรนเป็นทางเลือกการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพกับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือสภาวะทางการแพทย์อื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการหายใจระหว่างการนอนหลับ และสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตและลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้อง​ เครื่อง CPAP มีกี่ประเภท? แม้ว่าเครื่อง CPAP จะเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูงในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แต่ก็ยังมีเครื่องประเภทอื่น ๆ ที่ทำงานคล้ายกันและมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ดังนี้ ความแตกต่างของเครื่อง CPAP แต่ละยี่ห้อ ข้อดีและข้อเสียของเครื่อง CPAP การเลือกใช้เครื่อง CPAP มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ผู้ป่วยควรพิจารณาข้อดีและข้อเสียดังต่อไปนี้ ข้อดี ข้อเสีย การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยเครื่อง CPAP ที่ VitalSleep Clinic ที่ VitalSleep Clinic เราให้บริการรักษา ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ด้วย เครื่อง CPAP เป็นวิธีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในการช่วยให้ผู้ป่วยหายใจสะดวกขึ้นขณะนอนหลับ ทำงานโดยการส่งแรงดันลมอย่างสม่ำเสมอผ่านหน้ากากเพื่อเปิดทางเดินหายใจ ป้องกันการอุดกั้น ลดการหยุดหายใจและเสียงกรน ทำให้ได้รับออกซิเจนเพียงพอตลอดคืน ลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหลอดเลือดสมอง ทำไมต้องเลือก CPAP กับ VitalSleep Clinic? หากคุณมีอาการ นอนกรน ง่วงนอนตอนกลางวัน หรือหายใจติดขัดขณะหลับ อย่าปล่อยไว้ให้เป็นปัญหาเรื้อรัง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ VitalSleep Clinic เพื่อการรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุด

          ป้องกันหยุดหายใจขณะหลับ

          หลายคนคิดว่าเสียงกรนเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของโรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะอื่น ๆ ที่กระทบต่อหัวใจ สมอง

          เสียงกรนเตือนภัยสุขภาพ

          เสียงกรนอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก ตรวจการนอนกรนช่วยค้นหาความผิดปกติ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

          Snoring increases the risk of cancer

          หลายคนอาจคิดว่า “การนอนกรน” เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อย แต่รู้หรือไม่ว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งมักพบร่วมกับการกรน อาจมีความเชื่อมโยงกับ “โรคมะเร็ง”https://www.youtube.com/shorts/Qil5hs1gy5A ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คืออะไร? ข้อมูลจากสถาบันโรคหัวใจ ปอด และโลหิตวิทยาแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NHLBI) ระบุว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ จะมีช่วงที่หยุดหายใจและกลับมาหายใจซ้ำ ๆ ขณะนอนหลับ ทำให้หลับไม่สนิท นอนหลับไม่เต็มที่และรบกวนคุณภาพชีวิตในระยะยาว​สาเหตุหลัก มาจากกล้ามเนื้อบริเวณลำคอที่หย่อนตัวผิดปกติ ทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้น หากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่โรคร้ายต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง ความเชื่อมโยงระหว่างการนอนกรนกับโรคมะเร็ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ Athanasia Pataka จาก Aristotle University of Thessaloniki ประเทศกรีซ ได้เปิดเผยว่า ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือมีอาการกรนอย่างรุนแรง จะมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำระหว่างนอนหลับ ภาวะนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางชนิด งานวิจัยที่ชี้ชัด มีการศึกษาจาก Medical News Today ในกลุ่มตัวอย่างกว่า 19,000 คน (ชาย 13,767 คน หญิง 5,789 คน) พบว่า​ผู้ที่มีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า 90% ซ้ำ ๆ ในแต่ละคืน มีความเสี่ยงต่อมะเร็งมากขึ้นในกลุ่มนี้ มีผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งจำนวน 388 คน (ราว 2%)มะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงคือ มะเร็งเต้านม ส่วนผู้ชายคือ มะเร็งต่อมลูกหมากที่น่าสนใจคือ การหยุดหายใจขณะหลับมีความเชื่อมโยงกับโรคมะเร็ง ชัดเจนในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในคนที่มีอาการรุนแรง และมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำในช่วงกลางคืนนักวิจัยยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ปัจจัยทางชีววิทยาระหว่างเพศชายและหญิง เช่น ฮอร์โมน อาจเป็นตัวเร่งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง รวมถึงอิทธิพลของออกซิเจนต่ำในเลือด ซึ่งอาจกระตุ้นกระบวนการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย วิธีรักษาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การรักษาจะเริ่มจาก การตรวจ Sleep Test เพื่อประเมินความรุนแรง จากนั้นแพทย์เฉพาะทางจะวางแผนการรักษา มีทั้งแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัด| บทความที่เกี่ยวข้อง อาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายแค่ไหน?​ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย การรักษาแบบไม่ผ่าตัด ยางครอบฟันช่วยเปิดทางเดินหายใจ (Oral Appliance)การทำบำบัดกล้ามเนื้อทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy)คลื่นความถี่วิทยุ RF จี้โคนลิ้นและเยื่อบุจมูกการใช้ CPAP การรักษาแบบผ่าตัด การผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร (Maxillomandibular Advancement)การผ่าตัดตกแต่งเพดานอ่อนและลิ้นไก่ ทำไมต้องรักษาที่ VitalSleep Clinic? แพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญมีทีมแพทย์ที่ผ่านการอบรมจากสถาบันระดับโลก พร้อมใบรับรองด้านการรักษาความผิดปกติของกล้ามเนื้อช่องปาก ใบหน้าและทางเดินหายใจเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยครอบคลุมทั้งแนวทางแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัด รวมถึง Myosa® สำหรับผู้มีปัญหานอนกัดฟันหรือข้อต่อขากรรไกรใส่ใจ ดูแลรักษาได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาวะนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือปัญหาข้อต่อขากรรไกร พร้อมดูแลอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง สรุป ภาวะหยุดหายใจขณะหลับอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงมะเร็ง โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำขณะหลับ จึงควรตรวจ Sleep Test เพื่อประเมินอาการและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งปัจจุบันมีทางเลือกทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัดที่ VitalSleep Clinic พร้อมดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ปรึกษาปัญหากับผู้เชี่ยวชาญ ฟรี!

          World Sleep Day 2025

          World Sleep Day หรือ วันนอนหลับโลก เกิดขึ้นภายใต้สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลก (World Association of Sleep Medicine: WASM) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพ และตระหนักรู้ถึงความอันตรายของปัญหาการนอนหลับ เป็นการสื่อสารไปสู่ผู้คนในวงกว้างด้วยความพยายามที่จะป้องกันและบรรเทาปัญหาการนอนของคนทั้งโลก และรณรงค์ให้ผู้คนเห็นความสำคัญของการหลับที่มีคุณภาพ ถูกจัดขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2551 หลังจากนั้นมีการจัดกิจกรรมขึ้นเป็นประจำทุกปี ขณะนี้มีประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรม วันนอนหลับโลก แล้วมากกว่า 67 ประเทศทั่วโลก เปิดสถิติ คนไทยประสบปัญหาการนอนหนัก การนอนหลับ คือการพักผ่อนที่ดีที่สุดของการฟื้นฟูร่างกาย แท้จริงแล้ว การนอนหลับไม่ใช่เพียงแค่เป็นการพักผ่อนอย่างเดียวเท่านั้น มนุษย์ใช้เวลามากถึง 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการนอน เพื่อเติมพลังให้ชีวิตสามารถใช้ชีวิตอีก 2 ใน 3 ที่เหลือ การนอนหลับที่มีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากของชีวิตมนุษย์ เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่การนอนหลับที่มีคุณภาพ ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า คนไทยมากมึง 19 ล้านคน กำลังประสบปัญหาการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ เช่น การนอนหลับไม่สนิท หลับ ๆ ตื่น ๆ ตื่นกลางดึกบ่อยเพื่อเข้าห้องน้ำ นอนกรน หรือรุนแรงถึงหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพบปัญหาเหล่านี้ได้ในคนอายุน้อยลงมากขึ้น การนอนหลับที่มีคุณภาพ เป็นอย่างไร การนอนหลับที่มีคุณภาพ หรือ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงในการนอนหลับเพียงอย่างเดียว ความลึกของการนอนหลับกับเวลาเข้านอนที่เหมาะสมก็มีความสำคัญอย่างมาก หากหลับลึกไม่พอ หรือความผิดปกติระหว่างการนอนบางอย่าง อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหลังตื่นนอนในช่วงเช้า (Unrested Sleep) อาจส่งผลกระทบกับระบบความจำ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพ กระทบการเรียน การทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน โดยทั่วไป ระยะเวลาที่เหมาะสมในการนอนแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่สามารถอ้างอิงเวลาการนอนที่เหมาะสมสำหรับแต่ล่วงวัยได้ ดังนี้ เด็กแรกเกิด (อายุ 0-3 เดือน) = 14-17 ชั่วโมงต่อวัน เด็กทารก (อายุ 4-11 เดือน) = 12-15 ชั่วโมงต่อวัน เด็กเล็ก (อายุ 1-2 ปี) = 11-14 ชั่วโมงต่อวัน วัยอนุบาล (3-5 ปี) = 10-13 ชั่วโมงต่อวัน วัยประถม (6-13 ปี) = 9-11 ชั่วโมงต่อวัน วัยมัธยม (14-17 ปี) = 8-10 ชั่วโมงต่อวัน วัยรุ่น (18-25 ปี) = 7-9 ชั่วโมงต่อวัน วัยทำงาน (26-64 ปี) = 7-9 ชั่วโมงต่อวัน วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) = 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เช็คลิสต์ อาการนอนหลับผิดปกติ ตื่นมาปัสสาวะบ่อยกลางดึก (Nocturnal Urination)อาจเป็นการตอบสนองของร่างกาย เกิดจากหัวใจสูบฉีดเลือดเพิ่มมากขึ้นหลังเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Bradycardia-tachycardia) เลือดไปเลี้ยงที่ไตเพิ่มขึ้น มีผลทำให้มีน้ำปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะมากขึ้นขณะนอนหลับ ในขณะเดียวกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้นอนหลับไม่ค่อยลึก จึงทำให้สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกปวดปัสสาวะได้ง่ายมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน (Excessive Daytime Sleepiness)เป็นความผิดปกติที่ต้องรีบหาสาเหตุและรักษา อาจะส่งผลอันตรายในขณะขับขี่ยานพาหนะ หรือเกิดอุบัติเหตุได้ในขณะปฏิบัติงาน และอาจนำไปสู่โรคเกี่ยวกับการนอนอื่น ๆ เช่น หยุดหายใจขณะหลับ ไหลตาย Insomnia หรือ Narcolepsy และอื่นๆขาขยุกขยิก (Restless Legs)เป็นอาการที่ทำให้ต้องขยับขาไปมา เพราะรู้สึกมีความผิดปกติที่บริเวณขา จึงต้องขยับบ่อย ๆ เพื่อทำให้ความรู้สึกผิดปกติที่ขาลดลง อาการนี้มักพบได้ในช่วงเวลาค่ำ อาจพบในรายที่มีอาการโลหิตจาง (Iron deficiency) ในช่วงขณะตั้งครรภ์ (pregnancy) คนไข้โรคไตวาย (chronic renal failure) และโรคอื่น ๆปวดศีรษะหลังเพิ่งตื่นนอนตอนเช้า (Morning Headache)อาจเป็นผลมาจากที่ขณะนอนหลับไม่สามารถขับถ่าย Carbon Dioxide ออกจากร่างกายได้อย่างเหมาะสม มีผลทำให้เส้นเลือดแดงในสมองขยายตัวจาก Respiratory Acidosis จึงทำให้รู้สึกปวดศีรษะ และอาการนี้จะรุ้สึกได้มากในช่วงเวลาเช้าหลังเพิ่งตื่นนอนนอนกรน (Snoring)มีเสียงหายใจดังมาก หรือ เสียงกรนดังขณะนอนหลับ ส่งผลกระทบทั้งสุขภาพของตนเอง และอาจะส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ด้วย เป็นอาการอันตราย ต้องรีบหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม หากปล่อยไว้ไม่รักษาจะมีผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว เช่น Cardiovascular Problems Metabolic Syndrome ความจำเสื่อม ความดันสูง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และอื่น ๆหยุดหายใจในขณะนอนหลับ (Sleep Apnea)เป็นอาการผิดปกติของการนอนกลับที่อันตรายรุนแรง อาจส่งผลร้ายแรงถึงเสียชีวิตได้ โรคหยุดหายใจขณะหลับอาจสังเกตได้อย่างหากไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น สำลักขณะนอนหลับ (Waking up Choking) ตื่นขึ้นมากลางดึกอย่างกะทันหันเพื่อหายใจ (Waking up Gasping) Cognitive Dysfunctionsนอนไม่เพียงพอหรือมีปัญหาเรื่องการนอนหลับอาจมีผลต่อหน้าที่การทำงานของสมอง รวมทั้งความทรงจำทั้งในระยะสั้น และในระยะยาวถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที การนอนหลับ ตรวจคุณภาพได้ Sleep Test (Polysomnography) หรือ การตรวจคุณภาพการนอนหลับ คือ การตรวจวัดคลื่นสมอง ระดับออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ และการหายใจระหว่างการนอนหลับ นอกจากนั้นยังตรวจจับการเคลื่อนไหวของดวงตาและการเคลื่อนไหวร่างกายบางส่วน เพื่อตรวจดูคุณภาพการนอนหลับ ค้นหาความผิดปกติของการนอน หรือ โรคที่เกี่ยวเนื่องกับการนอนบางอย่าง อาการนอนกรน หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นสาเหตุของโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรค สมองเสื่อม...

          Sleep Test ราคาประหยัด

          การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นวิธีการที่สำคัญในการวิเคราะห์ความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่กำลังนอนหลับ เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของร่างกายหลาย ๆ ด้าน

          Why choose VitalSleep and Wellness
          ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

          ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

          ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

          ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

          ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

          เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

          แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

          นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

          ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

          Medical Director
          แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

          VitalSleep and Wellness
          ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
          • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
          • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
          • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
          • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
          • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
          • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
          • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
          …and much more!