logo
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย
ผลเสียต่อสุขภาพ
และการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่

ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย

ผลเสียต่อสุขภาพ
และการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่
Table of Contents

ลูกนอนกรนหลายคนอาจคิดว่าการนอนกรนเป็นเพียง “นิสัยการนอนเสียงดัง” แต่ความจริงแล้วในเด็ก การนอนกรนถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่ามีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ และอาจส่งผลต่อสมอง พฤติกรรม และการเจริญเติบโตได้

นอนกรนธรรมดากับนอนกรนที่อันตรายต่างกันอย่างไร?

  • นอนกรนธรรมดา
    เกิดจากความล้าหรือเป็นครั้งคราว เช่น ลูกเป็นหวัด
  • นอนกรนผิดปกติ
    เกิดเป็นประจำทุกคืน ร่วมกับการหยุดหายใจหรือหายใจลำบาก

สาเหตุที่ทำให้ลูกนอนกรน

  • โครงสร้างทางเดินหายใจ
    เด็กบางคนมีโครงสร้างใบหน้า คาง หรือโพรงจมูกที่เล็ก ทำให้อากาศไหลผ่านลำบาก
  • ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต
    เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของเด็กที่นอนกรน โดยต่อมโตไปกีดขวางทางเดินหายใจ
  • โรคอ้วนและน้ำหนักเกิน
    เนื้อเยื่อไขมันรอบคอทำให้หลอดลมตีบแคบ
  • ภูมิแพ้และไซนัสอักเสบเรื้อรัง
    จมูกอุดตัน หายใจไม่สะดวก ส่งผลให้เด็กหายใจทางปากและกรนได้
  • พฤติกรรมการนอนและสิ่งแวดล้อม
    เช่น นอนดึก นอนหงาย หรือห้องมีฝุ่นมาก

วิธีสังเกตว่าลูกนอนกรนผิดปกติหรือไม่?

  • กรนดังทุกคืน
  • มีช่วงหยุดหายใจหรือสะดุ้ง
  • ตอนกลางวันง่วง ซึม หงุดหงิด หรือเรียนไม่รู้เรื่อง
ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย ผลเสียต่อสุขภาพและการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่

มีงานวิจัยในไทยชี้ว่า แม้ความชุกของ OSA ในเด็กจะแตกต่างกันตามประชากรและวิธีตรวจ แต่ความเชื่อมโยงกับผลกระทบด้านพฤติกรรม การเรียน และการพัฒนาทางสติปัญญาถือว่าชัดเจน งานศึกษาพื้นที่หนึ่งในไทยรายงานอัตรา OSA ประมาณ 0.69% ในเด็กอายุ 6–13 ปี ขณะที่งานทบทวนบางชิ้นประเมินว่าความชุกอาจสูงถึง ~4% ในบางประชากร แปลว่าการคัดกรอง และการตรวจ Sleep Test เมื่อสงสัยเป็นเรื่องสำคัญเพื่อลดผลกระทบระยะยาว

นอนกรนในเด็ก กระทบต่อ “สมองและการเรียนรู้”

การนอนกรนเรื้อรังในเด็ก โดยเฉพาะหากมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (OSA) สามารถส่งผลโดยตรงต่อ สมอง การเรียนรู้ และพฤติกรรมในห้องเรียน ได้อย่างมีนัยสำคัญ

  1. การนอนหลับไม่ต่อเนื่อง ทำให้สมองไม่ได้พักเต็มที่
  2. ส่งผลต่อสมาธิ ความจำ และพฤติกรรม
  3. ผลระยะยาวต่อการพัฒนา IQ และทักษะการเรียนรู้

การวินิจฉัยและตรวจเพิ่มเติม

แพทย์เฉพาะทางอาจแนะนำการตรวจ Sleep Test เพื่อตรวจวัดระดับออกซิเจน คุณภาพการนอน และจังหวะการหายใจ เพื่อประเมินว่าลูกมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับหรือไม่

การรักษานอนกรนในเด็กที่ VitalSleep Clinic

การนอนกรนในเด็กไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะนอกจากจะรบกวนการนอน ยังอาจส่งผลต่อพัฒนาการ สมาธิ และการเรียนรู้ของลูกได้ VitalSleep Clinic จึงมุ่งเน้นการรักษาที่ ปลอดภัย อ่อนโยน และเหมาะสมตามช่วงวัย โดยใช้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่

1. Myofunctional Therapy

      การออกกำลังกายกล้ามเนื้อช่องปากและใบหน้า ช่วยให้การหายใจทางจมูกดีขึ้น ลดการอุดกั้นทางเดินหายใจ และป้องกันการกรนในระยะยาว

      2. Breastfeeding Tongue-Tie Release (FF)

      การรักษาภาวะลิ้นติดในเด็กเล็ก เพื่อช่วยให้ลิ้นเคลื่อนไหวได้อิสระมากขึ้น ส่งผลต่อการหายใจ การกลืน และลดโอกาสการกรนตั้งแต่วัยทารก

      3. Rapid Palatal Expander (RPE) / Transpalatal Arch (TPA)

      อุปกรณ์ทันตกรรมที่ช่วยขยายเพดานปากและปรับโครงสร้างขากรรไกร ทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น เด็กหายใจสะดวกและลดการนอนกรน

      ตารางสรุปการรักษานอนกรนในเด็กจาก VitalSleep Clinic

      สรุปMyofunctional TherapyBreast-Feeding Tongue-Tie Release (FF)RPE / TPA
      หลักการแนวคิดฝึกกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และการหายใจให้ทำงานได้ดี ลดการกดทับทางเดินหายใจผ่าตัดตัดเนื้อเยื่อใต้ลิ้น (Frenulum) ที่รั้งลิ้น เพื่อให้ลิ้นเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ลดการอุดตันทางเดินหายใจขยายเพดานแข็ง (Maxilla) ด้วยเครื่องมือขยายเพดาน และใช้ TPA ช่วยคงรูป เพื่อเพิ่มช่องทางเดินลม
      เหมาะกับใคร?เด็กอายุมากกว่า ~3 ปีขึ้นไป ที่สามารถฝึกแบบมีส่วนร่วมได้ทารก หรือเด็กเล็กที่มีภาวะ Tongue-Tie (ลิ้นรั้ง) ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยเด็กตอนต้นเด็กที่มีโครงสร้างเพดานแคบ ค้างหรือมีภาวะอุดกั้นในเพดานแข็ง ต้องการขยายช่องทางการหายใจ
      ประโยชน์หลัก• ลดเสียงกรน
      • ปรับท่าลิ้นและทางหายใจให้เหมาะสม
      • เสริมสุขภาพช่องปากโดยรวม
      • ลดการอุดตันส่วนบนของทางเดินหายใจ
      • ช่วยให้ลิ้นเคลื่อนที่ได้เต็มที่
      • ป้องกันปัญหาภาษา พูด กลืนในอนาคต
      • ขยายช่องเพดานและทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น
      • ลดแรงดันที่อาจกดทับอากาศตอนหายใจ
      • ช่วยลดอาการกรนหรือภาวะอุดกั้นบางกรณี
      ข้อจำกัด• ต้องใช้เวลาและความร่วมมือ
      • ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนทันที
      • แก้ปัญหาโครงสร้างที่รุนแรงไม่ได้
      • เป็นการผ่าตัดแม้จะเล็กน้อย
      • อาจมีอาการเจ็บ บวม หรือเสี่ยงเลือดออก
      • ต้องประเมินและเลือกรักษาให้เหมาะสม
      • อาจมีความเจ็บขณะติดเครื่องมือ
      • ต้องติดตามการปรับตัวและการดูแล
      • ไม่ได้แก้ปัญหาทุกจุด เช่น หากมีปัญหากล้ามเนื้อร่วม
      ผลลัพธ์ที่คาดหวังค่อยเป็นค่อยไป ลดกรนเมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ผลลัพธ์ในระยะยาวมักเห็นผลเร็วในด้านการเคลื่อนไหวของลิ้น การหายใจ และลดการอุดตันผลระยะกลางถึงยาวในการเพิ่มช่องทางลมหายใจ ลดแรงกดอากาศในเพดาน

      สรุป

      การนอนกรนในเด็ก ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาเสียงดังเวลานอน แต่เป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะภาวะ หยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่อาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อพัฒนาการ สมอง การเจริญเติบโต และคุณภาพชีวิตของเด็ก

      FAQs ปัญหาลูกนอนกรน

      1. เด็กเล็กนอนกรนถือว่าปกติหรือไม่?

        ไม่ปกติ หากเกิดบ่อยและเสียงดัง ควรพาไปตรวจ

        2. ลูกนอนกรนแต่ไม่มีอาการอื่นอันตรายไหม?

          ยังถือว่าควรตรวจ เพราะบางครั้งมีภาวะหยุดหายใจแฝง

          3. ถ้าลูกนอนกรนต้องทำ Sleep Test ทุกคนไหม?

          ไม่จำเป็นทุกราย แต่หากกรนรุนแรงหรือสงสัยมี OSA ควรตรวจ

          4. ลูกนอนกรนหายได้เองหรือไม่?

          บางรายหายเองเมื่อโตขึ้น แต่ส่วนใหญ่ต้องการการรักษา

          5. วิธีป้องกันไม่ให้ลูกนอนกรนมีอะไรบ้าง?

          ควบคุมน้ำหนัก จัดห้องนอนให้สะอาด ปรับพฤติกรรมนอนให้ถูกต้อง

          Related Blogs and Articles
          นอนกรนเกิดจากอะไร? รู้ทันสาเหตุ ป้องกันหยุดหายใจขณะหลับ

          หลายคนคิดว่าเสียงกรนเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของโรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะอื่น ๆ ที่กระทบต่อหัวใจ สมอง

          ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย ผลเสียต่อสุขภาพและการเรียนรู้ที่ซ่อนอยู่

          การนอนกรนในเด็ก ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่ากำลังมีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ ซอาจส่งผลต่อสมอง พฤติกรรม และการเจริญเติบโตในเด็กได้

          แพทย์เฉพาะทางแนะนำ 7 วิธีแก้นอนกรน อันตรายแค่ไหนก็รักษาได้!

          การนอนกรนไม่ใช่แค่ปัญหากวนใจของคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็น “สัญญาณเตือน” ถึงภาวะอันตรายที่ซ่อนอยู่ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ที่เสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันสูง และการเสียชีวิตขณะนอนหลับได้https://youtu.be/IiQ1cbbtrOs?si=a2rxjjKPPIQWLdtu ล่าสุดในวิดีโอสัมภาษณ์โดยคุณซีมง ที่ได้เชิญคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนจาก VitalSleep Clinic มาให้ความรู้แบบเข้าใจง่าย มาอธิบายถึง 7 วิธีรักษาอาการนอนกรน ที่ได้ผลจริงปลอดภัย วิธีการรักษาทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด สรุปมาไว้ที่นี่แล้ว ก่อนรักษา ต้องเริ่มจากการ “ตรวจการนอนหลับ (Sleep Test)” คุณหมอย้ำว่าก่อนจะรักษาอาการนอนกรน ต้องเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นการนอนกรนแบบธรรมดาหรือมีภาวะหยุดหายใจร่วมด้วยเมื่อได้ผลตรวจการนอนหลับแล้ว แพทย์เฉพาะทางจะอ่านผล เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย 7 วิธีรักษานอนกรน จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 1. CPAP (Continuous Positive Airway Pressure)เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก เป็นมาตรฐานในการรักษาอาการนอนกรนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea)หลักการทำงาน CPAP จะพ่นลมอย่างต่อเนื่องผ่านหน้ากากครอบจมูกหรือทั้งจมูกและปาก เพื่อให้ทางเดินหายใจไม่ให้ฟีบในขณะที่กำลังหลับ ช่วยลดการสั่นของเพดานปากและการอุดกั้นที่ทำให้เกิดเสียงกรนหรือหยุดหายใจข้อดีรักษานอนกรนตั้งแต่ระดับปานกลางถึงรุนแรงได้ผลดีลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ ความดันสูง หลอดเลือดสมองเหมาะกับใครคนที่มีอาการกรนระดับเบาถึงปานกลาง หรือคนที่มี OSA2. Oral Appliance (โปรแกรมทันตกรรมรักษานอนกรน)เครื่องมือทันตกรรมที่ออกแบบเฉพาะบุคคล ใส่ในปากขณะนอนหลับหลักการทำงาน ดันขากรรไกรล่างไปด้านหน้า ช่วยเปิดพื้นที่ด้านหลังลิ้น ลดการอุดกั้นทางเดินหายใจข้อดีพกพาสะดวก ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าใช้งานง่าย น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ใช้ CPAP แล้วไม่ประสบความสำเร็จเหมาะกับใครคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรง หรือมีโรคร่วมที่ต้องการควบคุมอาการให้แน่นอน3. Myofunctional Therapy (กายภาพกล้ามเนื้อช่องปากและใบหน้า)การบำบัดกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจและการกลืนหลักการทำงาน ฝึกกล้ามเนื้อลิ้น ริมฝีปาก เพดานอ่อน และใบหน้า เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและการควบคุมให้กับกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงข้อดีเป็นการรักษาแบบไม่ใช้เครื่อง ไม่ผ่าตัดเสริมประสิทธิภาพการใช้ Oral Appliance หรือหลังผ่าตัดป้องกันไม่ให้โรครุนแรงขึ้นในอนาคตเหมาะกับใครเด็กที่มีปัญหาหายใจทางปาก มีโครงสร้างใบหน้าผิดปกติ และผู้ใหญ่ที่เริ่มมีภาวะกรนหรือมีภาวะหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อจากอายุ4. Radio Frequency (RF) คลื่นความถี่วิทยุเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานความร้อนควบคุมระดับในการกระตุ้นเนื้อเยื่อให้หดตัวหลักการทำงาน กระตุ้นให้เพดานอ่อนและโคนลิ้นหดตัว เพิ่มความกระชับของเนื้อเยื่อ ลดการสั่นของเนื้อเยื่อขณะนอนหลับข้อดีใช้เวลาทำไม่นาน ฟื้นตัวเร็วรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดใช้ร่วมกับ Oral Appliance หรือ CPAP เพื่อเสริมประสิทธิภาพเหมาะกับใครคนที่มีปัญหาเพดานอ่อนหย่อน พลิ้ว สั่นง่าย และมีนอนกรนไม่รุนแรง5. การผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นโพรงจมูกคด (Septoplasty)จัดแนวผนังกั้นจมูกให้ตรง เปิดทางเดินหายใจหลักการทำงาน ผ่าตัดปรับโครงสร้างจมูกที่คดหรือมีเนื้องอกกีดขวาง เพื่อให้หายใจสะดวกขึ้นข้อดีเพิ่มประสิทธิภาพของ CPAP และการหายใจทางจมูกแก้ปัญหาการนอนอ้าปากจากการหายใจทางปากเหมาะกับใครคนที่มีโพรงจมูกตีบ จมูกคด หรือมีปัญหาหายใจทางจมูกลำบากเรื้อรัง6. การผ่าตัดเพดานอ่อนผ่าตัดเปิดทางเดินหายใจบริเวณเพดานอ่อนหลักการทำงาน ตัดหรือเย็บยกเพดานอ่อนให้กระชับขึ้น และเปิดช่องทางให้ลมหายใจผ่านสะดวกข้อดีช่วยลดเสียงกรนเหมาะกับคนที่มีโครงสร้างเพดานอ่อนหย่อนอย่างชัดเจนเหมาะกับใครคนที่แพทย์ตรวจพบว่าเกิดการอุดกั้นจากเพดานอ่อนเป็นหลัก7. การผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular Advancement หรือ MMA)ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกรบน ล่าง และคางไปด้านหน้าหลักการทำงาน ขยายพื้นที่ทางเดินหายใจส่วนบน เพิ่มความตึงของกล้ามเนื้อโดยรอบ ช่วยป้องกันการยุบตัวของทางเดินหายใจขณะหลับข้อดีเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะคนที่มีโครงสร้างใบหน้าผิดปกติให้ผลลัพธ์ของการรักษาที่ยั่งยืนเหมาะกับใครคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรง และไม่ตอบสนองต่อวิธีรักษาอื่น ๆ รวมถึงคนที่มีโครงสร้างใบหน้าร่นเล็กผิดปกติ สรุป ปัญหานอนกรนไม่ใช่แค่เสียงรบกวน แต่เป็นสัญญาณเตือนสุขภาพที่อาจซ่อนโรคอันตรายไว้เบื้องหลัง เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อารมณ์แปรปรวน ไปจนถึงสมรรถภาพทางเพศถดถอย7 วิธีรักษานอนกรน ที่ VitalSleep Clinic แนะนำ เป็นการดูแลแบบองค์รวม โดยแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการนอนหลับ ที่จะประเมินจากโครงสร้างทางเดินหายใจ พฤติกรรมการนอน ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงผลตรวจการนอนหลับ Sleep Test เพื่อออกแบบการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง!

          Sleep Test ถูกที่สุด ตัวช่วยดี ๆ เพื่อการนอนหลับที่สุขภาพดี

          Sleep Test ถูกที่สุด ตรวจการนอนเพื่อหาสาเหตุการนอนกรน ง่วง เพลีย หรือหยุดหายใจขณะหลับ วางแผนรักษาตรงจุด เพื่อคุณภาพการนอนและสุขภาพที่ดีขึ้น

          Sex เสื่อมเพราะนอนกรนเป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

          Sex เสื่อมเพราะนอนกรน หลายคนอาจเคยเจอกับปัญหาคู่รักนอนกรน มักจะถูกมองข้าม เพราะหลายคนคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่น่ามีผลกระทบที่สำคัญต่อสุขภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าอาการนอนกรนสามารถเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่น ๆ ที่ร้ายแรงได้ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และสามารถส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศได้ การหาวิธีรักษาการนอนกรนจึงไม่ใช่แค่เพื่อคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยรักษาความสัมพันธ์และสุขภาพทางเพศของคู่รักได้อีกด้วย การนอนกรนในผู้ชายและผู้หญิง หลายคนอาจเข้าใจว่าผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมีอาการนอนกรนที่มากกว่าผู้หญิง แต่งานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงก็สามารถนอนกรนได้เหมือนผู้ชายเช่นเดียวกัน จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sleep Medicine ในปี 2008 ที่ศึกษาการนอนกรนในประชากรวัยทำงานของประเทศสวีเดน พบว่า 24.5% ของผู้หญิงมีอาการนอนกรน มีอัตราที่ใกล้เคียงกับผู้ชาย ที่มีอัตราการนอนกรนอยู่ที่ 30.3% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้การนอนกรนแตกต่างกันไป อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะทางร่างกาย ฮอร์โมน และการใช้ชีวิต ​การนอนกรนมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศหรือไม่?​ มีงานวิจัย Erectile dysfunction in patient with obstructive sleep apnea ที่ว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาทางเพศ โดยเฉพาะภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) ในผู้ชาย การหยุดหายใจขณะหลับอาจส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง การผลิตไนตริกออกไซด์ลดลง การไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณอวัยวะเพศบกพร่อง ผลมาจากการขาดออกซิเจนระหว่างการนอนหลับ นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าและง่วงนอนในระหว่างวัน ซึ่งทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงไม่เฉพาะในผู้ชายเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบถึงเพศหญิงได้เช่นกัน​ สาเหตุของการนอนกรน การนอนกรนสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทำให้วิธีการรักษาอาการนอนกรนในผู้ชายและผู้หญิงอาจแตกต่างกันไปหลายปัจจัย ได้แก่ วิธีแก้ปัญหานอนกรนด้วยตนเอง แม้ว่าจะไม่มีวิธีที่สามารถรักษาอาการนอนกรนได้ด้วยตัวเองแบบรับประกัน 100% ว่าจะหายนอนกรนได้ แต่ก็มีวิธีการปรับเปลี่ยนวิธีการชีวิตที่สามารถช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการนอนกรนได้ วิธีการรักษานอนกรนที่ VitalSleep Clinic มีวิธีการรักษาทั้งแบบไม่ต้องผ่าตัดและการผ่าตัด โดยวิธีรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ได้แก่ การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy) การใช้เครื่องมือทันตกรรม (Oral Appliance) การใช้คลื่นความถี่ความถี่สูง (Radiofrequency) และการใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก (CPAP) สำหรับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่รุนแรงมาก การผ่าตัดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อขยายทางเดินหายใจ การผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular advancement, MMA) เคลื่อนขากรรไกรไปข้างหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเดินหายใจ สิ่งสำคัญคือต้องรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพของแต่ละคน เพราะการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีผลกระทบต่อสุขภาพของคุณในระยะยาว การได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้คุณและคนที่คุณรักสามารถนอนหลับได้ดี สรุป การนอนกรนไม่ใช่แค่ปัญหาเล็กน้อยที่รบกวนการนอนหลับของคุณหรือคู่รักเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย สมรรถภาพทางเพศ และสุขภาพจิตได้ด้วย อาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ร้ายแรงกว่าที่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

          ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ เกิดจากอะไรกันนะ?

          ข้อต่อขากรรไกรอักเสบหรือที่เรียกกันว่า Temporomandibular joint disorder (TMD) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับข้อต่อขากรรไกร ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างขากรรไกรล่างและฐานของกระโหลกศีรษะ ภาวะนี้ทำให้เกิดอาการปวดขากรรไกร ปวดกราม อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับข้อต่อได้ สาเหตุของข้อต่อขากรรไกรอักเสบ (TMD) การเกิดข้อต่อขากรรไกรอักเสบนั้นมีหลายสาเหตุร่วมที่ส่งผล ซึ่งบางครั้งไม่สามารถหาสาเหตุที่ชัดเจนได้ แต่อาการมักจะเกิดจากการรวมกันของปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ อาการของข้อต่อขากรรไกรอักเสบ อาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีปัญหาข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ได้แก่ วิธีรักษาข้อต่อขากรรไกรอักเสบด้วยเครื่องมือ Myosa® หนึ่งในวิธีการรักษาข้อต่อขากรรไกรที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือการใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Myosa® ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาอาการและลดแรงกระแทกจากข้อต่อขากรรไกร รวมถึงช่วยปรับตำแหน่งของขากรรไกรให้ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดและอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อดีของการรักษาด้วย Myosa® การรักษาด้วย Myosa® มีหลายข้อดีหลายข้อ ที่ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาข้อต่อขากรรไกรอักเสบ การทำงานของ Myosa® เครื่องมือ Myosa® จะทำงานโดยการลดแรงกระแทกที่เกิดจากข้อต่อขากรรไกรและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง เมื่อใส่เครื่องมือนี้เข้าไป จะช่วยป้องกันการนอนกัดฟัน ปวดฟัน รวมถึงลดแรงกระแทกที่ข้อต่อต้องเผชิญในระหว่างการบดเคี้ยว นอกจากนี้ยังช่วยจัดขากรรไกรให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ลดอาการปวดได้ทันทีหลังจากเริ่มใช้ แล้วยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว การใช้งาน Myosa® ในการรักษา เครื่องมือ Myosa® ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในระหว่างการนอนหลับเป็นหลัก ในกรณีที่คนไข้มีปัญหากัดฟันหรือขากรรไกรในระหว่างวัน ก็สามารถใช้เครื่องมือนี้ในช่วงกลางวันได้เหมือนกัน การใส่เครื่องมือ Myosa® ในระหว่างวันจะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวและใบหน้า ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อขากรรไกรได้รับการบรรเทาและกลับมาทำงานอย่างสมดุล นอกจากนี้ Myosa® ยังเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ โดยการฝึกการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ ซึ่งจะช่วยให้การรักษาปัญหาข้อต่อขากรรไกรและการนอนกัดฟันมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น สรุป ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ หรือ TMD เป็นภาวะที่เกิดจากหลายปัจจัย เช่น การนอนกัดฟัน ฟันไม่สบกัน หรือการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อขากรรไกร การรักษาด้วยเครื่องมือ Myosa® เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดแรงกระแทกและอาการปวดได้ดี สามารถใช้ได้ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืนเพื่อลดอาการและป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการปวดขากรรไกร เสียงคลิกขณะอ้าปาก มีปัญหาอาการนอนกัดฟัน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

          เสี่ยงตาย! รู้หรือไม่ การนอนกรนอาจเกิดจากภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

          การนอนกรนเป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้าม ที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาทางสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

          การรักษาโรคกรน คู่มือสำหรับคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น

          โรคกรน เกิดจากการสั่นของเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนและลำคอ เสียงกรนอาจเบาๆ หรือดังจนรบกวนคนอื่น การกรนไม่ใช่เรื่องเล็ก

          Why choose VitalSleep and Wellness
          ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

          ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

          ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

          ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

          ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

          เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

          แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

          นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

          ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

          Medical Director
          แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

          VitalSleep and Wellness
          ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
          • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
          • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
          • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
          • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
          • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
          • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
          • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
          …and much more!