• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
โปรแกรม EXOMIND
เทคโนโลยีกระตุ้นสมอง
ที่ช่วยให้หลับง่าย หลับลึก หลับไว

โปรแกรม EXOMIND

เทคโนโลยีกระตุ้นสมอง
ที่ช่วยให้หลับง่าย หลับลึก หลับไว
Table of Contents

โปรแกรม EXOMIND เทคโนโลยีกระตุ้นสมอง ที่ช่วยให้หลับง่าย หลับลึก หลับไว

คุณเคยไหม?… ที่พยายามเข้านอนตั้งแต่สามทุ่ม แต่ตาแข็งยันตีสอง? หรือแม้จะนอนได้แต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกยังไม่สดชื่น เหมือนนอนไม่พอ EXOMIND อาจเป็นคำตอบใหม่สำหรับคนที่กำลังต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้

ทำไม? การนอนหลับถึงสำคัญ

หลับลึก (Deep Sleep) คืออะไร?

Deep Sleep คือช่วงที่สมองของคุณพักผ่อนจริง ๆ เป็นช่วงที่ระบบซ่อมแซมร่างกายเริ่มทำงานเต็มที่ ฮอร์โมนเจริญเติบโตหลั่ง ระบบภูมิคุ้มกันรีเซ็ต และความจำระยะยาวเริ่มเก็บข้อมูล ถ้าคุณไม่มี Deep Sleep คุณจะเหนื่อยง่าย หลงลืม และรู้สึกไม่สดชื่นตลอดวัน

ผลกระทบของการนอนไม่พอ

  • สมองเบลอ ไม่มีสมาธิ
  • อารมณ์แปรปรวน
  • หงุดหงิดง่ายภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ป่วยง่ายน้ำหนักขึ้น
  • ฮอร์โมนความหิวยิ่งพุ่ง

ปัญหาการนอนที่คนไทยเจอกันบ่อย

เรื่อง “การนอนหลับ” กลับมีคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่กำลังเผชิญกับภาวะนอนไม่มีคุณภาพแบบไม่รู้ตัว ปัญหาการนอนหลับไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ “ง่วงตอนกลางวัน” แต่ยังส่งผลลึกไปถึงสมอง หัวใจ อารมณ์ และประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตทุกด้าน โดยเฉพาะ 2 ปัญหาหลักที่พบบ่อย คือ นอนไม่หลับ และ หลับไม่ลึก

นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก

ถ้าคุณเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม หวังจะตื่นมาสดชื่นในวันพรุ่งนี้ แต่ดันนอนพลิกตัวไปมาเหมือนอยู่บนเตียง ตาแข็งจนถึงตีสอง บางคืนหลับได้ก็จริง แต่กลับตื่นขึ้นมาตอนตีสาม ตีสี่ แล้วนอนต่อไม่ได้อีกเลย อาการเหล่านี้เรียกว่า Insomnia หรือ ภาวะนอนไม่หลับ ในระยะสั้น การนอนไม่หลับอาจทำให้เราง่วง สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน แต่ถ้านานวันเข้าจะเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ

หลับไม่ลึก รู้สึกไม่สดชื่น

บางคนหลับง่ายมาก ๆ แต่ตื่นเช้ามาแล้วกลับรู้สึก “เหนื่อยกว่าเดิม” เหมือนไม่ได้นอนเลย นั่นคือสัญญาณของภาวะหลับไม่ลึก (Poor Deep Sleep) ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่คนไทยมักมองข้าม การหลับไม่ลึกคือการที่ร่างกายไม่ได้เข้าสู่ช่วง Deep Sleep ที่เป็นช่วงที่สมองหลั่งโกรทฮอร์โมน ฟื้นฟูร่างกาย ซ่อมแซมเซลล์ และเคลียร์สารพิษที่สะสมในสมอง



EXOMIND คืออะไร?

โปรแกรม EXOMIND คือเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็ก (BTL Neurostimulation) โดยใช้หลักการของการกระตุ้นสมองผ่านสนามแม่เหล็กความเข้มต่ำ เพื่อปรับวงจรการนอนให้สมดุลมากขึ้น

เทคโนโลยี BTL คือการใช้คลื่นแม่เหล็กระดับต่ำ (Low-Intensity Pulsed Electromagnetic Field หรือ PEMF) ที่ปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัด ช่วยกระตุ้นสมองส่วน Prefrontal Cortex ที่เกี่ยวข้องกับการนอน การผ่อนคลาย และการฟื้นฟูจิตใจ

โปรแกรม EXOMIND ช่วยการนอนหลับได้อย่างไร?

กระตุ้นสมองส่วนลึกเพื่อปรับวงจรการนอน

EXOMIND ช่วยให้สมองปรับคลื่นให้เข้าสู่โหมดพักผ่อนโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องฝืน ไม่ต้องกดดันตัวเองให้นอน

ช่วยให้เข้าสู่ Deep Sleep ได้ไวขึ้น

คนที่เข้ารับการทำ EXOMIND อย่างต่อเนื่องจะพบว่าใช้เวลาน้อยลงในการเข้าสู่ระยะหลับลึก และตื่นมาพร้อมความรู้สึกสดชื่นมากขึ้น

ใครบ้าง? ควรลองโปรแกรม EXOMIND

คนที่มีปัญหาการนอนที่เรื้อรัง หรือเคยลองมาหลายวิธีแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น หากกำลังสงสัยว่า “เราเหมาะกับโปรแกรมนี้ไหม?” มาดูประเภทของคนที่ควรลอง EXOMIND กัน

  1. คนที่นอนไม่หลับเป็นประจำ
    เวลานอนแต่ละคืนต้องพลิกตัว หรือกังวลว่า “พรุ่งนี้จะตื่นไหวไหม” แปลว่าระบบการหลับของสมองคุณอาจมีปัญหา
  2. คนที่หลับได้แต่หลับไม่ลึก
    นี่แหละคือสัญญาณของการขาด Deep Sleep โปรแกรม EXOMIND จะช่วยให้สมองเข้าสู่คลื่น Delta ที่เกี่ยวข้องกับ Deep Sleep ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ร่างกายได้ฟื้นฟูจริงขณะหลับ
  3. คนที่ใช้ยานอนหลับแล้วไม่ได้ผล
    หลายคนเริ่มจากกินยานอนหลับในช่วงเครียด แต่สุดท้ายกลายเป็นพึ่งยาแทบทุกคืน อาจเริ่มดื้อยา หรือเกิดผลข้างเคียง เช่น มึนหัว สมองตื้อในตอนเช้า
  4. คนที่มีความเครียดสะสม วิตกกังวล นอนไม่ลึกเพราะคิดมาก
    ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ยอมหยุดคิดตอนกลางคืน แม้ร่างกายจะเหนื่อยแค่ไหน นั่นหมายความว่าระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) ของคุณยังตื่นตัวอยู่
  5. คนทำงานหนัก ใช้สมองเยอะ อยากรีเซ็ตพลังในสมอง
    สำหรับคนที่ต้องคิด วิเคราะห์ ทำงานหนักทั้งวัน สมองมักจะโอเวอร์โหลดจนปิดสวิตช์ไม่ลง

สรุป

ไม่ว่าจะเป็น “นอนไม่หลับ” หรือลงนอนแล้ว “หลับไม่ลึก” ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้จบที่ความง่วงตอนเช้า แต่มันสะท้อนถึงสมดุลภายในสมอง ระบบประสาท และสุขภาพโดยรวม ซึ่งการหาแนวทางช่วยฟื้นฟูการนอนตั้งแต่รากฐาน เช่น การใช้โปรแกรม EXOMIND จึงกลายเป็นทางเลือกที่คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น



FAQs คำถามที่พบบ่อย

EXOMIND ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลใน 4-6 ครั้งแรก และเห็นผลชัดเจนเมื่อทำต่อเนื่อง 10-12 ครั้ง

คนอายุมากสามารถทำได้ไหม?

ได้ ไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ หากไม่มีอุปกรณ์โลหะในสมองหรือเครื่องกระตุ้นหัวใจ

EXOMIND ต่างจากการนวดผ่อนคลายยังไง?

การนวดช่วยคลายกล้ามเนื้อ แต่ EXOMIND กระตุ้นสมองลึกเพื่อปรับระบบประสาทให้เข้าสู่โหมดพักผ่อนโดยตรง

Related Blogs and Articles
ทำไมการตรวจการนอนหลับ ถึงสำคัญ

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมในบางคืนเราถึงนอนหลับไม่สนิท ตื่นเช้าขึ้นมาก็ยังรู้สึกเหนื่อย หรือบางคนอาจตื่นมากลางดึกบ่อย ๆ จนทำให้รู้สึกนอนไม่พอ

ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย

การนอนกรนในเด็ก ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่ากำลังมีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ ซอาจส่งผลต่อสมอง พฤติกรรม และการเจริญเติบโตในเด็กได้

นอนกรน เสี่ยง โรคใหลตาย

อาการนอนกรนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่สร้างความรำคาญใจให้กับคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่อันตรายถึงชีวิต

Symptoms of sleep apnea

สิ่งหนึ่งที่มักถูกละเลยคือการดูแลคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นสิ่งสำคัญมากต่อชีวิตประจำวัน การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ

Sleep Test ราคาประหยัด

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นวิธีการที่สำคัญในการวิเคราะห์ความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่กำลังนอนหลับ เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของร่างกายหลาย ๆ ด้าน

sudden death silent danger

นอนกรน ใครจะคิดว่า “เสียงกรน” ที่ดูเหมือนเรื่องธรรมดา อาจกลายเป็นภัยเงียบที่พรากชีวิตคนที่คุณรักไปอย่างไม่รู้ตัว “ใหลตาย” (Sudden Unexpected Nocturnal Death Syndrome หรือ SUNDS) คือหนึ่งในภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในอาการนอนกรน โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (OSA) เข้าใจ “ใหลตาย” ภัยเงียบที่พรากชีวิตในยามหลับ “ใหลตาย” คือภาวะเสียชีวิตอย่างกะทันหันในขณะนอนหลับ โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดภายหลังชันสูตร มักเกิดในคนที่ดูเหมือนสุขภาพแข็งแรงดี ในกลุ่มชายวัยหนุ่มสาวในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์สาเหตุของอาการใหลตายยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด แต่จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่า ผู้เสียชีวิตจำนวนมากมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ที่มีจุดร่วมสำคัญคือ “การนอนกรน” งานวิจัยที่มีความเชื่อมโยง “ใหลตาย” งานวิจัยในประเทศไทยโดย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พบว่าในกลุ่มผู้ป่วยใหลตายที่รอดชีวิต มีสัดส่วนมากถึง 80% ที่มีอาการหยุดหายใจขณะหลับ​ในประเทศฟิลิปปินส์ มีวิจัยจาก PubMed รายงานว่าชายหนุ่มวัยทำงานเสียชีวิตจากอาการใหลตาย จำนวนมากมีประวัติ “นอนกรนเสียงดัง” และ “หายใจติดขัดกลางดึก”​การศึกษาจาก JACC Journals ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ก็พบว่า OSA เพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจอย่างเฉียบพลัน รวมถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงในขณะหลับ สัญญาณที่บ่งชี้ว่าอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กรนเสียงดังหยุดหายใจเงียบ ๆ ชั่วครู่ แล้วเฮือกสะดุ้งตื่นกลางดึก หายใจไม่ทันตื่นนอนแล้วรู้สึกไม่สดชื่นง่วงตอนกลางวัน สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวนปวดหัวตอนเช้า ความดันสูง เบาหวานหรือโรคหัวใจ ปรึกษาปัญหากับผู้เชี่ยวชาญ ฟรี! https://www.youtube.com/shorts/VQlGzDh6-_Q ทำไมภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ถึงเสี่ยงต่อ “ใหลตาย”? ออกซิเจนต่ำซ้ำซากการหยุดหายใจหลายครั้งต่อคืน ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ ส่งผลต่อหัวใจและสมองอย่างรุนแรงหัวใจเต้นผิดจังหวะภาวะ OSA เพิ่มความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบventricular fibrillation ที่อาจนำไปสู่หัวใจหยุดเต้นในขณะหลับกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติภาวะออกซิเจนต่ำกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเธติก ทำให้ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจผันผวนอย่างรุนแรงสมองขาดออกซิเจนการขาดออกซิเจนในสมองซ้ำซาก อาจทำให้เกิดการชักหรือสูญเสียการควบคุมระบบสำคัญในร่างกาย แนวทางการรักษาอาการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับเพื่อป้องกัน “ใหลตาย” การรักษาที่เหมาะสมสามารถลดความเสี่ยงใหลตายได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยแนวทางการรักษาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก1. การรักษาแบบไม่ใช้เครื่องมือปรับพฤติกรรม เช่น ลดน้ำหนัก งดแอลกอฮอล์ งดยานอนหลับ นอนตะแคงฝึกการหายใจ และกล้ามเนื้อในช่องปาก (Myofunctional Therapy) ช่วยกระชับกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ2. การรักษาด้วยอุปกรณ์CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก ที่ถือเป็นมาตรฐานทองในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับOral Appliance (เครื่องมือทันตกรรม) ช่วยดันขากรรไกรล่างไปด้านหน้า เปิดทางเดินหายใจ เหมาะกับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง3. การรักษาแบบผ่าตัดและหัตถการผ่าตัดช่องทางเดินหายใจ เช่น ตัดต่อมทอนซิล ผ่าตัดเพดานอ่อนผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular Advancement)รักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency)เลเซอร์ หรือร้อยไหมยกเพดานอ่อน สำหรับกรณีมีอาการนอนกรนที่ไม่ซับซ้อนอย่าปล่อยให้ “กรน” กลายเป็นคำบอกลาสุดท้ายเสียงกรนอาจไม่ใช่แค่เรื่องกวนใจของคนข้างเตียง แต่มันคือ “สัญญาณเตือน” โดยเฉพาะในคนที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น น้ำหนักเกิน มีคอหนา เป็นเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงการตรวจ Sleep Test คือกุญแจสำคัญ ในการวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และวางแผนรักษาได้อย่างแม่นยำ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย

เสียงกรนไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ชาย

ผู้หญิงก็มีแนวโน้มที่จะนอนกรนได้ไม่แพ้ผู้ชาย! แม้เสียงกรนอาจเบากว่า หรือพบได้น้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากภาวะนี้

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!