• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ลูกหายใจทางปาก
อันตรายที่พ่อแม่คาดไม่ถึง
ผลกระทบที่อาจเปลี่ยนอนาคตของลูก

ลูกหายใจทางปาก

อันตรายที่พ่อแม่คาดไม่ถึง
ผลกระทบที่อาจเปลี่ยนอนาคตของลูก
Table of Contents

“การหายใจทางปาก” คือภาวะที่เด็กไม่สามารถหายใจผ่านจมูกได้ตามปกติ จึงต้องอ้าปากเพื่อรับอากาศแทน โดยเฉพาะเวลานอน เด็กที่มีพฤติกรรมนี้มักจะ นอนอ้าปาก น้ำลายไหล เสียงกรนเบา ๆ หรือดูดกลืนอากาศขณะหลับโดยไม่รู้ตัว

การหายใจทางปากในระยะยาวจะส่งผลให้ โครงหน้าผิดรูป ฟันยื่น เพดานแคบ และมีโอกาสเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ได้

สาเหตุที่ทำให้ลูกหายใจทางปาก

สาเหตุของการหายใจทางปากมีได้หลายประการ เช่น

  • จมูกอุดตัน จากภูมิแพ้ หรือต่อมอะดีนอยด์โต
  • โครงสร้างใบหน้าและขากรรไกรแคบ ทำให้ทางเดินหายใจเล็ก
  • พฤติกรรมตั้งแต่ทารก เช่น การดูดนมขวดแทนเต้า ซึ่งลิ้นไม่ได้ออกแรงเต็มที่
  • ลิ้นติด (Tongue-tie) ทำให้ลิ้นไม่สามารถปิดเพดานได้
  • นิสัยนอนอ้าปาก จากการคัดจมูกบ่อย

อันตรายจากการหายใจทางปาก

เด็กที่หายใจทางปากจะได้รับอากาศที่ไม่มีการกรองหรือปรับอุณหภูมิจากจมูก ส่งผลต่อสุขภาพหลายด้าน ได้แก่

  • โครงหน้าผิดรูป (Long face syndrome) หน้ายาว จมูกแบน คางร่น
  • ฟันซ้อน ฟันยื่น ฟันสบไม่พอดี เพราะลิ้นไม่กดเพดานอย่างถูกตำแหน่ง
  • นอนหลับไม่ลึก ทำให้สมองไม่ได้พัก
  • มีปัญหาสมาธิสั้น หรืออารมณ์แปรปรวนง่าย
  • พูดไม่ชัด เสียงขึ้นจมูก หรือเสียงแหบ

งานวิจัยจาก MDPI ศึกษาโดยใช้ fMRI พบว่าการหายใจทางปากมีผลต่อการเปิดใช้งานสมองในงานความจำ (Working Memory) แตกต่างจากการหายใจทางจมูก และเชื่อมโยงระหว่างปัญหาการนอนกับอาการสมาธิสั้นในเด็กที่หายใจทางปาก

ผลกระทบระยะยาวต่อพัฒนาการของเด็ก

ภาวะหายใจทางปากมีผลลึกถึงระดับสมองและพฤติกรรม เช่น

  • สมองขาดออกซิเจนเรื้อรัง → สมาธิสั้น หงุดหงิดง่าย
  • นอนหลับไม่ลึก → การเรียนรู้และความจำลดลง
  • กล้ามเนื้อใบหน้าและปากพัฒนาไม่สมดุล → พูดไม่ชัด
  • ขาดความมั่นใจทางสังคมจากรูปลักษณ์ใบหน้า

วิธีสังเกตว่าลูกหายใจทางปากหรือไม่

ลองเช็กได้ง่าย ๆ จากพฤติกรรมต่อไปนี้

  • นอนอ้าปาก น้ำลายไหลขณะนอน
  • ปากแห้งตอนตื่น
  • เสียงกรนเบา ๆ หรือเสียงหายใจดัง
  • หน้ายาว คางร่น จมูกแบน
  • ฟันบนยื่นมากกว่าปกติ
  • หายใจเสียงฟืดฟาดเวลานอน

หากลูกมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องเกิน 1 เดือน ควรรีบพาไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับหรือโครงสร้างใบหน้า

วิธีรักษาและแก้ไขอาการลูกที่หายใจทางปาก

วิธีการรักษารายละเอียดเหมาะกับกรณีผลลัพธ์ที่คาดหวัง
1. รักษาภูมิแพ้และคัดจมูกใช้ยาพ่นจมูก ยาแก้แพ้ หรือการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ให้หายใจโล่งขึ้นเด็กที่มีอาการจมูกอุดตันจากภูมิแพ้ หรือต่อมอะดีนอยด์โตหายใจผ่านจมูกได้ดีขึ้น ลดการอ้าปากขณะนอน
2. Myofunctional Therapy (MFT)การฝึกกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และปาก โดยนักบำบัดเฉพาะทางเด็กที่มีนิสัยการนอนอ้าปาก หรือวางลิ้นผิดตำแหน่งกลับมาหายใจทางจมูกได้ ลิ้นอยู่ในตำแหน่งถูกต้อง ฟันเรียงสวยขึ้น
3. การขยายเพดาน (RPE/TPA)ใช้อุปกรณ์ทันตกรรมช่วยขยายเพดานปากให้กว้างขึ้นเด็กที่มีโครงหน้าแคบ หรือฟันซ้อนเกทางเดินอากาศกว้างขึ้น ลดการกรน การหายใจทางปาก
4. การตัดพังผืดใต้ลิ้น (Tongue-tie Release)ผ่าตัดเล็กเพื่อปลดพังผืดใต้ลิ้นที่รั้งการเคลื่อนไหวเด็กที่มีภาวะลิ้นติดลิ้นเคลื่อนไหวอิสระขึ้น ช่วยให้หายใจทางจมูกได้ดี
5. การฝึกหายใจทางจมูกที่บ้านฝึกให้ลูกหายใจเข้า-ออกทางจมูกช้า ๆ ทุกวัน วันละ 10 นาทีเด็กที่เริ่มฟื้นพฤติกรรมหายใจทางจมูกกล้ามเนื้อทางเดินหายใจแข็งแรงขึ้น
6. การปรับสภาพแวดล้อมในห้องนอนใช้เครื่องทำความชื้น กำจัดฝุ่น ปรับอุณหภูมิไม่ให้แห้งเกินไปเด็กที่มีปัญหาคัดจมูกตอนกลางคืนจมูกโล่งขึ้น ลดอาการกรนและการหายใจทางปาก
7. การติดตามผลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับตรวจการนอน (Sleep Test) เพื่อประเมินการหยุดหายใจและผลลัพธ์ของการรักษาเด็กที่มีภาวะกรน หรือสงสัยหยุดหายใจขณะนอนวางแผนการรักษาได้แม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น

สรุป

แม้ “ลูกหายใจทางปาก” จะดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่แท้จริงแล้วเป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกว่า ระบบทางเดินหายใจหรือโครงสร้างใบหน้ามีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโต การนอนหลับ และพัฒนาการด้านสมองของเด็กได้โดยไม่รู้ตัว

ข่าวดีคือ ภาวะนี้ สามารถรักษาและฟื้นฟูได้ หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ ทันตกรรม และนักบำบัดกล้ามเนื้อช่องปาก จะช่วยให้ทราบต้นเหตุที่แท้จริง ว่าลูกหายใจทางปากเพราะอะไร?

FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาลูกหายใจทางปาก

  • ลูกหายใจทางปากเป็นเรื่องปกติไหม?
    ไม่ปกติ เป็นสัญญาณของปัญหาทางเดินหายใจหรือโครงสร้างช่องปาก
  • ลูกหายใจทางปากต้องรีบพบแพทย์ไหม?
    ควรรีบพบ หากมีอาการต่อเนื่องเกิน 1 เดือน โดยเฉพาะถ้ามีเสียงกรนหรือหยุดหายใจขณะนอน
  • ถ้าลูกยังเล็กจะรักษาได้ไหม?
    ได้ การรักษาตั้งแต่อายุน้อยจะช่วยให้ผลลัพธ์ดีที่สุด เพราะโครงสร้างใบหน้ายังพัฒนาได้
  • เด็กที่หายใจทางปากจะหายเองได้ไหม?
    ส่วนใหญ่ไม่หายเอง ต้องได้รับการประเมินและฝึกหายใจอย่างถูกวิธี
  • Myofunctional Therapy ต้องทำบ่อยไหม?
    โดยทั่วไปควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และฝึกต่อเนื่องที่บ้าน
  • การหายใจทางปากเกี่ยวข้องกับการนอนกรนไหม?
    เกี่ยวข้องโดยตรง เด็กที่หายใจทางปากมักมีภาวะกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย

Related Blogs and Articles
ตรวจการนอนหลับ คืออะไร?

“คุณภาพการนอน” มีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และแม้แต่ภาวะซึมเศร้าได้

splint

หลายคนอาจจะมองว่าเสียงกรนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วมันสะท้อนถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ เราจะพูดกันถึงวิธีการแก้ไขด้วย “เฝือกฟันแก้นอนกรน”

How to treat snoring in women

การนอนกรนไม่ใช่เรื่องน่าอายขนาดนั้น แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่คิดที่จะแก้ไข อาจทำให้เกิดอันตรายที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ในผู้หญิงหลายคนอาจจะรู้สึกเขินอาย หรือไม่กล้าบอกว่าตัวเองมีอาการนอนกรน และไม่รู้ว่าจะหาวิธีแก้ปัญหานี้อย่างไรให้ได้ผล แต่การนอนกรนในผู้หญิงก็เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้ และหากไม่ให้ความสำคัญกับการหาทางแก้ไขอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตขณะนอนหลับได้ก่อนที่จะหาคำตอบว่า ทำไม? ผู้หญิงถึงนอนกรน เราควรทำความเข้าใจว่าอาการนอนกรนคืออะไร? อาการนอนกรนคืออะไร? อาการนอนกรนเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อในลำคอผ่อนคลายระหว่างการนอนหลับ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เมื่ออากาศผ่านช่องทางเดินหายใจที่แคบนี้ จะทำให้เนื้อเยื่อในลำคอ เช่น ทอนซิล เพดานอ่อน หรือลิ้นไก่สั่น จะทำให้เกิดเสียงกรน และยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้ทางเดินหายใจแคบลงหรืออุดตัน เช่น ต่อมทอนซิลโต น้ำหนักตัวที่มากเกินไป หรือลิ้นที่โตขึ้น ก็อาจทำให้เกิดอาการนอนกรนได้ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) คืออะไร? การนอนกรนไม่ใช่แค่การสร้างเสียงรบกวนระหว่างการนอนหลับ แต่ยังสามารถนำไปสู่การหยุดหายใจขณะหลับได้อีกด้วย เมื่อเนื้อเยื่อในลำคอหรือที่ลิ้นหย่อนลงไปปิดทางเดินหายใจ ทำให้ไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนในขณะที่นอนหลับ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะไหลตายได้https://www.youtube.com/shorts/1RcpD_hJKcw สาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงนอนกรน ข้อมูลจาก SnoreMD ว่าปกติผู้ชายจะมีแนวโน้มที่จะนอนกรนมากกว่าผู้หญิง แต่ในผู้หญิงก็สามารถนอนกรนได้เช่นกัน โดยสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงนอนกรนมักจะเกี่ยวข้องกับสุขภาพ น้ำหนักเกิน หรือการเปลี่ยนแปลงในร่างกายที่เกิดจากอายุหรือการตั้งครรภ์ เช่น​อายุ เมื่อผู้หญิงอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป ปัญหาการนอนกรนจะเริ่มเพิ่มขึ้นวัยหมดประจำเดือน หลังจากหมดประจำเดือน ในผู้หญิงบางรายอาจมีแนวโน้มทำให้นอนกรนมากขึ้นน้ำหนักเกิน อาจทำให้มีไขมันสะสมที่หบริเวณลำคอ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงได้การตั้งครรภ์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงในร่างกายและระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการนอนกรนได้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ถึงแม้จะพบได้น้อยในผู้หญิง แต่ยังคงเป็นปัญหาที่ควรให้ความสนใจ ปรึกษาปัญหานอนกรน ฟรี! สาเหตุอื่น ๆ ของการนอนกรน ในกรณีทั่วไป การนอนกรนอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่นคนอ้วน การสะสมของไขมันในบริเวณคอผู้สูงอายุ การเสื่อมของกล้ามเนื้อที่ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงโรคภูมิแพ้หรือไซนัสอักเสบ ทำให้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหาความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร อาจทำให้เกิดอาการนอนกรน วิธีแก้ไขการนอนกรนผู้หญิง การรักษาอาการนอนกรนเริ่มต้นด้วยการหาสาเหตุที่แท้จริง โดยการทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อตรวจหาว่าคุณมีปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หลังจากนั้นสามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งแบ่งเป็นสองประเภทหลัก คือ แบบผ่าตัดและแบบไม่ผ่าตัดบทความที่เกี่ยวข้อง Sleep Test มีกี่แบบ และควรเลือกตรวจแบบไหน?การเลือกวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการนอนกรน หากคุณพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการนอนกรนที่เป็นปัญหา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย สรุป การนอนกรนในผู้หญิงไม่ใช่แค่เรื่องรบกวนคนข้าง ๆ แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของร่างกาย โดยเฉพาะ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด และอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และภาวะซึมเศร้าหลายคนอาจไม่รู้ว่าการนอนกรนในผู้หญิงมักไม่มีอาการชัดเจนเหมือนผู้ชาย เช่น อาจไม่มีเสียงกรนดัง แต่จะมีอาการอ่อนเพลีย ง่วงกลางวัน ขี้ลืม หงุดหงิดง่าย หรือแม้แต่ปัญหาทางเพศ ทำให้ถูกมองข้ามและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

แก้การนอนกรน

ไขความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักเกินกับการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) พร้อมแนวทางฟื้นฟูสมดุลร่างกายจากภายใน

ตรวจการนอนหลับ

เหนื่อยแม้นอนเต็มคืน อาจเกิดจากคุณภาพการนอนที่ไม่สมดุล วงจรหลับลึกและ REM Sleep สั้นลง ตรวจการนอนหลับช่วยค้นหาสาเหตุได้

7 วิธีแก้นอนกรน

การนอนกรนไม่ใช่แค่ปัญหากวนใจของคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็น “สัญญาณเตือน” ถึงภาวะอันตรายที่ซ่อนอยู่ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ที่เสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันสูง และการเสียชีวิตขณะนอนหลับได้https://youtu.be/IiQ1cbbtrOs?si=a2rxjjKPPIQWLdtu ล่าสุดในวิดีโอสัมภาษณ์โดยคุณซีมง ที่ได้เชิญคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนจาก VitalSleep Clinic มาให้ความรู้แบบเข้าใจง่าย มาอธิบายถึง 7 วิธีรักษาอาการนอนกรน ที่ได้ผลจริงปลอดภัย วิธีการรักษาทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด สรุปมาไว้ที่นี่แล้ว ก่อนรักษา ต้องเริ่มจากการ “ตรวจการนอนหลับ (Sleep Test)” คุณหมอย้ำว่าก่อนจะรักษาอาการนอนกรน ต้องเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นการนอนกรนแบบธรรมดาหรือมีภาวะหยุดหายใจร่วมด้วยเมื่อได้ผลตรวจการนอนหลับแล้ว แพทย์เฉพาะทางจะอ่านผล เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย 7 วิธีรักษานอนกรน จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 1. CPAP (Continuous Positive Airway Pressure)เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก เป็นมาตรฐานในการรักษาอาการนอนกรนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea)หลักการทำงาน CPAP จะพ่นลมอย่างต่อเนื่องผ่านหน้ากากครอบจมูกหรือทั้งจมูกและปาก เพื่อให้ทางเดินหายใจไม่ให้ฟีบในขณะที่กำลังหลับ ช่วยลดการสั่นของเพดานปากและการอุดกั้นที่ทำให้เกิดเสียงกรนหรือหยุดหายใจข้อดีรักษานอนกรนตั้งแต่ระดับปานกลางถึงรุนแรงได้ผลดีลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ ความดันสูง หลอดเลือดสมองเหมาะกับใครคนที่มีอาการกรนระดับเบาถึงปานกลาง หรือคนที่มี OSA2. Oral Appliance (โปรแกรมทันตกรรมรักษานอนกรน)เครื่องมือทันตกรรมที่ออกแบบเฉพาะบุคคล ใส่ในปากขณะนอนหลับหลักการทำงาน ดันขากรรไกรล่างไปด้านหน้า ช่วยเปิดพื้นที่ด้านหลังลิ้น ลดการอุดกั้นทางเดินหายใจข้อดีพกพาสะดวก ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าใช้งานง่าย น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ใช้ CPAP แล้วไม่ประสบความสำเร็จเหมาะกับใครคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรง หรือมีโรคร่วมที่ต้องการควบคุมอาการให้แน่นอน3. Myofunctional Therapy (กายภาพกล้ามเนื้อช่องปากและใบหน้า)การบำบัดกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจและการกลืนหลักการทำงาน ฝึกกล้ามเนื้อลิ้น ริมฝีปาก เพดานอ่อน และใบหน้า เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและการควบคุมให้กับกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงข้อดีเป็นการรักษาแบบไม่ใช้เครื่อง ไม่ผ่าตัดเสริมประสิทธิภาพการใช้ Oral Appliance หรือหลังผ่าตัดป้องกันไม่ให้โรครุนแรงขึ้นในอนาคตเหมาะกับใครเด็กที่มีปัญหาหายใจทางปาก มีโครงสร้างใบหน้าผิดปกติ และผู้ใหญ่ที่เริ่มมีภาวะกรนหรือมีภาวะหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อจากอายุ4. Radio Frequency (RF) คลื่นความถี่วิทยุเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานความร้อนควบคุมระดับในการกระตุ้นเนื้อเยื่อให้หดตัวหลักการทำงาน กระตุ้นให้เพดานอ่อนและโคนลิ้นหดตัว เพิ่มความกระชับของเนื้อเยื่อ ลดการสั่นของเนื้อเยื่อขณะนอนหลับข้อดีใช้เวลาทำไม่นาน ฟื้นตัวเร็วรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดใช้ร่วมกับ Oral Appliance หรือ CPAP เพื่อเสริมประสิทธิภาพเหมาะกับใครคนที่มีปัญหาเพดานอ่อนหย่อน พลิ้ว สั่นง่าย และมีนอนกรนไม่รุนแรง5. การผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นโพรงจมูกคด (Septoplasty)จัดแนวผนังกั้นจมูกให้ตรง เปิดทางเดินหายใจหลักการทำงาน ผ่าตัดปรับโครงสร้างจมูกที่คดหรือมีเนื้องอกกีดขวาง เพื่อให้หายใจสะดวกขึ้นข้อดีเพิ่มประสิทธิภาพของ CPAP และการหายใจทางจมูกแก้ปัญหาการนอนอ้าปากจากการหายใจทางปากเหมาะกับใครคนที่มีโพรงจมูกตีบ จมูกคด หรือมีปัญหาหายใจทางจมูกลำบากเรื้อรัง6. การผ่าตัดเพดานอ่อนผ่าตัดเปิดทางเดินหายใจบริเวณเพดานอ่อนหลักการทำงาน ตัดหรือเย็บยกเพดานอ่อนให้กระชับขึ้น และเปิดช่องทางให้ลมหายใจผ่านสะดวกข้อดีช่วยลดเสียงกรนเหมาะกับคนที่มีโครงสร้างเพดานอ่อนหย่อนอย่างชัดเจนเหมาะกับใครคนที่แพทย์ตรวจพบว่าเกิดการอุดกั้นจากเพดานอ่อนเป็นหลัก7. การผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular Advancement หรือ MMA)ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกรบน ล่าง และคางไปด้านหน้าหลักการทำงาน ขยายพื้นที่ทางเดินหายใจส่วนบน เพิ่มความตึงของกล้ามเนื้อโดยรอบ ช่วยป้องกันการยุบตัวของทางเดินหายใจขณะหลับข้อดีเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะคนที่มีโครงสร้างใบหน้าผิดปกติให้ผลลัพธ์ของการรักษาที่ยั่งยืนเหมาะกับใครคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรง และไม่ตอบสนองต่อวิธีรักษาอื่น ๆ รวมถึงคนที่มีโครงสร้างใบหน้าร่นเล็กผิดปกติ สรุป ปัญหานอนกรนไม่ใช่แค่เสียงรบกวน แต่เป็นสัญญาณเตือนสุขภาพที่อาจซ่อนโรคอันตรายไว้เบื้องหลัง เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อารมณ์แปรปรวน ไปจนถึงสมรรถภาพทางเพศถดถอย7 วิธีรักษานอนกรน ที่ VitalSleep Clinic แนะนำ เป็นการดูแลแบบองค์รวม โดยแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการนอนหลับ ที่จะประเมินจากโครงสร้างทางเดินหายใจ พฤติกรรมการนอน ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงผลตรวจการนอนหลับ Sleep Test เพื่อออกแบบการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง!

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!