• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
อาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
อันตรายแค่ไหน ?
ใครบ้างที่เสี่ยง ?

อาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

อันตรายแค่ไหน ?
ใครบ้างที่เสี่ยง ?
Table of Contents

ในปัจจุบัน ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารหรือการออกกำลังกาย แต่สิ่งหนึ่งที่มักถูกละเลยคือการดูแลคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นสิ่งสำคัญมากต่อชีวิตประจำวัน การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพหรือมีปัญหาอื่น ๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว และอาจก่อให้เกิดโรคร้ายแรงต่าง ๆ เช่น

  • โรคสมองเสื่อม
  • โรคซึมเศร้า
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

“ทุกคนมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ หากปล่อยไว้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ควรตรวจคุณภาพการนอนหลับเพื่อการรักษาอย่างทันท่วงที”

สุขภาพการนอนหลับสำคัญกว่าที่คุณคิด

การนอนหลับที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงที่นอนเพียงอย่างเดียว บางคนอาจนอน 7-8 ชั่วโมง แต่ตื่นมารู้สึกไม่สดชื่น หรือมีอาการเพลียหรือง่วงนอนมากในระหว่างวัน อาจเป็นเพราะกำลังมีปัญหาในการนอนอยู่ เช่น มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่รู้ตัว การทำ Sleep Test เป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยให้ทราบปัญหาการนอนอย่างแม่นยำ

ทำความรู้จักวงจรการนอนหลับ

การนอนหลับของมนุษย์แบ่งออกเป็น 2 ระดับหลัก ๆ คือ

  1. การนอนหลับแบบ Non-REM ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระยะ
    • ระยะที่ 1: ระยะนี้สมองจะทำงานช้าลง หากถูกปลุกในช่วงเวลานี้ จะไม่รู้สึกงัวเงีย อาจมีการสะดุ้งตื่น (Hypnic Jerk) จากการรู้สึกเหมือนว่าตัวเองตกจากที่สูง
    • ระยะที่ 2: การนอนหลับช่วงระยะนี้ช่วยกระตุ้นความจำระยะสั้นและเพิ่มสมาธิได้
    • ระยะที่ 3: เป็นช่วงที่หลับลึก ร่างกายพักผ่อนเต็มที่ มีการหลั่งฮอร์โมน Growth Hormone ถ้าถูกปลุกช่วงนี้จะงัวเงียมาก ๆ
  2. การนอนหลับแบบ REM Sleep (Rapid Eye Movement Sleep) ช่วงนี้สมองทำงานใกล้เคียงกับตอนที่ตื่นนอน มีการเคลื่อนไหวของดวงตาอย่างรวดเร็วและมีโอกาสฝันในช่วงที่หลับอยู่ การนอนในระยะนี้ช่วยในการเก็บข้อมูล การสร้างจินตนาการ และความทรงจำระยะยาว

ใครบ้าง เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ?

แม้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับสามารถเกิดได้กับทุกคน และสามารถเกิดได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง แต่ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่มีโครงสร้างทางเดินหายใจผิดปกติ เช่น คอใหญ่ น้ำหนักเกิน ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่จัด หรือมีประวัติครอบครัวที่เคยเป็นภาวะนี้มาก่อน

อาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

  • กรนเสียงดังมาก และกรนเป็นประจำ หายใจเหมือนกรน สร้างความรำคาญต่อผู้ที่นอนร่วมด้วย
  • กรนแล้วหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ตามด้วยอาการสำลักขณะนอนหลับ
  • หายใจติดขัดหรือหายใจแรงขณะนอนหลับ
  • นอนหลับไม่เต็มอิ่ม ตื่นขึ้นมาบ่อย ๆ
  • ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่นและปวดหัว
  • ง่วงนอนมากในช่วงระหว่างวัน เช่น หลับในขณะทำงานหรือตอนที่กำลังขับรถ
  • อารมณ์หงุดหงิดง่าย ขาดสมาธิ และความจำไม่ดี
  • มีความรู้สึกทางเพศลดลง

หากคุณมีอาการเกิน 3 ข้อ จากด้านบน ควรรีบมาปรึกษาแพทย์เพราะอาจเข้าข่ายภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง!

วิธีการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การปรับพฤติกรรมสามารถช่วยลดความเสี่ยงเบื้องต้นได้ เช่น

  • ลดการดื่มแอลกอฮอล์และเลิกสูบบุหรี่ทุกชนิด ซึ่งจะส่งผลให้ทางเดินหายใจทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการบวมหรือความผิดปกติระบบทางเดินหายใจได้
  • ออกกำลังกายควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อช่วยให้พัฒนาระบบทางเดินหายใจได้
  • เปลี่ยนท่านอน เป็นท่านอนตะแคง เพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น เพราะการนอนตะแคงจะสามารถทำให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การรักษาที่ดีที่สุดคือการเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทาง การทำ Sleep Test ช่วยตรวจสอบระดับการหยุดหายใจขณะหลับ วัดระดับออกซิเจน เสียงกรน และอัตราการเต้นของหัวใจในขณะนอนหลับ ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ว่าการนอนท่าใดมีความเสี่ยงมากที่สุด โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive sleep apnea หรือ OSA) หรือมีพฤติกรรมผิดปกติระหว่างการนอน

ผล Sleep Test ที่จะวิเคราะห์การทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายระหว่างการนอนหลับ ยกตัวอย่างเช่น

  • วัดระดับความรุนแรงของการหยุดหายใจขณะหลับ
  • วัดระดับออกซิเจนขณะหลับ
  • วัดระดับออกซิเจนในแต่ละท่านอน
  • วัดระดับความดังของเสียงกรน
  • วัดระดับการนอน (Sleep stages)
  • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • เช็คว่านอนท่าไหนหยุดหายใจมากสุด
ปรึกษาการตรวจการนอนหลับฟรี!

สรุป

การนอนหลับที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม หากคุณสังเกตเห็นอาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไม่ที่จะควรละเลย ควรรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อการรักษาที่เหมาะสม และหากมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับอื่น ๆ สามารถปรึกษา VitalSleep Clinic ซึ่งมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรับรองจาก American Board of Dental Sleep Medicine คนไข้จะได้รับการรักษาที่ตรงจุด ได้คำแนะนำเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะทุกปัญหาการนอนไว้วางใจ VitalSleep Clinic

Related Blogs and Articles
Brain stimulation technology

โปรแกรม EXOMIND เทคโนโลยีกระตุ้นสมอง ที่ช่วยให้หลับง่าย หลับลึก หลับไว คุณเคยไหม?... ที่พยายามเข้านอนตั้งแต่สามทุ่ม แต่ตาแข็งยันตีสอง? หรือแม้จะนอนได้แต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกยังไม่สดชื่น เหมือนนอนไม่พอ EXOMIND อาจเป็นคำตอบใหม่สำหรับคนที่กำลังต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้ ทำไม? การนอนหลับถึงสำคัญ หลับลึก (Deep Sleep) คืออะไร? Deep Sleep คือช่วงที่สมองของคุณพักผ่อนจริง ๆ เป็นช่วงที่ระบบซ่อมแซมร่างกายเริ่มทำงานเต็มที่ ฮอร์โมนเจริญเติบโตหลั่ง ระบบภูมิคุ้มกันรีเซ็ต และความจำระยะยาวเริ่มเก็บข้อมูล ถ้าคุณไม่มี Deep Sleep คุณจะเหนื่อยง่าย หลงลืม และรู้สึกไม่สดชื่นตลอดวัน ผลกระทบของการนอนไม่พอ ปัญหาการนอนที่คนไทยเจอกันบ่อย เรื่อง “การนอนหลับ” กลับมีคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่กำลังเผชิญกับภาวะนอนไม่มีคุณภาพแบบไม่รู้ตัว ปัญหาการนอนหลับไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ "ง่วงตอนกลางวัน" แต่ยังส่งผลลึกไปถึงสมอง หัวใจ อารมณ์ และประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตทุกด้าน โดยเฉพาะ 2 ปัญหาหลักที่พบบ่อย คือ นอนไม่หลับ และ หลับไม่ลึก นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก ถ้าคุณเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม หวังจะตื่นมาสดชื่นในวันพรุ่งนี้ แต่ดันนอนพลิกตัวไปมาเหมือนอยู่บนเตียง ตาแข็งจนถึงตีสอง บางคืนหลับได้ก็จริง แต่กลับตื่นขึ้นมาตอนตีสาม ตีสี่ แล้วนอนต่อไม่ได้อีกเลย อาการเหล่านี้เรียกว่า Insomnia หรือ ภาวะนอนไม่หลับ ในระยะสั้น การนอนไม่หลับอาจทำให้เราง่วง สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน แต่ถ้านานวันเข้าจะเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ หลับไม่ลึก รู้สึกไม่สดชื่น บางคนหลับง่ายมาก ๆ แต่ตื่นเช้ามาแล้วกลับรู้สึก “เหนื่อยกว่าเดิม” เหมือนไม่ได้นอนเลย นั่นคือสัญญาณของภาวะหลับไม่ลึก (Poor Deep Sleep) ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่คนไทยมักมองข้าม การหลับไม่ลึกคือการที่ร่างกายไม่ได้เข้าสู่ช่วง Deep Sleep ที่เป็นช่วงที่สมองหลั่งโกรทฮอร์โมน ฟื้นฟูร่างกาย ซ่อมแซมเซลล์ และเคลียร์สารพิษที่สะสมในสมอง EXOMIND คืออะไร? โปรแกรม EXOMIND คือเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็ก (BTL Neurostimulation) โดยใช้หลักการของการกระตุ้นสมองผ่านสนามแม่เหล็กความเข้มต่ำ เพื่อปรับวงจรการนอนให้สมดุลมากขึ้น เทคโนโลยี BTL คือการใช้คลื่นแม่เหล็กระดับต่ำ (Low-Intensity Pulsed Electromagnetic Field หรือ PEMF) ที่ปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัด ช่วยกระตุ้นสมองส่วน Prefrontal Cortex ที่เกี่ยวข้องกับการนอน การผ่อนคลาย และการฟื้นฟูจิตใจ โปรแกรม EXOMIND ช่วยการนอนหลับได้อย่างไร? กระตุ้นสมองส่วนลึกเพื่อปรับวงจรการนอน EXOMIND ช่วยให้สมองปรับคลื่นให้เข้าสู่โหมดพักผ่อนโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องฝืน ไม่ต้องกดดันตัวเองให้นอน ช่วยให้เข้าสู่ Deep Sleep ได้ไวขึ้น คนที่เข้ารับการทำ EXOMIND อย่างต่อเนื่องจะพบว่าใช้เวลาน้อยลงในการเข้าสู่ระยะหลับลึก และตื่นมาพร้อมความรู้สึกสดชื่นมากขึ้น ใครบ้าง? ควรลองโปรแกรม EXOMIND คนที่มีปัญหาการนอนที่เรื้อรัง หรือเคยลองมาหลายวิธีแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น หากกำลังสงสัยว่า "เราเหมาะกับโปรแกรมนี้ไหม?" มาดูประเภทของคนที่ควรลอง EXOMIND กัน สรุป ไม่ว่าจะเป็น "นอนไม่หลับ" หรือลงนอนแล้ว "หลับไม่ลึก" ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้จบที่ความง่วงตอนเช้า แต่มันสะท้อนถึงสมดุลภายในสมอง ระบบประสาท และสุขภาพโดยรวม ซึ่งการหาแนวทางช่วยฟื้นฟูการนอนตั้งแต่รากฐาน เช่น การใช้โปรแกรม EXOMIND จึงกลายเป็นทางเลือกที่คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น FAQs คำถามที่พบบ่อย

snoring test

ตรวจการนอนกรน ราคาเหมาะสม คุ้มค่าในการดูแลสุขภาพ ช่วยวิเคราะห์คุณภาพการนอน ลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อน เข้าใจร่างกายอย่างแท้จริง

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ นอนนานแค่ไหนก็ยังไม่สดชื่น? แถมตื่นมาแล้วยังปวดหัวอีก? ปัญหาแบบนี้พบได้บ่อยและอาจมากกว่าการนอนไม่พอ บางครั้งอาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ หรือความผิดปกติอื่น เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจต้องรับการตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจน สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวหลังตื่นนอน การตื่นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะไม่ใช่เรื่องเล็ก หลายกรณีอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่าง ๆ เช่นภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือการนอนกรนรุนแรง ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในร่างกายลดลงระหว่างหลับภาวะขาดน้ำ จะส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือดและสมอง อาจทำให้คุณปวดหัวในช่วงเช้าได้สภาพแวดล้อมการนอนไม่เหมาะสม หมอนที่ไม่พอดี แสงหรือเสียงรบกวน ล้วนส่งผลต่อคุณภาพการนอนผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายเครียด หรือยานอนหลับ อาจทำให้คุณปวดหัวในตอนเช้าได้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด มีผลต่อวงจรการนอนหลับ อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหรือปวดหัวในตอนตื่นไมเกรน โดยเฉพาะในคนที่เคยปวดหัวไมเกรน อาจมีอาการกำเริบในช่วงเช้า ทำไมการนอนไม่พอถึงทำให้ปวดหัวได้? อาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจไม่ได้เกิดจากความเครียดเพียงอย่างเดียว แต่ "การนอนไม่พอ" ก็เป็นตัวการสำคัญที่หลายคนมองข้ามบทความที่เกี่ยวข้อง : สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย ๆ อันตราย อย่าปล่อยไว้ ก่อนเป็นเรื่องใหญ่ 1. ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง สมองจะปรับสมดุลสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และ โดพามีน (Dopamine) ที่ช่วยลดความไวของระบบประสาทต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก เมื่อนอนน้อย ระดับสารเหล่านี้จะเสียสมดุล 2. เพิ่มระดับฮอร์โมนความเครียด การอดนอนจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง คอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรียกกันว่า “ฮอร์โมนความเครียด” เพิ่มมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้อาจไปทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัว และส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในสมอง 3. กล้ามเนื้อตึงและการกดทับของเส้นประสาท ร่างกายอาจตกอยู่ในภาวะ "ตึงเครียด" ตลอดคืนโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และศีรษะที่ไม่สามารถผ่อนคลายได้เต็มที่ ความตึงเครียดนี้อาจส่งผลให้เส้นประสาทในบริเวณศีรษะถูกกดทับจนเกิดอาการปวดศีรษะตอนตื่นนอนได้ 4. การไหลเวียนเลือดผิดปกติ ช่วงเวลานอนหลับ ร่างกายจะเข้าสู่โหมดฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต แต่หากคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ การไหลเวียนเลือดในสมองจะลดลงหรือไม่ราบรื่น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเวียนหัว มึนศีรษะ หรือปวดหัวหลังตื่นนอนได้ 5. เชื่อมโยงกับโรคไมเกรน มีงานวิจัยจาก Susan Bernstein พบว่า การนอนหลับไม่เพียงพออาจเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคไมเกรนในผู้ที่มีแนวโน้มอยู่แล้ว อาจรุนแรงและยาวนานมากากขึ้น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่ “นอนไม่พอเฉย ๆ” ทั้งที่จริงแล้วกำลังเข้าสู่วงจรของไมเกรนเรื้อรัง​ อยากรู้ว่านอนพอไหม? ตรวจการนอนหลับด้วย Belun Ring ได้ที่ VitalSleep Clinic https://www.youtube.com/shorts/yF3sZhOaXGg หากคุณมักตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัว เหนื่อยล้า หรือรู้สึกไม่สดชื่นแม้นอนครบ 7-8 ชั่วโมง อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องเช็กคุณภาพการนอนของตัวเองให้ชัดเจนขึ้น การตรวจการนอนหลับจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า “เรานอนพอจริงไหม?” และ “ร่างกายได้พักผ่อนอย่างมีคุณภาพหรือเปล่า?” สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย https://www.youtube.com/shorts/VHwrvaJPK08 โปรแกรม mHBOT (Mild Hyperbaric Oxygen Therapy) คืออีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนสู่สมอง ฟื้นฟูระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับลึก และลดอาการปวดหัวเรื้อรังที่เกิดจากการนอนไม่เพียงพอหลับลึก หลับสนิทขึ้นลดการตื่นกลางดึกฟื้นฟูระบบสมอง ลดอาการปวดหัวที่เรื้อรังจากการนอนเพิ่มพลังระหว่างวัน ตื่นมาสดชื่น สมองโล่งกว่าเดิม ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง! ผลเสียจากการนอนไม่พอที่คุณอาจคาดไม่ถึง การนอนไม่เพียงพอเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและใจ เช่น:สมาธิลดลง ตัดสินใจช้าอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ายเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการหลับในภูมิคุ้มกันลดลง ป่วยง่ายอยากอาหารมากขึ้น เสี่ยงอ้วนเพิ่มโอกาสเกิดโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันสูง และโรคหัวใจ ควรนอนกี่ชั่วโมงถึงจะพอ? ผู้ใหญ่ ควรนอนวันละ 7–9 ชั่วโมงวัยรุ่น ควรนอน 8–10 ชั่วโมงเด็กเล็ก–ทารก อาจต้องการนอนมากถึง 18 ชั่วโมงต่อวันนอกจากปริมาณแล้ว “คุณภาพของการนอน” ก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณนอนครบ 8 ชั่วโมงแต่หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อย ก็อาจยังรู้สึกง่วงเพลียและปวดหัวในตอนเช้าได้

หยุดหายใจขณะหลับ ภัยร้าย

การหายใจของเราที่หยุดลงชั่วคราวระหว่างการนอนหลับ โดยอาจกินเวลาตั้งแต่ไม่กี่วินาทีจนถึงเป็นนาที และเกิดซ้ำหลายครั้งต่อคืน

แก้นอนกรน ด้วย myofunctional therapy

การนอนกรน เป็นปัญหาการนอนที่พบได้บ่อยและส่งผลต่อทั้งคนที่นอนกรนและคนรอบข้าง แม้ว่าจะมีวิธีการรักษานอนกรนหลายรูปแบบ แต่ Myofunctional Therapy

3 วิธีแก้ปัญหานอนกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด

หากจะพูดถึงของขวัญที่ดีที่สุด คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่า “สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง” โดยเฉพาะคุณภาพการนอนหลับที่ดี

เด็กเล็ก นอนกรน

เด็กเล็ก นอนกรน เป็นประจำ อาจไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่คิด เพราะอาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการหายใจที่ส่งผลต่อหัวใจและสุขภาพโดยรวม

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!