• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
อาการวูบหมดสติ
อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา!
ตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุ

อาการวูบหมดสติ

อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา!
ตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุ
Table of Contents

เคยไหมที่อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกหน้ามืด เหมือนโลกหมุน หูอื้อ แล้วก็ตื่นมาอีกทีพร้อมกับความสงสัยว่า “เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเรา?” อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ ถ้าหากละเลยก็อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้

อาการวูบหมดสติคืออะไร?

อาการวูบหมดสติ (Syncope) คือการที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงชั่วคราว ทำให้คนป่วยหมดสติไปชั่วขณะ อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึงหลายนาที

ความแตกต่างระหว่างวูบกับหมดสติจริง

  • วูบ มักมีอาการนำ เช่น หน้ามืด ใจสั่น และฟื้นตัวเร็ว
  • หมดสติจริง มักเกิดขึ้นทันทีโดยไม่มีสัญญาณเตือน และฟื้นตัวยากกว่า
อาการวูบหมดสติ อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา! ตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุ

สาเหตุของการวูบหมดสติ

อาการวูบหมดสติ (Syncope) อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งทางกายภาพและการทำงานของระบบประสาทหรือหัวใจ โดยทั่วไปสามารถแบ่งสาเหตุหลัก ๆ ได้ดังนี้

1. ความผิดปกติของหัวใจ (Cardiac Causes)

  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
  • ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial ischemia)
  • โรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว
  • หัวใจล้มเหลว

ลักษณะนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูง ต้องรีบพบแพทย์เฉพาะทาง

การทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ (Neurally Mediated Syncope)

  • ความเครียด ตกใจ หรือเจ็บปวดรุนแรง อาจกระตุ้นให้ความดันโลหิตลดลงทันที
  • ภาวะ Vasovagal Syncope ที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป เช่น เวลายืนอยู่ในที่แออัดหรือขาดน้ำ

ความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า (Orthostatic Hypotension)

  • มักเกิดขึ้นเมื่อเปลี่ยนท่าจากนอนหรือนั่งลุกขึ้นยืนเร็วเกินไป
  • พบบ่อยในผู้สูงอายุ หรือคนที่ใช้ยาลดความดันโลหิต

ความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับและการหายใจ (Sleep-Related Causes)

  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ส่งผลให้สมองขาดออกซิเจนชั่วคราว
  • การนอนหลับไม่เพียงพอหรือมีคุณภาพต่ำ ทำให้ร่างกายอ่อนล้า ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ
  • งานวิจัยจาก National Library of Medicine คนที่มี Sleep Apnea มีโอกาสเกิดอาการวูบหมดสติหรือเวียนศีรษะบ่อยกว่าคนทั่วไป และการรักษาด้วย CPAP ช่วยลดความถี่ของอาการวูบหลังจาก 6 เดือน

สัญญาณเตือนก่อนวูบหมดสติ

หลายคนอาจคิดว่าอาการวูบหมดสติเกิดขึ้นแบบกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือน แต่จริง ๆ แล้วร่างกายมักส่งสัญญาณเล็ก ๆ ให้เรารู้ล่วงหน้าก่อนจะหมดสติ หากเราสังเกตให้ดี อาการเหล่านี้อาจช่วยให้ป้องกันเหตุการณ์รุนแรงได้

อาการลักษณะ
เวียนศีรษะ บ้านหมุนรู้สึกเหมือนโลกหมุนหรือเสียการทรงตัว จะเกิดขึ้นก่อนวูบเพียงไม่กี่วินาที
ตาพร่ามัวหรือเห็นภาพดับวูบบางคนมองเห็นจุดดำ ๆ หรือภาพเบลอเหมือนกล้องโฟกัสไม่ชัด ก่อนที่สติจะหมดไป
เหงื่อแตก ตัวเย็นเฉียบแม้ไม่ได้ออกแรงหรืออยู่ในที่ร้อน ก็มีเหงื่อไหลออกมากผิดปกติ หรือมีอาการหนาวสั่น
ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะความผิดปกติของหัวใจ เช่น เต้นเร็วเกินไปหรือช้าลงทันที กระตุ้นให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ
หูอื้อ หรือได้ยินเสียงวี้ดในหูการไหลเวียนของเลือดผิดปกติ ทำให้ระบบประสาทรับรู้การได้ยินส่งสัญญาณเตือน
อ่อนแรง หรือแขนขาไม่ค่อยมีแรงรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อไม่มีแรง ก้าวขาไม่ค่อยออก บางครั้งทำให้เซหรือทรุดลงทันที
ง่วงจัดหรือสับสนชั่วขณะคนที่มีปัญหาการนอน เช่น Sleep Apnea การนอนที่ไม่มีคุณภาพทำให้สมองขาดออกซิเจนสะสม เสี่ยงมีอาการวูบมากขึ้น

เมื่อไหร่ถึงควรไปพบแพทย์?

  1. วูบหมดสติซ้ำบ่อย
    หากเกิดมากกว่า 1–2 ครั้งในระยะสั้น ๆ แสดงว่ามีความผิดปกติซ่อนอยู่ เช่น โรคหัวใจหรือปัญหาการนอน
  2. หมดสติขณะนอนหลับหรือเพิ่งตื่นนอน
    อาจเกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ควรตรวจ Sleep Test เพื่อยืนยันสาเหตุ
  3. วูบขณะขับรถหรือทำงานที่เสี่ยงอันตราย
    ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน เพราะอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
  4. มีอาการร่วมอื่น ๆ
    เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่น เหงื่อออกผิดปกติ หรืออ่อนแรงครึ่งซีก อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกโรคหัวใจหรือโรคระบบประสาท
  5. มีประวัติครอบครัวโรคหัวใจหรือการเสียชีวิตกะทันหัน
    ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ไม่ควรละเลยแม้จะเป็นเพียงการวูบเล็กน้อย

การตรวจ Sleep Test เพื่อการวินิจฉัยอาการวูบหมดสติ

การตรวจ Sleep Test คือการตรวจคุณภาพการนอนหลับและการทำงานของร่างกายในช่วงนอน โดยจะวัดปัจจัยสำคัญ เช่น

  • ระดับออกซิเจนในเลือด
  • การเต้นของหัวใจ
  • การเคลื่อนไหวของร่างกาย
  • การหยุดหายใจขณะนอน

ผลการตรวจจะช่วยให้แพทย์เฉพาะทาง สามารถแยกแยะได้ว่าอาการวูบที่เกิดขึ้นมีความเกี่ยวข้องกับโรคการนอน เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือเกิดจากโรคหัวใจและสมองโดยตรง

| บทความแนะนำ Sleep Test มีกี่แบบ และควรเลือกตรวจแบบไหน?

สรุป

อาการวูบหมดสติอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นได้กับใครก็ได้ แต่ความจริงแล้วมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ การสังเกตอาการ ปรับพฤติกรรม และเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ไม่คาดคิด

FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการวูบหมดสติ

  1. อาการวูบหมดสติใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะฟื้นตัว?
    ส่วนใหญ่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึง 1 นาที แต่ถ้านานกว่านี้ควรไปพบแพทย์
  2. ความเครียดทำให้วูบได้จริงไหม?
    ใช่ เพราะความเครียดมีผลต่อการไหลเวียนเลือดและระบบประสาท
  3. เด็กสามารถมีอาการวูบหมดสติได้หรือไม่?
    ได้ โดยเฉพาะเด็กที่มีภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิดหรือเป็นโรคเลือด
  4. การตรวจ Sleep Test ช่วยได้อย่างไร?
    ช่วยวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้วูบได้
  5. หากเกิดอาการวูบในที่สาธารณะควรทำอย่างไร?
    ควรหาที่นั่งหรือนอนลงทันที แจ้งคนรอบข้างให้ช่วยเหลือ และหากอาการไม่ดีขึ้นควรเรียกรถพยาบาลทันที

Related Blogs and Articles
ตรวจนอนกรน

ตรวจนอนกรนไม่ได้แค่แก้ปัญหาเสียงดังรบกวนเท่านั้น แต่ยังช่วยวิเคราะห์คุณภาพการนอน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่อาจซ่อนอยู่

แก้นอนกรน ด้วย myofunctional therapy

การนอนกรน เป็นปัญหาการนอนที่พบได้บ่อยและส่งผลต่อทั้งคนที่นอนกรนและคนรอบข้าง แม้ว่าจะมีวิธีการรักษานอนกรนหลายรูปแบบ แต่ Myofunctional Therapy

Symptoms of sleep apnea

สิ่งหนึ่งที่มักถูกละเลยคือการดูแลคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นสิ่งสำคัญมากต่อชีวิตประจำวัน การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ

การรักษานอนกรน ด้วยเครื่องCPAP

ปัญหาอาการนอนกรนเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในคนจำนวนมาก โดยบางคนอาจมองว่าอาการนอนกรนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องให้ความสนใจมากนัก แต่ในความเป็นจริงภาวะนอนกรนนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงรบกวนเวลานอนหลับเท่านั้น มันยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงและอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตได้ภาวะการนอนกรนมักเกี่ยวข้องกับปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) อาจทำให้เกิดอาการหยุดหายใจชั่วขณะในระหว่างการนอนหลับ ภาวะนี้ส่งผลต่อการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย หากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต แม้แต่ความเสี่ยงในการเสียชีวิตเฉียบพลันในปัจจุบัน วิธีการรักษาภาวะนอนกรนมีอยู่หลายวิธี หนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางคือการใช้เครื่อง CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) โดยเครื่อง CPAP นี้ทำหน้าที่ส่งแรงดันลมเข้าไปเปิดทางเดินหายใจในขณะหลับ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถหายใจได้อย่างราบรื่น แต่หลายคนอาจพบปัญหาว่าเครื่อง CPAP นั้นมีราคาที่สูง ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงความยุ่งยากในการใช้งานที่อาจทำให้รู้สึกไม่สะดวก แล้วจะทำอย่างไร หากการรักษาด้วยเครื่อง CPAP มีราคาสูงเกินไป บทความนี้จะแนะนำวิธีการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับในทางเลือกอื่น ๆ ที่สามารถทดแทนเครื่อง CPAP ได้ นอนกรนเกิดขึ้นได้อย่างไร? อาการนอนกรนเกิดขึ้นเมื่อทางเดินหายใจถูกอุดกั้นบางส่วนในขณะหลับ เมื่อเรานอนหลับ กล้ามเนื้อต่าง ๆ ในร่างกายจะคลายตัวลง รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณคอ เพดานอ่อน และโคนลิ้น เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้หย่อนคล้อยลง อาจไปขัดขวางทางเดินหายใจ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อบริเวณนั้น ซึ่งทำให้เกิดเสียงกรนขึ้น อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนอนกรนคืออายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น กล้ามเนื้อต่าง ๆ ในร่างกายก็เริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจ ซึ่งทำให้เกิดการหย่อนคล้อยและปิดกั้นการหายใจได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ภาวะนอนกรนยังสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น น้ำหนักตัวที่มากเกินไป การดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ ปรึกษาปัญหานอนกรน ฟรี! ทำไมการนอนกรนจึงควรรักษา? แม้ว่าการนอนกรนอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การอานอนกรนที่เกิดร่วมกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับถือว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่ควรให้ความสนใจอย่างยิ่ง การหยุดหายใจขณะหลับทำให้ร่างกายและสมองขาดออกซิเจนในระหว่างการนอนหลับ ซึ่งอาจทำให้คุณภาพการนอนหลับลดลง ร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าในระหว่างวัน รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคสมองเสื่อมนอกจากนี้ การขาดออกซิเจนยังส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองโดยตรง ทำให้การประมวลผลข้อมูล การคิดวิเคราะห์ และความจำเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาด้านความจำและสมาธิ รวมถึงมีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาการเหล่านี้จะทวีความรุนแรงขึ้นและอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ นอนกรนต้องการปรึกษา ฟรี! เครื่อง CPAP ช่วยรักษาภาวะนอนกรนอย่างไร? เครื่อง CPAP เป็นเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ โดยหลักการทำงานของเครื่องคือการส่งแรงดันลมเข้าไปในทางเดินหายใจเพื่อเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถหายใจได้สะดวกในขณะหลับ เครื่อง CPAP มักใช้ร่วมกับหน้ากากที่สวมใส่บริเวณจมูกหรือปากเพื่อส่งแรงดันลมเข้าสู่ร่างกายแม้ว่าเครื่อง CPAP จะมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาภาวะนอนกรน แต่เครื่องนี้มีข้อจำกัดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาที่สูง ค่าเครื่อง CPAP บางรุ่นอาจมีราคาสูงถึงหลักแสนบาท เครื่องก็ยังมีขนาดใหญ่ ต้องใช้ไฟฟ้า อาจทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกอึดอัดหรือไม่สะดวกสบายในขณะหลับ การรักษานอนกรนแบบไม่ต้องพึ่ง CPAP หากเครื่อง CPAP มีราคาสูงเกินไปและไม่สะดวกในการใช้งาน ยังมีวิธีการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับในทางเลือกอื่นๆ ที่สามารถช่วยบรรเทาอาการได้เช่นกัน ดังนี้1. อุปกรณ์ทางทันตกรรม (Oral Appliance)อุปกรณ์ทางทันตกรรมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ อุปกรณ์นี้ถูกออกแบบมาให้สวมใส่ในปากในระหว่างการนอนหลับ โดยมีลักษณะคล้ายกับเครื่องครอบฟัน อุปกรณ์นี้ช่วยขยับกรามหรือโคนลิ้นไปด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ทางเดินหายใจถูกปิดกั้นขณะหลับข้อดีของอุปกรณ์ทางทันตกรรม คือ มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ อุปกรณ์ยังถูกออกแบบเฉพาะบุคคลตามขนาดช่องปากของผู้ใช้งาน ทำให้ใช้งานได้ง่ายและไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อเทียบกับเครื่อง CPAP อุปกรณ์ทางทันตกรรมยังเป็นวิธีการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าและสะดวกสบายกว่าการใช้เครื่อง CPAP2. การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RF)การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุเป็นอีกหนึ่งวิธีในการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ การรักษานี้ใช้คลื่นความถี่วิทยุในการทำให้เนื้อเยื่อบริเวณโคนลิ้น เพดานอ่อน และเนื้อเยื่อในลำคอหดตัวแล้วก็กระชับขึ้น ลดการหย่อนคล้อยที่อาจปิดกั้นทางเดินหายใจวิธีการรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุเป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้เวลานาน เพียงครั้งละประมาณ 15 นาที ไม่เจ็บปวดมากเหมือนการผ่าตัด ผลลัพธ์ของการรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุสามารถเห็นได้ชัดเจน มีความคงทนเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ ยังเป็นวิธีที่ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ในขณะหลับ3. การบำบัดด้วยกล้ามเนื้อ (Myofunctional Therapy)การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอเป็นวิธีการรักษาที่เน้นไปที่การฝึกกล้ามเนื้อบริเวณลิ้น เพดานอ่อน และลำคอ เพื่อให้กล้ามเนื้อเหล่านี้ทำงานได้อย่างถูกต้อง มีความกระชับยิ่งขึ้น การฝึกบำบัดนี้สามารถช่วยลดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจและลดอาการนอนกรนได้การบำบัดกล้ามเนื้อนั้นอาจรวมถึงการฝึกกล้ามเนื้อลิ้นให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ฝึกการหายใจที่ถูกต้อง การออกกำลังกายกล้ามเนื้อเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแรง ป้องกันการหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อบริเวณทางเดินหายใจข้อดีของการบำบัดด้วยกล้ามเนื้อ คือ เป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใด ๆ นอกจากนี้ การฝึกฝนสามารถทำได้เองที่บ้านหลังจากได้รับคำแนะนำจากนักบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม การบำบัดกล้ามเนื้ออาจต้องใช้เวลาและความอดทนในการฝึกฝน แต่ก็เป็นวิธีที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพในระยะยาว รับคำปรึกษา ฟรี! 4. การลดน้ำหนักการมีน้ำหนักตัวที่เกินเกณฑ์เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ เนื่องจากไขมันสะสมบริเวณลำคออาจทำให้ทางเดินหายใจแคบลง การลดน้ำหนักเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดอาการนอนกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือน้ำหนักตัวมากนอกจากการลดน้ำหนักจะช่วยลดอาการนอนกรนแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม เช่น ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน การควบคุมน้ำหนักทำได้โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ควรบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย5. การผ่าตัด (Surgical Treatment)ในกรณีที่ภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับมีความรุนแรงและไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ได้ การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ การผ่าตัดจะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงโครงสร้างของทางเดินหายใจ เช่น การตัดเนื้อเยื่อเพดานอ่อน การตัดต่อมทอนซิล ลดขนาดของโคนลิ้น เพื่อเพิ่มความกว้างของทางเดินหายใจและลดการอุดกั้นการผ่าตัดมักเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางกายภาพ เช่น มีเนื้อเยื่อเพดานอ่อนที่หย่อนคล้อยมากเกินไป มีโครงสร้างทางเดินหายใจที่แคบตั้งแต่กำเนิด อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดมีความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น ๆ แต่อาจมีผลข้างเคียง เช่น การเจ็บคอหรือการอักเสบหลังการผ่าตัด ปรับพฤติกรรมการนอน นอกจากการใช้วิธีการรักษาต่าง ๆ การปรับพฤติกรรมการนอน ก็สามารถช่วยลดอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับได้ เช่นการนอนในท่านอนตะแคง การนอนหงายอาจทำให้ลิ้นและเพดานอ่อนตกไปขัดขวางทางเดินหายใจ การนอนในท่านอนตะแคงสามารถช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้นและลดอาการนอนกรนการหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหย่อนคล้อยลง อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ทำให้เกิดการอักเสบและระคายเคืองในทางเดินหายใจ การเลิกบุหรี่สามารถช่วยลดการอักเสบและป้องกันการอุดกั้นทางเดินหายใจ บทสรุป ภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับเป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากมันสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แม้ว่าเครื่อง CPAP จะเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของราคา ความสะดวกในการใช้งาน หากเครื่อง CPAP มีราคาสูงเกินไปสำหรับผู้ที่ต้องการรักษา ยังมีทางเลือกอื่น ๆ อีกที่สามารถช่วยบรรเทาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์ทางทันตกรรม การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ การบำบัดกล้ามเนื้อ แม้แต่การปรับพฤติกรรมการนอนการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเอง เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะแต่ละคนอาจมีสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการนอนกรนที่แตกต่างกัน การรักษาภาวะนอนกรนไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงและทำให้ชีวิตมีความสุข สุขภาพโดยรวมดีมากขึ้น ปรึกษาปัญหากับแพทย์เฉพาะทาง!

อาการหายใจไม่อิ่ม สัญญาณโรคร้าย

อาการหายใจไม่อิ่ม หรือที่หลายคนเรียกว่า “เหมือนหายใจไม่สุด” เป็นภาวะที่คนไข้รู้สึกว่าหายใจเข้าลึกเท่าไรก็ยังไม่พอ มักมาพร้อมความรู้สึกอึดอัด

วิธีทำให้นอนหลับ

หลายคนกำลังมีปัญหานอนไม่หลับ หลับยาก หรือหลับไม่ลึก ส่งผลให้ตื่นมาแล้วรู้สึกเพลีย หงุดหงิด และทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

นอนกัดฟัน

Bruxism เป็นภาวะที่หลายคนอาจไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมี เพราะเกิดขึ้นตอนนอนหลับ หรือบางคนอาจเกิดขณะตื่นในช่วงที่กำลังเครียด

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!