• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ผู้หญิงนอนกรน!
ทำไมเสียงกรนจึงไม่ใช่
แค่เรื่องของผู้ชาย?

ผู้หญิงนอนกรน!

ทำไมเสียงกรนจึงไม่ใช่
แค่เรื่องของผู้ชาย?
Table of Contents

ผู้หญิงนอนกรน หลาย ๆ คนมักคิดว่าการนอนกรนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะในผู้ชายเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ผู้หญิงก็มีแนวโน้มที่จะนอนกรนได้ไม่แพ้กัน บทความนี้จะพาคุณมารู้จักสาเหตุ อาการ ผลกระทบ และแนวทางการรักษาอาการนอนกรนในผู้หญิงอย่างละเอียด เพื่อดูแลตัวเองและคนที่คุณรักให้ห่างไกลจากอันตรายที่ซ่อนอยู่

ผู้หญิงนอนกรนได้จริงหรอ?

คำตอบคือ “ใช่” ผู้หญิงนอนกรนได้จริง และมีโอกาสเสี่ยงสูงขึ้นในบางช่วงวัย เช่น ระหว่างตั้งครรภ์ หรือช่วงวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในร่างกายจะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ และกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อระหว่างการนอนหลับ ส่งผลให้เกิดเสียงกรนได้

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงนอนกรน ได้แก่...

อาการนอนกรนคืออะไร? เกิดขึ้นได้อย่างไร?

การนอนกรนคือเสียงที่เกิดจากการสั่นของเนื้อเยื่อในลำคอเมื่อมีการอุดกั้นบางส่วนในทางเดินหายใจส่วนต้นในช่วงที่คุณกำลังนอนหลับอยู่ ซึ่งเสียงกรนสามารถมีได้ตั้งแต่เบาไปจนถึงดังมาก ในบางกรณีอาจสัมพันธ์กับอาการหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) แม้ว่าเสียงกรนจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากคุณมีอาการเหล่านี้ควบคู่ เช่น

  • รู้สึกเพลียหลังตื่นนอน
  • ปวดหัวตอนเช้า
  • ง่วงในตอนกลางวันจนเสียสมาธิ
  • มีอารมณ์แปรปรวน
  • ตื่นกลางดึกด้วยความรู้สึกหายใจไม่ออก

อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่รู้ตัว

ทำไมผู้หญิงถึงนอนกรน? สาเหตุเฉพาะเพศที่คุณอาจไม่เคยรู้

ผู้หญิงมีความเสี่ยงนอนกรนจากหลายปัจจัยคล้ายกับผู้ชาย แต่ยังมีเหตุผลเฉพาะที่สัมพันธ์กับร่างกายและฮอร์โมน ดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

ข้อมูลจาก Calm บอกว่าช่วงวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะลดลง ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจหย่อนตัวลงและเพิ่มโอกาสการอุดกั้นขณะหลับ

2. ตั้งครรภ์

ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์มักมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ทำให้เนื้อเยื่อบวม รวมถึงทางเดินหายใจตีบลง จึงเสี่ยงนอนกรนเพิ่มมากขึ้น

3. โครงสร้างทางกายภาพ

ผู้หญิงบางคนมีทางเดินหายใจแคบกว่าผู้ชายตามธรรมชาติ อาจเพิ่มโอกาสกรนมากขึ้นโดยเฉพาะเมื่อน้ำหนักตัวเพิ่ม

4. ยาบางชนิด

การใช้ยาระงับประสาท ยานอนหลับ หรือยาคลายกล้ามเนื้อ สามารถลดแรงต้านของกล้ามเนื้อในลำคอ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงและเกิดเสียงกรนได้

5. ท่านอน

การนอนหงายอาจทำให้ลิ้นและเนื้อเยื่อในคอยุบตัวไปด้านหลัง ปิดกั้นทางเดินหายใจได้ง่ายกว่าการนอนท่าตะแคง

วิธีแก้นอนกรนในผู้หญิง ทางเลือกใหม่ที่ปลอดภัยและได้ผลจาก VitalSleep Clinic

คือโปรแกรมกายภาพบำบัดแบบฝึกกล้ามเนื้อใบหน้าและกล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนต้น ที่จะช่วยให้ลิ้นวางตำแหน่งถูกต้อง ลดการหายใจทางปาก และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในลำคอ

  • ลดเสียงกรนโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ
  •  เพิ่มคุณภาพการนอนหลับและลดการหยุดหายใจขณะหลับ
  • ได้ผลดีโดยเฉพาะในผู้หญิงที่ไม่ต้องการใส่อุปกรณ์ขณะนอน

คือการใช้อุปกรณ์ทันตกรรมชนิดพิเศษ ช่วยจัดตำแหน่งกรามและลิ้นให้ไม่ยุบตัวขณะนอนหลับ ออกแบบเฉพาะบุคคลโดยทันตแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนกรน

  • เหมาะกับผู้หญิงที่มีภาวะ OSA ระดับน้อยถึงปานกลาง
  • พกพาง่าย ใส่สบายกว่าการใช้ CPAP
  • ใช้ควบคู่กับการฝึก Myofunctional Therapy ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คือเทคโนโลยีความเย็นแบบควบคุมอุณหภูมิที่สามารถ สลายไขมันเฉพาะจุด อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ช่วยให้ช่องทางเดินหายใจกว้างขึ้น ส่งผลให้เสียงกรนลดลง

  • เหมาะกับผู้หญิงที่มีคอหนา หรือมีไขมันบริเวณใต้คาง
  • ช่วยเสริมประสิทธิภาพของการรักษาอื่น ๆ เช่น Oral Appliance หรือ Myofunctional Therapy
  • เห็นผลได้ในไม่กี่สัปดาห์
ผู้หญิงนอนกรน

จากงานวิจัยของ Sleep Education พบว่า ผู้หญิงประมาณ 24% และ ผู้ชาย 40% มีอาการนอนกรนเป็นประจำ และในหลายกรณีอาจเกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของโรคร้ายแรงโดยไม่รู้ตัว

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการนอนกรน ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับหรือพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะการนอนกรนไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป

สรุป

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า “นอนกรน” เป็นเรื่องของผู้ชายเท่านั้น เพราะผู้ชายมีโครงสร้างร่างกายที่เสี่ยงต่อการกรนมากกว่า เช่น มีคอใหญ่ ลิ้นโต หรือมีไขมันรอบคอ แต่ในความจริงแล้ว ผู้หญิงเองก็มีความเสี่ยง “นอนกรน” และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ได้เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

เสียงกรนในผู้หญิง ไม่ควรมองข้าม!

เสียงกรนไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญ แต่เป็น “สัญญาณสุขภาพ” ที่ควรรับฟังโดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป

Related Blogs and Articles
แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด 2025

แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปัจจุบัน การรักษาแก้ปัญหาอาการนอนกรนมีหลากหลายวิธีที่ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งสามารถรักษาได้หลายวิธีพร้อมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดีขึ้น หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยม คือ การใช้เครื่องมือทันตกรรมสำหรับรักษานอนกรน (Oral Appliance) ที่ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจในขณะหลับ ร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจส่วนต้น (Myofunctional Therapy) ที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อย การรักษานี้ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจไม่ให้แคบลง เป็นการรักษาอาการนอนกรนจากต้นเหตุ ที่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาวได้อีกด้วย สาเหตุของอาการนอนกรน การนอนกรนมักมีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุ จาก TMJ and Sleep Apnea โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อย มีดังนี้​ อาจเกิดจากโครงสร้างใบหน้าที่ผิดปกติ เช่น คางสั้น กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นไม่แข็งแรง ทำให้ลิ้นหย่อนลงไปอุดช่องทางเดินหายใจ มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือเหนียง สามารถทำให้ช่องทางเดินหายใจถูกกดทับในขณะที่กำลังนอนหลับ ทำให้เกิดอาการหยุดหายใจชั่วคราวและมีเสียงกรนเกิดขึ้น แอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนต้นและกล้ามเนื้อโคนลิ้น ช่องทางเดินหายใจก็จะเกิดการอุดกั้นที่ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) และเสียงกรนได้ อาการเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่ทำให้เกิดปัญหาการนอนกรน และควรได้รับการตรวจสอบและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญ การตรวจและการรักษานอนกรน การตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของการนอนกรนสามารถทำได้ผ่านการตรวจการนอนหลับ Sleep Test เป็นการวัดค่าและเก็บข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับของคุณ เช่น ตรวจการนอนหลับที่บ้านกับ VitalSleep Clinic สะดวก ปลอดภัย แม่นยำ หลังจากการตรวจการนอนหลับ Sleep Test แล้ว แพทย์เฉพาะทางจะนำผลการตรวจมาใช้ในการวินิจฉัย วางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด อ่านเพิ่มเติม รักษานอนกรน แบบไม่ผ่าตัด Update 2025 ข้อด้อยของการผ่าตัดแก้นอนกรน การผ่าตัดแก้นอนกรนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ข้อดีของการรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัด วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดมีหลายทางเลือก แพทย์เฉพาะทางจะเลือกวิธีที่เหมาะสมตามอาการของแต่ละบุคคล สามารถใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อรักษาได้ทั้งต้นเหตุและปลายเหตุ เช่น การใช้เครื่อง CPAP เพื่อช่วยขยายทางเดินหายใจร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อ Myofunctional Therapy การรักษาที่ถูกต้องยังเป็นผลดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง ในกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับ Sleep Test และปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม เพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้นและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม “รักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ Better Sleep for Better Tomorrow” สรุป วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปี 2025 มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือทันตกรรม การบำบัดกล้ามเนื้อ การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ หรือการใช้เครื่อง CPAP ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีเฉพาะที่ตอบโจทย์ปัญหาอาการนอนกรนในแต่ละกรณี การเข้ารับการตรวจ Sleep Test เพื่อตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการรักษา สุขภาพการนอนที่ดีมีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเรา ดังนั้น หากคุณมีปัญหาการนอนกรน ควรรีบหาทางแก้ไขเพื่อสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

ลูกหายใจทางปาก

ลูกหายใจทางปาก อาจดูเหมือนไม่อันตราย แต่จริง ๆ แล้วเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาการนอน การเจริญเติบโต และพัฒนาการสมองของเด็ก

ภาวะเด็กนอนกรน

สำหรับเด็ก เสียงกรนที่เกิดขึ้นระหว่างการหลับอาจบ่งชี้ถึงความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ และอาจนำไปสู่ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ลูกนอนกรนไม่ควรละเลย

การนอนกรนในเด็ก ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่ากำลังมีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ ซอาจส่งผลต่อสมอง พฤติกรรม และการเจริญเติบโตในเด็กได้

7 วิธีแก้นอนกรน

การนอนกรนไม่ใช่แค่ปัญหากวนใจของคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็น “สัญญาณเตือน” ถึงภาวะอันตรายที่ซ่อนอยู่ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ที่เสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันสูง และการเสียชีวิตขณะนอนหลับได้https://youtu.be/IiQ1cbbtrOs?si=a2rxjjKPPIQWLdtu ล่าสุดในวิดีโอสัมภาษณ์โดยคุณซีมง ที่ได้เชิญคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนจาก VitalSleep Clinic มาให้ความรู้แบบเข้าใจง่าย มาอธิบายถึง 7 วิธีรักษาอาการนอนกรน ที่ได้ผลจริงปลอดภัย วิธีการรักษาทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด สรุปมาไว้ที่นี่แล้ว ก่อนรักษา ต้องเริ่มจากการ “ตรวจการนอนหลับ (Sleep Test)” คุณหมอย้ำว่าก่อนจะรักษาอาการนอนกรน ต้องเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นการนอนกรนแบบธรรมดาหรือมีภาวะหยุดหายใจร่วมด้วยเมื่อได้ผลตรวจการนอนหลับแล้ว แพทย์เฉพาะทางจะอ่านผล เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย 7 วิธีรักษานอนกรน จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 1. CPAP (Continuous Positive Airway Pressure)เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก เป็นมาตรฐานในการรักษาอาการนอนกรนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea)หลักการทำงาน CPAP จะพ่นลมอย่างต่อเนื่องผ่านหน้ากากครอบจมูกหรือทั้งจมูกและปาก เพื่อให้ทางเดินหายใจไม่ให้ฟีบในขณะที่กำลังหลับ ช่วยลดการสั่นของเพดานปากและการอุดกั้นที่ทำให้เกิดเสียงกรนหรือหยุดหายใจข้อดีรักษานอนกรนตั้งแต่ระดับปานกลางถึงรุนแรงได้ผลดีลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ ความดันสูง หลอดเลือดสมองเหมาะกับใครคนที่มีอาการกรนระดับเบาถึงปานกลาง หรือคนที่มี OSA2. Oral Appliance (โปรแกรมทันตกรรมรักษานอนกรน)เครื่องมือทันตกรรมที่ออกแบบเฉพาะบุคคล ใส่ในปากขณะนอนหลับหลักการทำงาน ดันขากรรไกรล่างไปด้านหน้า ช่วยเปิดพื้นที่ด้านหลังลิ้น ลดการอุดกั้นทางเดินหายใจข้อดีพกพาสะดวก ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าใช้งานง่าย น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ใช้ CPAP แล้วไม่ประสบความสำเร็จเหมาะกับใครคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรง หรือมีโรคร่วมที่ต้องการควบคุมอาการให้แน่นอน3. Myofunctional Therapy (กายภาพกล้ามเนื้อช่องปากและใบหน้า)การบำบัดกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจและการกลืนหลักการทำงาน ฝึกกล้ามเนื้อลิ้น ริมฝีปาก เพดานอ่อน และใบหน้า เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและการควบคุมให้กับกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงข้อดีเป็นการรักษาแบบไม่ใช้เครื่อง ไม่ผ่าตัดเสริมประสิทธิภาพการใช้ Oral Appliance หรือหลังผ่าตัดป้องกันไม่ให้โรครุนแรงขึ้นในอนาคตเหมาะกับใครเด็กที่มีปัญหาหายใจทางปาก มีโครงสร้างใบหน้าผิดปกติ และผู้ใหญ่ที่เริ่มมีภาวะกรนหรือมีภาวะหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อจากอายุ4. Radio Frequency (RF) คลื่นความถี่วิทยุเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานความร้อนควบคุมระดับในการกระตุ้นเนื้อเยื่อให้หดตัวหลักการทำงาน กระตุ้นให้เพดานอ่อนและโคนลิ้นหดตัว เพิ่มความกระชับของเนื้อเยื่อ ลดการสั่นของเนื้อเยื่อขณะนอนหลับข้อดีใช้เวลาทำไม่นาน ฟื้นตัวเร็วรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดใช้ร่วมกับ Oral Appliance หรือ CPAP เพื่อเสริมประสิทธิภาพเหมาะกับใครคนที่มีปัญหาเพดานอ่อนหย่อน พลิ้ว สั่นง่าย และมีนอนกรนไม่รุนแรง5. การผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นโพรงจมูกคด (Septoplasty)จัดแนวผนังกั้นจมูกให้ตรง เปิดทางเดินหายใจหลักการทำงาน ผ่าตัดปรับโครงสร้างจมูกที่คดหรือมีเนื้องอกกีดขวาง เพื่อให้หายใจสะดวกขึ้นข้อดีเพิ่มประสิทธิภาพของ CPAP และการหายใจทางจมูกแก้ปัญหาการนอนอ้าปากจากการหายใจทางปากเหมาะกับใครคนที่มีโพรงจมูกตีบ จมูกคด หรือมีปัญหาหายใจทางจมูกลำบากเรื้อรัง6. การผ่าตัดเพดานอ่อนผ่าตัดเปิดทางเดินหายใจบริเวณเพดานอ่อนหลักการทำงาน ตัดหรือเย็บยกเพดานอ่อนให้กระชับขึ้น และเปิดช่องทางให้ลมหายใจผ่านสะดวกข้อดีช่วยลดเสียงกรนเหมาะกับคนที่มีโครงสร้างเพดานอ่อนหย่อนอย่างชัดเจนเหมาะกับใครคนที่แพทย์ตรวจพบว่าเกิดการอุดกั้นจากเพดานอ่อนเป็นหลัก7. การผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular Advancement หรือ MMA)ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกรบน ล่าง และคางไปด้านหน้าหลักการทำงาน ขยายพื้นที่ทางเดินหายใจส่วนบน เพิ่มความตึงของกล้ามเนื้อโดยรอบ ช่วยป้องกันการยุบตัวของทางเดินหายใจขณะหลับข้อดีเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะคนที่มีโครงสร้างใบหน้าผิดปกติให้ผลลัพธ์ของการรักษาที่ยั่งยืนเหมาะกับใครคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรง และไม่ตอบสนองต่อวิธีรักษาอื่น ๆ รวมถึงคนที่มีโครงสร้างใบหน้าร่นเล็กผิดปกติ สรุป ปัญหานอนกรนไม่ใช่แค่เสียงรบกวน แต่เป็นสัญญาณเตือนสุขภาพที่อาจซ่อนโรคอันตรายไว้เบื้องหลัง เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อารมณ์แปรปรวน ไปจนถึงสมรรถภาพทางเพศถดถอย7 วิธีรักษานอนกรน ที่ VitalSleep Clinic แนะนำ เป็นการดูแลแบบองค์รวม โดยแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการนอนหลับ ที่จะประเมินจากโครงสร้างทางเดินหายใจ พฤติกรรมการนอน ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงผลตรวจการนอนหลับ Sleep Test เพื่อออกแบบการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง!

ภาวะลูกนอนกรน

ภาวะนอนกรนในเด็กไม่ใช่เพียงอาการธรรมดา ต่างจากผู้ใหญ่ที่มักเกี่ยวข้องกับโรคอ้วนหรือ OSA เด็กที่กรนอาจมีความผิดปกติของทางเดินหายใจ ส่งผลต่อพัฒนาการ

ตรวจการนอนหลับ

เหนื่อยแม้นอนเต็มคืน อาจเกิดจากคุณภาพการนอนที่ไม่สมดุล วงจรหลับลึกและ REM Sleep สั้นลง ตรวจการนอนหลับช่วยค้นหาสาเหตุได้

เสียงกรนไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ชาย

ผู้หญิงก็มีแนวโน้มที่จะนอนกรนได้ไม่แพ้ผู้ชาย! แม้เสียงกรนอาจเบากว่า หรือพบได้น้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากภาวะนี้

snoring test

ตรวจการนอนกรน ราคาเหมาะสม คุ้มค่าในการดูแลสุขภาพ ช่วยวิเคราะห์คุณภาพการนอน ลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อน เข้าใจร่างกายอย่างแท้จริง

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!