• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
เหนื่อยทั้งวันทั้งที่นอนเต็ม?
ตรวจการนอนหลับช่วยหาคำตอบ
เพื่อการนอนที่มีคุณภาพ

เหนื่อยทั้งวันทั้งที่นอนเต็ม?

ตรวจการนอนหลับช่วยหาคำตอบ
เพื่อการนอนที่มีคุณภาพ
Table of Contents

หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ “นอนครบ 7-8 ชั่วโมง” แต่ตื่นมาแล้วกลับรู้สึกเหมือนไม่ได้พักเลย สมองมึน เหนื่อยล้า ไม่มีแรง แม้จะพยายามเข้านอนเร็วแค่ไหนก็ตาม

อาการเช่นนี้อาจไม่ใช่เพราะ “นอนไม่พอ” แต่เพราะ “คุณภาพการนอน” ที่เสียสมดุล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวงจรการนอนหลับลึก (Deep Sleep) และการนอนหลับฝัน (REM Sleep) ถูกขัดจังหวะบ่อยครั้งโดยไม่รู้ตัว

วงจรการนอนถูกรบกวน ทำให้ร่างกายถึงไม่ฟื้นตัว

การนอนของเรามีหลายช่วง ได้แก่

ตรวจการนอนหลับ

N1 (Stage 1 – หลับตื้นเริ่มต้น)

เป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มเข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย กล้ามเนื้อเริ่มคลายตัว คลื่นสมองช้าลงจากตอนตื่น

N2 (Stage 2 – หลับตื้นระดับกลาง)

เป็นช่วงที่ใช้เวลามากที่สุดของการนอนทั้งคืน (ประมาณ 40–50%) หัวใจเต้นช้าลง อุณหภูมิร่างกายลดลง และสมองเริ่มลดการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม เป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มฟื้นฟูเบื้องต้น เช่น การซ่อมแซมเนื้อเยื่อและระบบประสาท

N3 (Stage 3 – Deep Sleep)

ถือเป็น “ช่วงทองของการฟื้นฟูร่างกาย” เพราะเป็นเวลาที่ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ถูกหลั่งมากที่สุด ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และฟื้นฟูพลังงานให้พร้อมสำหรับวันถัดไป หากร่างกายไม่ได้เข้าสู่ช่วงนี้เต็มที่ จะรู้สึกอ่อนเพลียและสมาธิสั้นในวันรุ่งขึ้น

REM Sleep (Rapid Eye Movement Sleep)

เป็นช่วงที่สมองทำงานใกล้เคียงตอนตื่น แต่ร่างกายยังคงอยู่ในภาวะหยุดนิ่ง (muscle atonia) เพื่อป้องกันไม่ให้ขยับตามความฝัน สมองจะประมวลผลข้อมูล จัดระเบียบความจำ และเชื่อมโยงอารมณ์ ถือเป็นการ “พักสมอง” ในเชิงจิตใจและอารมณ์

แต่หากร่างกายเข้าสู่ช่วงเหล่านี้ได้ไม่เต็มที่ เช่น มีการสะดุ้งตื่นบ่อย หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) การนอนหลับจะถูก “ตัดตอน” ทำให้ร่างกายไม่ได้พักฟื้นอย่างแท้จริง

ภาวะนี้อาจไม่สังเกตได้ชัดเจน แต่ส่งผลต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

เช็คด่วน คุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่

✓ รู้สึกง่วงตลอดเวลา แม้นอนครบ 7-8ชั่วโมง
✓ สมาธิสั้น จำอะไรได้ไม่ดี
✓ ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
✓ น้ำหนักตัวเพิ่ม และระดับน้ำตาลในเลือดสูง

หากคุณเคยมีอาการเหล่านี้ ทั้งหมดนี้คือสัญญาณว่าร่างกายกำลัง “นอนไม่มีคุณภาพ” แม้จำนวนชั่วโมงจะดูเพียงพอก็ตาม

เข้าใจร่างกายให้ลึกกว่าที่เคย ตรวจการนอนหลับ

ผลการตรวจจะบอกได้ว่าคุณมี “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ” หรือไม่การนอนของคุณถึงช่วงหลับลึกและ REM เพียงพอหรือเปล่า เหตุใดจึงตื่นบ่อย เหนื่อยง่าย หรือนอนไม่สดชื่น

ตรวจหาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea – OSA)

ผลตรวจจะบอกว่าระหว่างนอน คุณมีช่วงที่ “หายใจติดขัดหรือหยุดหายใจ” กี่ครั้งต่อชั่วโมง (เรียกว่า Apnea–Hypopnea Index, AHI)
หากพบว่ามีมากกว่า 5 ครั้งต่อชั่วโมง ถือว่าเริ่มมีความผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลให้หัวใจทำงานหนัก ความดันโลหิตสูง และทำให้ตื่นกลางดึกโดยไม่รู้ตัว

ประเมินคุณภาพของวงจรการนอน (Sleep Architecture)

ระบบจะวัดว่าคุณใช้เวลาในแต่ละช่วงของการนอนมากน้อยเพียงใด เช่น เข้าสู่ หลับลึก (Deep Sleep / N3) เพียงพอไหม ซึ่งเป็นช่วงฟื้นฟูร่างกาย เข้าสู่ REM Sleep ได้ครบหรือไม่ ซึ่งสำคัญต่อการจัดระเบียบความจำและอารมณ์ หากหลับลึกและ REM ลดลงมาก แปลว่าร่างกายไม่ได้พักจริง แม้จะนอนครบ 7–8 ชั่วโมงก็ตาม

หาสาเหตุของการ “ตื่นบ่อย” หรือ “นอนไม่สดชื่น”

บางคนสะดุ้งตื่นเพราะกล้ามเนื้อคอหย่อน หายใจติดขัด บางคนหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะในช่วงหลับ หรือมีการเคลื่อนไหวขาโดยไม่รู้ตัว (Periodic Limb Movement) ผล Sleep Test จะช่วยแยกได้ว่าอาการเหล่านี้เกิดจากอะไร  ระบบหายใจ, ระบบหัวใจ หรือระบบประสาท  เพื่อวางแนวทางแก้ไขให้ตรงจุด

คืนร่างกายสู่ Deep Sleep เพื่อชีวิตที่เต็มพลัง

เมื่อวงจรการนอนหลับกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล ร่างกายจะเริ่มฟื้นตัวได้จริง

✓ สมองเคลียร์ข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพความจำ
✓ กล้ามเนื้อได้รับการซ่อมแซม
✓ ฮอร์โมนที่ควบคุมความเครียดและความหิวกลับสู่ระดับปกติ
✓ ผลลัพธ์คือ ตื่นมาอย่างสดชื่น มีพลังตลอดวัน และลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในระยะยาว

ตามข้อมูลจาก Sleep Foundation ช่วงที่เรียกว่า Deep sleep ร่างกายปล่อยฮอร์โมนการเจริญเติบโต (growth hormone) ในช่วงนี้ และระบบต่าง ๆ เช่น เมตาบอลิซึม กล้ามเนื้อ ภูมิคุ้มกัน ได้รับการซ่อมแซม”

สรุป: นอนหลับดี คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่มีพลังอีกครั้ง ตรวจการนอนหลับ เพื่อฟื้นฟูคุณภาพการนอนและสุขภาพจากภายใน

การนอนหลับไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่เป็นช่วงเวลาของการซ่อมแซมที่สำคัญที่สุดของร่างกาย หากคุณรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา แม้นอนเต็มที่ การตรวจการนอนหลับ คือก้าวแรกในการเข้าใจร่างกาย เพื่อการนอนหละบที่มีคุณภาพ เพราะการนอนหลับดี ไม่ใช่แค่การนอนนาน  แต่คือ การนอนที่ทำให้ร่างกายได้พักอย่างแท้จริง        

Related Blogs and Articles
หยุดหายใจขณะหลับ ระวัง

อาการที่ร่างกายหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ระหว่างการนอนหลับ โดยไม่รู้ตัว ปัญหานี้เกิดจากทางเดินหายใจส่วนบนถูกปิดกั้น

World Sleep Day 2025

World Sleep Day หรือ วันนอนหลับโลก เกิดขึ้นภายใต้สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลก (World Association of Sleep Medicine: WASM) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพ และตระหนักรู้ถึงความอันตรายของปัญหาการนอนหลับ เป็นการสื่อสารไปสู่ผู้คนในวงกว้างด้วยความพยายามที่จะป้องกันและบรรเทาปัญหาการนอนของคนทั้งโลก และรณรงค์ให้ผู้คนเห็นความสำคัญของการหลับที่มีคุณภาพ ถูกจัดขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2551 หลังจากนั้นมีการจัดกิจกรรมขึ้นเป็นประจำทุกปี ขณะนี้มีประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรม วันนอนหลับโลก แล้วมากกว่า 67 ประเทศทั่วโลก เปิดสถิติ คนไทยประสบปัญหาการนอนหนัก การนอนหลับ คือการพักผ่อนที่ดีที่สุดของการฟื้นฟูร่างกาย แท้จริงแล้ว การนอนหลับไม่ใช่เพียงแค่เป็นการพักผ่อนอย่างเดียวเท่านั้น มนุษย์ใช้เวลามากถึง 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการนอน เพื่อเติมพลังให้ชีวิตสามารถใช้ชีวิตอีก 2 ใน 3 ที่เหลือ การนอนหลับที่มีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากของชีวิตมนุษย์ เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่การนอนหลับที่มีคุณภาพ ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า คนไทยมากมึง 19 ล้านคน กำลังประสบปัญหาการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ เช่น การนอนหลับไม่สนิท หลับ ๆ ตื่น ๆ ตื่นกลางดึกบ่อยเพื่อเข้าห้องน้ำ นอนกรน หรือรุนแรงถึงหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพบปัญหาเหล่านี้ได้ในคนอายุน้อยลงมากขึ้น การนอนหลับที่มีคุณภาพ เป็นอย่างไร การนอนหลับที่มีคุณภาพ หรือ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงในการนอนหลับเพียงอย่างเดียว ความลึกของการนอนหลับกับเวลาเข้านอนที่เหมาะสมก็มีความสำคัญอย่างมาก หากหลับลึกไม่พอ หรือความผิดปกติระหว่างการนอนบางอย่าง อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหลังตื่นนอนในช่วงเช้า (Unrested Sleep) อาจส่งผลกระทบกับระบบความจำ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพ กระทบการเรียน การทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน โดยทั่วไป ระยะเวลาที่เหมาะสมในการนอนแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่สามารถอ้างอิงเวลาการนอนที่เหมาะสมสำหรับแต่ล่วงวัยได้ ดังนี้ เด็กแรกเกิด (อายุ 0-3 เดือน) = 14-17 ชั่วโมงต่อวัน เด็กทารก (อายุ 4-11 เดือน) = 12-15 ชั่วโมงต่อวัน เด็กเล็ก (อายุ 1-2 ปี) = 11-14 ชั่วโมงต่อวัน วัยอนุบาล (3-5 ปี) = 10-13 ชั่วโมงต่อวัน วัยประถม (6-13 ปี) = 9-11 ชั่วโมงต่อวัน วัยมัธยม (14-17 ปี) = 8-10 ชั่วโมงต่อวัน วัยรุ่น (18-25 ปี) = 7-9 ชั่วโมงต่อวัน วัยทำงาน (26-64 ปี) = 7-9 ชั่วโมงต่อวัน วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) = 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เช็คลิสต์ อาการนอนหลับผิดปกติ ตื่นมาปัสสาวะบ่อยกลางดึก (Nocturnal Urination)อาจเป็นการตอบสนองของร่างกาย เกิดจากหัวใจสูบฉีดเลือดเพิ่มมากขึ้นหลังเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Bradycardia-tachycardia) เลือดไปเลี้ยงที่ไตเพิ่มขึ้น มีผลทำให้มีน้ำปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะมากขึ้นขณะนอนหลับ ในขณะเดียวกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้นอนหลับไม่ค่อยลึก จึงทำให้สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกปวดปัสสาวะได้ง่ายมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน (Excessive Daytime Sleepiness)เป็นความผิดปกติที่ต้องรีบหาสาเหตุและรักษา อาจะส่งผลอันตรายในขณะขับขี่ยานพาหนะ หรือเกิดอุบัติเหตุได้ในขณะปฏิบัติงาน และอาจนำไปสู่โรคเกี่ยวกับการนอนอื่น ๆ เช่น หยุดหายใจขณะหลับ ไหลตาย Insomnia หรือ Narcolepsy และอื่นๆขาขยุกขยิก (Restless Legs)เป็นอาการที่ทำให้ต้องขยับขาไปมา เพราะรู้สึกมีความผิดปกติที่บริเวณขา จึงต้องขยับบ่อย ๆ เพื่อทำให้ความรู้สึกผิดปกติที่ขาลดลง อาการนี้มักพบได้ในช่วงเวลาค่ำ อาจพบในรายที่มีอาการโลหิตจาง (Iron deficiency) ในช่วงขณะตั้งครรภ์ (pregnancy) คนไข้โรคไตวาย (chronic renal failure) และโรคอื่น ๆปวดศีรษะหลังเพิ่งตื่นนอนตอนเช้า (Morning Headache)อาจเป็นผลมาจากที่ขณะนอนหลับไม่สามารถขับถ่าย Carbon Dioxide ออกจากร่างกายได้อย่างเหมาะสม มีผลทำให้เส้นเลือดแดงในสมองขยายตัวจาก Respiratory Acidosis จึงทำให้รู้สึกปวดศีรษะ และอาการนี้จะรุ้สึกได้มากในช่วงเวลาเช้าหลังเพิ่งตื่นนอนนอนกรน (Snoring)มีเสียงหายใจดังมาก หรือ เสียงกรนดังขณะนอนหลับ ส่งผลกระทบทั้งสุขภาพของตนเอง และอาจะส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ด้วย เป็นอาการอันตราย ต้องรีบหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม หากปล่อยไว้ไม่รักษาจะมีผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว เช่น Cardiovascular Problems Metabolic Syndrome ความจำเสื่อม ความดันสูง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และอื่น ๆหยุดหายใจในขณะนอนหลับ (Sleep Apnea)เป็นอาการผิดปกติของการนอนกลับที่อันตรายรุนแรง อาจส่งผลร้ายแรงถึงเสียชีวิตได้ โรคหยุดหายใจขณะหลับอาจสังเกตได้อย่างหากไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น สำลักขณะนอนหลับ (Waking up Choking) ตื่นขึ้นมากลางดึกอย่างกะทันหันเพื่อหายใจ (Waking up Gasping) Cognitive Dysfunctionsนอนไม่เพียงพอหรือมีปัญหาเรื่องการนอนหลับอาจมีผลต่อหน้าที่การทำงานของสมอง รวมทั้งความทรงจำทั้งในระยะสั้น และในระยะยาวถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที การนอนหลับ ตรวจคุณภาพได้ Sleep Test (Polysomnography) หรือ การตรวจคุณภาพการนอนหลับ คือ การตรวจวัดคลื่นสมอง ระดับออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ และการหายใจระหว่างการนอนหลับ นอกจากนั้นยังตรวจจับการเคลื่อนไหวของดวงตาและการเคลื่อนไหวร่างกายบางส่วน เพื่อตรวจดูคุณภาพการนอนหลับ ค้นหาความผิดปกติของการนอน หรือ โรคที่เกี่ยวเนื่องกับการนอนบางอย่าง อาการนอนกรน หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นสาเหตุของโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรค สมองเสื่อม...

ตรวจการนอนหลับ คืออะไร?

“คุณภาพการนอน” มีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และแม้แต่ภาวะซึมเศร้าได้

CoolSwiss ลดกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด

CoolSwiss หลายคนอาจคุ้นชื่อในนวัตกรรมด้านความงาม แต่คุณรู้ไหมว่า…สำหรับคนที่นอนกรนโดยเฉพาะจากสาเหตุ ไขมันสะสมบริเวณลำคอ

snoring test

ตรวจการนอนกรน ราคาเหมาะสม คุ้มค่าในการดูแลสุขภาพ ช่วยวิเคราะห์คุณภาพการนอน ลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อน เข้าใจร่างกายอย่างแท้จริง

เด็กเล็ก นอนกรน

เด็กเล็ก นอนกรน เป็นประจำ อาจไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่คิด เพราะอาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการหายใจที่ส่งผลต่อหัวใจและสุขภาพโดยรวม

หลับๆ ตื่นๆ นอนไม่พอ

การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากคุณหลับ ๆ ตื่น ๆ หรือนอนไม่พอ ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!