• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ภาวะลูกนอนกรนต่างจาก
การนอนกรนในผู้ใหญ่ยังไง?
ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

ภาวะลูกนอนกรนต่างจาก

การนอนกรนในผู้ใหญ่ยังไง?
ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม
Table of Contents

ภาวะลูกนอนกรนไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่หลายครอบครัวเข้าใจ เพราะต่างจากผู้ใหญ่ที่มักเกี่ยวข้องกับโรคอ้วนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ในเด็กนั้น เสียงกรนมักบ่งบอกถึงความผิดปกติของการเจริญเติบโตของโครงสร้างทางเดินหายใจ ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบต่อสุขภาพและพัฒนาการในระยะยาว ในอนาคต

ทำความเข้าใจภาวะนอนกรนในเด็กและผู้ใหญ่

ภาวะลูกนอนกรน สาเหตุและผลกระทบมีความแตกต่างกันอย่างมาก การทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้เลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้

ภาวะนอนกรนในเด็กภาวะนอนกรนในผู้ใหญ่
สาเหตุที่พบ• ต่อมทอนซิลหรืออะดีนอยด์โตผิดปกติ
• โครงสร้างใบหน้าและขากรรไกรเล็ก
• ภูมิแพ้หรือจมูกอุดตันเรื้อรัง
• น้ำหนักเกิน
• กล้ามเนื้อคอหย่อน
• การดื่มแอลกอฮอล์สูบบุหรี่
• โครงสร้างทางเดินหายใจแคบ
ผลกระทบต่อสุขภาพ• นอนหลับไม่เต็มที่
• สมาธิสั้น พฤติกรรมก้าวร้าว
• พัฒนาการล่าช้า
หากเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
• กระทบต่อการเจริญเติบโต ความสูง น้ำหนัก และโครงสร้างใบหน้า
• ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
• ซึ่งสัมพันธ์กับโรคความดันโลหิตสูง
• หัวใจขาดเลือด
• หลอดเลือดสมอง
รวมถึงทำให้เหนื่อยง่าย ง่วงกลางวัน และประสิทธิภาพการทำงานลดลง

นอนกรนในผู้ใหญ่มักเกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ขณะที่ภาวะลูกนอนกรนมักเกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางใบหน้าร่างกายและนำไปสู่การพัฒนาการของร่างกายในอนาคต

อาการบ่งบอกที่พ่อแม่ควรสังเกตในเด็ก

ภาวะลูกนอนกรน อาจดูเหมือนเป็นเพียงอาการที่อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องปกติของเด็ก แต่แท้จริงแล้วอาจซ่อนความผิดปกติที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและพัฒนาการในระยะยาว หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเกิดผลกระทบดังนี้

การเจริญเติบโตช้า : การนอนหลับที่ถูกรบกวนบ่อย ๆ ทำให้ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนได้น้อยลง ส่งผลต่อส่วนสูงและน้ำหนักของเด็ก

พัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้ : การนอนหลับไม่เต็มที่กระทบต่อสมาธิ ความจำ และการเรียนรู้ ทำให้เด็กอาจมีผลการเรียนต่ำกว่าที่ควร

พฤติกรรมและอารมณ์ : เด็กที่นอนกรนและมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มักหงุดหงิดง่าย สมาธิสั้น หรือมีพฤติกรรมคล้ายสมาธิสั้น (ADHD)

สุขภาพช่องปากและโครงหน้า : การหายใจทางปากบ่อย ๆ ทำให้โครงหน้าพัฒนาผิดปกติ เช่น ฟันยื่น เพดานโค้งแคบ

สุขภาพหัวใจและระบบไหลเวียน : หากมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจในอนาคต

ความเสี่ยงและผลกระทบระยะยาวของภาวะลูกนอนกรน

ภาวะลูกนอนกรน ถือเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของการหายใจที่อาจนำไปสู่ผลกระทบทางสุขภาพและพัฒนาการในระยะยาว งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า เด็กที่นอนกรน โดยเฉพาะหากมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ร่วมด้วย จะมีความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ดังนี้

การเจริญเติบโตช้า การนอนหลับที่ถูกรบกวนบ่อย ๆ ทำให้ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ลดลง ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทั้งส่วนสูงและน้ำหนัก งานวิจัยใน Journal of Pediatrics (Marcus et al., 2012) พบว่า เด็กที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ จะมีอัตราการเจริญเติบโตต่ำกว่าเด็กที่นอนปกติ และเมื่อได้รับการรักษา เช่น ผ่าตัดต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์ ขนาดร่างกายกลับมาพัฒนาได้ดีขึ้น

พัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้ การนอนหลับไม่เพียงพอทำให้สมองเข้าสู่ช่วงหลับลึกได้ไม่เต็มที่ กระทบต่อความจำ สมาธิ และการเรียนรู้

พฤติกรรมและอารมณ์ เด็กที่นอนกรนมีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมหงุดหงิด ก้าวร้าว หรือสมาธิสั้น ซึ่งอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคสมาธิสั้น หรือ ADHD

โครงหน้าและสุขภาพช่องปาก การหายใจทางปากเรื้อรังจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้โครงหน้าเจริญเติบโตผิดปกติ เช่น ฟันยื่น คางเล็ก เพดานโค้งแคบ

สุขภาพหัวใจและระบบไหลเวียนในอนาคต การหยุดหายใจขณะหลับทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง ซ้ำ ๆ จนร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ด้วย Belun Ring Sleep Test

การตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Test เพื่อประเมินคุณภาพการนอนและการหายใจอย่างละเอียด โดยเฉพาะในเด็กที่มีอาการนอนกรนหรือสงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่ VitalSleep Sleep เรามีบริการการตรวจนอนหลับ ด้วย Belun Ring Sleep Test เป็นขั้นตอนตรวจการนอนหลับ ที่สะดวกสบาย และแม่นยำ ไม่ต้องตรวจที่โรงพยาบาล สามารถทำเองได้ที่บ้าน สะดวกกับพ่อแม่ที่ต้องการให้บุตรหลานของท่าน ตรวจการนอนหลับ

แนวทางการรักษาภาวะลูกนอนกรน 

VitalSleep Clinic มีหลายแนวทางที่สามารถใช้รักษาการนอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ในเด็ก ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรง และอายุของเด็ก แนวทางเหล่านี้สามารถใช้ร่วมกันได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Myofunctional Therapy การฝึกกล้ามเนื้อใบหน้า กล้ามเนื้อลิ้น และกล้ามเนื้อทางเดินหายใจให้ทำงานได้ดีขึ้น

Breastfeeding Tongue-Tie Release (FF) สำหรับเด็กเล็กที่มีภาวะลิ้นติด (Tongue-Tie) ซึ่งอาจส่งผลให้ลิ้นเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ หรือลิ้นดันหลังคอ ทำให้ทางเดินหายใจแคบการปลดผูกลิ้นติดช่วยให้ลิ้นเคลื่อนที่ได้ดีขึ้น ช่วยลดการอุดกั้น ขับลม รักษาคุณภาพการหายใจและนอนหลับ RPE อุปกรณ์ในการขยายเพดานปาก เป็นเครื่องมือทันตกรรมที่ช่วยขยายเพดานปาก (palate) เพื่อเพิ่มความกว้างของแนวเพดานอ่อนและบริเวณช่องทางเดินหายใจส่วนบนใช้ในกรณีที่เพดานปากแคบ มีการสบฟันหรือโครงสร้างที่ส่งผลให้ทางเดินหายใจตีบ ช่วยปรับโครงสร้างทางเดินหายใจให้มีช่องว่างมากขึ้น ลดอาการกรนและการอุดตันขณะหลับ

ภาวะลูกนอนกรน

สรุป 

ภาวะนอนกรนในเด็ก ไม่ใช่แค่เสียงรบกวน แต่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของร่างกาย สมอง และโครงหน้า หากละเลยอาจส่งผลต่อพัฒนาการ การเรียนรู้ และสุขภาพระยะยาว

ต่างจากผู้ใหญ่ที่มักเชื่อมโยงกับโรคเรื้อรังและคุณภาพการนอน เด็กที่กรนจึงถือเป็น “ภัยเงียบ” ที่ควรได้รับการตรวจและรักษาแต่เนิ่น ๆ เพื่อคืนการนอนที่มีคุณภาพและการเติบโตที่สมบูรณ์

Related Blogs and Articles
อาการหายใจไม่อิ่ม สัญญาณโรคร้าย

อาการหายใจไม่อิ่ม หรือที่หลายคนเรียกว่า “เหมือนหายใจไม่สุด” เป็นภาวะที่คนไข้รู้สึกว่าหายใจเข้าลึกเท่าไรก็ยังไม่พอ มักมาพร้อมความรู้สึกอึดอัด

หยุดหายใจขณะหลับ ภัยร้าย

การหายใจของเราที่หยุดลงชั่วคราวระหว่างการนอนหลับ โดยอาจกินเวลาตั้งแต่ไม่กี่วินาทีจนถึงเป็นนาที และเกิดซ้ำหลายครั้งต่อคืน

7 วิธีแก้นอนกรน

การนอนกรนไม่ใช่แค่ปัญหากวนใจของคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็น “สัญญาณเตือน” ถึงภาวะอันตรายที่ซ่อนอยู่ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ที่เสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันสูง และการเสียชีวิตขณะนอนหลับได้https://youtu.be/IiQ1cbbtrOs?si=a2rxjjKPPIQWLdtu ล่าสุดในวิดีโอสัมภาษณ์โดยคุณซีมง ที่ได้เชิญคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนจาก VitalSleep Clinic มาให้ความรู้แบบเข้าใจง่าย มาอธิบายถึง 7 วิธีรักษาอาการนอนกรน ที่ได้ผลจริงปลอดภัย วิธีการรักษาทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด สรุปมาไว้ที่นี่แล้ว ก่อนรักษา ต้องเริ่มจากการ “ตรวจการนอนหลับ (Sleep Test)” คุณหมอย้ำว่าก่อนจะรักษาอาการนอนกรน ต้องเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นการนอนกรนแบบธรรมดาหรือมีภาวะหยุดหายใจร่วมด้วยเมื่อได้ผลตรวจการนอนหลับแล้ว แพทย์เฉพาะทางจะอ่านผล เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย 7 วิธีรักษานอนกรน จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 1. CPAP (Continuous Positive Airway Pressure)เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก เป็นมาตรฐานในการรักษาอาการนอนกรนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea)หลักการทำงาน CPAP จะพ่นลมอย่างต่อเนื่องผ่านหน้ากากครอบจมูกหรือทั้งจมูกและปาก เพื่อให้ทางเดินหายใจไม่ให้ฟีบในขณะที่กำลังหลับ ช่วยลดการสั่นของเพดานปากและการอุดกั้นที่ทำให้เกิดเสียงกรนหรือหยุดหายใจข้อดีรักษานอนกรนตั้งแต่ระดับปานกลางถึงรุนแรงได้ผลดีลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ ความดันสูง หลอดเลือดสมองเหมาะกับใครคนที่มีอาการกรนระดับเบาถึงปานกลาง หรือคนที่มี OSA2. Oral Appliance (โปรแกรมทันตกรรมรักษานอนกรน)เครื่องมือทันตกรรมที่ออกแบบเฉพาะบุคคล ใส่ในปากขณะนอนหลับหลักการทำงาน ดันขากรรไกรล่างไปด้านหน้า ช่วยเปิดพื้นที่ด้านหลังลิ้น ลดการอุดกั้นทางเดินหายใจข้อดีพกพาสะดวก ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าใช้งานง่าย น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ใช้ CPAP แล้วไม่ประสบความสำเร็จเหมาะกับใครคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรง หรือมีโรคร่วมที่ต้องการควบคุมอาการให้แน่นอน3. Myofunctional Therapy (กายภาพกล้ามเนื้อช่องปากและใบหน้า)การบำบัดกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจและการกลืนหลักการทำงาน ฝึกกล้ามเนื้อลิ้น ริมฝีปาก เพดานอ่อน และใบหน้า เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและการควบคุมให้กับกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงข้อดีเป็นการรักษาแบบไม่ใช้เครื่อง ไม่ผ่าตัดเสริมประสิทธิภาพการใช้ Oral Appliance หรือหลังผ่าตัดป้องกันไม่ให้โรครุนแรงขึ้นในอนาคตเหมาะกับใครเด็กที่มีปัญหาหายใจทางปาก มีโครงสร้างใบหน้าผิดปกติ และผู้ใหญ่ที่เริ่มมีภาวะกรนหรือมีภาวะหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อจากอายุ4. Radio Frequency (RF) คลื่นความถี่วิทยุเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานความร้อนควบคุมระดับในการกระตุ้นเนื้อเยื่อให้หดตัวหลักการทำงาน กระตุ้นให้เพดานอ่อนและโคนลิ้นหดตัว เพิ่มความกระชับของเนื้อเยื่อ ลดการสั่นของเนื้อเยื่อขณะนอนหลับข้อดีใช้เวลาทำไม่นาน ฟื้นตัวเร็วรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดใช้ร่วมกับ Oral Appliance หรือ CPAP เพื่อเสริมประสิทธิภาพเหมาะกับใครคนที่มีปัญหาเพดานอ่อนหย่อน พลิ้ว สั่นง่าย และมีนอนกรนไม่รุนแรง5. การผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นโพรงจมูกคด (Septoplasty)จัดแนวผนังกั้นจมูกให้ตรง เปิดทางเดินหายใจหลักการทำงาน ผ่าตัดปรับโครงสร้างจมูกที่คดหรือมีเนื้องอกกีดขวาง เพื่อให้หายใจสะดวกขึ้นข้อดีเพิ่มประสิทธิภาพของ CPAP และการหายใจทางจมูกแก้ปัญหาการนอนอ้าปากจากการหายใจทางปากเหมาะกับใครคนที่มีโพรงจมูกตีบ จมูกคด หรือมีปัญหาหายใจทางจมูกลำบากเรื้อรัง6. การผ่าตัดเพดานอ่อนผ่าตัดเปิดทางเดินหายใจบริเวณเพดานอ่อนหลักการทำงาน ตัดหรือเย็บยกเพดานอ่อนให้กระชับขึ้น และเปิดช่องทางให้ลมหายใจผ่านสะดวกข้อดีช่วยลดเสียงกรนเหมาะกับคนที่มีโครงสร้างเพดานอ่อนหย่อนอย่างชัดเจนเหมาะกับใครคนที่แพทย์ตรวจพบว่าเกิดการอุดกั้นจากเพดานอ่อนเป็นหลัก7. การผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular Advancement หรือ MMA)ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกรบน ล่าง และคางไปด้านหน้าหลักการทำงาน ขยายพื้นที่ทางเดินหายใจส่วนบน เพิ่มความตึงของกล้ามเนื้อโดยรอบ ช่วยป้องกันการยุบตัวของทางเดินหายใจขณะหลับข้อดีเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะคนที่มีโครงสร้างใบหน้าผิดปกติให้ผลลัพธ์ของการรักษาที่ยั่งยืนเหมาะกับใครคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรง และไม่ตอบสนองต่อวิธีรักษาอื่น ๆ รวมถึงคนที่มีโครงสร้างใบหน้าร่นเล็กผิดปกติ สรุป ปัญหานอนกรนไม่ใช่แค่เสียงรบกวน แต่เป็นสัญญาณเตือนสุขภาพที่อาจซ่อนโรคอันตรายไว้เบื้องหลัง เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อารมณ์แปรปรวน ไปจนถึงสมรรถภาพทางเพศถดถอย7 วิธีรักษานอนกรน ที่ VitalSleep Clinic แนะนำ เป็นการดูแลแบบองค์รวม โดยแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการนอนหลับ ที่จะประเมินจากโครงสร้างทางเดินหายใจ พฤติกรรมการนอน ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงผลตรวจการนอนหลับ Sleep Test เพื่อออกแบบการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง!

ตรวจการนอนหลับ คืออะไร?

“คุณภาพการนอน” มีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และแม้แต่ภาวะซึมเศร้าได้

อาการไหลตาย

การนอนหลับของคุณอาจกระทบต่อหัวใจโดยไม่รู้ตัว อาการไหลตายเกิดจากความผิดปกติของหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหยุดหายใจขณะหลับ

เสียงกรนเตือนภัยสุขภาพ

เสียงกรนอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก ตรวจการนอนกรนช่วยค้นหาความผิดปกติ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

โรคแทรกซ้อนจากการนอนกรน

การนอนกรนสามารถเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดร่วมกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)

sudden death silent danger

นอนกรน ใครจะคิดว่า “เสียงกรน” ที่ดูเหมือนเรื่องธรรมดา อาจกลายเป็นภัยเงียบที่พรากชีวิตคนที่คุณรักไปอย่างไม่รู้ตัว “ใหลตาย” (Sudden Unexpected Nocturnal Death Syndrome หรือ SUNDS) คือหนึ่งในภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในอาการนอนกรน โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (OSA) เข้าใจ “ใหลตาย” ภัยเงียบที่พรากชีวิตในยามหลับ “ใหลตาย” คือภาวะเสียชีวิตอย่างกะทันหันในขณะนอนหลับ โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดภายหลังชันสูตร มักเกิดในคนที่ดูเหมือนสุขภาพแข็งแรงดี ในกลุ่มชายวัยหนุ่มสาวในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์สาเหตุของอาการใหลตายยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด แต่จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่า ผู้เสียชีวิตจำนวนมากมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ที่มีจุดร่วมสำคัญคือ “การนอนกรน” งานวิจัยที่มีความเชื่อมโยง “ใหลตาย” งานวิจัยในประเทศไทยโดย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พบว่าในกลุ่มผู้ป่วยใหลตายที่รอดชีวิต มีสัดส่วนมากถึง 80% ที่มีอาการหยุดหายใจขณะหลับ​ในประเทศฟิลิปปินส์ มีวิจัยจาก PubMed รายงานว่าชายหนุ่มวัยทำงานเสียชีวิตจากอาการใหลตาย จำนวนมากมีประวัติ “นอนกรนเสียงดัง” และ “หายใจติดขัดกลางดึก”​การศึกษาจาก JACC Journals ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ก็พบว่า OSA เพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจอย่างเฉียบพลัน รวมถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงในขณะหลับ สัญญาณที่บ่งชี้ว่าอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กรนเสียงดังหยุดหายใจเงียบ ๆ ชั่วครู่ แล้วเฮือกสะดุ้งตื่นกลางดึก หายใจไม่ทันตื่นนอนแล้วรู้สึกไม่สดชื่นง่วงตอนกลางวัน สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวนปวดหัวตอนเช้า ความดันสูง เบาหวานหรือโรคหัวใจ ปรึกษาปัญหากับผู้เชี่ยวชาญ ฟรี! https://www.youtube.com/shorts/VQlGzDh6-_Q ทำไมภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ถึงเสี่ยงต่อ “ใหลตาย”? ออกซิเจนต่ำซ้ำซากการหยุดหายใจหลายครั้งต่อคืน ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ ส่งผลต่อหัวใจและสมองอย่างรุนแรงหัวใจเต้นผิดจังหวะภาวะ OSA เพิ่มความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบventricular fibrillation ที่อาจนำไปสู่หัวใจหยุดเต้นในขณะหลับกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติภาวะออกซิเจนต่ำกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเธติก ทำให้ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจผันผวนอย่างรุนแรงสมองขาดออกซิเจนการขาดออกซิเจนในสมองซ้ำซาก อาจทำให้เกิดการชักหรือสูญเสียการควบคุมระบบสำคัญในร่างกาย แนวทางการรักษาอาการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับเพื่อป้องกัน “ใหลตาย” การรักษาที่เหมาะสมสามารถลดความเสี่ยงใหลตายได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยแนวทางการรักษาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก1. การรักษาแบบไม่ใช้เครื่องมือปรับพฤติกรรม เช่น ลดน้ำหนัก งดแอลกอฮอล์ งดยานอนหลับ นอนตะแคงฝึกการหายใจ และกล้ามเนื้อในช่องปาก (Myofunctional Therapy) ช่วยกระชับกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ2. การรักษาด้วยอุปกรณ์CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก ที่ถือเป็นมาตรฐานทองในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับOral Appliance (เครื่องมือทันตกรรม) ช่วยดันขากรรไกรล่างไปด้านหน้า เปิดทางเดินหายใจ เหมาะกับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง3. การรักษาแบบผ่าตัดและหัตถการผ่าตัดช่องทางเดินหายใจ เช่น ตัดต่อมทอนซิล ผ่าตัดเพดานอ่อนผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular Advancement)รักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency)เลเซอร์ หรือร้อยไหมยกเพดานอ่อน สำหรับกรณีมีอาการนอนกรนที่ไม่ซับซ้อนอย่าปล่อยให้ “กรน” กลายเป็นคำบอกลาสุดท้ายเสียงกรนอาจไม่ใช่แค่เรื่องกวนใจของคนข้างเตียง แต่มันคือ “สัญญาณเตือน” โดยเฉพาะในคนที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น น้ำหนักเกิน มีคอหนา เป็นเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงการตรวจ Sleep Test คือกุญแจสำคัญ ในการวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และวางแผนรักษาได้อย่างแม่นยำ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!