• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ผู้หญิงนอนกรน!
ทำไมเสียงกรนจึงไม่ใช่
แค่เรื่องของผู้ชาย?

ผู้หญิงนอนกรน!

ทำไมเสียงกรนจึงไม่ใช่
แค่เรื่องของผู้ชาย?
Table of Contents

ผู้หญิงนอนกรน หลาย ๆ คนมักคิดว่าการนอนกรนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะในผู้ชายเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ผู้หญิงก็มีแนวโน้มที่จะนอนกรนได้ไม่แพ้กัน บทความนี้จะพาคุณมารู้จักสาเหตุ อาการ ผลกระทบ และแนวทางการรักษาอาการนอนกรนในผู้หญิงอย่างละเอียด เพื่อดูแลตัวเองและคนที่คุณรักให้ห่างไกลจากอันตรายที่ซ่อนอยู่

ผู้หญิงนอนกรนได้จริงหรอ?

คำตอบคือ “ใช่” ผู้หญิงนอนกรนได้จริง และมีโอกาสเสี่ยงสูงขึ้นในบางช่วงวัย เช่น ระหว่างตั้งครรภ์ หรือช่วงวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในร่างกายจะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ และกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อระหว่างการนอนหลับ ส่งผลให้เกิดเสียงกรนได้

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงนอนกรน ได้แก่...

อาการนอนกรนคืออะไร? เกิดขึ้นได้อย่างไร?

การนอนกรนคือเสียงที่เกิดจากการสั่นของเนื้อเยื่อในลำคอเมื่อมีการอุดกั้นบางส่วนในทางเดินหายใจส่วนต้นในช่วงที่คุณกำลังนอนหลับอยู่ ซึ่งเสียงกรนสามารถมีได้ตั้งแต่เบาไปจนถึงดังมาก ในบางกรณีอาจสัมพันธ์กับอาการหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) แม้ว่าเสียงกรนจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากคุณมีอาการเหล่านี้ควบคู่ เช่น

  • รู้สึกเพลียหลังตื่นนอน
  • ปวดหัวตอนเช้า
  • ง่วงในตอนกลางวันจนเสียสมาธิ
  • มีอารมณ์แปรปรวน
  • ตื่นกลางดึกด้วยความรู้สึกหายใจไม่ออก

อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่รู้ตัว

ทำไมผู้หญิงถึงนอนกรน? สาเหตุเฉพาะเพศที่คุณอาจไม่เคยรู้

ผู้หญิงมีความเสี่ยงนอนกรนจากหลายปัจจัยคล้ายกับผู้ชาย แต่ยังมีเหตุผลเฉพาะที่สัมพันธ์กับร่างกายและฮอร์โมน ดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

ข้อมูลจาก Calm บอกว่าช่วงวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะลดลง ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจหย่อนตัวลงและเพิ่มโอกาสการอุดกั้นขณะหลับ

2. ตั้งครรภ์

ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์มักมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ทำให้เนื้อเยื่อบวม รวมถึงทางเดินหายใจตีบลง จึงเสี่ยงนอนกรนเพิ่มมากขึ้น

3. โครงสร้างทางกายภาพ

ผู้หญิงบางคนมีทางเดินหายใจแคบกว่าผู้ชายตามธรรมชาติ อาจเพิ่มโอกาสกรนมากขึ้นโดยเฉพาะเมื่อน้ำหนักตัวเพิ่ม

4. ยาบางชนิด

การใช้ยาระงับประสาท ยานอนหลับ หรือยาคลายกล้ามเนื้อ สามารถลดแรงต้านของกล้ามเนื้อในลำคอ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงและเกิดเสียงกรนได้

5. ท่านอน

การนอนหงายอาจทำให้ลิ้นและเนื้อเยื่อในคอยุบตัวไปด้านหลัง ปิดกั้นทางเดินหายใจได้ง่ายกว่าการนอนท่าตะแคง

วิธีแก้นอนกรนในผู้หญิง ทางเลือกใหม่ที่ปลอดภัยและได้ผลจาก VitalSleep Clinic

คือโปรแกรมกายภาพบำบัดแบบฝึกกล้ามเนื้อใบหน้าและกล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนต้น ที่จะช่วยให้ลิ้นวางตำแหน่งถูกต้อง ลดการหายใจทางปาก และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในลำคอ

  • ลดเสียงกรนโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ
  •  เพิ่มคุณภาพการนอนหลับและลดการหยุดหายใจขณะหลับ
  • ได้ผลดีโดยเฉพาะในผู้หญิงที่ไม่ต้องการใส่อุปกรณ์ขณะนอน

คือการใช้อุปกรณ์ทันตกรรมชนิดพิเศษ ช่วยจัดตำแหน่งกรามและลิ้นให้ไม่ยุบตัวขณะนอนหลับ ออกแบบเฉพาะบุคคลโดยทันตแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนกรน

  • เหมาะกับผู้หญิงที่มีภาวะ OSA ระดับน้อยถึงปานกลาง
  • พกพาง่าย ใส่สบายกว่าการใช้ CPAP
  • ใช้ควบคู่กับการฝึก Myofunctional Therapy ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คือเทคโนโลยีความเย็นแบบควบคุมอุณหภูมิที่สามารถ สลายไขมันเฉพาะจุด อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ช่วยให้ช่องทางเดินหายใจกว้างขึ้น ส่งผลให้เสียงกรนลดลง

  • เหมาะกับผู้หญิงที่มีคอหนา หรือมีไขมันบริเวณใต้คาง
  • ช่วยเสริมประสิทธิภาพของการรักษาอื่น ๆ เช่น Oral Appliance หรือ Myofunctional Therapy
  • เห็นผลได้ในไม่กี่สัปดาห์
ผู้หญิงนอนกรน

จากงานวิจัยของ Sleep Education พบว่า ผู้หญิงประมาณ 24% และ ผู้ชาย 40% มีอาการนอนกรนเป็นประจำ และในหลายกรณีอาจเกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของโรคร้ายแรงโดยไม่รู้ตัว

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการนอนกรน ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับหรือพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะการนอนกรนไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป

สรุป

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า “นอนกรน” เป็นเรื่องของผู้ชายเท่านั้น เพราะผู้ชายมีโครงสร้างร่างกายที่เสี่ยงต่อการกรนมากกว่า เช่น มีคอใหญ่ ลิ้นโต หรือมีไขมันรอบคอ แต่ในความจริงแล้ว ผู้หญิงเองก็มีความเสี่ยง “นอนกรน” และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ได้เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

เสียงกรนในผู้หญิง ไม่ควรมองข้าม!

เสียงกรนไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญ แต่เป็น “สัญญาณสุขภาพ” ที่ควรรับฟังโดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป

Related Blogs and Articles
Sleep Test เพื่อการนอนหลับที่สุขภาพดี

Sleep Test ถูกที่สุด ตรวจการนอนเพื่อหาสาเหตุการนอนกรน ง่วง เพลีย หรือหยุดหายใจขณะหลับ วางแผนรักษาตรงจุด เพื่อคุณภาพการนอนและสุขภาพที่ดีขึ้น

sudden death silent danger

นอนกรน ใครจะคิดว่า “เสียงกรน” ที่ดูเหมือนเรื่องธรรมดา อาจกลายเป็นภัยเงียบที่พรากชีวิตคนที่คุณรักไปอย่างไม่รู้ตัว “ใหลตาย” (Sudden Unexpected Nocturnal Death Syndrome หรือ SUNDS) คือหนึ่งในภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในอาการนอนกรน โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (OSA) เข้าใจ “ใหลตาย” ภัยเงียบที่พรากชีวิตในยามหลับ “ใหลตาย” คือภาวะเสียชีวิตอย่างกะทันหันในขณะนอนหลับ โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดภายหลังชันสูตร มักเกิดในคนที่ดูเหมือนสุขภาพแข็งแรงดี ในกลุ่มชายวัยหนุ่มสาวในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์สาเหตุของอาการใหลตายยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด แต่จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่า ผู้เสียชีวิตจำนวนมากมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ที่มีจุดร่วมสำคัญคือ “การนอนกรน” งานวิจัยที่มีความเชื่อมโยง “ใหลตาย” งานวิจัยในประเทศไทยโดย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พบว่าในกลุ่มผู้ป่วยใหลตายที่รอดชีวิต มีสัดส่วนมากถึง 80% ที่มีอาการหยุดหายใจขณะหลับ​ในประเทศฟิลิปปินส์ มีวิจัยจาก PubMed รายงานว่าชายหนุ่มวัยทำงานเสียชีวิตจากอาการใหลตาย จำนวนมากมีประวัติ “นอนกรนเสียงดัง” และ “หายใจติดขัดกลางดึก”​การศึกษาจาก JACC Journals ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ก็พบว่า OSA เพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจอย่างเฉียบพลัน รวมถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงในขณะหลับ สัญญาณที่บ่งชี้ว่าอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กรนเสียงดังหยุดหายใจเงียบ ๆ ชั่วครู่ แล้วเฮือกสะดุ้งตื่นกลางดึก หายใจไม่ทันตื่นนอนแล้วรู้สึกไม่สดชื่นง่วงตอนกลางวัน สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวนปวดหัวตอนเช้า ความดันสูง เบาหวานหรือโรคหัวใจ ปรึกษาปัญหากับผู้เชี่ยวชาญ ฟรี! https://www.youtube.com/shorts/VQlGzDh6-_Q ทำไมภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ถึงเสี่ยงต่อ “ใหลตาย”? ออกซิเจนต่ำซ้ำซากการหยุดหายใจหลายครั้งต่อคืน ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ ส่งผลต่อหัวใจและสมองอย่างรุนแรงหัวใจเต้นผิดจังหวะภาวะ OSA เพิ่มความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบventricular fibrillation ที่อาจนำไปสู่หัวใจหยุดเต้นในขณะหลับกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติภาวะออกซิเจนต่ำกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเธติก ทำให้ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจผันผวนอย่างรุนแรงสมองขาดออกซิเจนการขาดออกซิเจนในสมองซ้ำซาก อาจทำให้เกิดการชักหรือสูญเสียการควบคุมระบบสำคัญในร่างกาย แนวทางการรักษาอาการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับเพื่อป้องกัน “ใหลตาย” การรักษาที่เหมาะสมสามารถลดความเสี่ยงใหลตายได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยแนวทางการรักษาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก1. การรักษาแบบไม่ใช้เครื่องมือปรับพฤติกรรม เช่น ลดน้ำหนัก งดแอลกอฮอล์ งดยานอนหลับ นอนตะแคงฝึกการหายใจ และกล้ามเนื้อในช่องปาก (Myofunctional Therapy) ช่วยกระชับกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ2. การรักษาด้วยอุปกรณ์CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก ที่ถือเป็นมาตรฐานทองในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับOral Appliance (เครื่องมือทันตกรรม) ช่วยดันขากรรไกรล่างไปด้านหน้า เปิดทางเดินหายใจ เหมาะกับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง3. การรักษาแบบผ่าตัดและหัตถการผ่าตัดช่องทางเดินหายใจ เช่น ตัดต่อมทอนซิล ผ่าตัดเพดานอ่อนผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular Advancement)รักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency)เลเซอร์ หรือร้อยไหมยกเพดานอ่อน สำหรับกรณีมีอาการนอนกรนที่ไม่ซับซ้อนอย่าปล่อยให้ “กรน” กลายเป็นคำบอกลาสุดท้ายเสียงกรนอาจไม่ใช่แค่เรื่องกวนใจของคนข้างเตียง แต่มันคือ “สัญญาณเตือน” โดยเฉพาะในคนที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น น้ำหนักเกิน มีคอหนา เป็นเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงการตรวจ Sleep Test คือกุญแจสำคัญ ในการวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และวางแผนรักษาได้อย่างแม่นยำ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย

แก้นอนกรน ด้วย myofunctional therapy

การนอนกรน เป็นปัญหาการนอนที่พบได้บ่อยและส่งผลต่อทั้งคนที่นอนกรนและคนรอบข้าง แม้ว่าจะมีวิธีการรักษานอนกรนหลายรูปแบบ แต่ Myofunctional Therapy

7 วิธีรักษานอนกรน

วิธีรักษานอนกรนที่หลาย ๆ คนอาจจะกำลังมองหาวิธีที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ เพื่อจะได้นอนหลับอย่างมีคุณภาพและตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดชื่นในทุก ๆ เช้า อาการนอนกรนที่เกิดขึ้น นอกจากจะเป็นปัญหากับคนที่อยู่รอบตัวคุณแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวของคุณเองอีกด้วย ลองมาดู 7 วิธี ที่สามารถช่วยลดอาการนอนกรนได้โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ ​ทั้ง 7 วิธีที่แนะนำจาก Sleep Foundation เป็นเพียงวิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้น แต่หากคุณทำตามแล้วยังมีอาการนอนกรนอยู่ หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย ควรรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจการนอนหลับ Sleep Test และรับการรักษาอย่างถูกวิธี​ สัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่ควรสังเกต หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ควรรีบเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อทำการวินิจฉัยและได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เพราะภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นอันตรายที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว การรักษาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับโดยแพทย์เฉพาะทาง ที่ VitalSleep Clinic เรามีวิธีการรักษาอาการนอนกรนโดยไม่ต้องผ่าตัดที่ได้ผลดี 4 วิธี ได้แก่ เป็นนวัตกรรมการรักษาที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าและทางเดินหายใจให้แข็งแรง เป็นวิธีที่แพทย์แนะนำเพราะช่วยแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้ เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้นในขณะที่นอนหลับ โดยจะช่วยดันขากรรไกรล่างไปข้างหน้าเล็กน้อย ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพในการลดอาการนอนกรน และที่ VitalSleep Clinic คุณมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยของอุปกรณ์ เพราะผลิตจากห้องแล็บที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางที่ได้รับการรับรองจาก American Board of Dental Sleep Medicine จะสำหรับคนที่มีอาการกรนจากการหย่อนของกล้ามเนื้อบริเวณโคนลิ้นหรือเยื่อบุจมูก ทำให้ลมหายใจไหลเวียนได้สะดวกขึ้น โดยการรักษานี้จะต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น เครื่องช่วยหายใจนี้ ป้องกันทางเดินหายใจไม่ให้ปิดกั้นในขณะนอนหลับ ทำให้คุณรับออกซิเจนได้อย่างเพียงพอ และเหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่เดินทางบ่อยหรือไม่สะดวกในการพกพาเครื่อง CPAP แพทย์อาจแนะนำการใช้เครื่องมือทันตกรรมแทนเพื่อความสะดวกกับคนไข้ สรุป วิธีลดอาการนอนกรนและแนวทางรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่แนะนำโดยแพทย์เฉพาะทาง โดยเริ่มจากการปรับพฤติกรรม เช่น การลดน้ำหนัก, หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่, นอนหลับให้เพียงพอ, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และ เลี่ยงยาที่ทำให้กล้ามเนื้อลำคอหย่อนตัว หากอาการยังคงอยู่ ควรเข้ารับการตรวจและรักษาโดยแพทย์ เช่น การใช้เครื่องมือทันตกรรม (Oral Appliance), เครื่องช่วยหายใจ CPAP, การทำ Myofunctional Therapy หรือ การใช้คลื่นวิทยุ RF ซึ่งช่วยแก้ไขต้นเหตุของอาการ ที่ VitalSleep Clinic ยังมีเทคโนโลยีทันสมัยและแพทย์เฉพาะทางที่สามารถให้คำแนะนำและรักษาได้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้นและลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาว

วิธีทำให้นอนหลับ

หลายคนกำลังมีปัญหานอนไม่หลับ หลับยาก หรือหลับไม่ลึก ส่งผลให้ตื่นมาแล้วรู้สึกเพลีย หงุดหงิด และทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ตรวจนอนกรน

ตรวจนอนกรนไม่ได้แค่แก้ปัญหาเสียงดังรบกวนเท่านั้น แต่ยังช่วยวิเคราะห์คุณภาพการนอน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่อาจซ่อนอยู่

ทำไมการตรวจการนอนหลับ ถึงสำคัญ

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมในบางคืนเราถึงนอนหลับไม่สนิท ตื่นเช้าขึ้นมาก็ยังรู้สึกเหนื่อย หรือบางคนอาจตื่นมากลางดึกบ่อย ๆ จนทำให้รู้สึกนอนไม่พอ

CoolSwiss ลดกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด

CoolSwiss หลายคนอาจคุ้นชื่อในนวัตกรรมด้านความงาม แต่คุณรู้ไหมว่า…สำหรับคนที่นอนกรนโดยเฉพาะจากสาเหตุ ไขมันสะสมบริเวณลำคอ

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!