• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ตรวจการนอนหลับ หรือ sleep lab
ที่ไหนดี?

ตรวจการนอนหลับ หรือ sleep lab

ที่ไหนดี?
Table of Contents

ในปัจจุบัน การดูแลสุขภาพกลายเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีด้านการแพทย์และบริการด้านสุขภาพได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วขึ้นมาก ช่วยให้การดูแลสุขภาพและรักษาโรคต่าง ๆ ง่ายขึ้นกว่าสมัยก่อน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการรักษาหรือดูแลสุขภาพก็สูงขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะการตรวจสุขภาพการนอนหลับ หรือที่เรียกกันว่า Sleep Lab ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวินิจฉัยปัญหาการนอนหลับ แต่เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ทำให้บางคนอาจรู้สึกลังเลในการเข้ารับการตรวจ ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Sleep Lab รวมถึงวิธีการเลือกสถานที่ตรวจที่เหมาะสม จึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ

ตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Lab คืออะไร?

การตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Lab เป็นกระบวนการตรวจวินิจฉัยการทำงานของร่างกายในขณะนอนหลับ เพื่อหาสาเหตุของปัญหาการนอน เช่น อาการนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือความผิดปกติอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการนอนหลับ การตรวจนี้สามารถบอกถึงคุณภาพการนอนหลับได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการวัดระดับออกซิเจน การเต้นของหัวใจ การทำงานของสมอง การทำงานของกล้ามเนื้อขณะหลับ ทำให้แพทย์เฉพาะทางสามารถวินิจฉัยโรคและความผิดปกติได้แม่นยำมากขึ้น

การตรวจการนอนหลับเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับอย่างรุนแรง เช่น การนอนกรนหนัก สะดุ้งตื่นกลางดึก หยุดหายใจขณะหลับ แม้แต่นอนเยอะแต่ยังรู้สึกเหนื่อย การตรวจนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สำคัญในการรักษาปัญหาการนอน เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม

ประเภทของการตรวจการนอนหลับ

ปัจจุบันการตรวจการนอนหลับมีหลายประเภท ซึ่งสามารถเลือกตามความเหมาะสมของผู้ป่วยหรือคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง

1. การตรวจการนอนหลับแบบมาตรฐาน (Standard Sleep Test หรือ Home Sleep Test)

การตรวจการนอนหลับแบบมาตรฐานเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับเล็กน้อยหรือปานกลาง การตรวจนี้เป็นวิธีที่ไม่ซับซ้อนและสามารถทำได้ที่บ้านเลย ลดความไม่สะดวกที่อาจเกิดจากการต้องเข้าไปตรวจที่โรงพยาบาล การตรวจแบบนี้ใช้อุปกรณ์ติดตั้งง่ายและไม่ยุ่งยาก สามารถติดตามการทำงานของร่างกายขณะหลับ โดยผลการตรวจจะสามารถบอกได้ว่า

  • ระดับความรุนแรงของการหยุดหายใจขณะหลับ
  • อัตราการเต้นของหัวใจ
  • ระดับออกซิเจนในเลือดขณะหลับ
  • การทำงานของหัวใจขณะหลับ
  • ท่านอนที่ทำให้เกิดการหยุดหายใจ
  • ระดับความดังของเสียงกรน
  • ระดับการนอนหลับ (Sleep Stage)

การตรวจการนอนหลับแบบมาตรฐานยังเหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบการนอนที่สถานพยาบาล เนื่องจากสามารถนอนหลับได้ในสภาพแวดล้อมคุ้นเคยที่บ้าน ช่วยให้ผลการตรวจออกมาใกล้เคียงกับการนอนหลับจริงมากขึ้น

2. การตรวจการนอนหลับแบบละเอียด (Full Sleep Test)

การตรวจการนอนหลับแบบละเอียดเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรนรุนแรง มีปัญหาการนอนที่ซับซ้อน เช่น การนอนกัดฟัน นอนละเมอ การหยุดหายใจขณะหลับอย่างรุนแรง การตรวจนี้จะสามารถวัดค่าต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดมากขึ้น เช่น

  • คลื่นไฟฟ้าสมอง
  • การเต้นของหัวใจ
  • คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ
  • ระดับออกซิเจนในเลือด
  • การทำงานของกล้ามเนื้อแขนและขา

โดยการตรวจแบบละเอียดจะดำเนินการในโรงพยาบาลที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดทั้งคืน ซึ่งอาจทำให้ผู้รับการตรวจรู้สึกอึดอัดหรือไม่สบายตัว เพราะต้องติดตั้งอุปกรณ์หลายจุด อย่างไรก็ตาม ที่ VitalSleep Clinic มีทางเลือกในการตรวจแบบละเอียดที่บ้าน เจ้าหน้าที่จะมาช่วยติดตั้งอุปกรณ์ให้ก่อนนอน เมื่อเสร็จแล้วก็สามารถถอดอุปกรณ์ออกเองได้ในตอนเช้า สะดวกและลดความอึดอัดในการตรวจที่โรงพยาบาล

เมื่อไหร่ที่ควรตรวจการนอนหลับ?

หากคุณมีปัญหาการนอนหลับดังต่อไปนี้ การตรวจการนอนหลับอาจเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา

  1. อาการนอนกรน ผู้ที่มีอาการนอนกรน มักมีปัญหาหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้นร่วมด้วย ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและสมองในระยะยาว หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และใหลตาย
  2. นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ แม้ว่าจะนอนครบ 8 ชั่วโมงหรือมากกว่าแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนนอนไม่พอ ง่วงนอนในตอนกลางวัน อาจเป็นสัญญาณว่าคุณมีปัญหาหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่แท้จริง
  3. สะดุ้งตื่นกลางดึก หากคุณมีอาการสะดุ้งตื่นระหว่างการนอนหลับบ่อยครั้ง รู้สึกเหมือนตื่นมาตลอดเวลา อาจเกิดจากอาการหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งร่างกายต้องปลุกตัวเองขึ้นมาเพื่อหายใจ
  4. ง่วงนอนแต่นอนไม่หลับ บางคนอาจรู้สึกง่วงแต่ไม่สามารถหลับได้ ซึ่งอาจเป็นเพราะร่างกายไม่สามารถเข้าสู่ภาวะการหลับลึกได้ เนื่องจากปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับ

หากคุณมีอาการเหล่านี้ การตรวจการนอนหลับสามารถช่วยวินิจฉัยปัญหาและหาทางรักษาที่เหมาะสมเพื่อปรับปรุงคุณภาพการนอนและสุขภาพในระยะยาว

วิธีการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับและนอนกรน

การรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

1. การรักษาด้วยการผ่าตัด

การรักษาด้วยการผ่าตัดมักใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหาโครงสร้างใบหน้าหรือขากรรไกรที่ทำให้เกิดอาการนอนกรน เช่น ขากรรไกรบนและล่างไม่สมดุล ซึ่งแพทย์เฉพาะทางจะทำการผ่าตัดเพื่อปรับโครงสร้างของขากรรไกรให้เหมาะสม การผ่าตัดนี้สามารถช่วยขยายช่องทางเดินหายใจ ลดอาการนอนกรนได้ แต่ก็มีความเสี่ยงต่อการเจ็บปวดและผลข้างเคียง เช่น อาการบวมและการฟื้นตัวที่ต้องใช้เวลามากกว่าปกติ

2. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

การรักษาแบบไม่ผ่าตัดเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีความเสี่ยงน้อยกว่าและให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน เช่น การใช้เครื่อง CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) ที่ช่วยเปิดทางเดินหายใจขณะหลับ นอกจากนี้ยังมีการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจส่วนต้น (Myofunctional Therapy) ซึ่งเป็นการออกกำลังกายเพื่อปรับปรุงการทำงานของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ ช่วยแก้ปัญหาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับที่ต้นเหตุ

สรุป

การตรวจการนอนหลับหรือ Sleep Lab เป็นวิธีที่ดีในการวินิจฉัยและรักษาปัญหาการนอนที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นอาการนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือปัญหาการนอนหลับอื่น ๆ การตรวจนี้สามารถทำได้ทั้งที่บ้านและในสถานพยาบาล ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความต้องการของผู้ป่วย หากคุณเป็นคนที่ไม่สะดวกในการนอนนอกบ้านหรือไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าที่พักที่โรงพยาบาล การเลือกตรวจการนอนหลับแบบที่สามารถทำที่บ้านได้ (Home Sleep Test) อาจเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะการตรวจที่บ้านสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ ไม่มีค่าห้องพักและไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแลตลอดคืน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จากการตรวจทั้งสองรูปแบบจะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมได้เช่นกัน

ไม่ว่าคุณจะเลือกตรวจการนอนหลับแบบไหน สิ่งสำคัญคือการเข้ารับการตรวจโดยเร็วที่สุด หากคุณมีอาการที่อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาการนอน เพราะการละเลยปัญหาการนอนหลับอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้ การรักษาและการดูแลสุขภาพการนอนหลับอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดความเสี่ยงจากโรคร้ายแรงได้ในอนาคต

Related Blogs and Articles
ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ข้อต่อขากรรไกรอักเสบหรือที่เรียกกันว่า Temporomandibular joint disorder (TMD) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับข้อต่อขากรรไกร ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างขากรรไกรล่างและฐานของกระโหลกศีรษะ ภาวะนี้ทำให้เกิดอาการปวดขากรรไกร ปวดกราม อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับข้อต่อได้ สาเหตุของข้อต่อขากรรไกรอักเสบ (TMD) การเกิดข้อต่อขากรรไกรอักเสบนั้นมีหลายสาเหตุร่วมที่ส่งผล ซึ่งบางครั้งไม่สามารถหาสาเหตุที่ชัดเจนได้ แต่อาการมักจะเกิดจากการรวมกันของปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ อาการของข้อต่อขากรรไกรอักเสบ อาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีปัญหาข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ได้แก่ วิธีรักษาข้อต่อขากรรไกรอักเสบด้วยเครื่องมือ Myosa® หนึ่งในวิธีการรักษาข้อต่อขากรรไกรที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือการใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Myosa® ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาอาการและลดแรงกระแทกจากข้อต่อขากรรไกร รวมถึงช่วยปรับตำแหน่งของขากรรไกรให้ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดและอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อดีของการรักษาด้วย Myosa® การรักษาด้วย Myosa® มีหลายข้อดีหลายข้อ ที่ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาข้อต่อขากรรไกรอักเสบ การทำงานของ Myosa® เครื่องมือ Myosa® จะทำงานโดยการลดแรงกระแทกที่เกิดจากข้อต่อขากรรไกรและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง เมื่อใส่เครื่องมือนี้เข้าไป จะช่วยป้องกันการนอนกัดฟัน ปวดฟัน รวมถึงลดแรงกระแทกที่ข้อต่อต้องเผชิญในระหว่างการบดเคี้ยว นอกจากนี้ยังช่วยจัดขากรรไกรให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ลดอาการปวดได้ทันทีหลังจากเริ่มใช้ แล้วยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว การใช้งาน Myosa® ในการรักษา เครื่องมือ Myosa® ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในระหว่างการนอนหลับเป็นหลัก ในกรณีที่คนไข้มีปัญหากัดฟันหรือขากรรไกรในระหว่างวัน ก็สามารถใช้เครื่องมือนี้ในช่วงกลางวันได้เหมือนกัน การใส่เครื่องมือ Myosa® ในระหว่างวันจะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวและใบหน้า ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อขากรรไกรได้รับการบรรเทาและกลับมาทำงานอย่างสมดุล นอกจากนี้ Myosa® ยังเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ โดยการฝึกการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ ซึ่งจะช่วยให้การรักษาปัญหาข้อต่อขากรรไกรและการนอนกัดฟันมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น สรุป ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ หรือ TMD เป็นภาวะที่เกิดจากหลายปัจจัย เช่น การนอนกัดฟัน ฟันไม่สบกัน หรือการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อขากรรไกร การรักษาด้วยเครื่องมือ Myosa® เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดแรงกระแทกและอาการปวดได้ดี สามารถใช้ได้ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืนเพื่อลดอาการและป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการปวดขากรรไกร เสียงคลิกขณะอ้าปาก มีปัญหาอาการนอนกัดฟัน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

การนอนกรนเป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้าม ที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาทางสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

World Sleep Day 2025

World Sleep Day หรือ วันนอนหลับโลก เกิดขึ้นภายใต้สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลก (World Association of Sleep Medicine: WASM) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพ และตระหนักรู้ถึงความอันตรายของปัญหาการนอนหลับ เป็นการสื่อสารไปสู่ผู้คนในวงกว้างด้วยความพยายามที่จะป้องกันและบรรเทาปัญหาการนอนของคนทั้งโลก และรณรงค์ให้ผู้คนเห็นความสำคัญของการหลับที่มีคุณภาพ ถูกจัดขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2551 หลังจากนั้นมีการจัดกิจกรรมขึ้นเป็นประจำทุกปี ขณะนี้มีประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรม วันนอนหลับโลก แล้วมากกว่า 67 ประเทศทั่วโลก เปิดสถิติ คนไทยประสบปัญหาการนอนหนัก การนอนหลับ คือการพักผ่อนที่ดีที่สุดของการฟื้นฟูร่างกาย แท้จริงแล้ว การนอนหลับไม่ใช่เพียงแค่เป็นการพักผ่อนอย่างเดียวเท่านั้น มนุษย์ใช้เวลามากถึง 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการนอน เพื่อเติมพลังให้ชีวิตสามารถใช้ชีวิตอีก 2 ใน 3 ที่เหลือ การนอนหลับที่มีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากของชีวิตมนุษย์ เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่การนอนหลับที่มีคุณภาพ ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า คนไทยมากมึง 19 ล้านคน กำลังประสบปัญหาการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ เช่น การนอนหลับไม่สนิท หลับ ๆ ตื่น ๆ ตื่นกลางดึกบ่อยเพื่อเข้าห้องน้ำ นอนกรน หรือรุนแรงถึงหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพบปัญหาเหล่านี้ได้ในคนอายุน้อยลงมากขึ้น การนอนหลับที่มีคุณภาพ เป็นอย่างไร การนอนหลับที่มีคุณภาพ หรือ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงในการนอนหลับเพียงอย่างเดียว ความลึกของการนอนหลับกับเวลาเข้านอนที่เหมาะสมก็มีความสำคัญอย่างมาก หากหลับลึกไม่พอ หรือความผิดปกติระหว่างการนอนบางอย่าง อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหลังตื่นนอนในช่วงเช้า (Unrested Sleep) อาจส่งผลกระทบกับระบบความจำ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพ กระทบการเรียน การทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน โดยทั่วไป ระยะเวลาที่เหมาะสมในการนอนแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่สามารถอ้างอิงเวลาการนอนที่เหมาะสมสำหรับแต่ล่วงวัยได้ ดังนี้ เด็กแรกเกิด (อายุ 0-3 เดือน) = 14-17 ชั่วโมงต่อวัน เด็กทารก (อายุ 4-11 เดือน) = 12-15 ชั่วโมงต่อวัน เด็กเล็ก (อายุ 1-2 ปี) = 11-14 ชั่วโมงต่อวัน วัยอนุบาล (3-5 ปี) = 10-13 ชั่วโมงต่อวัน วัยประถม (6-13 ปี) = 9-11 ชั่วโมงต่อวัน วัยมัธยม (14-17 ปี) = 8-10 ชั่วโมงต่อวัน วัยรุ่น (18-25 ปี) = 7-9 ชั่วโมงต่อวัน วัยทำงาน (26-64 ปี) = 7-9 ชั่วโมงต่อวัน วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) = 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เช็คลิสต์ อาการนอนหลับผิดปกติ ตื่นมาปัสสาวะบ่อยกลางดึก (Nocturnal Urination)อาจเป็นการตอบสนองของร่างกาย เกิดจากหัวใจสูบฉีดเลือดเพิ่มมากขึ้นหลังเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Bradycardia-tachycardia) เลือดไปเลี้ยงที่ไตเพิ่มขึ้น มีผลทำให้มีน้ำปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะมากขึ้นขณะนอนหลับ ในขณะเดียวกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้นอนหลับไม่ค่อยลึก จึงทำให้สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกปวดปัสสาวะได้ง่ายมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน (Excessive Daytime Sleepiness)เป็นความผิดปกติที่ต้องรีบหาสาเหตุและรักษา อาจะส่งผลอันตรายในขณะขับขี่ยานพาหนะ หรือเกิดอุบัติเหตุได้ในขณะปฏิบัติงาน และอาจนำไปสู่โรคเกี่ยวกับการนอนอื่น ๆ เช่น หยุดหายใจขณะหลับ ไหลตาย Insomnia หรือ Narcolepsy และอื่นๆขาขยุกขยิก (Restless Legs)เป็นอาการที่ทำให้ต้องขยับขาไปมา เพราะรู้สึกมีความผิดปกติที่บริเวณขา จึงต้องขยับบ่อย ๆ เพื่อทำให้ความรู้สึกผิดปกติที่ขาลดลง อาการนี้มักพบได้ในช่วงเวลาค่ำ อาจพบในรายที่มีอาการโลหิตจาง (Iron deficiency) ในช่วงขณะตั้งครรภ์ (pregnancy) คนไข้โรคไตวาย (chronic renal failure) และโรคอื่น ๆปวดศีรษะหลังเพิ่งตื่นนอนตอนเช้า (Morning Headache)อาจเป็นผลมาจากที่ขณะนอนหลับไม่สามารถขับถ่าย Carbon Dioxide ออกจากร่างกายได้อย่างเหมาะสม มีผลทำให้เส้นเลือดแดงในสมองขยายตัวจาก Respiratory Acidosis จึงทำให้รู้สึกปวดศีรษะ และอาการนี้จะรุ้สึกได้มากในช่วงเวลาเช้าหลังเพิ่งตื่นนอนนอนกรน (Snoring)มีเสียงหายใจดังมาก หรือ เสียงกรนดังขณะนอนหลับ ส่งผลกระทบทั้งสุขภาพของตนเอง และอาจะส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ด้วย เป็นอาการอันตราย ต้องรีบหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม หากปล่อยไว้ไม่รักษาจะมีผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว เช่น Cardiovascular Problems Metabolic Syndrome ความจำเสื่อม ความดันสูง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และอื่น ๆหยุดหายใจในขณะนอนหลับ (Sleep Apnea)เป็นอาการผิดปกติของการนอนกลับที่อันตรายรุนแรง อาจส่งผลร้ายแรงถึงเสียชีวิตได้ โรคหยุดหายใจขณะหลับอาจสังเกตได้อย่างหากไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น สำลักขณะนอนหลับ (Waking up Choking) ตื่นขึ้นมากลางดึกอย่างกะทันหันเพื่อหายใจ (Waking up Gasping) Cognitive Dysfunctionsนอนไม่เพียงพอหรือมีปัญหาเรื่องการนอนหลับอาจมีผลต่อหน้าที่การทำงานของสมอง รวมทั้งความทรงจำทั้งในระยะสั้น และในระยะยาวถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที การนอนหลับ ตรวจคุณภาพได้ Sleep Test (Polysomnography) หรือ การตรวจคุณภาพการนอนหลับ คือ การตรวจวัดคลื่นสมอง ระดับออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ และการหายใจระหว่างการนอนหลับ นอกจากนั้นยังตรวจจับการเคลื่อนไหวของดวงตาและการเคลื่อนไหวร่างกายบางส่วน เพื่อตรวจดูคุณภาพการนอนหลับ ค้นหาความผิดปกติของการนอน หรือ โรคที่เกี่ยวเนื่องกับการนอนบางอย่าง อาการนอนกรน หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นสาเหตุของโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรค สมองเสื่อม...

Brain stimulation technology

โปรแกรม EXOMIND เทคโนโลยีกระตุ้นสมอง ที่ช่วยให้หลับง่าย หลับลึก หลับไว คุณเคยไหม?... ที่พยายามเข้านอนตั้งแต่สามทุ่ม แต่ตาแข็งยันตีสอง? หรือแม้จะนอนได้แต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกยังไม่สดชื่น เหมือนนอนไม่พอ EXOMIND อาจเป็นคำตอบใหม่สำหรับคนที่กำลังต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้ ทำไม? การนอนหลับถึงสำคัญ หลับลึก (Deep Sleep) คืออะไร? Deep Sleep คือช่วงที่สมองของคุณพักผ่อนจริง ๆ เป็นช่วงที่ระบบซ่อมแซมร่างกายเริ่มทำงานเต็มที่ ฮอร์โมนเจริญเติบโตหลั่ง ระบบภูมิคุ้มกันรีเซ็ต และความจำระยะยาวเริ่มเก็บข้อมูล ถ้าคุณไม่มี Deep Sleep คุณจะเหนื่อยง่าย หลงลืม และรู้สึกไม่สดชื่นตลอดวัน ผลกระทบของการนอนไม่พอ ปัญหาการนอนที่คนไทยเจอกันบ่อย เรื่อง “การนอนหลับ” กลับมีคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่กำลังเผชิญกับภาวะนอนไม่มีคุณภาพแบบไม่รู้ตัว ปัญหาการนอนหลับไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ "ง่วงตอนกลางวัน" แต่ยังส่งผลลึกไปถึงสมอง หัวใจ อารมณ์ และประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตทุกด้าน โดยเฉพาะ 2 ปัญหาหลักที่พบบ่อย คือ นอนไม่หลับ และ หลับไม่ลึก นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก ถ้าคุณเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม หวังจะตื่นมาสดชื่นในวันพรุ่งนี้ แต่ดันนอนพลิกตัวไปมาเหมือนอยู่บนเตียง ตาแข็งจนถึงตีสอง บางคืนหลับได้ก็จริง แต่กลับตื่นขึ้นมาตอนตีสาม ตีสี่ แล้วนอนต่อไม่ได้อีกเลย อาการเหล่านี้เรียกว่า Insomnia หรือ ภาวะนอนไม่หลับ ในระยะสั้น การนอนไม่หลับอาจทำให้เราง่วง สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน แต่ถ้านานวันเข้าจะเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ หลับไม่ลึก รู้สึกไม่สดชื่น บางคนหลับง่ายมาก ๆ แต่ตื่นเช้ามาแล้วกลับรู้สึก “เหนื่อยกว่าเดิม” เหมือนไม่ได้นอนเลย นั่นคือสัญญาณของภาวะหลับไม่ลึก (Poor Deep Sleep) ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่คนไทยมักมองข้าม การหลับไม่ลึกคือการที่ร่างกายไม่ได้เข้าสู่ช่วง Deep Sleep ที่เป็นช่วงที่สมองหลั่งโกรทฮอร์โมน ฟื้นฟูร่างกาย ซ่อมแซมเซลล์ และเคลียร์สารพิษที่สะสมในสมอง EXOMIND คืออะไร? โปรแกรม EXOMIND คือเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็ก (BTL Neurostimulation) โดยใช้หลักการของการกระตุ้นสมองผ่านสนามแม่เหล็กความเข้มต่ำ เพื่อปรับวงจรการนอนให้สมดุลมากขึ้น เทคโนโลยี BTL คือการใช้คลื่นแม่เหล็กระดับต่ำ (Low-Intensity Pulsed Electromagnetic Field หรือ PEMF) ที่ปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัด ช่วยกระตุ้นสมองส่วน Prefrontal Cortex ที่เกี่ยวข้องกับการนอน การผ่อนคลาย และการฟื้นฟูจิตใจ โปรแกรม EXOMIND ช่วยการนอนหลับได้อย่างไร? กระตุ้นสมองส่วนลึกเพื่อปรับวงจรการนอน EXOMIND ช่วยให้สมองปรับคลื่นให้เข้าสู่โหมดพักผ่อนโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องฝืน ไม่ต้องกดดันตัวเองให้นอน ช่วยให้เข้าสู่ Deep Sleep ได้ไวขึ้น คนที่เข้ารับการทำ EXOMIND อย่างต่อเนื่องจะพบว่าใช้เวลาน้อยลงในการเข้าสู่ระยะหลับลึก และตื่นมาพร้อมความรู้สึกสดชื่นมากขึ้น ใครบ้าง? ควรลองโปรแกรม EXOMIND คนที่มีปัญหาการนอนที่เรื้อรัง หรือเคยลองมาหลายวิธีแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น หากกำลังสงสัยว่า "เราเหมาะกับโปรแกรมนี้ไหม?" มาดูประเภทของคนที่ควรลอง EXOMIND กัน สรุป ไม่ว่าจะเป็น "นอนไม่หลับ" หรือลงนอนแล้ว "หลับไม่ลึก" ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้จบที่ความง่วงตอนเช้า แต่มันสะท้อนถึงสมดุลภายในสมอง ระบบประสาท และสุขภาพโดยรวม ซึ่งการหาแนวทางช่วยฟื้นฟูการนอนตั้งแต่รากฐาน เช่น การใช้โปรแกรม EXOMIND จึงกลายเป็นทางเลือกที่คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น FAQs คำถามที่พบบ่อย

ป้องกันหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนคิดว่าเสียงกรนเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของโรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะอื่น ๆ ที่กระทบต่อหัวใจ สมอง

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!