• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
หลับไปแล้ว ไม่ตื่นอีกเลย
ภาวะ "ใหลตาย" ภัยเงียบรูปแบบใหม่
ใกล้ตัวกว่าที่คิด

หลับไปแล้ว ไม่ตื่นอีกเลย

ภาวะ "ใหลตาย" ภัยเงียบรูปแบบใหม่
ใกล้ตัวกว่าที่คิด
Table of Contents

เมื่อพูดถึงเรื่องใหลตาย หลายคนอาจจะไม่เข้าใจถึงความร้ายแรงของปัญหานี้ บ่อยครั้งที่มองข้ามสัญญาณเตือนจากร่างกาย โดยเฉพาะอาการนอนกรนที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่จริง ๆ แล้ว การนอนกรนอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะใหลตาย หรือ Sudden Unexpected Death Syndrome (SUDS) ที่สามารถพรากชีวิตคนที่เรารักไปได้โดยไม่ทันตั้งตัว บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับภาวะใหลตาย สาเหตุ วิธีป้องกัน และการดูแลตัวเองและคนที่คุณรัก เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ใหลตายคืออะไร?

“ใหลตาย” หรือ SUDS เป็นภาวะที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ส่วนมากจะเกิดขึ้นในขณะที่กำลังหลับอยู่ โดยเฉพาะในช่วงดึกถึงช่วงเช้า ภาวะนี้ทำให้เสียชีวิตอย่างฉับพลัน แม้จะมีสุขภาพที่ดูเหมือนแข็งแรงปกติดี ไม่มีโรคประจำตัวที่รุนแรง ภาวะใหลตายนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศและทุกวัย แต่พบมากที่สุดในผู้ชายที่มีอายุน้อย โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติการนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะใหลตายเกิดจากสาเหตุอะไร?

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะใหลตายมีหลายสาเหตุ บางครั้งอาจเกี่ยวข้องกับการหยุดหายใจขณะนอนหลับ นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของหัวใจและระบบหายใจในช่วงที่กำลังนอนหลับ และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป การใช้ยากล่อมประสาท หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ ก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะใหลตายได้

การนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนอาจไม่เคยคิดว่า “การนอนกรน” เป็นอันตรายมากกว่าที่คิด การนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของ “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ” (Obstructive Sleep Apnea, OSA) ซึ่งสามารถนำไปสู่ภาวะใหลตายได้ ผู้ที่นอนกรนอย่างหนักมักจะมีช่วงที่หยุดหายใจลงชั่วคราว ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง ส่งผลให้หัวใจทำงานมากหนักขึ้น และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว การนอนกรนหยุดหายใจจึงไม่ควรถูกมองข้าม และควรได้รับรักษาอย่างถูกวิธีจากแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญ

ภาวะใหลตาย

สัญญาณภาวะใหลตายที่ควรระวัง

แม้ว่าภาวะใหลตายจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด แต่ก็ยังมีสัญญาณเตือนที่ทุกคนสามารถสังเกตเองได้ เช่น การตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความรู้สึกที่หายใจไม่ออก การนอนกรนเสียงดังขณะหลับ รู้สึกอ่อนเพลียในระหว่างวัน แม้ว่าคืนนั้นจะนอนหลับเต็มที่แล้ว หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการตรวจ Sleep Test เพื่อดูคุณภาพการนอนหลับของคุณหรือคนใกล้ชิด

เหตุการณ์กรณีศึกษาภาวะใหลตาย

เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวการสูญเสียของครอบครัวหนึ่งที่ลูกชายวัย 28 ปี เสียชีวิตในขณะที่กำลังหลับอยู่ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่มีอาการป่วยร้ายแรงใด ๆ ทั้งสิ้น ครอบครัวเล่าว่าคืนสุดท้ายที่พวกเขานั่งคุยกัน ทุกอย่างดูเป็นปกติ ยังหัวเราะด้วยกันอยู่เลย แต่เช้าวันต่อมากลับพบว่าลูกชายของพวกเขานอนนิ่ง ไม่มีเสียงหายใจ ไม่มีการตอบสนองอะไรทั้งสิ้น นี่คือเรื่องจริงของการสูญเสียที่ไม่สามารถคาดเดาได้ มันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนจริง ๆ ดังนั้น ควรต้องตระหนักถึงสัญญาณอันตรายและวิธีการป้องกัน เพื่อไม่ให้คุณและคนในครอบครัวต้องจากไปจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันแบบนี้

แนวทางการป้องกันและการรักษา

การป้องกันการเกิดภาวะใหลตายนั้นเป็นเรื่องที่เราสามารถทำได้ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ แพทย์แนะนำให้เริ่มจากการปรับพฤติกรรมการนอน เช่น นอนตะแคงแทนการนอนหงาย ลดน้ำหนักหากน้ำหนักเกิน และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำการใช้ CPAP (เครื่องช่วยหายใจขณะนอนหลับ) เพื่อช่วยให้การหายใจขณะนอนหลับเป็นไปอย่างสม่ำเสมอและปลอดภัย การรักษาอาการหยุดหายใจขณะนอนหลับจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะใหลตายได้

เทคโนโลยีป้องกันภาวะใหลตาย

ในช่วงนี้ เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการป้องกันการเกิดภาวะใหลตายมากขึ้น มีการพัฒนาอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น Smart Watch (สมาร์ทวอช) ที่สามารถตรวจจับการเต้นของหัวใจและการหายใจขณะนอนหลับได้ หรือแม้แต่เครื่องตรวจการนอนหลับแบบพกพา ที่สามารถวิเคราะห์การนอนหลับของเราได้ว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับไหม เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้เรามีเครื่องมือในการตรวจจับและเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพได้ง่ายและเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น

รูปแบบการใช้ชีวิตและการดูแลสุขภาพ

การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตและการดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่สามารถทำได้เพื่อป้องกันภาวะใหลตายและการนอนกรนหยุดหายใจ การเริ่มต้นดูแลตัวเองอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้อาจเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันชีวิตตัวเองและคนใกล้ตัว การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ การให้ความสำคัญกับสุขภาพตัวเองไม่ใช่เพียงเพื่อการให้แข็งแรงอย่างเดียว แต่ยังสามารถให้เรามีชีวิตที่มีคุณภาพและสามารถใช้เวลากับคนที่เรารักได้อย่างเต็มที่ขึ้น

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับภาวะใหลตาย

ถึงแม้ภาวะใหลตายจะเป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่ยังก็มีความเข้าใจผิดหลายประการเกี่ยวกับโรคนี้ บางคนอาจคิดว่าภาวะใหลตายมันจะเกิดขึ้นแต่กับในผู้สูงอายุหรือคนที่มีโรคประจำตัวรุนแรงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะใหลตายมันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ในทุกเพศและทุกวัย ความเข้าใจผิดเหล่านี้อาจทำให้หลายคนมองข้ามสัญญาณเตือนนี้ไป เช่น อาการนอนกรนกรนหยุดหายใจหรืออาการหยุดหายใจขณะหลับ การมีความรู้เกี่ยวกับภาวะใหลตายที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะมันอาจช่วยชีวิตเราและคนใกล้ชิดได้

การตระหนักถึงปัญหาการนอนกรนและภาวะใหลตาย

ในปัจจุบันสังคมเริ่มมีการตระหนักถึงปัญหาการนอนกรนและภาวะใหลตายมากขึ้น แม้เมื่อก่อนการนอนกรนอาจถูกมองว่าเป็นธรรมดาหรือเรื่องเล็กน้อย และเรื่องตลกขำขัน แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นปัญหาสุขภาพที่ควรรักษา โดยการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภาวะใหลตายมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันจะช่วยกระตุ้นให้ทุก ๆ คนเริ่มตรวจสอบสุขภาพของตัวเองและคนใกล้มากขึ้น เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่มีการใส่ใจเรื่องสุขภาพอย่างจริงจังมากขึ้น

สถิติการใหลตายในไทย

ในประเทศไทย ภาวะใหลตายยังคงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยมากนัก แต่ก็มีแนวโน้มที่น่ากังวล จากข้อมูลพบว่าผู้ชายไทยในวัยทำงาน เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะใหลตายมากที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น การนอนกรน การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน หรือรคความดันโลหิตสูง ถึงแม้ว่าตัวเลขของผู้เสียชีวิตจากภาวะใหลตายจะไม่สูงมาก แต่การสร้างความตระหนักและป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ยังเป็นเรื่องสำคัญเพื่อลดโอกาสในการสูญเสียจากภาวะใหลตาย

แนวทางการรักษาภาวะใหลตายในอนาคต

ในการแพทย์และวิทยาศาสตร์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาวิธีการรักษาและป้องกันภาวะใหลตายในอนาคต เทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น การตรวจการนอนหลับ Sleep Test จะมีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงของภาวะนี้ นอกจากนี้ การวิจัยด้านการพัฒนาวิธีการรักษาใหม่ ๆ เช่น การรักษาผ่านยาที่สามารถปรับการทำงานของหัวใจและระบบหายใจในขณะหลับ จะเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันผู้คนได้มากขึ้น

สรุป

ภาวะใหลตายไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันเป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน การที่เราตระหนักถึงความเสี่ยงนี้ตั้งแต่แรก ๆ สามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียของคนใกล้ชิดได้ การดูแลสุขภาพ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน และการใส่ใจกับสัญญาณเตือนต่าง ๆ เช่น “การนอนกรน” จะช่วยลดความเสี่ยงให้เราปลอดภัยมากขึ้น เราควรใช้ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ในการรักษาภาวะใหลตาย

Related Blogs and Articles
การรักษาโรคกรน

โรคกรน เกิดจากการสั่นของเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนและลำคอ เสียงกรนอาจเบาๆ หรือดังจนรบกวนคนอื่น การกรนไม่ใช่เรื่องเล็ก

อาการไหลตาย

การนอนหลับของคุณอาจกระทบต่อหัวใจโดยไม่รู้ตัว อาการไหลตายเกิดจากความผิดปกติของหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหยุดหายใจขณะหลับ

สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย

การนอนสะดุ้งตื่นกลางดึกแม้จะเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปและไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตโดยตรง แต่หากเกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจส่งผลต่อสุขภาพการนอนหลับ

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ นอนนานแค่ไหนก็ยังไม่สดชื่น? แถมตื่นมาแล้วยังปวดหัวอีก? ปัญหาแบบนี้พบได้บ่อยและอาจมากกว่าการนอนไม่พอ บางครั้งอาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ หรือความผิดปกติอื่น เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจต้องรับการตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจน สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวหลังตื่นนอน การตื่นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะไม่ใช่เรื่องเล็ก หลายกรณีอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่าง ๆ เช่นภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือการนอนกรนรุนแรง ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในร่างกายลดลงระหว่างหลับภาวะขาดน้ำ จะส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือดและสมอง อาจทำให้คุณปวดหัวในช่วงเช้าได้สภาพแวดล้อมการนอนไม่เหมาะสม หมอนที่ไม่พอดี แสงหรือเสียงรบกวน ล้วนส่งผลต่อคุณภาพการนอนผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายเครียด หรือยานอนหลับ อาจทำให้คุณปวดหัวในตอนเช้าได้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด มีผลต่อวงจรการนอนหลับ อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหรือปวดหัวในตอนตื่นไมเกรน โดยเฉพาะในคนที่เคยปวดหัวไมเกรน อาจมีอาการกำเริบในช่วงเช้า ทำไมการนอนไม่พอถึงทำให้ปวดหัวได้? อาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจไม่ได้เกิดจากความเครียดเพียงอย่างเดียว แต่ "การนอนไม่พอ" ก็เป็นตัวการสำคัญที่หลายคนมองข้ามบทความที่เกี่ยวข้อง : สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย ๆ อันตราย อย่าปล่อยไว้ ก่อนเป็นเรื่องใหญ่ 1. ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง สมองจะปรับสมดุลสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และ โดพามีน (Dopamine) ที่ช่วยลดความไวของระบบประสาทต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก เมื่อนอนน้อย ระดับสารเหล่านี้จะเสียสมดุล 2. เพิ่มระดับฮอร์โมนความเครียด การอดนอนจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง คอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรียกกันว่า “ฮอร์โมนความเครียด” เพิ่มมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้อาจไปทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัว และส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในสมอง 3. กล้ามเนื้อตึงและการกดทับของเส้นประสาท ร่างกายอาจตกอยู่ในภาวะ "ตึงเครียด" ตลอดคืนโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และศีรษะที่ไม่สามารถผ่อนคลายได้เต็มที่ ความตึงเครียดนี้อาจส่งผลให้เส้นประสาทในบริเวณศีรษะถูกกดทับจนเกิดอาการปวดศีรษะตอนตื่นนอนได้ 4. การไหลเวียนเลือดผิดปกติ ช่วงเวลานอนหลับ ร่างกายจะเข้าสู่โหมดฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต แต่หากคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ การไหลเวียนเลือดในสมองจะลดลงหรือไม่ราบรื่น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเวียนหัว มึนศีรษะ หรือปวดหัวหลังตื่นนอนได้ 5. เชื่อมโยงกับโรคไมเกรน มีงานวิจัยจาก Susan Bernstein พบว่า การนอนหลับไม่เพียงพออาจเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคไมเกรนในผู้ที่มีแนวโน้มอยู่แล้ว อาจรุนแรงและยาวนานมากากขึ้น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่ “นอนไม่พอเฉย ๆ” ทั้งที่จริงแล้วกำลังเข้าสู่วงจรของไมเกรนเรื้อรัง​ อยากรู้ว่านอนพอไหม? ตรวจการนอนหลับด้วย Belun Ring ได้ที่ VitalSleep Clinic https://www.youtube.com/shorts/yF3sZhOaXGg หากคุณมักตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัว เหนื่อยล้า หรือรู้สึกไม่สดชื่นแม้นอนครบ 7-8 ชั่วโมง อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องเช็กคุณภาพการนอนของตัวเองให้ชัดเจนขึ้น การตรวจการนอนหลับจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า “เรานอนพอจริงไหม?” และ “ร่างกายได้พักผ่อนอย่างมีคุณภาพหรือเปล่า?” สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย https://www.youtube.com/shorts/VHwrvaJPK08 โปรแกรม mHBOT (Mild Hyperbaric Oxygen Therapy) คืออีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนสู่สมอง ฟื้นฟูระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับลึก และลดอาการปวดหัวเรื้อรังที่เกิดจากการนอนไม่เพียงพอหลับลึก หลับสนิทขึ้นลดการตื่นกลางดึกฟื้นฟูระบบสมอง ลดอาการปวดหัวที่เรื้อรังจากการนอนเพิ่มพลังระหว่างวัน ตื่นมาสดชื่น สมองโล่งกว่าเดิม ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง! ผลเสียจากการนอนไม่พอที่คุณอาจคาดไม่ถึง การนอนไม่เพียงพอเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและใจ เช่น:สมาธิลดลง ตัดสินใจช้าอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ายเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการหลับในภูมิคุ้มกันลดลง ป่วยง่ายอยากอาหารมากขึ้น เสี่ยงอ้วนเพิ่มโอกาสเกิดโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันสูง และโรคหัวใจ ควรนอนกี่ชั่วโมงถึงจะพอ? ผู้ใหญ่ ควรนอนวันละ 7–9 ชั่วโมงวัยรุ่น ควรนอน 8–10 ชั่วโมงเด็กเล็ก–ทารก อาจต้องการนอนมากถึง 18 ชั่วโมงต่อวันนอกจากปริมาณแล้ว “คุณภาพของการนอน” ก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณนอนครบ 8 ชั่วโมงแต่หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อย ก็อาจยังรู้สึกง่วงเพลียและปวดหัวในตอนเช้าได้

หลับๆ ตื่นๆ นอนไม่พอ

การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากคุณหลับ ๆ ตื่น ๆ หรือนอนไม่พอ ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ

ตรวจนอนกรน

ตรวจนอนกรนไม่ได้แค่แก้ปัญหาเสียงดังรบกวนเท่านั้น แต่ยังช่วยวิเคราะห์คุณภาพการนอน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่อาจซ่อนอยู่

Sleep Test มีกี่แบบ

Sleep Test มีกี่แบบ และควรเลือกตรวจแบบไหน? การตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep test เป็นการตรวจทดสอบเพื่อประเมินสภาพการนอนของเรา ตรวจหาปัญหาการนอนหลับและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยการทดสอบนี้มีหลายแบบ แบ่งตามมาตรฐานของสมาคมเวชศาสตร์การนอนหลับแห่งสหรัฐอเมริกา (AASM) แต่ละแบบมีความซับซ้อนและวิธีการที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของผู้ป่วยรูปแบบการตรวจ Sleep Testระดับที่ 1 การทดสอบแบบสมบูรณ์โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอดคืนการตรวจนี้เป็นการทดสอบการนอนหลับที่ละเอียดและสมบูรณ์ที่สุด โดยมีการวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง, คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ, การเคลื่อนไหวของลูกตาและใต้คาง, คลื่นไฟฟ้าหัวใจ, การวัดระดับออกซิเจนในเลือด และการตรวจวัดลมหายใจ ขณะทดสอบมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าดูตลอดทั้งคืน มักจะทำในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่มีห้องตรวจเฉพาะ การตรวจในระดับนี้มีความละเอียดและแม่นยำมาก เหมาะสำหรับคนที่มีอาการนอนหลับผิดปกติอย่างรุนแรงระดับที่ 2 การทดสอบแบบสมบูรณ์โดยไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าการทดสอบในระดับนี้จะคล้ายกับระดับที่ 1 ในเรื่องความละเอียดในของการวัดข้อมูล แต่จะไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอดคืน สามารถทำการตรวจที่บ้านได้ โดยเจ้าหน้าที่จะมาติดตั้งอุปกรณ์ในตอนเย็นแล้วปล่อยให้ทดสอบเองในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย ลดความเครียดและความวิตกกังวลได้ข้อดี ของการทดสอบระดับที่ 2 นี้คือ ค่าใช้จ่ายจะน้อยกว่าการตรวจในโรงพยาบาล ไม่ต้องเดินทางหรือเสียเวลารอคิวตรวจเป็นเวลานานระดับที่ 3 การทดสอบแบบจำกัดข้อมูลจะมีความละเอียดน้อยกว่าระดับที่ 1 และ 2 โดยวัดเพียงข้อมูลพื้นฐาน เช่น การวัดการหายใจ การเคลื่อนไหวของหน้าอกและท้อง การวัดระดับออกซิเจนในเลือด และการตรวจวัดเสียงกรน ในบางครั้งอาจมีการวัดคลื่นหัวใจร่วมด้วย จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการไม่ซับซ้อนหรือแค่นอนกรนอย่างเดียว เพราะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่มีข้อเสียคือ ไม่สามารถประเมินประสิทธิภาพการนอนหลับได้เต็มที่ เนื่องจากไม่ได้วัดคลื่นสมอง อาจไม่ได้รับข้อมูลที่แม่นยำเท่ากับการตรวจระดับที่ 1 และ 2ระดับที่ 4 การทดสอบวัดออกซิเจนในเลือดและลมหายใจเป็นการตรวจการนอนหลับที่พื้นฐานที่สุด วัดเพียงออกซิเจนในเลือดหรือลมหายใจขณะหลับ ข้อมูลที่ได้รับจากการตรวจนี้มีจำกัดไม่เพียงพอในการวินิจฉัยอาการนอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างแม่นยำ​บทความจาก Home Sleep Studies Australia อธิบายว่า การตรวจการนอนมี 4 ระดับที่แตกต่างกันตามความละเอียดของข้อมูล แม้จะได้ข้อมูลละเอียดและแก้ปัญหาทางเทคนิคได้ทันที แต่ก็อาจไม่สะดวกสบายเท่าการตรวจที่บ้าน​ วิธีการเลือกการตรวจที่เหมาะสม การเลือกวิธีการตรวจที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของปัญหาการนอนหลับของแต่ละคน สำหรับคนที่มีอาการนอนกรนธรรมดา การตรวจในระดับที่ 3 อาจเพียงพอ แต่หากสงสัยว่าตัวเองมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยไหม ควรพิจารณาการตรวจระดับที่ 1 หรือ 2 ที่มีความละเอียดสูงกว่า สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย การเลือกตรวจที่บ้านในระดับที่ 2 เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะสามารถทำในสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคยโดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าทาง VitalSleep Clinic มีให้บริการการตรวจการนอนหลับทั้งระดับที่ 1 และ 2 ซึ่งสามารถทำการตรวจที่บ้านของผู้รับการตรวจได้ โดยให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและสะดวกสบายมากขึ้น ปรึกษาการตรวจการนอนหลับฟรี! ขั้นตอนการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ระดับ 1 และ 2 https://www.youtube.com/shorts/dGpk79k46ks เริ่มต้นการทดสอบจะเริ่มในช่วงหัวค่ำ ประมาณ 00 น. หรือตามเวลาที่เหมาะสมของผู้รับการตรวจ เจ้าหน้าที่จะทำการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการนอนหลับ กรอกเอกสารความยินยอม หลังจากนั้นจะอธิบายถึงการใช้อุปกรณ์และวิธีการปฏิบัติตัวระหว่างการตรวจการใช้ CPAP สำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจรุนแรงหากพบว่าผู้รับการตรวจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับรุนแรง เจ้าหน้าที่จะทำการทดลองใส่หน้ากาก CPAP เพื่อช่วยในการรักษาในคืนที่ตรวจเลย เมื่อผู้รับการทดสอบการนอนหลับพร้อมที่จะเข้านอนการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดเจ้าหน้าที่จะทำการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สายวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง, คลื่นกล้ามเนื้อ, การเคลื่อนไหวของลูกตา ตรวจวัดคลื่นหัวใจ นอกจากนี้ยังมีการวัดลมหายใจและการตรวจวัดออกซิเจนในเลือด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมมากที่สุดการตรวจวัดระบบหายใจผู้รับการตรวจจะได้รับการวัดการหายใจโดยมีสายวัดติดบริเวณจมูก สายรัดที่หน้าอกและท้อง รวมถึงการวัดระดับออกซิเจนที่ปลายนิ้ว ในบางกรณีอาจมีการบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ตามความจำเป็นการทดสอบตลอดคืนสำหรับการตรวจระดับที่ 1 จะมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูในห้องควบคุมเพื่อติดตามการนอนตลอดคืน ในขณะที่การตรวจระดับที่ 2 จะไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้า แต่ผู้รับการตรวจจะนอนหลับอย่างต่อเนื่องตามปกติ คำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนการตรวจสวมเสื้อผ้าที่สบายเหมือนชุดที่ใส่นอนตามปกติทุกคืนหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ ชา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันที่ตรวจหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในช่วงบ่ายในวันที่ตรวจแจ้งเจ้าหน้าที่หากคุณมีการใช้ยารักษาโรคประจำตัวหลังจากการตรวจเสร็จสิ้นในช่วงเช้า ผู้รับการตรวจสามารถกลับบ้านได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลที่ได้รับไปวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำตรวจการนอนหลับที่บ้านกับ VitalSleep Clinic สะดวก ปลอดภัย แม่นยำหากคุณมีปัญหานอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือนอนแล้วไม่สดชื่น การตรวจการนอนหลับที่บ้าน (Home Sleep Test) คือทางเลือกที่สะดวกและง่ายที่สุด!ไม่ต้องเดินทางอยู่ที่ไหนก็ตรวจได้ แม้คุณจะอยู่ต่างจังหวัดใช้งานง่ายอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด แค่ติดตั้งก่อนนอนผลแม่นยำวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลังรู้ผลไวพร้อมให้คำแนะนำแนวทางการรักษาที่ VitalSleep Clinic เรามุ่งเน้นการให้บริการตรวจสุขภาพการนอนหลับที่บ้าน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำใกล้เคียงกับสภาวะการนอนหลับในชีวิตจริง นอกจากนี้เรายังมีทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่เฉพาะทางที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลในทุกขั้นตอนอ่านเพิ่มเติม สรุป การตรวจการนอนหลับ Sleep Test หรือการตรวจสุขภาพการนอนหลับมีทั้งหมด 4 ระดับ ซึ่งแต่ละระดับมีความซับซ้อนและวิธีการตรวจที่แตกต่างกันออกไป การเลือกวิธีการตรวจที่เหมาะสมกับคุณ ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการและความจำเป็นของผู้ป่วย โดยการตรวจระดับที่ 1 และ 2 เป็นการตรวจที่ละเอียดและได้ข้อมูลที่ครอบคลุมที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการนอนหลับผิดปกติรุนแรง ในขณะที่การตรวจระดับที่ 3 และ 4 เป็นการตรวจที่จำกัดข้อมูลมากกว่า เหมาะกับผู้ที่มีอาการน้อยหรือไม่ซับซ้อนการเลือกสถานที่ตรวจการนอนหลับ Sleep Test เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ควรคำนึงถึง หากคุณต้องการความสะดวกสบายและต้องการผลลัพธ์ที่แม่นยำ การเลือกทำ Sleep Test ที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดี การนอนหลับในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น สะดวกในการเข้ารับการตรวจที่ VitalSleep Clinic เราให้บริการตรวจสุขภาพการนอนหลับที่บ้านของคนที่อยากตรวจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและใกล้เคียงกับการนอนในชีวิตประจำวัน หากคุณสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมหรือรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตรวจการนอนหลับ สามารถติดต่อเราได้ เรายินดีให้บริการและคำแนะนำที่เหมาะสมแก่คุณ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!