ที่ VitalSleep Clinic ปี 2025 เราพร้อมให้บริการรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัด ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย เช่น Oral Appliance, Myofunctional Therapy, การยกกระชับทางเดินหายใจด้วยคลื่น RF, โปรแกรม Emface, EXOMIND และ CoolSwiss ช่วยลดเสียงกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างตรงจุด ปลอดภัย เห็นผลจริง โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านการนอน
มาเข้าใจก่อนว่า “นอนกรน” คืออะไร?
เสียงกรนไม่ได้เกิดจากเสียงหายใจแรง แต่คือการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในช่องทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเพดานอ่อน ลิ้นไก่ ลิ้น หรือผนังลำคอที่หย่อนลงขณะเรานอนหลับ
แค่กรน หรือเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ?
อย่าเพิ่งคิดว่าแค่กรนไม่เป็นไร เพราะในหลายกรณี “เสียงกรน” เป็นสัญญาณเตือนว่าอาจมี ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ที่อันตรายถึงชีวิตหากปล่อยไว้
ทำไมถึงต้องรักษานอนกรน
เสียงกรนอาจเริ่มจากความน่ารำคาญ แต่อาจจบลงด้วยปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง เช่น ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไปจนถึงอัมพฤกษ์ อัมพาต
ความเสี่ยงโรคร้ายที่มากับเสียงกรน
- โรคหัวใจ
- เบาหวาน
- ซึมเศร้า
- ภาวะสมองเสื่อม
- เสี่ยง "ใหลตาย" ขณะหลับ
วิธีรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัดมีอะไรบ้างในปี 2025
Oral Appliance
จะดันขากรรไกรล่างและลิ้นไปข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้นระหว่างนอนหลับ ออกแบบเฉพาะบุคคลโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง
Myofunctional Therapy
เทคนิคนี้ใช้แบบฝึกหัดเฉพาะ การฝึกกล้ามเนื้อลิ้น เพดานปาก แก้ม และใบหน้า จากงานวิจัย “Orofacial myofunctional therapy for obstructive sleep apnea” สรุปว่า Myofunctional Therapy สามารถลด AHI ได้ราว 50% ในผู้ใหญ่ และ 62% ในเด็ก พร้อมปรับปรุงการนอนและลดเสียงกรน
คลื่นความถี่วิทยุ RF
ทำให้เนื้อเยื่อภายในช่องคอหดตัวและกระชับขึ้น เป็นการแก้ไขสาเหตุของการกรนจากช่องคอหย่อน ใช้เวลาทำเพียง 20–30 นาที ออกฤทธิ์เฉพาะจุด ไม่ต้องดมยา ไม่ต้องพักฟื้น

เทรนด์ใหม่! เทคโนโลยีช่วยรักษานอนกรนที่น่าจับตามอง
โปรแกรม EXOMIND
การกระตุ้นคลื่นสมองเพื่อปรับพฤติกรรมนอนที่ทำให้กรน เช่น ส่งเสริมคลื่นสมองหลับลึก ลดความถี่ของการตื่นกลางดึก เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ
โปรแกรม Emface
Emface รวมคลื่น RF กับพลังงาน HIFES ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าและใต้คอให้ยกกระชับ ช่วยเปิดทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะกล้ามเนื้อหย่อนคล้อยจากอายุหรือโครงสร้างใบหน้า
โปรแกรม CoolSwiss
CoolSwiss คือเทคโนโลยีการแช่แข็งไขมันเฉพาะจุด บริเวณใต้คางและรอบลำคอ ที่ไขมันเหล่านี้อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้บางคนมีทางเดินหายใจแคบลงขณะนอนหลับ
ข้อดีของการรักษาแบบไม่ผ่าตัด
ปลอดภัย เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว
ในหลายกรณี การรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัดเป็นทางเลือกแรกที่แพทย์เฉพาะทางจะแนะนำ เพราะมีความเสี่ยงต่ำ ถ้าใช้แล้วได้ผลก็ไม่จำเป็นต้องไปถึงขั้นผ่าตัด เช่น คนที่มี OSA ระดับเล็กน้อยถึงปานกลางจำนวนมากตอบสนองดีต่อ Oral Appliance หรือ Myofunctional Therapy โดยไม่ต้องผ่าตัดเลย
เหมาะกับคนที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ
ในบางคนอาจมีภาวะที่ทำให้ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันสูง หรือภาวะเลือดออกง่าย การใช้เทคนิคที่ช่วยให้คนไข้กลุ่มนี้ได้รับการรักษาโดยไม่มีความเสี่ยงเพิ่ม
สามารถใช้ร่วมกับวิธีอื่นเพื่อเสริมประสิทธิภาพ
การรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ได้หมายความว่าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น หลายวิธีสามารถใช้ควบคู่กันได้ เพื่อเสริมผลการรักษา เช่น ใช้ Oral Appliance ตอนนอน + ฝึกกล้ามเนื้อลิ้น + ทำ RF เดือนละครั้ง = ลดอาการนอนกรนได้มากกว่าการใช้วิธีเดียวเดี่ยว ๆ
วิธีเลือกแนวทางที่เหมาะกับคุณ
ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนตัดสินใจ
อย่าตัดสินใจด้วยตัวเองจากเสียงกรนเพียงอย่างเดียว การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
การตรวจการนอนหลับ Sleep Test ช่วยวางแผนแม่นยำ
การทำ Sleep Test จะช่วยวัด AHI วัดระดับออกซิเจน และประเมินว่าเสียงกรนนั้นเป็นเพียงภาวะรำคาญ หรือเป็นอันตรายต่อชีวิต
สรุป
ในปี 2025 การรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัดมีพัฒนาการที่น่าสนใจมาก ทั้งทางเลือกดั้งเดิมที่มีการปรับให้สะดวกขึ้น และเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยลดความรุนแรงของอาการโดยไม่ต้องผ่าตัด คุณไม่จำเป็นต้องทนอยู่กับเสียงกรนหรือเสี่ยงสุขภาพอีกต่อไป ขอเพียงเริ่มต้นจากการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง และเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับคุณที่สุด ที่ VitalSleep Clinic
FAQs
การนอนกรนสามารถหายได้จริงไหม?
หายได้ในหลายกรณี โดยเฉพาะหากรักษาตามสาเหตุ ไม่ปล่อยไว้จนอาการเรื้อรัง
ใช้ Oral Appliance นาน ๆ จะมีผลเสียไหม?
หากออกแบบโดยแพทย์เฉพาะทางและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง จะปลอดภัย ไม่มีผลเสียระยะยาว
ต้องทำ Sleep Test ทุกรายไหม?
แนะนำให้ทำสำหรับคนที่กรนเสียงดัง มีอาการหยุดหายใจ หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
Emface เหมาะกับคนนอนกรนทุกคนไหม?
เหมาะกับคนที่มีปัญหากล้ามเนื้อหย่อนรอบใบหน้าและคอ แต่ไม่ใช่ทางแก้หลักสำหรับทุกเคส
Myofunctional Therapy ต้องฝึกนานแค่ไหน?
อย่างน้อย 8–12 สัปดาห์ ถึงจะเริ่มเห็นผลชัดเจน ขึ้นอยู่กับวินัยของแต่ละคน