• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
อาการวูบหมดสติ
อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา!
ตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุ

อาการวูบหมดสติ

อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา!
ตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุ
Table of Contents

เคยไหมที่อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกหน้ามืด เหมือนโลกหมุน หูอื้อ แล้วก็ตื่นมาอีกทีพร้อมกับความสงสัยว่า “เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเรา?” อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ ถ้าหากละเลยก็อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้

อาการวูบหมดสติคืออะไร?

อาการวูบหมดสติ (Syncope) คือการที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงชั่วคราว ทำให้คนป่วยหมดสติไปชั่วขณะ อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึงหลายนาที

ความแตกต่างระหว่างวูบกับหมดสติจริง

  • วูบ มักมีอาการนำ เช่น หน้ามืด ใจสั่น และฟื้นตัวเร็ว
  • หมดสติจริง มักเกิดขึ้นทันทีโดยไม่มีสัญญาณเตือน และฟื้นตัวยากกว่า
อาการวูบหมดสติ อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา! ตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุ

สาเหตุของการวูบหมดสติ

อาการวูบหมดสติ (Syncope) อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งทางกายภาพและการทำงานของระบบประสาทหรือหัวใจ โดยทั่วไปสามารถแบ่งสาเหตุหลัก ๆ ได้ดังนี้

1. ความผิดปกติของหัวใจ (Cardiac Causes)

  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
  • ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial ischemia)
  • โรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว
  • หัวใจล้มเหลว

ลักษณะนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูง ต้องรีบพบแพทย์เฉพาะทาง

การทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ (Neurally Mediated Syncope)

  • ความเครียด ตกใจ หรือเจ็บปวดรุนแรง อาจกระตุ้นให้ความดันโลหิตลดลงทันที
  • ภาวะ Vasovagal Syncope ที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป เช่น เวลายืนอยู่ในที่แออัดหรือขาดน้ำ

ความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า (Orthostatic Hypotension)

  • มักเกิดขึ้นเมื่อเปลี่ยนท่าจากนอนหรือนั่งลุกขึ้นยืนเร็วเกินไป
  • พบบ่อยในผู้สูงอายุ หรือคนที่ใช้ยาลดความดันโลหิต

ความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับและการหายใจ (Sleep-Related Causes)

  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ส่งผลให้สมองขาดออกซิเจนชั่วคราว
  • การนอนหลับไม่เพียงพอหรือมีคุณภาพต่ำ ทำให้ร่างกายอ่อนล้า ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ
  • งานวิจัยจาก National Library of Medicine คนที่มี Sleep Apnea มีโอกาสเกิดอาการวูบหมดสติหรือเวียนศีรษะบ่อยกว่าคนทั่วไป และการรักษาด้วย CPAP ช่วยลดความถี่ของอาการวูบหลังจาก 6 เดือน

สัญญาณเตือนก่อนวูบหมดสติ

หลายคนอาจคิดว่าอาการวูบหมดสติเกิดขึ้นแบบกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือน แต่จริง ๆ แล้วร่างกายมักส่งสัญญาณเล็ก ๆ ให้เรารู้ล่วงหน้าก่อนจะหมดสติ หากเราสังเกตให้ดี อาการเหล่านี้อาจช่วยให้ป้องกันเหตุการณ์รุนแรงได้

อาการลักษณะ
เวียนศีรษะ บ้านหมุนรู้สึกเหมือนโลกหมุนหรือเสียการทรงตัว จะเกิดขึ้นก่อนวูบเพียงไม่กี่วินาที
ตาพร่ามัวหรือเห็นภาพดับวูบบางคนมองเห็นจุดดำ ๆ หรือภาพเบลอเหมือนกล้องโฟกัสไม่ชัด ก่อนที่สติจะหมดไป
เหงื่อแตก ตัวเย็นเฉียบแม้ไม่ได้ออกแรงหรืออยู่ในที่ร้อน ก็มีเหงื่อไหลออกมากผิดปกติ หรือมีอาการหนาวสั่น
ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะความผิดปกติของหัวใจ เช่น เต้นเร็วเกินไปหรือช้าลงทันที กระตุ้นให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ
หูอื้อ หรือได้ยินเสียงวี้ดในหูการไหลเวียนของเลือดผิดปกติ ทำให้ระบบประสาทรับรู้การได้ยินส่งสัญญาณเตือน
อ่อนแรง หรือแขนขาไม่ค่อยมีแรงรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อไม่มีแรง ก้าวขาไม่ค่อยออก บางครั้งทำให้เซหรือทรุดลงทันที
ง่วงจัดหรือสับสนชั่วขณะคนที่มีปัญหาการนอน เช่น Sleep Apnea การนอนที่ไม่มีคุณภาพทำให้สมองขาดออกซิเจนสะสม เสี่ยงมีอาการวูบมากขึ้น

เมื่อไหร่ถึงควรไปพบแพทย์?

  1. วูบหมดสติซ้ำบ่อย
    หากเกิดมากกว่า 1–2 ครั้งในระยะสั้น ๆ แสดงว่ามีความผิดปกติซ่อนอยู่ เช่น โรคหัวใจหรือปัญหาการนอน
  2. หมดสติขณะนอนหลับหรือเพิ่งตื่นนอน
    อาจเกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ควรตรวจ Sleep Test เพื่อยืนยันสาเหตุ
  3. วูบขณะขับรถหรือทำงานที่เสี่ยงอันตราย
    ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน เพราะอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
  4. มีอาการร่วมอื่น ๆ
    เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่น เหงื่อออกผิดปกติ หรืออ่อนแรงครึ่งซีก อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกโรคหัวใจหรือโรคระบบประสาท
  5. มีประวัติครอบครัวโรคหัวใจหรือการเสียชีวิตกะทันหัน
    ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ไม่ควรละเลยแม้จะเป็นเพียงการวูบเล็กน้อย

การตรวจ Sleep Test เพื่อการวินิจฉัยอาการวูบหมดสติ

การตรวจ Sleep Test คือการตรวจคุณภาพการนอนหลับและการทำงานของร่างกายในช่วงนอน โดยจะวัดปัจจัยสำคัญ เช่น

  • ระดับออกซิเจนในเลือด
  • การเต้นของหัวใจ
  • การเคลื่อนไหวของร่างกาย
  • การหยุดหายใจขณะนอน

ผลการตรวจจะช่วยให้แพทย์เฉพาะทาง สามารถแยกแยะได้ว่าอาการวูบที่เกิดขึ้นมีความเกี่ยวข้องกับโรคการนอน เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือเกิดจากโรคหัวใจและสมองโดยตรง

| บทความแนะนำ Sleep Test มีกี่แบบ และควรเลือกตรวจแบบไหน?

สรุป

อาการวูบหมดสติอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นได้กับใครก็ได้ แต่ความจริงแล้วมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ การสังเกตอาการ ปรับพฤติกรรม และเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ไม่คาดคิด

FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการวูบหมดสติ

  1. อาการวูบหมดสติใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะฟื้นตัว?
    ส่วนใหญ่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึง 1 นาที แต่ถ้านานกว่านี้ควรไปพบแพทย์
  2. ความเครียดทำให้วูบได้จริงไหม?
    ใช่ เพราะความเครียดมีผลต่อการไหลเวียนเลือดและระบบประสาท
  3. เด็กสามารถมีอาการวูบหมดสติได้หรือไม่?
    ได้ โดยเฉพาะเด็กที่มีภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิดหรือเป็นโรคเลือด
  4. การตรวจ Sleep Test ช่วยได้อย่างไร?
    ช่วยวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้วูบได้
  5. หากเกิดอาการวูบในที่สาธารณะควรทำอย่างไร?
    ควรหาที่นั่งหรือนอนลงทันที แจ้งคนรอบข้างให้ช่วยเหลือ และหากอาการไม่ดีขึ้นควรเรียกรถพยาบาลทันที

Related Blogs and Articles
แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด 2025

แก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปัจจุบัน การรักษาแก้ปัญหาอาการนอนกรนมีหลากหลายวิธีที่ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งสามารถรักษาได้หลายวิธีพร้อมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดีขึ้น หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยม คือ การใช้เครื่องมือทันตกรรมสำหรับรักษานอนกรน (Oral Appliance) ที่ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจในขณะหลับ ร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจส่วนต้น (Myofunctional Therapy) ที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อย การรักษานี้ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจไม่ให้แคบลง เป็นการรักษาอาการนอนกรนจากต้นเหตุ ที่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาวได้อีกด้วย สาเหตุของอาการนอนกรน การนอนกรนมักมีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุ จาก TMJ and Sleep Apnea โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อย มีดังนี้​ อาจเกิดจากโครงสร้างใบหน้าที่ผิดปกติ เช่น คางสั้น กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นไม่แข็งแรง ทำให้ลิ้นหย่อนลงไปอุดช่องทางเดินหายใจ มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือเหนียง สามารถทำให้ช่องทางเดินหายใจถูกกดทับในขณะที่กำลังนอนหลับ ทำให้เกิดอาการหยุดหายใจชั่วคราวและมีเสียงกรนเกิดขึ้น แอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนต้นและกล้ามเนื้อโคนลิ้น ช่องทางเดินหายใจก็จะเกิดการอุดกั้นที่ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) และเสียงกรนได้ อาการเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่ทำให้เกิดปัญหาการนอนกรน และควรได้รับการตรวจสอบและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญ การตรวจและการรักษานอนกรน การตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของการนอนกรนสามารถทำได้ผ่านการตรวจการนอนหลับ Sleep Test เป็นการวัดค่าและเก็บข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับของคุณ เช่น ตรวจการนอนหลับที่บ้านกับ VitalSleep Clinic สะดวก ปลอดภัย แม่นยำ หลังจากการตรวจการนอนหลับ Sleep Test แล้ว แพทย์เฉพาะทางจะนำผลการตรวจมาใช้ในการวินิจฉัย วางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัด อ่านเพิ่มเติม รักษานอนกรน แบบไม่ผ่าตัด Update 2025 ข้อด้อยของการผ่าตัดแก้นอนกรน การผ่าตัดแก้นอนกรนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ข้อดีของการรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัด วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดมีหลายทางเลือก แพทย์เฉพาะทางจะเลือกวิธีที่เหมาะสมตามอาการของแต่ละบุคคล สามารถใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อรักษาได้ทั้งต้นเหตุและปลายเหตุ เช่น การใช้เครื่อง CPAP เพื่อช่วยขยายทางเดินหายใจร่วมกับการบำบัดกล้ามเนื้อ Myofunctional Therapy การรักษาที่ถูกต้องยังเป็นผลดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง ในกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับ Sleep Test และปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม เพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้นและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม “รักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ Better Sleep for Better Tomorrow” สรุป วิธีการรักษาแก้นอนกรนแบบไม่ผ่าตัดในปี 2025 มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือทันตกรรม การบำบัดกล้ามเนื้อ การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ หรือการใช้เครื่อง CPAP ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีเฉพาะที่ตอบโจทย์ปัญหาอาการนอนกรนในแต่ละกรณี การเข้ารับการตรวจ Sleep Test เพื่อตรวจหาสาเหตุและระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการรักษา สุขภาพการนอนที่ดีมีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเรา ดังนั้น หากคุณมีปัญหาการนอนกรน ควรรีบหาทางแก้ไขเพื่อสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

การรักษาโรคกรน

โรคกรน เกิดจากการสั่นของเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนและลำคอ เสียงกรนอาจเบาๆ หรือดังจนรบกวนคนอื่น การกรนไม่ใช่เรื่องเล็ก

ป้องกันหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนคิดว่าเสียงกรนเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของโรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะอื่น ๆ ที่กระทบต่อหัวใจ สมอง

เสียงกรนเตือนภัยสุขภาพ

เสียงกรนอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก ตรวจการนอนกรนช่วยค้นหาความผิดปกติ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ใครเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ

นอนกรนเกิดจากอะไร? เกิดจากการหายใจผ่านช่องทางเดินหายใจที่แคบลงขณะนอนหลับ จากการอุดกั้นของกล้ามเนื้อและอวัยวะภายในช่องปาก ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณคอ เช่น เพดานอ่อน ลิ้นไก่ และทอนซิล สั่นสะเทือนจนเกิดเป็นเสียงกรนในขณะที่นอนหลับอยู่ ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะทางเดินหายใจแคบลง ได้แก่ ระดับความรุนแรงของการนอนกรน สาเหตุของอาการนอนกรน​ อาการนอนกรนสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามความรุนแรงของอาการและผลกระทบที่เกิดขึ้น ข้อมูลจาก News Medical ดังนี้​ ใครบ้างที่เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ? ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่พบมากในกลุ่มต่อไปนี้ อันตรายจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การตรวจการนอนหลับที่ VitalSleep Clinic กุญแจสู่การนอนหลับที่ดีขึ้น ข้อดีของการตรวจการนอนหลับกับ VitalSleep Clinic วิธีการรักษาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ จาก VitalSleep Clinic ได้แก่ สรุป ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) เป็นภาวะที่อาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ที่ VitalSleep Clinic เรามีแนวทางการรักษาที่ทันสมัยและหลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ลดอาการนอนกรน เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ และลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน

How to treat snoring in women

การนอนกรนไม่ใช่เรื่องน่าอายขนาดนั้น แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่คิดที่จะแก้ไข อาจทำให้เกิดอันตรายที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ในผู้หญิงหลายคนอาจจะรู้สึกเขินอาย หรือไม่กล้าบอกว่าตัวเองมีอาการนอนกรน และไม่รู้ว่าจะหาวิธีแก้ปัญหานี้อย่างไรให้ได้ผล แต่การนอนกรนในผู้หญิงก็เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้ และหากไม่ให้ความสำคัญกับการหาทางแก้ไขอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตขณะนอนหลับได้ก่อนที่จะหาคำตอบว่า ทำไม? ผู้หญิงถึงนอนกรน เราควรทำความเข้าใจว่าอาการนอนกรนคืออะไร? อาการนอนกรนคืออะไร? อาการนอนกรนเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อในลำคอผ่อนคลายระหว่างการนอนหลับ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เมื่ออากาศผ่านช่องทางเดินหายใจที่แคบนี้ จะทำให้เนื้อเยื่อในลำคอ เช่น ทอนซิล เพดานอ่อน หรือลิ้นไก่สั่น จะทำให้เกิดเสียงกรน และยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้ทางเดินหายใจแคบลงหรืออุดตัน เช่น ต่อมทอนซิลโต น้ำหนักตัวที่มากเกินไป หรือลิ้นที่โตขึ้น ก็อาจทำให้เกิดอาการนอนกรนได้ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) คืออะไร? การนอนกรนไม่ใช่แค่การสร้างเสียงรบกวนระหว่างการนอนหลับ แต่ยังสามารถนำไปสู่การหยุดหายใจขณะหลับได้อีกด้วย เมื่อเนื้อเยื่อในลำคอหรือที่ลิ้นหย่อนลงไปปิดทางเดินหายใจ ทำให้ไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนในขณะที่นอนหลับ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะไหลตายได้https://www.youtube.com/shorts/1RcpD_hJKcw สาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงนอนกรน ข้อมูลจาก SnoreMD ว่าปกติผู้ชายจะมีแนวโน้มที่จะนอนกรนมากกว่าผู้หญิง แต่ในผู้หญิงก็สามารถนอนกรนได้เช่นกัน โดยสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงนอนกรนมักจะเกี่ยวข้องกับสุขภาพ น้ำหนักเกิน หรือการเปลี่ยนแปลงในร่างกายที่เกิดจากอายุหรือการตั้งครรภ์ เช่น​อายุ เมื่อผู้หญิงอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป ปัญหาการนอนกรนจะเริ่มเพิ่มขึ้นวัยหมดประจำเดือน หลังจากหมดประจำเดือน ในผู้หญิงบางรายอาจมีแนวโน้มทำให้นอนกรนมากขึ้นน้ำหนักเกิน อาจทำให้มีไขมันสะสมที่หบริเวณลำคอ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงได้การตั้งครรภ์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงในร่างกายและระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการนอนกรนได้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ถึงแม้จะพบได้น้อยในผู้หญิง แต่ยังคงเป็นปัญหาที่ควรให้ความสนใจ ปรึกษาปัญหานอนกรน ฟรี! สาเหตุอื่น ๆ ของการนอนกรน ในกรณีทั่วไป การนอนกรนอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่นคนอ้วน การสะสมของไขมันในบริเวณคอผู้สูงอายุ การเสื่อมของกล้ามเนื้อที่ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงโรคภูมิแพ้หรือไซนัสอักเสบ ทำให้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหาความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร อาจทำให้เกิดอาการนอนกรน วิธีแก้ไขการนอนกรนผู้หญิง การรักษาอาการนอนกรนเริ่มต้นด้วยการหาสาเหตุที่แท้จริง โดยการทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อตรวจหาว่าคุณมีปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หลังจากนั้นสามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งแบ่งเป็นสองประเภทหลัก คือ แบบผ่าตัดและแบบไม่ผ่าตัดบทความที่เกี่ยวข้อง Sleep Test มีกี่แบบ และควรเลือกตรวจแบบไหน?การเลือกวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการนอนกรน หากคุณพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการนอนกรนที่เป็นปัญหา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย สรุป การนอนกรนในผู้หญิงไม่ใช่แค่เรื่องรบกวนคนข้าง ๆ แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของร่างกาย โดยเฉพาะ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด และอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และภาวะซึมเศร้าหลายคนอาจไม่รู้ว่าการนอนกรนในผู้หญิงมักไม่มีอาการชัดเจนเหมือนผู้ชาย เช่น อาจไม่มีเสียงกรนดัง แต่จะมีอาการอ่อนเพลีย ง่วงกลางวัน ขี้ลืม หงุดหงิดง่าย หรือแม้แต่ปัญหาทางเพศ ทำให้ถูกมองข้ามและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

อาการผีอำ

เคยไหม…นอนอยู่ดี ๆ แล้วรู้สึกเหมือนมีบางอย่างทับอยู่บนอก ขยับตัวไม่ได้ หายใจก็อึดอัด นั่นแหละที่เราเรียกกันว่า “ผีอำ” อาการนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!