logo
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
เมื่อการนอนกระทบหัวใจ
เจาะลึกกลไกของอาการไหลตาย

เมื่อการนอนกระทบหัวใจ

เจาะลึกกลไกของอาการไหลตาย
Table of Contents

อาการไหลตาย หรือ Sudden Unexpected Death During Sleep คือ การเสียชีวิตอย่างกะทันหันในขณะหลับ โดยอาการเหล่านี้มักถูกพบในคนที่มี ความผิดปกติของหัวใจหรือระบบทางเดินหายใจแฝงอยู่โดยไม่รู้ตัว

ในหลายกรณี การเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากการหลับ “ลึกเกินไป” แต่เกิดจาก กลไกภายในร่างกายที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือ OSA

รายงานของ American Heart Association ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กับโรคหัวใจ และรายงานว่าผู้มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) รุนแรง มีความเสี่ยงเพิ่มต่อการเสียชีวิตกะทันหันอย่างมาก

การนอนหลับกับหัวใจความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกว่าที่คิด

ระหว่างที่เรานอนหลับ ระบบประสาทอัตโนมัติจะทำงานเพื่อให้หัวใจเต้นช้าลง ความดันโลหิตลดลง และร่างกายได้พักฟื้น แต่ถ้าการนอนหลับ ไม่สมดุลหรือมีการหยุดหายใจซ้ำ ๆ ระหว่างหลับ ระบบนี้จะถูกรบกวน ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักเกินไป ภาวะเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อหัวใจ เช่น หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดจังหวะในช่วงหลับลึก ความดันโลหิตขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ออกซิเจนในเลือดลดลงซ้ำ ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของ ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน หรืออาการไหลตาย ได้โดยตรง

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) กับอาการไหลตาย

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ  OSA) เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาการไหลตาย โดยเฉพาะในผู้ชายวัยกลางคน ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือมีภาวะนอนกรนเสียงดังในขณะหลับ กล้ามเนื้อทางเดินหายใจจะคลายตัว ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบลงจน “หยุดหายใจ” ชั่วขณะ สมองจะส่งสัญญาณให้ตื่นตัวเพื่อหายใจอีกครั้ง เกิดการตื่นซ้ำ ๆ ตลอดคืนโดยไม่รู้ตัว ภาวะนี้ทำให้เกิด การขาดออกซิเจนเป็นระยะ ความดันโลหิตสูงขึ้นในช่วงกลางคืน หัวใจเต้นผิดจังหวะจากการกระตุ้นซ้ำ ๆ ซึ่งล้วนเป็น ตัวจุดชนวนให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันในขณะหลับได้

ทำไมบางคนหลับ “ดีเกินไป” ถึงกลายเป็นอันตราย ?

คำว่า “หลับสนิทมาก” ไม่ได้หมายความว่าเป็นการนอนที่มีคุณภาพเสมอไป บางคนอาจมีการหยุดหายใจระหว่างหลับ (OSA) เป็นเวลานานโดยไม่รู้ตัว สมองไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอแต่ไม่มีการตื่นขึ้นมาตอบสนอง ทำให้หัวใจขาดออกซิเจนต่อเนื่องและหยุดเต้นในที่สุด นี่คือเหตุผลว่าทำไม บางคนจึงเสียชีวิตขณะหลับทั้งที่ดูเหมือนสุขภาพดี เพราะร่างกายไม่สามารถรับรู้ความผิดปกติของการหายใจได้ทันท่วงที

ตรวจการนอน เพื่อค้นหาความเสี่ยงหัวใจก่อนสาย

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นวิธีที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพการนอน การหายใจ และการทำงานของหัวใจขณะหลับ ตรวจภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ระดับออกซิเจน และหัวใจเต้นผิดจังหวะระหว่างหลับหรือไม่

สำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรน เสียงดัง หายใจสะดุดกลางคืน หรือรู้สึกอ่อนเพลียแม้นอนเต็มที่ ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อค้นหาความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวหรือไหลตายตั้งแต่เนิ่น ๆ และแพทย์เฉพาะทางจะออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของคุณ

อาการไหลตาย

ปรับพฤติกรรมการนอนเพื่อลดความเสี่ยงภาวะหัวใจ

การดูแลหัวใจเริ่มต้นได้จาก “การนอน” และการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

✓ ลดน้ำหนัก หากมีภาวะอ้วน เพราะไขมันรอบคออาจกดทางเดินหายใจ

✓ เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือยานอนหลับ ก่อนนอน

✓ นอนตะแคง แทนการนอนหงาย เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น

✓ ตรวจสุขภาพหัวใจและการนอนเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือเบาหวาน

หลับให้หัวใจปลอดภัย ต้องรู้จัก “การนอนของตัวเอง”

การนอนหลับที่ดูเหมือนธรรมดา อาจซ่อน “สัญญาณอันตราย” ของภาวะหัวใจไว้โดยไม่รู้ตัว อย่ารอให้ความผิดปกติปรากฏในวันที่สายเกินไป การตรวจการนอนหลับกับแพทย์เฉพาะทาง สามารถช่วยป้องกัน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว และอาการไหลตาย ได้ตั้งแต่ต้นทาง เพราะ “การนอนดี” ไม่ใช่แค่พักผ่อน แต่คือการปกป้องหัวใจของคุณให้อยู่กับคุณไปนานที่สุด  

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “อาการไหลตายขณะหลับ”

1. อาการไหลตายคืออะไร?
 การเสียชีวิตอย่างกะทันหันขณะหลับ มักเกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดทำงานเฉียบพลัน

2. ใครเสี่ยงต่ออาการไหลตายนี้มากที่สุด ?
 ผู้ที่มีโรคหัวใจ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

3. สาเหตุหลักของอาการไหลตายคืออะไร ?
 หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง หรือขาดออกซิเจนจากการหยุดหายใจขณะหลับ

4. จะรู้ได้อย่างไรว่ามีความเสี่ยงเป็นอาการไหลตาย ?
 หากมีอาการนอนกรน หยุดหายใจ เหนื่อยง่าย หรือใจสั่น ควรตรวจการนอนหลับและหัวใจ

5. สามารถป้องกันอาการไหลตายได้อย่างไร ?
 รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ควบคุมโรคหัวใจ และตรวจสุขภาพเป็นประจำ

Related Blogs and Articles
เสี่ยงตาย! รู้หรือไม่ การนอนกรนอาจเกิดจากภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

การนอนกรนเป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้าม ที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาทางสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

อาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

สิ่งหนึ่งที่มักถูกละเลยคือการดูแลคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นสิ่งสำคัญมากต่อชีวิตประจำวัน การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ

ผู้หญิงนอนกรน สาเหตุและวิธีแก้นอนกรนในผู้หญิง

การนอนกรนไม่ใช่เรื่องน่าอายขนาดนั้น แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่คิดที่จะแก้ไข อาจทำให้เกิดอันตรายที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ในผู้หญิงหลายคนอาจจะรู้สึกเขินอาย หรือไม่กล้าบอกว่าตัวเองมีอาการนอนกรน และไม่รู้ว่าจะหาวิธีแก้ปัญหานี้อย่างไรให้ได้ผล แต่การนอนกรนในผู้หญิงก็เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้ และหากไม่ให้ความสำคัญกับการหาทางแก้ไขอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตขณะนอนหลับได้ก่อนที่จะหาคำตอบว่า ทำไม? ผู้หญิงถึงนอนกรน เราควรทำความเข้าใจว่าอาการนอนกรนคืออะไร? อาการนอนกรนคืออะไร? อาการนอนกรนเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อในลำคอผ่อนคลายระหว่างการนอนหลับ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เมื่ออากาศผ่านช่องทางเดินหายใจที่แคบนี้ จะทำให้เนื้อเยื่อในลำคอ เช่น ทอนซิล เพดานอ่อน หรือลิ้นไก่สั่น จะทำให้เกิดเสียงกรน และยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้ทางเดินหายใจแคบลงหรืออุดตัน เช่น ต่อมทอนซิลโต น้ำหนักตัวที่มากเกินไป หรือลิ้นที่โตขึ้น ก็อาจทำให้เกิดอาการนอนกรนได้ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) คืออะไร? การนอนกรนไม่ใช่แค่การสร้างเสียงรบกวนระหว่างการนอนหลับ แต่ยังสามารถนำไปสู่การหยุดหายใจขณะหลับได้อีกด้วย เมื่อเนื้อเยื่อในลำคอหรือที่ลิ้นหย่อนลงไปปิดทางเดินหายใจ ทำให้ไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนในขณะที่นอนหลับ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะไหลตายได้https://www.youtube.com/shorts/1RcpD_hJKcw สาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงนอนกรน ข้อมูลจาก SnoreMD ว่าปกติผู้ชายจะมีแนวโน้มที่จะนอนกรนมากกว่าผู้หญิง แต่ในผู้หญิงก็สามารถนอนกรนได้เช่นกัน โดยสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงนอนกรนมักจะเกี่ยวข้องกับสุขภาพ น้ำหนักเกิน หรือการเปลี่ยนแปลงในร่างกายที่เกิดจากอายุหรือการตั้งครรภ์ เช่น​อายุ เมื่อผู้หญิงอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป ปัญหาการนอนกรนจะเริ่มเพิ่มขึ้นวัยหมดประจำเดือน หลังจากหมดประจำเดือน ในผู้หญิงบางรายอาจมีแนวโน้มทำให้นอนกรนมากขึ้นน้ำหนักเกิน อาจทำให้มีไขมันสะสมที่หบริเวณลำคอ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงได้การตั้งครรภ์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงในร่างกายและระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการนอนกรนได้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ถึงแม้จะพบได้น้อยในผู้หญิง แต่ยังคงเป็นปัญหาที่ควรให้ความสนใจ ปรึกษาปัญหานอนกรน ฟรี! สาเหตุอื่น ๆ ของการนอนกรน ในกรณีทั่วไป การนอนกรนอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่นคนอ้วน การสะสมของไขมันในบริเวณคอผู้สูงอายุ การเสื่อมของกล้ามเนื้อที่ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงโรคภูมิแพ้หรือไซนัสอักเสบ ทำให้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหาความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร อาจทำให้เกิดอาการนอนกรน วิธีแก้ไขการนอนกรนผู้หญิง การรักษาอาการนอนกรนเริ่มต้นด้วยการหาสาเหตุที่แท้จริง โดยการทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อตรวจหาว่าคุณมีปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หลังจากนั้นสามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งแบ่งเป็นสองประเภทหลัก คือ แบบผ่าตัดและแบบไม่ผ่าตัดบทความที่เกี่ยวข้อง Sleep Test มีกี่แบบ และควรเลือกตรวจแบบไหน?การเลือกวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการนอนกรน หากคุณพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการนอนกรนที่เป็นปัญหา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย สรุป การนอนกรนในผู้หญิงไม่ใช่แค่เรื่องรบกวนคนข้าง ๆ แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของร่างกาย โดยเฉพาะ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด และอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และภาวะซึมเศร้าหลายคนอาจไม่รู้ว่าการนอนกรนในผู้หญิงมักไม่มีอาการชัดเจนเหมือนผู้ชาย เช่น อาจไม่มีเสียงกรนดัง แต่จะมีอาการอ่อนเพลีย ง่วงกลางวัน ขี้ลืม หงุดหงิดง่าย หรือแม้แต่ปัญหาทางเพศ ทำให้ถูกมองข้ามและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

วิธีทำให้นอนหลับ เคล็ดลับนอนหลับง่าย หลับสบายและตื่นมาสดชื่น

หลายคนกำลังมีปัญหานอนไม่หลับ หลับยาก หรือหลับไม่ลึก ส่งผลให้ตื่นมาแล้วรู้สึกเพลีย หงุดหงิด และทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

หยุดหายใจขณะหลับ ระวัง! โรคเงียบที่อาจเกิดขึ้นกับคุณคืนนี้

อาการที่ร่างกายหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ระหว่างการนอนหลับ โดยไม่รู้ตัว ปัญหานี้เกิดจากทางเดินหายใจส่วนบนถูกปิดกั้น

อุปกรณ์รักษานอนกรน ตัวช่วยคืนการนอนหลับที่มีคุณภาพ

พามาเจาะลึกอุปกรณ์รักษานอนกรน จาก VitalSleep Clinic ว่ามีอะไรบ้าง ใช้อย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง เพื่อให้คุณกลับมามีการนอนที่เงียบสงบ

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!