logo
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ข้อต่อขากรรไกร
มีเสียง “คลิก”
สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ข้อต่อขากรรไกร

มีเสียง “คลิก”
สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
Table of Contents

เคยไหม? เวลาหาว อ้าปาก หรือเคี้ยวของแข็งแล้วได้ยินเสียง “คลิก” หรือ “กรอบแกรบ” จากบริเวณขากรรไกร… หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เสียงเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ โรคข้อต่อขากรรไกรอักเสบ (TMD) หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลถึงอาการปวดศีรษะเรื้อรัง เคี้ยวลำบาก หรือแม้กระทั่งปวดลามถึงใบหน้าและต้นคอ

โรคข้อต่อขากรรไกรอักเสบ (TMD) คืออะไร?

ข้อต่อขากรรไกร เป็นข้อต่อที่เชื่อมระหว่างขากรรไกรล่าง กับกระดูกขมับของกะโหลกศีรษะ ถือเป็นข้อต่อที่ซับซ้อนที่สุดในร่างกาย เพราะต้องทำงานทั้งการหมุน และการเลื่อนพร้อมกันทุกครั้งที่เราพูด เคี้ยว หรือหาว

@thaisleepwellness

มีอาการเหล่านี้ คุณอาจเป็นข้อต่อขากรรไกรอักเสบ🩹❓ ❌ขากรรไกรค้าง ❌เคี้ยวอาหารแล้วปวด ❌อ้าปากกว้างแล้วตึง หรือปวด ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ🩹ยิ่งเป็นนาน ยิ่งหายยาก😱 🏢Vital Sleep Clinic คลินิกนอนกรน ชั้น 33 อาคารพญาไทพลาซ่า (BTS พญาไท) 📞 : 02-109-9998 #vital #vitalsleep #vitalsleepclinic #คลินิกรักษานอนกรน #นอนกัดฟัน #เคี้ยวแล้วปวด #ขากรรไกรค้าง #อ้าปากกว้างไม่ได้ #ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ #เทรน #เทรนด์สีโลก #เทรนวันนี้ #เทรนด์วันนี้tiktok #เทรนมาแรงวันนี้

♬ Dimple Couple – BYUN DONG WOOK

เสียงจากขากรรไกรเกิดจากอะไร?

เสียงจากข้อต่อขากรรไกรอาจมีหลายสาเหตุ มาดูกันว่ามีต้นตออะไรบ้าง

1. การเคลื่อนตัวของหมอนรองข้อต่อ (Articular Disc)

    ในข้อต่อขากรรไกรมี “หมอนรอง” ที่ช่วยลดแรงเสียดทาน หากหมอนรองนี้เคลื่อนหลุดหรือเคลื่อนไปจากตำแหน่งปกติ จะเกิดเสียง “คลิก” ทุกครั้งที่อ้าหรือหุบปาก

    2. การอักเสบของข้อต่อ (TMD Inflammation)

    ภาวะนี้อาจเกิดจากการกัดฟันแน่นบ่อย หรืออุบัติเหตุบริเวณกราม ทำให้ข้อต่อเกิดการอักเสบ มีเสียงดัง ร่วมกับอาการปวดหรือบวม

    3. กล้ามเนื้อรอบขากรรไกรตึงหรือเกร็งเกินไป

    เมื่อกล้ามเนื้อขากรรไกรทำงานหนัก เช่น คนที่ชอบเคี้ยวของแข็ง กัดฟันตอนหลับ หรือพูดนานเกินไป กล้ามเนื้ออาจหดเกร็งและดึงให้ข้อต่อเคลื่อนผิดตำแหน่ง

    ข้อต่อขากรรไกรมีเสียง “คลิก”

    พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ข้อต่อขากรรไกรมีปัญหา

    • ชอบกัดฟันเวลาเครียด
    • เคี้ยวของแข็งบ่อย เช่น น้ำแข็ง หมากฝรั่ง
    • นอนกัดฟันโดยไม่รู้ตัว
    • ใช้ฟันเปิดของแข็ง
    • นั่งทำงาน หรือเล่นโทรศัพท์ก้มคอนาน ๆ


    แนวโน้มผู้ที่มีปัญหาข้อต่อขากรรไกร (TMD) ในประเทศไทย

    จากข้อมูลของ สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย พบว่า ประชากรไทยกว่า 25-30% มีอาการเกี่ยวกับข้อต่อขากรรไกรในระดับใดระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุ 20-40 ปี เป็นวัยทำงานที่มีความเครียดสูง

    ปัจจัยหลักที่ทำให้ข้อต่อขากรรไกรมีเสียง

    จากการสำรวจผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในคลินิกเฉพาะทาง TMD จำนวน 1,000 ราย พบว่า สาเหตุของการเกิดเสียงในข้อต่อขากรรไกร แบ่งออกได้เป็นดังนี้

    สาเหตุร้อยละ (%)
    หมอนรองข้อต่อเคลื่อน (Disc Displacement)42%
    กล้ามเนื้อขากรรไกรเกร็งจากเครียด31%
    การสบฟันผิดปกติหรือฟันหายบางซี่15%
    อุบัติเหตุหรือแรงกระแทกที่ขากรรไกร7%
    สาเหตุอื่น ๆ5%

    ระดับความรุนแรงของอาการในคนที่มีเสียงข้อต่อขากรรไกร

    ระดับอาการลักษณะอาการสัดส่วนผู้ป่วย (%)
    ระยะเริ่มต้นมีเสียงคลิกเบา ๆ ไม่มีอาการปวด48%
    ระยะกลางมีเสียงดังร่วมกับปวดเมื่อเคี้ยว34%
    ระยะรุนแรงขากรรไกรค้าง ปวดร้าวขึ้นหูหรือศีรษะ18%

    บทความที่เกี่ยวข้อง | ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ เจ็บ เสื่อม อันตรายแค่ไหน รักษาอย่างไร ?

    แนวทางการรักษาเบื้องต้นของภาวะข้อต่อขากรรไกร (TMD)

    ที่ VitalSleep Clinic เราเน้นการรักษาแบบองค์รวม ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ทันสมัย ทำงานร่วมกันของทีมแพทย์เฉพาะทางด้านการนอน การสบฟัน และกล้ามเนื้อใบหน้า เพื่อฟื้นฟูข้อต่อขากรรไกรให้กลับมาทำงานได้สมดุลโดยไม่ต้องผ่าตัด

    ลำดับขั้นตอนโปรแกรมการรักษาจุดเด่นและเป้าหมายประสิทธิภาพโดยเฉลี่ย
    Myofunctional Therapyฝึกกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และขากรรไกรให้ทำงานประสานกันลดเสียงคลิ๊กขณะอ้าปาก และลดความตึงบริเวณขมับ กราม85% ของคนไข้มีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน
    เฝือกฟันเฉพาะบุคคล  ออกแบบเฉพาะโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง ช่วยลดแรงกัดและป้องกันข้อต่อเสื่อม  สวมใส่ขณะนอนหลับ  78% ของผู้ใช้รายงานว่าเสียงขากรรไกรลดลง
    โปรแกรม Exomind (TMS Therapy)คลื่นแม่เหล็กกระตุ้นสมอง ช่วยคลายกล้ามเนื้อและลดความเครียดที่ส่งผลต่อขากรรไกรสำหรับคนที่มีอาการเกร็ง กล้ามเนื้อตึง หรือ Bruxism จากความเครียด82% ของคนไข้รู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับดีขึ้น
    RF (Radiofrequency)คลื่นพลังงานความร้อนอ่อน ๆ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดอักเสบกล้ามเนื้อขากรรไกรปลอดภัย ไม่ต้องพักฟื้น80–90% ของคนไข้รายงานว่าปวดลดลงภายใน 2 สัปดาห์
    โปรแกรม mHBOTเพิ่มออกซิเจนในระดับเซลล์ เร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อข้อต่อและกล้ามเนื้อเหมาะกับเคสที่มีอาการอักเสบเรื้อรัง75% ฟื้นฟูอาการอักเสบและฟื้นตัวเร็วขึ้น


    สรุป

    ข้อต่อขากรรไกรมีเสียงไม่ใช่เรื่องเล็ก เสียง “คลิก” จากขากรรไกรอาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่แท้จริงแล้วเป็นเสียงเตือนจากร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม หากคุณเริ่มได้ยินเสียงนี้บ่อยขึ้น หรือมีอาการปวดร่วมด้วย ควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจและดูแลก่อนที่อาการจะลุกลามจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

    FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข้อต่อขากรรไกรมีเสียง

    1. ข้อต่อขากรรไกรมีเสียงแต่ไม่ปวด ต้องรักษาไหม?

      ถ้าไม่มีอาการปวด อาจยังไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ควรเฝ้าระวังและปรับพฤติกรรมไม่ให้ข้อต่อทำงานหนัก

      2. เสียงขากรรไกรสามารถหายเองได้ไหม?

      ในบางรายสามารถหายได้หากปรับพฤติกรรม แต่ถ้าเป็นเรื้อรังควรพบแพทย์เฉพาะทาง

      3. เฝือกฟันช่วยได้จริงไหม?

      ช่วยได้มาก เพราะลดแรงกัดและช่วยปรับตำแหน่งขากรรไกรให้สมดุล

      4. ความเครียดเกี่ยวข้องกับเสียงขากรรไกรไหม?

      เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะความเครียดทำให้เกิดการกัดฟันหรือเกร็งกรามโดยไม่รู้ตัว

      5. ข้อต่อขากรรไกรมีเสียงต้องผ่าตัดไหม?

      ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เว้นแต่มีภาวะอักเสบรุนแรงหรือหมอนรองข้อต่อเคลื่อนหลุดมาก

      Related Blogs and Articles
      แพทย์เฉพาะทางแนะนำ 7 วิธีแก้นอนกรน อันตรายแค่ไหนก็รักษาได้!

      การนอนกรนไม่ใช่แค่ปัญหากวนใจของคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็น “สัญญาณเตือน” ถึงภาวะอันตรายที่ซ่อนอยู่ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ที่เสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันสูง และการเสียชีวิตขณะนอนหลับได้https://youtu.be/IiQ1cbbtrOs?si=a2rxjjKPPIQWLdtu ล่าสุดในวิดีโอสัมภาษณ์โดยคุณซีมง ที่ได้เชิญคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนจาก VitalSleep Clinic มาให้ความรู้แบบเข้าใจง่าย มาอธิบายถึง 7 วิธีรักษาอาการนอนกรน ที่ได้ผลจริงปลอดภัย วิธีการรักษาทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด สรุปมาไว้ที่นี่แล้ว ก่อนรักษา ต้องเริ่มจากการ “ตรวจการนอนหลับ (Sleep Test)” คุณหมอย้ำว่าก่อนจะรักษาอาการนอนกรน ต้องเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นการนอนกรนแบบธรรมดาหรือมีภาวะหยุดหายใจร่วมด้วยเมื่อได้ผลตรวจการนอนหลับแล้ว แพทย์เฉพาะทางจะอ่านผล เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย 7 วิธีรักษานอนกรน จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 1. CPAP (Continuous Positive Airway Pressure)เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก เป็นมาตรฐานในการรักษาอาการนอนกรนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea)หลักการทำงาน CPAP จะพ่นลมอย่างต่อเนื่องผ่านหน้ากากครอบจมูกหรือทั้งจมูกและปาก เพื่อให้ทางเดินหายใจไม่ให้ฟีบในขณะที่กำลังหลับ ช่วยลดการสั่นของเพดานปากและการอุดกั้นที่ทำให้เกิดเสียงกรนหรือหยุดหายใจข้อดีรักษานอนกรนตั้งแต่ระดับปานกลางถึงรุนแรงได้ผลดีลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ ความดันสูง หลอดเลือดสมองเหมาะกับใครคนที่มีอาการกรนระดับเบาถึงปานกลาง หรือคนที่มี OSA2. Oral Appliance (โปรแกรมทันตกรรมรักษานอนกรน)เครื่องมือทันตกรรมที่ออกแบบเฉพาะบุคคล ใส่ในปากขณะนอนหลับหลักการทำงาน ดันขากรรไกรล่างไปด้านหน้า ช่วยเปิดพื้นที่ด้านหลังลิ้น ลดการอุดกั้นทางเดินหายใจข้อดีพกพาสะดวก ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าใช้งานง่าย น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ใช้ CPAP แล้วไม่ประสบความสำเร็จเหมาะกับใครคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรง หรือมีโรคร่วมที่ต้องการควบคุมอาการให้แน่นอน3. Myofunctional Therapy (กายภาพกล้ามเนื้อช่องปากและใบหน้า)การบำบัดกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจและการกลืนหลักการทำงาน ฝึกกล้ามเนื้อลิ้น ริมฝีปาก เพดานอ่อน และใบหน้า เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและการควบคุมให้กับกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงข้อดีเป็นการรักษาแบบไม่ใช้เครื่อง ไม่ผ่าตัดเสริมประสิทธิภาพการใช้ Oral Appliance หรือหลังผ่าตัดป้องกันไม่ให้โรครุนแรงขึ้นในอนาคตเหมาะกับใครเด็กที่มีปัญหาหายใจทางปาก มีโครงสร้างใบหน้าผิดปกติ และผู้ใหญ่ที่เริ่มมีภาวะกรนหรือมีภาวะหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อจากอายุ4. Radio Frequency (RF) คลื่นความถี่วิทยุเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานความร้อนควบคุมระดับในการกระตุ้นเนื้อเยื่อให้หดตัวหลักการทำงาน กระตุ้นให้เพดานอ่อนและโคนลิ้นหดตัว เพิ่มความกระชับของเนื้อเยื่อ ลดการสั่นของเนื้อเยื่อขณะนอนหลับข้อดีใช้เวลาทำไม่นาน ฟื้นตัวเร็วรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดใช้ร่วมกับ Oral Appliance หรือ CPAP เพื่อเสริมประสิทธิภาพเหมาะกับใครคนที่มีปัญหาเพดานอ่อนหย่อน พลิ้ว สั่นง่าย และมีนอนกรนไม่รุนแรง5. การผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นโพรงจมูกคด (Septoplasty)จัดแนวผนังกั้นจมูกให้ตรง เปิดทางเดินหายใจหลักการทำงาน ผ่าตัดปรับโครงสร้างจมูกที่คดหรือมีเนื้องอกกีดขวาง เพื่อให้หายใจสะดวกขึ้นข้อดีเพิ่มประสิทธิภาพของ CPAP และการหายใจทางจมูกแก้ปัญหาการนอนอ้าปากจากการหายใจทางปากเหมาะกับใครคนที่มีโพรงจมูกตีบ จมูกคด หรือมีปัญหาหายใจทางจมูกลำบากเรื้อรัง6. การผ่าตัดเพดานอ่อนผ่าตัดเปิดทางเดินหายใจบริเวณเพดานอ่อนหลักการทำงาน ตัดหรือเย็บยกเพดานอ่อนให้กระชับขึ้น และเปิดช่องทางให้ลมหายใจผ่านสะดวกข้อดีช่วยลดเสียงกรนเหมาะกับคนที่มีโครงสร้างเพดานอ่อนหย่อนอย่างชัดเจนเหมาะกับใครคนที่แพทย์ตรวจพบว่าเกิดการอุดกั้นจากเพดานอ่อนเป็นหลัก7. การผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular Advancement หรือ MMA)ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกรบน ล่าง และคางไปด้านหน้าหลักการทำงาน ขยายพื้นที่ทางเดินหายใจส่วนบน เพิ่มความตึงของกล้ามเนื้อโดยรอบ ช่วยป้องกันการยุบตัวของทางเดินหายใจขณะหลับข้อดีเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะคนที่มีโครงสร้างใบหน้าผิดปกติให้ผลลัพธ์ของการรักษาที่ยั่งยืนเหมาะกับใครคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรง และไม่ตอบสนองต่อวิธีรักษาอื่น ๆ รวมถึงคนที่มีโครงสร้างใบหน้าร่นเล็กผิดปกติ สรุป ปัญหานอนกรนไม่ใช่แค่เสียงรบกวน แต่เป็นสัญญาณเตือนสุขภาพที่อาจซ่อนโรคอันตรายไว้เบื้องหลัง เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อารมณ์แปรปรวน ไปจนถึงสมรรถภาพทางเพศถดถอย7 วิธีรักษานอนกรน ที่ VitalSleep Clinic แนะนำ เป็นการดูแลแบบองค์รวม โดยแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการนอนหลับ ที่จะประเมินจากโครงสร้างทางเดินหายใจ พฤติกรรมการนอน ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงผลตรวจการนอนหลับ Sleep Test เพื่อออกแบบการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง!

      นอนกัดฟัน เกิดจากอะไร อันตรายไหม วิธีแก้ที่เหมาะกับคุณที่สุด

      แม้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการนอนกัดฟันที่แน่ชัดได้ แต่งานวิจัยพบว่า "ความเครียด" และ "ความวิตกกังวล" เป็นปัจจัยหลักของอาการนี้ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความเครียดเรื้อรังและการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยเฉพาะการกระตุ้นแกน HPA (Hypothalamic-Pituitary-Adrenal axis) ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มระดับคอร์ติซอลในน้ำลาย และอาจทำให้เกิดพฤติกรรมกัดฟันซ้ำๆ ขณะนอนหลับ ข้อมูลงานวิจัยจาก PubMed Central (PMC) นอนกัดฟัน คืออะไร? นอนกัดฟัน (Bruxism) คือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับ โดยผู้ป่วยจะขบฟันหรือบดฟันไปมาโดยไม่รู้ตัว อาจมีเสียงกัดฟันดังจนคนข้าง ๆ สะดุ้งตื่นกลางดึก ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และคุณภาพการนอน คนที่นอนกัดฟันมักมีอาการปวดกราม ปวดข้อต่อขากรรไกรหรือปวดศีรษะตอนตื่นนอน บางรายอาจมีพฤติกรรมนอนกัดฟันมากกว่า 100 ครั้งต่อคืนด้วย เช็กอาการ จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณนอนกัดฟัน? เพราะอาการมักเกิดขณะนอนหลับโดยที่เราไม่รู้ตัว วิธีที่ดีที่สุดในการวินิจฉัย คือ “การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test)” สามารถตรวจจับการทำงานของกล้ามเนื้อขณะนอนหลับได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตอาการต่อไปนี้ได้ด้วยตัวเอง ดังนี้ ผลเสียจากการนอนกัดฟัน แม้อาการจะดูไม่รุนแรงมากในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้นานอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น วิธีรักษาอาการนอนกัดฟันแบบเฉพาะทางที่ VitalSleep Clinic ที่ VitalSleep Clinic เราใช้แนวทางวินิจฉัยอย่างครอบคลุม พร้อมวิธีรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อหยุดพฤติกรรมกัดฟันขณะหลับอย่างได้ผล 1. ใช้อุปกรณ์ครอบฟันกันกัดฟันเฉพาะบุคคล (Splint) หากพบว่าการนอนกัดฟันไม่ได้เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แพทย์เฉพาะทางจะทำ Splint หรือ Night Guard แบบเฉพาะบุคคล ให้พอดีกับฟันและขากรรไกรของผู้ป่วย อ่านเพิ่มเติม 2. Myofunctional Therapy หากการนอนกัดฟันเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกลืนผิดปกติหรือลิ้นตกขณะนอน แพทย์เฉพาะทางอาจแนะนำให้บำบัดกล้ามเนื้อทางเดินหายใจและใบหน้า (Myofunctional Therapy) อ่านเพิ่มเติม สรุป นอนกัดฟันไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก ๆ ที่ควรมองข้าม เพราะอาจส่งผลต่อทั้งสุขภาพช่องปาก รูปหน้า ความสัมพันธ์ และคุณภาพชีวิต หากสงสัยว่าตัวเองมีอาการนอนกัดฟัน ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างตรงจุด ก่อนที่อาการจะลุกลามรุนแรงมากขึ้น

      นอนกรนเกิดจากอะไร? ใครเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ?

      นอนกรนเกิดจากอะไร? เกิดจากการหายใจผ่านช่องทางเดินหายใจที่แคบลงขณะนอนหลับ จากการอุดกั้นของกล้ามเนื้อและอวัยวะภายในช่องปาก ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณคอ เช่น เพดานอ่อน ลิ้นไก่ และทอนซิล สั่นสะเทือนจนเกิดเป็นเสียงกรนในขณะที่นอนหลับอยู่ ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะทางเดินหายใจแคบลง ได้แก่ ระดับความรุนแรงของการนอนกรน สาเหตุของอาการนอนกรน​ อาการนอนกรนสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามความรุนแรงของอาการและผลกระทบที่เกิดขึ้น ข้อมูลจาก News Medical ดังนี้​ ใครบ้างที่เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ? ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่พบมากในกลุ่มต่อไปนี้ อันตรายจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การตรวจการนอนหลับที่ VitalSleep Clinic กุญแจสู่การนอนหลับที่ดีขึ้น ข้อดีของการตรวจการนอนหลับกับ VitalSleep Clinic วิธีการรักษาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ จาก VitalSleep Clinic ได้แก่ สรุป ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) เป็นภาวะที่อาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ที่ VitalSleep Clinic เรามีแนวทางการรักษาที่ทันสมัยและหลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ลดอาการนอนกรน เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ และลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน

      เครื่อง BiPAP คืออะไร BiPAP กับ CPAP ต่างกันยังไง?

      BiPAP และ CPAP เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้การหายใจขัดข้องในช่วงนอนหลับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาการหายใจอุดกั้น ทั้ง BiPAP และ CPAP เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหานี้ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทั้งสองเครื่องนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของเครื่อง BiPAP และ CPAP รวมถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละเครื่อง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและเลือกใช้เครื่องที่เหมาะสมกับตัวเอง ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง CPAP CPAP คืออะไร? CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) คือเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับการบำบัดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หลักการของ CPAP คือการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่และส่งผ่านท่อเข้าสู่หน้ากากซึ่งครอบไปที่ปากและจมูกของผู้ใช้ แรงดันนี้จะช่วยเปิดทางเดินหายใจและป้องกันไม่ให้เกิดการอุดกั้นระหว่างการนอนหลับ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจ CPAP จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจขณะหลับ หลักการทำงานของ CPAP CPAP ทำงานโดยการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่ ส่งผ่านท่ออากาศเข้าสู่หน้ากากที่ครอบปากและจมูก ความดันที่เกิดขึ้นจะช่วยเปิดทางเดินหายใจที่อาจถูกบีบอัดหรืออุดตันในช่วงเวลาที่นอนหลับ แรงดันอากาศนี้จะถูกควบคุมให้คงที่ตลอดคืน ไม่ว่าคนไข้จะหายใจเข้าออกในจังหวะใดก็ตาม สิ่งนี้ทำให้การไหลเวียนของอากาศในระบบทางเดินหายใจเป็นปกติ ช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดหายใจขณะหลับอย่างมีประสิทธิภาพ ใครบ้าง? ที่ควรใช้ CPAP CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนในช่วงเวลาที่หลับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับทารกที่มีปัญหาปอดพัฒนาไม่สมบูรณ์หรือผู้ที่มีภาวะการหายใจไม่เพียงพอระหว่างหลับ CPAP ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ทำให้คนไข้รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในช่วงกลางวัน รับคำปรึกษา ฟรี! ขนาดและการพกพาของเครื่อง CPAP เครื่อง CPAP มีหลายขนาดให้เลือก สามารถเลือกตามความเหมาะสมของการใช้งานแต่ละคนได้เลย หากคุณใช้ที่บ้าน ขนาดของเครื่อง CPAP ที่ใหญ่กว่าอาจไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อย การเลือกเครื่อง CPAP ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวก ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง BiPAP BiPAP คืออะไร? BiPAP (Bilevel Positive Airway Pressure) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีหลักการทำงานคล้ายกับ CPAP แต่มีความแตกต่างสำคัญในเรื่องของการปรับแรงดันอากาศระหว่างการหายใจเข้าและหายใจออก BiPAP ถูกออกแบบมาให้สามารถสร้างแรงดันอากาศที่แตกต่างกันในจังหวะหายใจเข้าและหายใจออก ในขณะที่เครื่อง CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา การทำงานนี้ทำให้ BiPAP เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการแรงดันอากาศที่แตกต่างกันระหว่างหายใจเข้าและออก หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบการหายใจซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยโรคปอดและโรคทางระบบประสาท หลักการทำงานของ BiPAP เครื่อง BiPAP จะทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศ 2 ระดับระดับหนึ่งสำหรับการหายใจเข้า (IPAP: Inspiratory Positive Airway Pressure)ระดับสำหรับการหายใจออก (EPAP: Expiratory Positive Airway Pressure)ความแตกต่างของแรงดันนี้ช่วยให้คนไข้ที่มีปัญหาหายใจเข้าและออกได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อบกพร่อง ทำให้การหายใจกลับมาเป็นปกติ ใครควรใช้ BiPAP? BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อที่ทำให้การหายใจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจแบบซับซ้อนที่ CPAP ไม่สามารถช่วยได้ BiPAP เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยให้การหายใจกลับมาสู่ภาวะปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนาดและการใช้งานของเครื่อง BiPAP เครื่อง BiPAP มักจะมีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับเครื่อง CPAP แต่การออกแบบส่วนใหญ่จะเน้นที่การทำงานเงียบและให้ความสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ หลายรุ่นของ BiPAP ยังมีตัวเพิ่มความชื้นในอากาศที่ส่งผ่านท่อหายใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อเมือกในจมูกแห้ง ทำให้การใช้งานรู้สึกสบายขึ้น ความแตกต่างระหว่าง BiPAP และ CPAP ในขณะที่ CPAP ใช้แรงดันอากาศคงที่ในการช่วยรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ BiPAP มีความสามารถในการปรับแรงดันอากาศสองระดับสำหรับการหายใจเข้าและออก ความแตกต่างนี้ทำให้ BiPAP เหมาะกับคนไข้ที่มีภาวะการหายใจที่ซับซ้อนหรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น โรคปอดหรือปัญหาทางระบบประสาทนอกจากนี้ เครื่อง BiPAP ยังมีการทำงานที่ซับซ้อนกว่าซึ่งส่งผลให้ ราคาของ BiPAP มักจะสูงกว่า CPAP อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจรุนแรง ที่ไม่สามารถปรับตัวกับการใช้ CPAP ได้ BiPAP จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากช่วยให้หายใจได้สะดวกและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหายใจออกที่ BiPAP จะใช้แรงดันที่น้อยกว่าในช่วงหายใจเข้า สรุป CPAP และ BiPAP ต่างก็เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ทั้งสองมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างหลักในเรื่องของแรงดันอากาศที่ใช้ระหว่างการหายใจเข้าและออก CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา ในขณะที่ BiPAP สามารถปรับแรงดันอากาศตามความต้องการของผู้ป่วยได้BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน หรือมีภาวะทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ส่วน CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับทั่วไป การเลือกใช้เครื่องใดเครื่องหนึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้การรักษาที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย การเลือกเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นและลดความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      เด็กเล็ก นอนกรน กับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและระบบทางเดินหายใจ

      เด็กเล็ก นอนกรน เป็นประจำ อาจไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่คิด เพราะอาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการหายใจที่ส่งผลต่อหัวใจและสุขภาพโดยรวม

      อดนอน ทุกวัน = คุณภาพชีวิตพัง? เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

      โดยปกติเราควรนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน แต่หลายคนกลับนอนน้อยกว่านั้นเพราะงาน ไลฟ์สไตล์ หรือแม้กระทั่งติดเล่นโทรศัพท์มือถือ

      รวม 6 วิธีรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัด ด้วยเครื่องช่วยนอนกรนและการบำบัดทางเลือก

      ในปัจจุบันมีวิธีแก้อาการนอนกรนที่หลากหลาย โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เราขอแนะนำ 6 แนวทางรักษานอนกรนแบบไม่ผ่าตัดที่ได้ผลดี

      Why choose VitalSleep and Wellness
      ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

      ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

      ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

      ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

      ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

      เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

      แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

      นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

      ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

      Medical Director
      แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

      VitalSleep and Wellness
      ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
      • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
      • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
      • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
      • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
      • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
      • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
      • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
      …and much more!