• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ข้อต่อขากรรไกร
มีเสียง “คลิก”
สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ข้อต่อขากรรไกร

มีเสียง “คลิก”
สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
Table of Contents

เคยไหม? เวลาหาว อ้าปาก หรือเคี้ยวของแข็งแล้วได้ยินเสียง “คลิก” หรือ “กรอบแกรบ” จากบริเวณขากรรไกร… หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เสียงเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ โรคข้อต่อขากรรไกรอักเสบ (TMD) หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลถึงอาการปวดศีรษะเรื้อรัง เคี้ยวลำบาก หรือแม้กระทั่งปวดลามถึงใบหน้าและต้นคอ

โรคข้อต่อขากรรไกรอักเสบ (TMD) คืออะไร?

ข้อต่อขากรรไกร เป็นข้อต่อที่เชื่อมระหว่างขากรรไกรล่าง กับกระดูกขมับของกะโหลกศีรษะ ถือเป็นข้อต่อที่ซับซ้อนที่สุดในร่างกาย เพราะต้องทำงานทั้งการหมุน และการเลื่อนพร้อมกันทุกครั้งที่เราพูด เคี้ยว หรือหาว

@thaisleepwellness

มีอาการเหล่านี้ คุณอาจเป็นข้อต่อขากรรไกรอักเสบ🩹❓ ❌ขากรรไกรค้าง ❌เคี้ยวอาหารแล้วปวด ❌อ้าปากกว้างแล้วตึง หรือปวด ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ🩹ยิ่งเป็นนาน ยิ่งหายยาก😱 🏢Vital Sleep Clinic คลินิกนอนกรน ชั้น 33 อาคารพญาไทพลาซ่า (BTS พญาไท) 📞 : 02-109-9998 #vital #vitalsleep #vitalsleepclinic #คลินิกรักษานอนกรน #นอนกัดฟัน #เคี้ยวแล้วปวด #ขากรรไกรค้าง #อ้าปากกว้างไม่ได้ #ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ #เทรน #เทรนด์สีโลก #เทรนวันนี้ #เทรนด์วันนี้tiktok #เทรนมาแรงวันนี้

♬ Dimple Couple – BYUN DONG WOOK

เสียงจากขากรรไกรเกิดจากอะไร?

เสียงจากข้อต่อขากรรไกรอาจมีหลายสาเหตุ มาดูกันว่ามีต้นตออะไรบ้าง

1. การเคลื่อนตัวของหมอนรองข้อต่อ (Articular Disc)

    ในข้อต่อขากรรไกรมี “หมอนรอง” ที่ช่วยลดแรงเสียดทาน หากหมอนรองนี้เคลื่อนหลุดหรือเคลื่อนไปจากตำแหน่งปกติ จะเกิดเสียง “คลิก” ทุกครั้งที่อ้าหรือหุบปาก

    2. การอักเสบของข้อต่อ (TMD Inflammation)

    ภาวะนี้อาจเกิดจากการกัดฟันแน่นบ่อย หรืออุบัติเหตุบริเวณกราม ทำให้ข้อต่อเกิดการอักเสบ มีเสียงดัง ร่วมกับอาการปวดหรือบวม

    3. กล้ามเนื้อรอบขากรรไกรตึงหรือเกร็งเกินไป

    เมื่อกล้ามเนื้อขากรรไกรทำงานหนัก เช่น คนที่ชอบเคี้ยวของแข็ง กัดฟันตอนหลับ หรือพูดนานเกินไป กล้ามเนื้ออาจหดเกร็งและดึงให้ข้อต่อเคลื่อนผิดตำแหน่ง

    ข้อต่อขากรรไกรมีเสียง “คลิก”

    พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ข้อต่อขากรรไกรมีปัญหา

    • ชอบกัดฟันเวลาเครียด
    • เคี้ยวของแข็งบ่อย เช่น น้ำแข็ง หมากฝรั่ง
    • นอนกัดฟันโดยไม่รู้ตัว
    • ใช้ฟันเปิดของแข็ง
    • นั่งทำงาน หรือเล่นโทรศัพท์ก้มคอนาน ๆ


    แนวโน้มผู้ที่มีปัญหาข้อต่อขากรรไกร (TMD) ในประเทศไทย

    จากข้อมูลของ สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย พบว่า ประชากรไทยกว่า 25-30% มีอาการเกี่ยวกับข้อต่อขากรรไกรในระดับใดระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุ 20-40 ปี เป็นวัยทำงานที่มีความเครียดสูง

    ปัจจัยหลักที่ทำให้ข้อต่อขากรรไกรมีเสียง

    จากการสำรวจผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในคลินิกเฉพาะทาง TMD จำนวน 1,000 ราย พบว่า สาเหตุของการเกิดเสียงในข้อต่อขากรรไกร แบ่งออกได้เป็นดังนี้

    สาเหตุร้อยละ (%)
    หมอนรองข้อต่อเคลื่อน (Disc Displacement)42%
    กล้ามเนื้อขากรรไกรเกร็งจากเครียด31%
    การสบฟันผิดปกติหรือฟันหายบางซี่15%
    อุบัติเหตุหรือแรงกระแทกที่ขากรรไกร7%
    สาเหตุอื่น ๆ5%

    ระดับความรุนแรงของอาการในคนที่มีเสียงข้อต่อขากรรไกร

    ระดับอาการลักษณะอาการสัดส่วนผู้ป่วย (%)
    ระยะเริ่มต้นมีเสียงคลิกเบา ๆ ไม่มีอาการปวด48%
    ระยะกลางมีเสียงดังร่วมกับปวดเมื่อเคี้ยว34%
    ระยะรุนแรงขากรรไกรค้าง ปวดร้าวขึ้นหูหรือศีรษะ18%

    บทความที่เกี่ยวข้อง | ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ เจ็บ เสื่อม อันตรายแค่ไหน รักษาอย่างไร ?

    แนวทางการรักษาเบื้องต้นของภาวะข้อต่อขากรรไกร (TMD)

    ที่ VitalSleep Clinic เราเน้นการรักษาแบบองค์รวม ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ทันสมัย ทำงานร่วมกันของทีมแพทย์เฉพาะทางด้านการนอน การสบฟัน และกล้ามเนื้อใบหน้า เพื่อฟื้นฟูข้อต่อขากรรไกรให้กลับมาทำงานได้สมดุลโดยไม่ต้องผ่าตัด

    ลำดับขั้นตอนโปรแกรมการรักษาจุดเด่นและเป้าหมายประสิทธิภาพโดยเฉลี่ย
    Myofunctional Therapyฝึกกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และขากรรไกรให้ทำงานประสานกันลดเสียงคลิ๊กขณะอ้าปาก และลดความตึงบริเวณขมับ กราม85% ของคนไข้มีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน
    เฝือกฟันเฉพาะบุคคล  ออกแบบเฉพาะโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง ช่วยลดแรงกัดและป้องกันข้อต่อเสื่อม  สวมใส่ขณะนอนหลับ  78% ของผู้ใช้รายงานว่าเสียงขากรรไกรลดลง
    โปรแกรม Exomind (TMS Therapy)คลื่นแม่เหล็กกระตุ้นสมอง ช่วยคลายกล้ามเนื้อและลดความเครียดที่ส่งผลต่อขากรรไกรสำหรับคนที่มีอาการเกร็ง กล้ามเนื้อตึง หรือ Bruxism จากความเครียด82% ของคนไข้รู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับดีขึ้น
    RF (Radiofrequency)คลื่นพลังงานความร้อนอ่อน ๆ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดอักเสบกล้ามเนื้อขากรรไกรปลอดภัย ไม่ต้องพักฟื้น80–90% ของคนไข้รายงานว่าปวดลดลงภายใน 2 สัปดาห์
    โปรแกรม mHBOTเพิ่มออกซิเจนในระดับเซลล์ เร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อข้อต่อและกล้ามเนื้อเหมาะกับเคสที่มีอาการอักเสบเรื้อรัง75% ฟื้นฟูอาการอักเสบและฟื้นตัวเร็วขึ้น


    สรุป

    ข้อต่อขากรรไกรมีเสียงไม่ใช่เรื่องเล็ก เสียง “คลิก” จากขากรรไกรอาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่แท้จริงแล้วเป็นเสียงเตือนจากร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม หากคุณเริ่มได้ยินเสียงนี้บ่อยขึ้น หรือมีอาการปวดร่วมด้วย ควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจและดูแลก่อนที่อาการจะลุกลามจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

    FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข้อต่อขากรรไกรมีเสียง

    1. ข้อต่อขากรรไกรมีเสียงแต่ไม่ปวด ต้องรักษาไหม?

      ถ้าไม่มีอาการปวด อาจยังไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ควรเฝ้าระวังและปรับพฤติกรรมไม่ให้ข้อต่อทำงานหนัก

      2. เสียงขากรรไกรสามารถหายเองได้ไหม?

      ในบางรายสามารถหายได้หากปรับพฤติกรรม แต่ถ้าเป็นเรื้อรังควรพบแพทย์เฉพาะทาง

      3. เฝือกฟันช่วยได้จริงไหม?

      ช่วยได้มาก เพราะลดแรงกัดและช่วยปรับตำแหน่งขากรรไกรให้สมดุล

      4. ความเครียดเกี่ยวข้องกับเสียงขากรรไกรไหม?

      เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะความเครียดทำให้เกิดการกัดฟันหรือเกร็งกรามโดยไม่รู้ตัว

      5. ข้อต่อขากรรไกรมีเสียงต้องผ่าตัดไหม?

      ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เว้นแต่มีภาวะอักเสบรุนแรงหรือหมอนรองข้อต่อเคลื่อนหลุดมาก

      Related Blogs and Articles
      เสียงกรนไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ชาย

      ผู้หญิงก็มีแนวโน้มที่จะนอนกรนได้ไม่แพ้ผู้ชาย! แม้เสียงกรนอาจเบากว่า หรือพบได้น้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากภาวะนี้

      การรักษานอนกรน ด้วยเครื่องCPAP

      ปัญหาอาการนอนกรนเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในคนจำนวนมาก โดยบางคนอาจมองว่าอาการนอนกรนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องให้ความสนใจมากนัก แต่ในความเป็นจริงภาวะนอนกรนนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงรบกวนเวลานอนหลับเท่านั้น มันยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงและอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตได้ภาวะการนอนกรนมักเกี่ยวข้องกับปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) อาจทำให้เกิดอาการหยุดหายใจชั่วขณะในระหว่างการนอนหลับ ภาวะนี้ส่งผลต่อการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย หากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต แม้แต่ความเสี่ยงในการเสียชีวิตเฉียบพลันในปัจจุบัน วิธีการรักษาภาวะนอนกรนมีอยู่หลายวิธี หนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางคือการใช้เครื่อง CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) โดยเครื่อง CPAP นี้ทำหน้าที่ส่งแรงดันลมเข้าไปเปิดทางเดินหายใจในขณะหลับ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถหายใจได้อย่างราบรื่น แต่หลายคนอาจพบปัญหาว่าเครื่อง CPAP นั้นมีราคาที่สูง ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงความยุ่งยากในการใช้งานที่อาจทำให้รู้สึกไม่สะดวก แล้วจะทำอย่างไร หากการรักษาด้วยเครื่อง CPAP มีราคาสูงเกินไป บทความนี้จะแนะนำวิธีการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับในทางเลือกอื่น ๆ ที่สามารถทดแทนเครื่อง CPAP ได้ นอนกรนเกิดขึ้นได้อย่างไร? อาการนอนกรนเกิดขึ้นเมื่อทางเดินหายใจถูกอุดกั้นบางส่วนในขณะหลับ เมื่อเรานอนหลับ กล้ามเนื้อต่าง ๆ ในร่างกายจะคลายตัวลง รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณคอ เพดานอ่อน และโคนลิ้น เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้หย่อนคล้อยลง อาจไปขัดขวางทางเดินหายใจ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อบริเวณนั้น ซึ่งทำให้เกิดเสียงกรนขึ้น อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนอนกรนคืออายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น กล้ามเนื้อต่าง ๆ ในร่างกายก็เริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจ ซึ่งทำให้เกิดการหย่อนคล้อยและปิดกั้นการหายใจได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ภาวะนอนกรนยังสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น น้ำหนักตัวที่มากเกินไป การดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ ปรึกษาปัญหานอนกรน ฟรี! ทำไมการนอนกรนจึงควรรักษา? แม้ว่าการนอนกรนอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การอานอนกรนที่เกิดร่วมกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับถือว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่ควรให้ความสนใจอย่างยิ่ง การหยุดหายใจขณะหลับทำให้ร่างกายและสมองขาดออกซิเจนในระหว่างการนอนหลับ ซึ่งอาจทำให้คุณภาพการนอนหลับลดลง ร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าในระหว่างวัน รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคสมองเสื่อมนอกจากนี้ การขาดออกซิเจนยังส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองโดยตรง ทำให้การประมวลผลข้อมูล การคิดวิเคราะห์ และความจำเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาด้านความจำและสมาธิ รวมถึงมีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาการเหล่านี้จะทวีความรุนแรงขึ้นและอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ นอนกรนต้องการปรึกษา ฟรี! เครื่อง CPAP ช่วยรักษาภาวะนอนกรนอย่างไร? เครื่อง CPAP เป็นเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ โดยหลักการทำงานของเครื่องคือการส่งแรงดันลมเข้าไปในทางเดินหายใจเพื่อเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถหายใจได้สะดวกในขณะหลับ เครื่อง CPAP มักใช้ร่วมกับหน้ากากที่สวมใส่บริเวณจมูกหรือปากเพื่อส่งแรงดันลมเข้าสู่ร่างกายแม้ว่าเครื่อง CPAP จะมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาภาวะนอนกรน แต่เครื่องนี้มีข้อจำกัดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาที่สูง ค่าเครื่อง CPAP บางรุ่นอาจมีราคาสูงถึงหลักแสนบาท เครื่องก็ยังมีขนาดใหญ่ ต้องใช้ไฟฟ้า อาจทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกอึดอัดหรือไม่สะดวกสบายในขณะหลับ การรักษานอนกรนแบบไม่ต้องพึ่ง CPAP หากเครื่อง CPAP มีราคาสูงเกินไปและไม่สะดวกในการใช้งาน ยังมีวิธีการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับในทางเลือกอื่นๆ ที่สามารถช่วยบรรเทาอาการได้เช่นกัน ดังนี้1. อุปกรณ์ทางทันตกรรม (Oral Appliance)อุปกรณ์ทางทันตกรรมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ อุปกรณ์นี้ถูกออกแบบมาให้สวมใส่ในปากในระหว่างการนอนหลับ โดยมีลักษณะคล้ายกับเครื่องครอบฟัน อุปกรณ์นี้ช่วยขยับกรามหรือโคนลิ้นไปด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ทางเดินหายใจถูกปิดกั้นขณะหลับข้อดีของอุปกรณ์ทางทันตกรรม คือ มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ อุปกรณ์ยังถูกออกแบบเฉพาะบุคคลตามขนาดช่องปากของผู้ใช้งาน ทำให้ใช้งานได้ง่ายและไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อเทียบกับเครื่อง CPAP อุปกรณ์ทางทันตกรรมยังเป็นวิธีการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าและสะดวกสบายกว่าการใช้เครื่อง CPAP2. การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RF)การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุเป็นอีกหนึ่งวิธีในการรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ การรักษานี้ใช้คลื่นความถี่วิทยุในการทำให้เนื้อเยื่อบริเวณโคนลิ้น เพดานอ่อน และเนื้อเยื่อในลำคอหดตัวแล้วก็กระชับขึ้น ลดการหย่อนคล้อยที่อาจปิดกั้นทางเดินหายใจวิธีการรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุเป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้เวลานาน เพียงครั้งละประมาณ 15 นาที ไม่เจ็บปวดมากเหมือนการผ่าตัด ผลลัพธ์ของการรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุสามารถเห็นได้ชัดเจน มีความคงทนเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ ยังเป็นวิธีที่ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ในขณะหลับ3. การบำบัดด้วยกล้ามเนื้อ (Myofunctional Therapy)การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอเป็นวิธีการรักษาที่เน้นไปที่การฝึกกล้ามเนื้อบริเวณลิ้น เพดานอ่อน และลำคอ เพื่อให้กล้ามเนื้อเหล่านี้ทำงานได้อย่างถูกต้อง มีความกระชับยิ่งขึ้น การฝึกบำบัดนี้สามารถช่วยลดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจและลดอาการนอนกรนได้การบำบัดกล้ามเนื้อนั้นอาจรวมถึงการฝึกกล้ามเนื้อลิ้นให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ฝึกการหายใจที่ถูกต้อง การออกกำลังกายกล้ามเนื้อเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแรง ป้องกันการหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อบริเวณทางเดินหายใจข้อดีของการบำบัดด้วยกล้ามเนื้อ คือ เป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใด ๆ นอกจากนี้ การฝึกฝนสามารถทำได้เองที่บ้านหลังจากได้รับคำแนะนำจากนักบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม การบำบัดกล้ามเนื้ออาจต้องใช้เวลาและความอดทนในการฝึกฝน แต่ก็เป็นวิธีที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพในระยะยาว รับคำปรึกษา ฟรี! 4. การลดน้ำหนักการมีน้ำหนักตัวที่เกินเกณฑ์เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ เนื่องจากไขมันสะสมบริเวณลำคออาจทำให้ทางเดินหายใจแคบลง การลดน้ำหนักเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดอาการนอนกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือน้ำหนักตัวมากนอกจากการลดน้ำหนักจะช่วยลดอาการนอนกรนแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม เช่น ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน การควบคุมน้ำหนักทำได้โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ควรบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย5. การผ่าตัด (Surgical Treatment)ในกรณีที่ภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับมีความรุนแรงและไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ได้ การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ การผ่าตัดจะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงโครงสร้างของทางเดินหายใจ เช่น การตัดเนื้อเยื่อเพดานอ่อน การตัดต่อมทอนซิล ลดขนาดของโคนลิ้น เพื่อเพิ่มความกว้างของทางเดินหายใจและลดการอุดกั้นการผ่าตัดมักเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางกายภาพ เช่น มีเนื้อเยื่อเพดานอ่อนที่หย่อนคล้อยมากเกินไป มีโครงสร้างทางเดินหายใจที่แคบตั้งแต่กำเนิด อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดมีความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น ๆ แต่อาจมีผลข้างเคียง เช่น การเจ็บคอหรือการอักเสบหลังการผ่าตัด ปรับพฤติกรรมการนอน นอกจากการใช้วิธีการรักษาต่าง ๆ การปรับพฤติกรรมการนอน ก็สามารถช่วยลดอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับได้ เช่นการนอนในท่านอนตะแคง การนอนหงายอาจทำให้ลิ้นและเพดานอ่อนตกไปขัดขวางทางเดินหายใจ การนอนในท่านอนตะแคงสามารถช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้นและลดอาการนอนกรนการหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหย่อนคล้อยลง อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ทำให้เกิดการอักเสบและระคายเคืองในทางเดินหายใจ การเลิกบุหรี่สามารถช่วยลดการอักเสบและป้องกันการอุดกั้นทางเดินหายใจ บทสรุป ภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับเป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากมันสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แม้ว่าเครื่อง CPAP จะเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของราคา ความสะดวกในการใช้งาน หากเครื่อง CPAP มีราคาสูงเกินไปสำหรับผู้ที่ต้องการรักษา ยังมีทางเลือกอื่น ๆ อีกที่สามารถช่วยบรรเทาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์ทางทันตกรรม การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ การบำบัดกล้ามเนื้อ แม้แต่การปรับพฤติกรรมการนอนการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเอง เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะแต่ละคนอาจมีสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการนอนกรนที่แตกต่างกัน การรักษาภาวะนอนกรนไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงและทำให้ชีวิตมีความสุข สุขภาพโดยรวมดีมากขึ้น ปรึกษาปัญหากับแพทย์เฉพาะทาง!

      เด็กเล็ก นอนกรน

      เด็กเล็ก นอนกรน เป็นประจำ อาจไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่คิด เพราะอาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการหายใจที่ส่งผลต่อหัวใจและสุขภาพโดยรวม

      ใครเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ

      นอนกรนเกิดจากอะไร? เกิดจากการหายใจผ่านช่องทางเดินหายใจที่แคบลงขณะนอนหลับ จากการอุดกั้นของกล้ามเนื้อและอวัยวะภายในช่องปาก ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณคอ เช่น เพดานอ่อน ลิ้นไก่ และทอนซิล สั่นสะเทือนจนเกิดเป็นเสียงกรนในขณะที่นอนหลับอยู่ ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะทางเดินหายใจแคบลง ได้แก่ ระดับความรุนแรงของการนอนกรน สาเหตุของอาการนอนกรน​ อาการนอนกรนสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามความรุนแรงของอาการและผลกระทบที่เกิดขึ้น ข้อมูลจาก News Medical ดังนี้​ ใครบ้างที่เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ? ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่พบมากในกลุ่มต่อไปนี้ อันตรายจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การตรวจการนอนหลับที่ VitalSleep Clinic กุญแจสู่การนอนหลับที่ดีขึ้น ข้อดีของการตรวจการนอนหลับกับ VitalSleep Clinic วิธีการรักษาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ จาก VitalSleep Clinic ได้แก่ สรุป ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) เป็นภาวะที่อาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ที่ VitalSleep Clinic เรามีแนวทางการรักษาที่ทันสมัยและหลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ลดอาการนอนกรน เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ และลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน

      เสียงกรนเตือนภัยสุขภาพ

      เสียงกรนอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก ตรวจการนอนกรนช่วยค้นหาความผิดปกติ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

      3 วิธีแก้ปัญหานอนกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด

      หากจะพูดถึงของขวัญที่ดีที่สุด คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่า “สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง” โดยเฉพาะคุณภาพการนอนหลับที่ดี

      ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

      การนอนกรนเป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้าม ที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาทางสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

      หยุดหายใจขณะหลับ ภัยร้าย

      การหายใจของเราที่หยุดลงชั่วคราวระหว่างการนอนหลับ โดยอาจกินเวลาตั้งแต่ไม่กี่วินาทีจนถึงเป็นนาที และเกิดซ้ำหลายครั้งต่อคืน

      สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย

      การนอนสะดุ้งตื่นกลางดึกแม้จะเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปและไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตโดยตรง แต่หากเกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจส่งผลต่อสุขภาพการนอนหลับ

      Why choose VitalSleep and Wellness
      ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

      ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

      ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

      ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

      ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

      เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

      แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

      นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

      ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

      Medical Director
      แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

      VitalSleep and Wellness
      ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
      • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
      • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
      • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
      • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
      • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
      • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
      • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
      …and much more!