• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
นอนกรนมาทั้งชีวิต รักษาอย่างไร
เรื้อรัง ยืดเยื้อ สุขภาพแย่
รักษาได้ ไม่ต้องผ่าตัด

นอนกรนมาทั้งชีวิต รักษาอย่างไร

เรื้อรัง ยืดเยื้อ สุขภาพแย่
รักษาได้ ไม่ต้องผ่าตัด
Table of Contents

นอนกรน ปัญหาใหญ่ที่ทำลายสุขภาพ

       ปัญหาอาการนอนกรน เป็นปัญหาที่สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัยเกิดขึ้นได้ในทุกๆคน เเต่โดยเฉพาะในเพศชายมีอัตราของการเกิดภาวะนอนกรนที่สูงมากกว่าเพศหญิงถึง 2 เท่า โดยจากข้อมูลการศึกษาพบว่า ในช่วงวัยที่เป็นผู้ใหญ่ ผู้ชายประมาณ 40% และ ผู้หญิงประมาณ 24% มีภาวะอาการนอนกรนเกิดขึ้นอย่างเป็นประจำ

       ซึ่งปัญหาของการนอนกรนไม่เพียงเเต่เป็นผลร้ายที่ส่งผลกระทบอันตรายต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว แต่ยังเป็นปัญหาที่ส่งเสียงดังรบกวนสร้างความน่ารำคาญให้กับผู้ที่นอนร่วมกัน หลายๆคนคงอาจเคยลองรักษาด้วยวิธีต่างๆมากมาย เเต่สุดท้ายก็ยังนอนกรนเสียงดังอยู่ดี จะต้องรักษาด้วยวิธีไหนจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น มาหาคำตอบได้ที่บทความนี้

นอนกรนเรื้อรัง

สาเหตุของการเกิด ภาวะนอนกรน

       สาเหตุของการเกิดอาการนอนกรนในเเต่ละบุคคลนั้น อาจมีสาเหตุและปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะขึ้นอย่างแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล เนื่องจากการนอนกรนสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ โดยอาจแบ่งเป็น 2 สาเหตุหลักๆได้ดังนี้

1. โครงสร้างทางกายวิภาค

ความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้า

       ปัญหาจากกระดูกขากรรไกรที่มีการเจริญเติบโตผิดปกติ มีลักษณะของขากรรไกรล่างที่มีขนาดเล็ก แคบเเละสั้นมากกว่าปกติ ซึ่งอาจสังเกตจากใบหน้าได้ว่าจะมีลักษณะ คางสั้น มากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงผู้ที่มีปัญหาจมูกคด หรือ จมูกเบี้ยว ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการนอนกรน

อ่านเพิ่มเติม ผ่าขากรรไกรแก้นอนกรน

เนื้อเยื่ออ่อนภายในลำคอ เเละ ช่องทางเดินหายใจ

       เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักๆที่ก่อให้เกิดภาวะนอนกรน เนื่องจากเมื่อมีอายุที่เพิ่มมากขึ้น กล้ามเนื้อต่างๆภายในร่างกายก็มักจะเสื่อมสมรรถภาพลงตาม รวมไปถึงกล้ามเนื้อในส่วนบริเวณลำคอ และช่องทางเดินหายใจ เช่น กล้ามเนื้อโคนลิ้น เพดานอ่อน ที่เสื่อมสภาพลงและไม่สามารถตึงตัวอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องได้ เกิดการหย่อนคล้อยตัวลงในขณะนอนหลับ และอุดกั้นกีดขวางทางเดินหายใจ

ต่อมทอนซิลและอดีนอยด์โต

       เป็นปัญหาที่มักจะพบและเกิดขึ้นได้บ่อยในเด็ก เมื่อต่อมทอนซิลและต่อมอดีนอยด์โตขึ้น จากการติดเชื้อหรืออักเสบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการ คัดจมูก, น้ำมูกไหล , ไอ และมีอาการนอนกรน เนื่องจากตำแหน่งของต่อมทอนซิลและต่อมอดีนอยด์ จะอยู่ในบริเวณส่วนด้านหลังของโพรงจมูก เมื่อเกิดการอักเสบและมีขนาดใหญ่ขึ้น จึงเกิดการกีดขวางทางเดินหายใจ ส่งผลให้หายใจลำบากมากขึ้น และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็กๆนอนกรน

2. พฤติกรรมส่วนตัว และ สภาพแวดล้อม

น้ำหนักตัวเกินค่ามาตรฐาน : มีปริมาณไขมันสะสม ในบริเวณช่วงรอบคอที่มากเกินไป จนกดทับทางเดินหายใจในขณะที่เอนตัวลงนอน ทำให้หายใจได้ลำบาก เเละเกิดการนอนกรน

ท่านอน : การนอนในท่าหงายหน้าขึ้น เป็นท่านอนที่เพิ่มโอกาสการเกิดภาวะนอนกรนที่มากขึ้น เนื่องจากการนอนหงายทำให้ลิ้นไก่ และ เพดานอ่อน มีโอกาสที่จะตกลงมาที่ด้านล่างเเละอุดกั้นทางเดินหายใจ

การสูบบุหรี่ : หากมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่อย่างเป็นประจำ สารเคมีที่มีอยู่ในบุหรี่อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองกับเนื้อเยื่อบริเวณทางเดินหายใจ ส่งผลให้ช่องทางเดินหายใจเกิดการอักเสบ บวม และตีบแคบ

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ที่ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมในช่วงก่อนนอน มีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงต่อการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อภายในช่องคอ เเละทางเดินหายใจ ซึ่งเสี่ยงต่อการนอนกรน

อันตรายจากการนอนกรน

       การนอนกรนอย่างต่อเนื่องเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน ส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจในระยะยาว โดยอันตรายของภาวะนอนกรน มักจะเกิดขึ้นจากการที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับเกิดขึ้นร่วมด้วย (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ซึ่งเป็นโรคที่มักจะเกิดขึ้นร่วมกับการนอนกรน โดยเป็นภาวะที่ทำให้เกิดปัญหาการหายใจที่ลำบากในขณะหลับ หรือ เกิดการหยุดหายใจเป็นช่วงๆพักๆระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อระบบต่างๆภายในร่างกาย ดังนี้

โรคเบาหวาน : การหยุดหายใจขณะหลับ ส่งผลให้ร่างกายเเละสมอง ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งทำให้ระดับของออกซิเจนในเลือดลดลง ส่งผลต่อร่างกายให้เกิดการปรับตัวต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยการดึงน้ำตาลในร่างกายมาใช้งานเพิ่มมากขึ้น เป็นเหตุที่ทำให้ร่างกายเกิดความต้านทานต่ออินซูลินที่สูงขึ้น เเละเป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงเกิด “โรคเบาหวาน”

โรคความดันโลหิตสูง : การหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลง หัวใจเกิดการทำงานที่หนักมากขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด และส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาความดันโลหิตสูงตามมา

โรคหลอดเลือดสมองตีบ,แตก : สมองได้รับออกซิเจนหล่อเลี้ยงลดน้อยลง และมีการขาดช่วงเป็นพักๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดการสะสมของคราบพลัคในหลอดเลือดแดง เสี่ยงเกิดหลอดเลือดสมองตีบตันมากขึ้น

โรคหัวใจวาย : กล้ามเนื้อหัวใจทำงานหนักมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน มีการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว

ปัญหาทางเพศ : สมรรถภาพทางเพศลดลง ความต้องการทางเพศลดน้อยลง

ปัญหาทางด้านสุขภาพจิตใจและอารมณ์ : เกิดปัญหาอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เครียดบ่อย และอาจก่อให้เกิดปัญหาภาวะซึมเศร้า

ระบบสมองเกิดความเสียหาย : ระบบประมวลผลของสมอง (Cognitive skill) เกิดความเสียหาย เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนหล่อเลี้ยงในขณะหลับ ทำให้สมองเกิดการทำงานที่ผิดปกติ ทำงานได้ช้าลง ระบบการคิดวิเคราะห์ข้อมูลมีประสิทธิภาพที่ต่ำลง

นอนกรนเรื้อรัง

นอนกรน รักษายังไงให้หาย

       การนอนกรนเกิดจากการที่อวัยวะกล้ามเนื้อต่างๆภายในช่องคอ และทางเดินหายใจส่วนต้น เกิดการหย่อนคล้อย ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบลง ซึ่งวิธีการรักษาปัญหาอาการนอนกรนให้ได้ผลลัพธ์การรักษาที่ดี คือการรักษาปัญหาจากสาเหตุ เเก้ไขปัญหาที่ต้นตอ โดยสามารถแบ่งการรักษาออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้ดังนี้

1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

Myofunctional Therapy (การบำบัดกล้ามเนื้อบนใบหน้าเเละทางเดินหายใจส่วนต้น)

       เป็นการรักษาปัญหาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่เกิดขึ้นจากต้นเหตุเพียงวิธีเดียว ซึ่งการบำบัดกล้ามเนื้อจะมีเป้าหมายในการรักษาคือ เสริมสร้างความแข็งแรงและแก้ไขปัญหาการทำงานที่ผิดปกติในส่วนของกล้ามเนื้อโคนลิ้น, ขากรรไกร, เพดานอ่อน, และทางเดินหายใจส่วนต้น ให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเดิม และมีความแข็งแรงที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดการหย่อนคล้อยตัวลงและอุดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดการกรนและหยุดหายใจขณะหลับ 

Oral Appliance (เครื่องมือทันตกรรมรักษานอนกรน)

       อุปกรณ์ทันตกรรมที่ใช้สำหรับใส่ครอบฟันในขณะหลับ โดยมีหน้าที่สำคัญในการช่วยขยายช่องทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น ป้องกันกล้ามเนื้อโคนลิ้นและกล้ามเนื้อภายในช่องคอหย่อนคล้อยตัวลงอุดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งตัวอุปกรณ์จะช่วยในการจัดตำแหน่งของขากรรไกรและลิ้น ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องขณะหลับ ทำให้สามารถหายใจได้สะดวกในขณะหลับ  ลดการนอนกรนและลดอัตราการหยุดหายใจขณะหลับ

       ตัวอุปกรณ์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาอาการนอนกรนเเละภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่ต้องการเเก้ไขปัญหานอนกรนด้วยวิธีที่มีความสะดวกสบาย เนื่องจากตัวอุปกรณ์มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สามารถพกพาได้ง่าย ทำให้สามารถใช้ได้ในทุกๆคืน อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน จึงเป็นหนึ่งในวิธีการรักษานอนกรนที่เป็นที่นิยมอย่างมาก

RF (คลื่นความถี่วิทยุแก้อาการนอนกรน)

       เป็นวิธีการรักษานอนกรนด้วยการใช้คลื่นความถี่วิทยุ ส่งผ่านพลังงานและเปลี่ยนกลายเป็นความร้อนไปยังบริเวณเพดานอ่อน หรือ บริเวณโคนลิ้น เพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจนของเนื้อเยื่อบริเวณนั้น ให้เกิดการยกกระชับตัวที่มากขึ้น ลดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ

       ซึ่งจะมีผลลัพธ์ในการรักษาที่แตกต่างจากการใช้เลเซอร์แก้นอนกรนคือ การใช้คลื่นความถี่วิทยุ RF สามารถรักษาได้ทั้งอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ในขณะที่เลเซอร์นอนกรนไม่ได้ช่วยรักษาปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับ อีกทั้งการใช้คลื่นความถี่วิทยุ ยังใช้ระยะเวลาในการทำที่น้อยกว่า และมีผลลัพธ์การรักษาที่อยู่ได้นานกว่า

2. การรักษาแบบผ่าตัด

ผ่าตัดตกเเต่งเพดานอ่อน หรือ ลิ้นไก่ ด้วยเลเซอร์

       เป็นวิธีการผ่าตัดรักษาด้วยการใช้เลเซอร์ โดยจะนำเอาเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนและลิ้นไก่ที่มีความหย่อนคล้อยกีดขวางทางเดินหายใจออก  เพื่อเป็นการขยายช่องทางเดินหายใจให้กว้างมากขึ้น เเละสามารถหายใจได้สะดวกมากยิ่งขึ้นในขณะหลับ

การผ่าตัดผนังกั้นช่องจมูกคด

       การรักษาด้วยวิธีนี้เป็นการรักษาที่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผนังกั้นช่องจมูกคด มีความผิดปกติแต่โดยกำเนิด หรือเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งการผ่าตัดจะช่วยเเก้ไขปัญหาของช่องจมูกที่คดเเละมีความผิดปกติ ให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างเป็นปกติมากที่สุด เพื่อช่วยให้การหายใจเป็นปกติและลดอาการกรน

ผ่าตัดเลื่อนกระดูกขากรรไกร

       เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาอาการนอนกรนที่เกิดขึ้นจากโครงสร้างของใบหน้าขากรรไกรมีลักษณะที่ผิดปกติ เช่น ขากรรไกรล่างถอยไปด้านหลังมากเกินไป หรือ ขากรรไกรล่างมีขนาดที่เล็กและแคบมากกว่าปกติ ซึ่งส่งผลให้ขนาดของช่องทางเดินหายใจส่วนต้นมีขนาดที่เล็กลงตาม การผ่าตัดเลื่อนขากรรไกรจึงจะช่วยให้ทางเดินหายใจส่วนต้นมีขนาดที่กว้างขยายมากขึ้น

สรุป

       การรักษานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนและมีประสิทธิภาพในการรักษามากที่สุดคือ การรักษาปัญหาจากต้นเหตุของอาการที่เกิดขึ้นของตนเอง ด้วยวิธีการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งสามารถตรวจหาสาเหตุการนอนกรนที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ด้วยการตรวจ Sleep Test

       โดยที่ VitalSleep Clinic เรามีบริการตรวจสุขภาพการนอนหลับที่ส่งตรงถึงบ้าน โดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินทาง หรือเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการนอนหลับ สามารถตรวจได้จากที่บ้านของตัวเอง ด้วยโปรเเกรม Home Sleep Test โดยมีเเพทย์เฉพาะทางในการรักษาปัญหานอนกรน เป็นผู้อ่านผลตรวจสุขภาพการนอนหลับเพื่อวินิจฉัยถึงสาเหตุของการนอนกรน และใช้เป็นแนวทางการวางแผนรักษาที่เหมาะสมสำหรับอาการที่เกิดขึ้นในแต่ละบุคคล

Related Blogs and Articles
ตรวจการนอนหลับ คืออะไร?

“คุณภาพการนอน” มีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และแม้แต่ภาวะซึมเศร้าได้

อาการผีอำ

เคยไหม…นอนอยู่ดี ๆ แล้วรู้สึกเหมือนมีบางอย่างทับอยู่บนอก ขยับตัวไม่ได้ หายใจก็อึดอัด นั่นแหละที่เราเรียกกันว่า “ผีอำ” อาการนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ

Sleep Test ราคาประหยัด

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นวิธีการที่สำคัญในการวิเคราะห์ความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่กำลังนอนหลับ เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของร่างกายหลาย ๆ ด้าน

Sleep Test มีกี่แบบ

Sleep Test มีกี่แบบ และควรเลือกตรวจแบบไหน? การตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep test เป็นการตรวจทดสอบเพื่อประเมินสภาพการนอนของเรา ตรวจหาปัญหาการนอนหลับและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยการทดสอบนี้มีหลายแบบ แบ่งตามมาตรฐานของสมาคมเวชศาสตร์การนอนหลับแห่งสหรัฐอเมริกา (AASM) แต่ละแบบมีความซับซ้อนและวิธีการที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของผู้ป่วยรูปแบบการตรวจ Sleep Testระดับที่ 1 การทดสอบแบบสมบูรณ์โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอดคืนการตรวจนี้เป็นการทดสอบการนอนหลับที่ละเอียดและสมบูรณ์ที่สุด โดยมีการวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง, คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ, การเคลื่อนไหวของลูกตาและใต้คาง, คลื่นไฟฟ้าหัวใจ, การวัดระดับออกซิเจนในเลือด และการตรวจวัดลมหายใจ ขณะทดสอบมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าดูตลอดทั้งคืน มักจะทำในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่มีห้องตรวจเฉพาะ การตรวจในระดับนี้มีความละเอียดและแม่นยำมาก เหมาะสำหรับคนที่มีอาการนอนหลับผิดปกติอย่างรุนแรงระดับที่ 2 การทดสอบแบบสมบูรณ์โดยไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าการทดสอบในระดับนี้จะคล้ายกับระดับที่ 1 ในเรื่องความละเอียดในของการวัดข้อมูล แต่จะไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอดคืน สามารถทำการตรวจที่บ้านได้ โดยเจ้าหน้าที่จะมาติดตั้งอุปกรณ์ในตอนเย็นแล้วปล่อยให้ทดสอบเองในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย ลดความเครียดและความวิตกกังวลได้ข้อดี ของการทดสอบระดับที่ 2 นี้คือ ค่าใช้จ่ายจะน้อยกว่าการตรวจในโรงพยาบาล ไม่ต้องเดินทางหรือเสียเวลารอคิวตรวจเป็นเวลานานระดับที่ 3 การทดสอบแบบจำกัดข้อมูลจะมีความละเอียดน้อยกว่าระดับที่ 1 และ 2 โดยวัดเพียงข้อมูลพื้นฐาน เช่น การวัดการหายใจ การเคลื่อนไหวของหน้าอกและท้อง การวัดระดับออกซิเจนในเลือด และการตรวจวัดเสียงกรน ในบางครั้งอาจมีการวัดคลื่นหัวใจร่วมด้วย จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการไม่ซับซ้อนหรือแค่นอนกรนอย่างเดียว เพราะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่มีข้อเสียคือ ไม่สามารถประเมินประสิทธิภาพการนอนหลับได้เต็มที่ เนื่องจากไม่ได้วัดคลื่นสมอง อาจไม่ได้รับข้อมูลที่แม่นยำเท่ากับการตรวจระดับที่ 1 และ 2ระดับที่ 4 การทดสอบวัดออกซิเจนในเลือดและลมหายใจเป็นการตรวจการนอนหลับที่พื้นฐานที่สุด วัดเพียงออกซิเจนในเลือดหรือลมหายใจขณะหลับ ข้อมูลที่ได้รับจากการตรวจนี้มีจำกัดไม่เพียงพอในการวินิจฉัยอาการนอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างแม่นยำ​บทความจาก Home Sleep Studies Australia อธิบายว่า การตรวจการนอนมี 4 ระดับที่แตกต่างกันตามความละเอียดของข้อมูล แม้จะได้ข้อมูลละเอียดและแก้ปัญหาทางเทคนิคได้ทันที แต่ก็อาจไม่สะดวกสบายเท่าการตรวจที่บ้าน​ วิธีการเลือกการตรวจที่เหมาะสม การเลือกวิธีการตรวจที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของปัญหาการนอนหลับของแต่ละคน สำหรับคนที่มีอาการนอนกรนธรรมดา การตรวจในระดับที่ 3 อาจเพียงพอ แต่หากสงสัยว่าตัวเองมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยไหม ควรพิจารณาการตรวจระดับที่ 1 หรือ 2 ที่มีความละเอียดสูงกว่า สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย การเลือกตรวจที่บ้านในระดับที่ 2 เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะสามารถทำในสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคยโดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าทาง VitalSleep Clinic มีให้บริการการตรวจการนอนหลับทั้งระดับที่ 1 และ 2 ซึ่งสามารถทำการตรวจที่บ้านของผู้รับการตรวจได้ โดยให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและสะดวกสบายมากขึ้น ปรึกษาการตรวจการนอนหลับฟรี! ขั้นตอนการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ระดับ 1 และ 2 https://www.youtube.com/shorts/dGpk79k46ks เริ่มต้นการทดสอบจะเริ่มในช่วงหัวค่ำ ประมาณ 00 น. หรือตามเวลาที่เหมาะสมของผู้รับการตรวจ เจ้าหน้าที่จะทำการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการนอนหลับ กรอกเอกสารความยินยอม หลังจากนั้นจะอธิบายถึงการใช้อุปกรณ์และวิธีการปฏิบัติตัวระหว่างการตรวจการใช้ CPAP สำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจรุนแรงหากพบว่าผู้รับการตรวจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับรุนแรง เจ้าหน้าที่จะทำการทดลองใส่หน้ากาก CPAP เพื่อช่วยในการรักษาในคืนที่ตรวจเลย เมื่อผู้รับการทดสอบการนอนหลับพร้อมที่จะเข้านอนการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดเจ้าหน้าที่จะทำการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สายวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง, คลื่นกล้ามเนื้อ, การเคลื่อนไหวของลูกตา ตรวจวัดคลื่นหัวใจ นอกจากนี้ยังมีการวัดลมหายใจและการตรวจวัดออกซิเจนในเลือด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมมากที่สุดการตรวจวัดระบบหายใจผู้รับการตรวจจะได้รับการวัดการหายใจโดยมีสายวัดติดบริเวณจมูก สายรัดที่หน้าอกและท้อง รวมถึงการวัดระดับออกซิเจนที่ปลายนิ้ว ในบางกรณีอาจมีการบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ตามความจำเป็นการทดสอบตลอดคืนสำหรับการตรวจระดับที่ 1 จะมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูในห้องควบคุมเพื่อติดตามการนอนตลอดคืน ในขณะที่การตรวจระดับที่ 2 จะไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้า แต่ผู้รับการตรวจจะนอนหลับอย่างต่อเนื่องตามปกติ คำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนการตรวจสวมเสื้อผ้าที่สบายเหมือนชุดที่ใส่นอนตามปกติทุกคืนหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ ชา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันที่ตรวจหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในช่วงบ่ายในวันที่ตรวจแจ้งเจ้าหน้าที่หากคุณมีการใช้ยารักษาโรคประจำตัวหลังจากการตรวจเสร็จสิ้นในช่วงเช้า ผู้รับการตรวจสามารถกลับบ้านได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลที่ได้รับไปวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำตรวจการนอนหลับที่บ้านกับ VitalSleep Clinic สะดวก ปลอดภัย แม่นยำหากคุณมีปัญหานอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือนอนแล้วไม่สดชื่น การตรวจการนอนหลับที่บ้าน (Home Sleep Test) คือทางเลือกที่สะดวกและง่ายที่สุด!ไม่ต้องเดินทางอยู่ที่ไหนก็ตรวจได้ แม้คุณจะอยู่ต่างจังหวัดใช้งานง่ายอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด แค่ติดตั้งก่อนนอนผลแม่นยำวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลังรู้ผลไวพร้อมให้คำแนะนำแนวทางการรักษาที่ VitalSleep Clinic เรามุ่งเน้นการให้บริการตรวจสุขภาพการนอนหลับที่บ้าน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำใกล้เคียงกับสภาวะการนอนหลับในชีวิตจริง นอกจากนี้เรายังมีทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่เฉพาะทางที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลในทุกขั้นตอนอ่านเพิ่มเติม สรุป การตรวจการนอนหลับ Sleep Test หรือการตรวจสุขภาพการนอนหลับมีทั้งหมด 4 ระดับ ซึ่งแต่ละระดับมีความซับซ้อนและวิธีการตรวจที่แตกต่างกันออกไป การเลือกวิธีการตรวจที่เหมาะสมกับคุณ ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการและความจำเป็นของผู้ป่วย โดยการตรวจระดับที่ 1 และ 2 เป็นการตรวจที่ละเอียดและได้ข้อมูลที่ครอบคลุมที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการนอนหลับผิดปกติรุนแรง ในขณะที่การตรวจระดับที่ 3 และ 4 เป็นการตรวจที่จำกัดข้อมูลมากกว่า เหมาะกับผู้ที่มีอาการน้อยหรือไม่ซับซ้อนการเลือกสถานที่ตรวจการนอนหลับ Sleep Test เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ควรคำนึงถึง หากคุณต้องการความสะดวกสบายและต้องการผลลัพธ์ที่แม่นยำ การเลือกทำ Sleep Test ที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดี การนอนหลับในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น สะดวกในการเข้ารับการตรวจที่ VitalSleep Clinic เราให้บริการตรวจสุขภาพการนอนหลับที่บ้านของคนที่อยากตรวจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและใกล้เคียงกับการนอนในชีวิตประจำวัน หากคุณสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมหรือรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตรวจการนอนหลับ สามารถติดต่อเราได้ เรายินดีให้บริการและคำแนะนำที่เหมาะสมแก่คุณ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย

ตรวจการนอนหลับ

เหนื่อยแม้นอนเต็มคืน อาจเกิดจากคุณภาพการนอนที่ไม่สมดุล วงจรหลับลึกและ REM Sleep สั้นลง ตรวจการนอนหลับช่วยค้นหาสาเหตุได้

Snoring, sleep apnea

นอนกรนหยุดหายใจขณะหลับการนอนหลับ เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอันตรายโดยไม่รู้ตัว หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการ นอนกรนร่วมกับหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) มันไม่ใช่แค่เรื่องของเสียงรบกวนระหว่างหลับเท่านั้น แต่เป็นโรคร้ายที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตอย่างเงียบ ๆ โดยที่คุณไม่รู้ตัวhttps://www.youtube.com/watch?v=O6cvnSTn7lA ภาวะนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ คืออะไร? นอนกรนเกิดจากการสั่นของเนื้อเยื่อในลำคอ อากาศที่ผ่านช่องทางเดินหายใจที่ตีบแคบในระหว่างหลับ อาจเกิดจากเพดานอ่อน โคนลิ้น หรือกล้ามเนื้อคอที่หย่อนคล้อยมาขวางลม การหายใจอาจหยุดลงชั่วขณะ และเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ตลอดคืน เรียกว่า "ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น" ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง สมองและหัวใจต้องทำงานหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว| บทความที่เกี่ยวข้อง นอนกรนเกิดจากอะไร? ใครเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ?​ นอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ ทำไมถึงอันตราย? การหยุดหายใจซ้ำ ๆ ตลอดทั้งคืน จาก The University of Queensland บอกว่า ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนเป็นระยะ ส่งผลเสียร้ายแรงหลายด้าน เช่น​- ทำให้นอนหลับไม่เต็มที่ ตื่นกลางดึก และรู้สึกไม่สดชื่นแม้จะนอนนาน- เพิ่มความเสี่ยงของ โรคร้ายแทรกซ้อน เช่นหัวใจล้มเหลว (เสี่ยงมากขึ้นถึง 140%)หลอดเลือดสมองตีบ (เสี่ยงเพิ่ม 30%)โรคหลอดเลือดหัวใจ (เพิ่มความเสี่ยง 60%)เบาหวานชนิดที่ 2 (เพิ่มความเสี่ยง 6 เท่า)ภาวะซึมเศร้า (พบในผู้ป่วยที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ2%)สมองเสื่อม (ความจำเสื่อมเร็วจากขาดออกซิเจนในสมอง) ใครบ้างที่เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ? ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเกิดได้กับทุกคน แต่มีปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้บางคนมีแนวโน้มมากกว่าคนอื่น เช่นน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนไขมันรอบคออาจกดทับทางเดินหายใจ ขัดขวางการหายใจขณะหลับ (น้ำหนักขึ้นเพียง 10% เพิ่มความเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับถึง 32%)อายุที่มากขึ้นอายุมากขึ้นทำให้กล้ามเนื้อในลำคอและใบหน้าหย่อนตัว เสี่ยงต่อการอุดกั้นทางเดินหายใจเพศชายมีแนวโน้มหยุดหายใจขณะหลับ มากกว่าเพศหญิงถึง 5-6 เท่า เนื่องจากโครงสร้างทางกายภาพและฮอร์โมนที่แตกต่างกันโครงสร้างใบหน้าผิดปกติคนที่มีคางเล็ก คางถอย หรือคางสั้น มีพื้นที่ช่องคอน้อยลง เสี่ยงต่อการอุดกั้นทางเดินหายใจได้มากขึ้นโรคประจำตัวคนที่เป็นเบาหวาน ความดัน หลอดเลือดหัวใจ หรือสมองเสื่อม มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปมาก โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาหัวใจเต้นผิดจังหวะ จะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังเผชิญภาวะหยุดหายใจขณะหลับ? อาการที่พบบ่อยและควรสังเกต ได้แก่นอนกรนเสียงดังเป็นประจำหายใจติดขัดหรือหยุดหายใจขณะหลับ (สังเกตได้จากคนข้าง ๆ)ตื่นกลางดึกบ่อย มีอาการหายใจแรงหรือสะดุ้งง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวันปวดหัวตอนเช้า ไม่สดชื่นแม้นอนนานหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน หรือมีปัญหาความจำ รับคำปรึกษา ฟรี! อย่ารอให้อันตรายมาเยือนโดยไม่รู้ตัว การนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับไม่ควรถูกมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่บ่งบอกถึงโรคร้ายแรงในอนาคต โดยเฉพาะในคนที่มีปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวมาการเข้ารับ การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นวิธีที่แม่นยำและปลอดภัยในการวินิจฉัยโรคนี้ และถ้าพบว่ามีปัญหา ก็สามารถเริ่มรักษาได้อย่างตรงจุดตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่อง CPAP, Oral Appliance, การฝึกหายใจหรือปรับพฤติกรรมการนอน และการบำบัดกล้ามเนื้อทางเดินหายใจ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย สรุป "นอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ" ไม่ใช่แค่ปัญหาเสียงน่ารำคาญตอนกลางคืน แต่คือภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพโดยรวมของคุณ ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ สมอง หรือคุณภาพชีวิต การใส่ใจและรับการวินิจฉัยตั้งแต่ต้น คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยรักษาชีวิตและอนาคตของคุณไว้

เสียงกรนเตือนภัยสุขภาพ

เสียงกรนอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก ตรวจการนอนกรนช่วยค้นหาความผิดปกติ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

การนอนกรนเป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้าม ที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาทางสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ใครเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ

นอนกรนเกิดจากอะไร? เกิดจากการหายใจผ่านช่องทางเดินหายใจที่แคบลงขณะนอนหลับ จากการอุดกั้นของกล้ามเนื้อและอวัยวะภายในช่องปาก ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณคอ เช่น เพดานอ่อน ลิ้นไก่ และทอนซิล สั่นสะเทือนจนเกิดเป็นเสียงกรนในขณะที่นอนหลับอยู่ ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะทางเดินหายใจแคบลง ได้แก่ ระดับความรุนแรงของการนอนกรน สาเหตุของอาการนอนกรน​ อาการนอนกรนสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามความรุนแรงของอาการและผลกระทบที่เกิดขึ้น ข้อมูลจาก News Medical ดังนี้​ ใครบ้างที่เสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ? ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่พบมากในกลุ่มต่อไปนี้ อันตรายจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การตรวจการนอนหลับที่ VitalSleep Clinic กุญแจสู่การนอนหลับที่ดีขึ้น ข้อดีของการตรวจการนอนหลับกับ VitalSleep Clinic วิธีการรักษาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ จาก VitalSleep Clinic ได้แก่ สรุป ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) เป็นภาวะที่อาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ที่ VitalSleep Clinic เรามีแนวทางการรักษาที่ทันสมัยและหลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ลดอาการนอนกรน เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ และลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!