• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
โปรแกรม CoolSwiss
ลดกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด
ด้วยนวัตกรรมสลายไขมันรอบคอ

โปรแกรม CoolSwiss

ลดกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด
ด้วยนวัตกรรมสลายไขมันรอบคอ
Table of Contents

CoolSwiss หลายคนอาจคุ้นชื่อในนวัตกรรมด้านความงาม แต่คุณรู้ไหมว่า…มันไม่ได้ช่วยแค่เรื่องรูปร่างเท่านั้น? สำหรับคนที่นอนกรนโดยเฉพาะจากสาเหตุ ไขมันสะสมบริเวณลำคอ ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง CoolSwiss คือทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ เพราะใช้เทคโนโลยีความเย็นเฉพาะจุดในการสลายไขมันลดกรนอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น หายใจโล่งขึ้น หลับสนิทยิ่งขึ้น เสียงกรนลดลง

จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ชื่อดังอย่าง American Journal of Respiratory and Critical Care Medicine (AJRCCM) พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า

“เส้นรอบลำคอ (Neck Circumference) เป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่เป็นสัญญาณเตือน
ของการเกิดปัญหาการหายใจขณะหลับได้”

โดยในงานวิจัยได้ศึกษาในกลุ่มคนที่มีภาวะอ้วนและคนที่มีปัญหานอนกรน โดยไขมันที่สะสมบริเวณลำคอจะไปกดเบียดทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ช่องทางลมหายใจแคบลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อเรานอนหลับและกล้ามเนื้อบริเวณคอคลายตัว ทางเดินหายใจก็จะยิ่งแคบลงไปอีก เกิดเป็นเสียงกรนหรือในบางคนถึงขั้นหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) หลายครั้งต่อคืน

สิ่งที่น่าสนใจคือ เส้นรอบวงลำคอมากกว่า 40 ซม. ในผู้ชาย และมากกว่า 35 ซม. ในผู้หญิง เป็นสัญญาณเตือนของความเสี่ยง OSA ทำให้แพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญหลายคนหันมาให้ความสำคัญกับการลดไขมันเฉพาะจุดในบริเวณลำคอ มากกว่าการลดน้ำหนักโดยรวมเพียงอย่างเดียว

| บทความที่เกี่ยวข้อง นอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ โรคร้ายที่อาจพรากชีวิตโดยไม่รู้ตัว



สาเหตุหลักของการนอนกรนที่มาจากไขมันสะสม

  • ไขมันรอบคอมีผลอย่างไรกับทางเดินหายใจ?
    ไขมันที่สะสมบริเวณรอบลำคอ จะกดทับทางเดินหายใจส่วนต้น ทำให้เกิดการอุดกั้นขณะนอนหลับ และเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของการนอนกรน
  • ความเกี่ยวข้องของน้ำหนักตัวกับการนอนกรน
    น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณคอและใบหน้าจะทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง เพิ่มโอกาสที่ลิ้นและเนื้อเยื่อจะตกไปขวางลมหายใจระหว่างนอน

CoolSwiss คืออะไร?

  • หลักการทำงานของ CoolSwiss
    CoolSwiss เป็นนวัตกรรมสลายไขมันลดกรน ด้วยความเย็นในระดับ -5°C ถึง -10°C โดยใช้เทคโนโลยี Cryolipolysis ที่สามารถเจาะจงทำลายเซลล์ไขมันโดยไม่กระทบเนื้อเยื่อรอบข้าง
  • เทคโนโลยี Cryolipolysis คืออะไร?
    คือกระบวนการใช้ความเย็นเฉพาะจุดเข้าไปทำลายเซลล์ไขมันให้ตายอย่างถาวร ร่างกายจะค่อย ๆ ขับไขมันออกผ่านระบบน้ำเหลืองตามธรรมชาติในระยะเวลา 2-3 เดือน
  • CoolSwiss ต่างจากการลดน้ำหนักทั่วไปอย่างไร?
    การลดน้ำหนักแบบทั่วไปจะลดขนาดของเซลล์ไขมัน แต่ไม่ได้ทำลายเซลล์ไขมันนั้นโดยตรง ในขณะที่ CoolSwiss ทำให้เซลล์ไขมันตายอย่างถาวร ไม่กลับมาเพิ่มง่าย ๆ หากควบคุมน้ำหนักดี

CoolSwiss กับการแก้นอนกรนได้อย่างไร?

ลดไขมันรอบคอ ลดแรงกดทับทางเดินหายใจ เมื่อไขมันรอบลำคอลดลง ทางเดินหายใจจะกว้างขึ้น โอกาสที่ลิ้นหรือลิ้นไก่จะตกไปอุดตันก็ลดลง ส่งผลให้เสียงกรนลดลงอย่างชัดเจน

CoolSwiss เหมาะกับใครบ้าง?

  • คนที่มีไขมันสะสมบริเวณคอและกรามล่าง
  • คนที่มี BMI เกินเกณฑ์
  • คนที่ไม่อยากผ่าตัดหรือติดเครื่อง CPAP
  • คนที่เคยลดน้ำหนัก แล้วไขมันบริเวณลำคอยังไม่ลด

ขั้นตอนการรับบริการ CoolSwiss

ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

  • งดแอลกอฮอล์และคาเฟอีน 24 ชม.ก่อนทำ
  • ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในบริเวณที่จะทำ

ขั้นตอนขณะทำ

  • ใช้หัวเครื่องดูดผิวหนังบริเวณเป้าหมาย
  • ปล่อยความเย็นในระดับ -10°C เข้าสู่ชั้นไขมัน
  • ใช้เวลาประมาณ 40-60 นาทีต่อจุด

ระยะเวลาเห็นผล

โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลใน 2-4 สัปดาห์ และเห็นผลชัดเจนภายใน 2-3 เดือน

ข้อดีของการใช้ CoolSwiss แก้นอนกรน

  • ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด
    ไม่มีแผล ไม่ต้องฉีดยา หรือดมยาสลบเหมือนการผ่าตัด
  • ปลอดภัย ได้ผลจริง
    ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ในหลายประเทศ
  • ฟื้นตัวไว ไม่ต้องพักฟื้น
    ทำเสร็จสามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที

สรุป

CoolSwiss ไม่ได้เป็นแค่นวัตกรรมเพื่อความงาม แต่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่สามารถช่วยลดอาการนอนกรนได้อย่างน่าสนใจ โดยเน้นการลดไขมันเฉพาะจุดที่ส่งผลต่อการหายใจขณะนอนหลับ เหมาะกับคนที่มองหาวิธีที่ปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ยุ่งยากในชีวิตประจำวัน หากคุณกำลังประสบปัญหานอนกรน ลองพิจารณา CoolSwiss เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ควรค่าแก่การลอง

FAQs คำถามที่พบบ่อย

CoolSwiss ช่วยลดกรนได้จริงหรือไม่?

ได้จริง ในกรณีที่สาเหตุของการกรนมาจากไขมันที่สะสมรอบลำคอจนกดทับทางเดินหายใจส่วนต้น

มีผลข้างเคียงไหม?

อาจมีรอยแดงหรือช้ำเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งจะหายไปภายใน 1-2 วัน

ทำร่วมกับการลดน้ำหนักได้ไหม?

ควรทำควบคู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

CoolSwiss ใช้เวลาทำนานไหม?

ประมาณ 40-60 นาทีต่อจุด ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ที่ทำ



Related Blogs and Articles
นอนกรน เสี่ยง โรคใหลตาย

อาการนอนกรนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่สร้างความรำคาญใจให้กับคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่อันตรายถึงชีวิต

การหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) เป็นภาวะผิดปกติที่สามารถนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีปัญหานอนกรน

ตรวจนอนกรน

ตรวจนอนกรนไม่ได้แค่แก้ปัญหาเสียงดังรบกวนเท่านั้น แต่ยังช่วยวิเคราะห์คุณภาพการนอน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่อาจซ่อนอยู่

ภาวะเด็กนอนกรน

สำหรับเด็ก เสียงกรนที่เกิดขึ้นระหว่างการหลับอาจบ่งชี้ถึงความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ และอาจนำไปสู่ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

การนอนกรนเป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้าม ที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาทางสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

เด็กเล็ก นอนกรน

เด็กเล็ก นอนกรน เป็นประจำ อาจไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่คิด เพราะอาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการหายใจที่ส่งผลต่อหัวใจและสุขภาพโดยรวม

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ

นอนเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ นอนนานแค่ไหนก็ยังไม่สดชื่น? แถมตื่นมาแล้วยังปวดหัวอีก? ปัญหาแบบนี้พบได้บ่อยและอาจมากกว่าการนอนไม่พอ บางครั้งอาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ หรือความผิดปกติอื่น เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจต้องรับการตรวจ Sleep Test เพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจน สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวหลังตื่นนอน การตื่นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะไม่ใช่เรื่องเล็ก หลายกรณีอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่าง ๆ เช่นภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือการนอนกรนรุนแรง ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในร่างกายลดลงระหว่างหลับภาวะขาดน้ำ จะส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือดและสมอง อาจทำให้คุณปวดหัวในช่วงเช้าได้สภาพแวดล้อมการนอนไม่เหมาะสม หมอนที่ไม่พอดี แสงหรือเสียงรบกวน ล้วนส่งผลต่อคุณภาพการนอนผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายเครียด หรือยานอนหลับ อาจทำให้คุณปวดหัวในตอนเช้าได้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด มีผลต่อวงจรการนอนหลับ อาจทำให้รู้สึกไม่สดชื่นหรือปวดหัวในตอนตื่นไมเกรน โดยเฉพาะในคนที่เคยปวดหัวไมเกรน อาจมีอาการกำเริบในช่วงเช้า ทำไมการนอนไม่พอถึงทำให้ปวดหัวได้? อาการปวดหัวหลังตื่นนอนอาจไม่ได้เกิดจากความเครียดเพียงอย่างเดียว แต่ "การนอนไม่พอ" ก็เป็นตัวการสำคัญที่หลายคนมองข้ามบทความที่เกี่ยวข้อง : สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย ๆ อันตราย อย่าปล่อยไว้ ก่อนเป็นเรื่องใหญ่ 1. ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง สมองจะปรับสมดุลสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และ โดพามีน (Dopamine) ที่ช่วยลดความไวของระบบประสาทต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก เมื่อนอนน้อย ระดับสารเหล่านี้จะเสียสมดุล 2. เพิ่มระดับฮอร์โมนความเครียด การอดนอนจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง คอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรียกกันว่า “ฮอร์โมนความเครียด” เพิ่มมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้อาจไปทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัว และส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในสมอง 3. กล้ามเนื้อตึงและการกดทับของเส้นประสาท ร่างกายอาจตกอยู่ในภาวะ "ตึงเครียด" ตลอดคืนโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และศีรษะที่ไม่สามารถผ่อนคลายได้เต็มที่ ความตึงเครียดนี้อาจส่งผลให้เส้นประสาทในบริเวณศีรษะถูกกดทับจนเกิดอาการปวดศีรษะตอนตื่นนอนได้ 4. การไหลเวียนเลือดผิดปกติ ช่วงเวลานอนหลับ ร่างกายจะเข้าสู่โหมดฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต แต่หากคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ การไหลเวียนเลือดในสมองจะลดลงหรือไม่ราบรื่น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเวียนหัว มึนศีรษะ หรือปวดหัวหลังตื่นนอนได้ 5. เชื่อมโยงกับโรคไมเกรน มีงานวิจัยจาก Susan Bernstein พบว่า การนอนหลับไม่เพียงพออาจเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคไมเกรนในผู้ที่มีแนวโน้มอยู่แล้ว อาจรุนแรงและยาวนานมากากขึ้น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่ “นอนไม่พอเฉย ๆ” ทั้งที่จริงแล้วกำลังเข้าสู่วงจรของไมเกรนเรื้อรัง​ อยากรู้ว่านอนพอไหม? ตรวจการนอนหลับด้วย Belun Ring ได้ที่ VitalSleep Clinic https://www.youtube.com/shorts/yF3sZhOaXGg หากคุณมักตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัว เหนื่อยล้า หรือรู้สึกไม่สดชื่นแม้นอนครบ 7-8 ชั่วโมง อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องเช็กคุณภาพการนอนของตัวเองให้ชัดเจนขึ้น การตรวจการนอนหลับจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า “เรานอนพอจริงไหม?” และ “ร่างกายได้พักผ่อนอย่างมีคุณภาพหรือเปล่า?” สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย https://www.youtube.com/shorts/VHwrvaJPK08 โปรแกรม mHBOT (Mild Hyperbaric Oxygen Therapy) คืออีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนสู่สมอง ฟื้นฟูระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับลึก และลดอาการปวดหัวเรื้อรังที่เกิดจากการนอนไม่เพียงพอหลับลึก หลับสนิทขึ้นลดการตื่นกลางดึกฟื้นฟูระบบสมอง ลดอาการปวดหัวที่เรื้อรังจากการนอนเพิ่มพลังระหว่างวัน ตื่นมาสดชื่น สมองโล่งกว่าเดิม ปรึกษาวิธีการรักษากับเเพทย์เฉพาะทาง! ผลเสียจากการนอนไม่พอที่คุณอาจคาดไม่ถึง การนอนไม่เพียงพอเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและใจ เช่น:สมาธิลดลง ตัดสินใจช้าอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ายเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการหลับในภูมิคุ้มกันลดลง ป่วยง่ายอยากอาหารมากขึ้น เสี่ยงอ้วนเพิ่มโอกาสเกิดโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันสูง และโรคหัวใจ ควรนอนกี่ชั่วโมงถึงจะพอ? ผู้ใหญ่ ควรนอนวันละ 7–9 ชั่วโมงวัยรุ่น ควรนอน 8–10 ชั่วโมงเด็กเล็ก–ทารก อาจต้องการนอนมากถึง 18 ชั่วโมงต่อวันนอกจากปริมาณแล้ว “คุณภาพของการนอน” ก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณนอนครบ 8 ชั่วโมงแต่หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อย ก็อาจยังรู้สึกง่วงเพลียและปวดหัวในตอนเช้าได้

Sex เสื่อมเพราะนอนกรน

Sex เสื่อมเพราะนอนกรน หลายคนอาจเคยเจอกับปัญหาคู่รักนอนกรน มักจะถูกมองข้าม เพราะหลายคนคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่น่ามีผลกระทบที่สำคัญต่อสุขภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าอาการนอนกรนสามารถเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่น ๆ ที่ร้ายแรงได้ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และสามารถส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศได้ การหาวิธีรักษาการนอนกรนจึงไม่ใช่แค่เพื่อคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยรักษาความสัมพันธ์และสุขภาพทางเพศของคู่รักได้อีกด้วย การนอนกรนในผู้ชายและผู้หญิง หลายคนอาจเข้าใจว่าผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมีอาการนอนกรนที่มากกว่าผู้หญิง แต่งานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงก็สามารถนอนกรนได้เหมือนผู้ชายเช่นเดียวกัน จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sleep Medicine ในปี 2008 ที่ศึกษาการนอนกรนในประชากรวัยทำงานของประเทศสวีเดน พบว่า 24.5% ของผู้หญิงมีอาการนอนกรน มีอัตราที่ใกล้เคียงกับผู้ชาย ที่มีอัตราการนอนกรนอยู่ที่ 30.3% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้การนอนกรนแตกต่างกันไป อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะทางร่างกาย ฮอร์โมน และการใช้ชีวิต ​การนอนกรนมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศหรือไม่?​ มีงานวิจัย Erectile dysfunction in patient with obstructive sleep apnea ที่ว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาทางเพศ โดยเฉพาะภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) ในผู้ชาย การหยุดหายใจขณะหลับอาจส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง การผลิตไนตริกออกไซด์ลดลง การไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณอวัยวะเพศบกพร่อง ผลมาจากการขาดออกซิเจนระหว่างการนอนหลับ นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าและง่วงนอนในระหว่างวัน ซึ่งทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงไม่เฉพาะในผู้ชายเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบถึงเพศหญิงได้เช่นกัน​ สาเหตุของการนอนกรน การนอนกรนสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทำให้วิธีการรักษาอาการนอนกรนในผู้ชายและผู้หญิงอาจแตกต่างกันไปหลายปัจจัย ได้แก่ วิธีแก้ปัญหานอนกรนด้วยตนเอง แม้ว่าจะไม่มีวิธีที่สามารถรักษาอาการนอนกรนได้ด้วยตัวเองแบบรับประกัน 100% ว่าจะหายนอนกรนได้ แต่ก็มีวิธีการปรับเปลี่ยนวิธีการชีวิตที่สามารถช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการนอนกรนได้ วิธีการรักษานอนกรนที่ VitalSleep Clinic มีวิธีการรักษาทั้งแบบไม่ต้องผ่าตัดและการผ่าตัด โดยวิธีรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ได้แก่ การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy) การใช้เครื่องมือทันตกรรม (Oral Appliance) การใช้คลื่นความถี่ความถี่สูง (Radiofrequency) และการใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก (CPAP) สำหรับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่รุนแรงมาก การผ่าตัดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อขยายทางเดินหายใจ การผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular advancement, MMA) เคลื่อนขากรรไกรไปข้างหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเดินหายใจ สิ่งสำคัญคือต้องรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพของแต่ละคน เพราะการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีผลกระทบต่อสุขภาพของคุณในระยะยาว การได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้คุณและคนที่คุณรักสามารถนอนหลับได้ดี สรุป การนอนกรนไม่ใช่แค่ปัญหาเล็กน้อยที่รบกวนการนอนหลับของคุณหรือคู่รักเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย สมรรถภาพทางเพศ และสุขภาพจิตได้ด้วย อาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ร้ายแรงกว่าที่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!