• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
โปรแกรม CoolSwiss
ลดกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด
ด้วยนวัตกรรมสลายไขมันรอบคอ

โปรแกรม CoolSwiss

ลดกรนแบบไม่ต้องผ่าตัด
ด้วยนวัตกรรมสลายไขมันรอบคอ
Table of Contents

CoolSwiss หลายคนอาจคุ้นชื่อในนวัตกรรมด้านความงาม แต่คุณรู้ไหมว่า…มันไม่ได้ช่วยแค่เรื่องรูปร่างเท่านั้น? สำหรับคนที่นอนกรนโดยเฉพาะจากสาเหตุ ไขมันสะสมบริเวณลำคอ ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง CoolSwiss คือทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ เพราะใช้เทคโนโลยีความเย็นเฉพาะจุดในการสลายไขมันลดกรนอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น หายใจโล่งขึ้น หลับสนิทยิ่งขึ้น เสียงกรนลดลง

จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ชื่อดังอย่าง American Journal of Respiratory and Critical Care Medicine (AJRCCM) พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า

“เส้นรอบลำคอ (Neck Circumference) เป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่เป็นสัญญาณเตือน
ของการเกิดปัญหาการหายใจขณะหลับได้”

โดยในงานวิจัยได้ศึกษาในกลุ่มคนที่มีภาวะอ้วนและคนที่มีปัญหานอนกรน โดยไขมันที่สะสมบริเวณลำคอจะไปกดเบียดทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ช่องทางลมหายใจแคบลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อเรานอนหลับและกล้ามเนื้อบริเวณคอคลายตัว ทางเดินหายใจก็จะยิ่งแคบลงไปอีก เกิดเป็นเสียงกรนหรือในบางคนถึงขั้นหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) หลายครั้งต่อคืน

สิ่งที่น่าสนใจคือ เส้นรอบวงลำคอมากกว่า 40 ซม. ในผู้ชาย และมากกว่า 35 ซม. ในผู้หญิง เป็นสัญญาณเตือนของความเสี่ยง OSA ทำให้แพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญหลายคนหันมาให้ความสำคัญกับการลดไขมันเฉพาะจุดในบริเวณลำคอ มากกว่าการลดน้ำหนักโดยรวมเพียงอย่างเดียว

| บทความที่เกี่ยวข้อง นอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ โรคร้ายที่อาจพรากชีวิตโดยไม่รู้ตัว



สาเหตุหลักของการนอนกรนที่มาจากไขมันสะสม

  • ไขมันรอบคอมีผลอย่างไรกับทางเดินหายใจ?
    ไขมันที่สะสมบริเวณรอบลำคอ จะกดทับทางเดินหายใจส่วนต้น ทำให้เกิดการอุดกั้นขณะนอนหลับ และเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของการนอนกรน
  • ความเกี่ยวข้องของน้ำหนักตัวกับการนอนกรน
    น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณคอและใบหน้าจะทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง เพิ่มโอกาสที่ลิ้นและเนื้อเยื่อจะตกไปขวางลมหายใจระหว่างนอน

CoolSwiss คืออะไร?

  • หลักการทำงานของ CoolSwiss
    CoolSwiss เป็นนวัตกรรมสลายไขมันลดกรน ด้วยความเย็นในระดับ -5°C ถึง -10°C โดยใช้เทคโนโลยี Cryolipolysis ที่สามารถเจาะจงทำลายเซลล์ไขมันโดยไม่กระทบเนื้อเยื่อรอบข้าง
  • เทคโนโลยี Cryolipolysis คืออะไร?
    คือกระบวนการใช้ความเย็นเฉพาะจุดเข้าไปทำลายเซลล์ไขมันให้ตายอย่างถาวร ร่างกายจะค่อย ๆ ขับไขมันออกผ่านระบบน้ำเหลืองตามธรรมชาติในระยะเวลา 2-3 เดือน
  • CoolSwiss ต่างจากการลดน้ำหนักทั่วไปอย่างไร?
    การลดน้ำหนักแบบทั่วไปจะลดขนาดของเซลล์ไขมัน แต่ไม่ได้ทำลายเซลล์ไขมันนั้นโดยตรง ในขณะที่ CoolSwiss ทำให้เซลล์ไขมันตายอย่างถาวร ไม่กลับมาเพิ่มง่าย ๆ หากควบคุมน้ำหนักดี

CoolSwiss กับการแก้นอนกรนได้อย่างไร?

ลดไขมันรอบคอ ลดแรงกดทับทางเดินหายใจ เมื่อไขมันรอบลำคอลดลง ทางเดินหายใจจะกว้างขึ้น โอกาสที่ลิ้นหรือลิ้นไก่จะตกไปอุดตันก็ลดลง ส่งผลให้เสียงกรนลดลงอย่างชัดเจน

CoolSwiss เหมาะกับใครบ้าง?

  • คนที่มีไขมันสะสมบริเวณคอและกรามล่าง
  • คนที่มี BMI เกินเกณฑ์
  • คนที่ไม่อยากผ่าตัดหรือติดเครื่อง CPAP
  • คนที่เคยลดน้ำหนัก แล้วไขมันบริเวณลำคอยังไม่ลด

ขั้นตอนการรับบริการ CoolSwiss

ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

  • งดแอลกอฮอล์และคาเฟอีน 24 ชม.ก่อนทำ
  • ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในบริเวณที่จะทำ

ขั้นตอนขณะทำ

  • ใช้หัวเครื่องดูดผิวหนังบริเวณเป้าหมาย
  • ปล่อยความเย็นในระดับ -10°C เข้าสู่ชั้นไขมัน
  • ใช้เวลาประมาณ 40-60 นาทีต่อจุด

ระยะเวลาเห็นผล

โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลใน 2-4 สัปดาห์ และเห็นผลชัดเจนภายใน 2-3 เดือน

ข้อดีของการใช้ CoolSwiss แก้นอนกรน

  • ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด
    ไม่มีแผล ไม่ต้องฉีดยา หรือดมยาสลบเหมือนการผ่าตัด
  • ปลอดภัย ได้ผลจริง
    ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ในหลายประเทศ
  • ฟื้นตัวไว ไม่ต้องพักฟื้น
    ทำเสร็จสามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที

สรุป

CoolSwiss ไม่ได้เป็นแค่นวัตกรรมเพื่อความงาม แต่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่สามารถช่วยลดอาการนอนกรนได้อย่างน่าสนใจ โดยเน้นการลดไขมันเฉพาะจุดที่ส่งผลต่อการหายใจขณะนอนหลับ เหมาะกับคนที่มองหาวิธีที่ปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ยุ่งยากในชีวิตประจำวัน หากคุณกำลังประสบปัญหานอนกรน ลองพิจารณา CoolSwiss เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ควรค่าแก่การลอง

FAQs คำถามที่พบบ่อย

CoolSwiss ช่วยลดกรนได้จริงหรือไม่?

ได้จริง ในกรณีที่สาเหตุของการกรนมาจากไขมันที่สะสมรอบลำคอจนกดทับทางเดินหายใจส่วนต้น

มีผลข้างเคียงไหม?

อาจมีรอยแดงหรือช้ำเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งจะหายไปภายใน 1-2 วัน

ทำร่วมกับการลดน้ำหนักได้ไหม?

ควรทำควบคู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

CoolSwiss ใช้เวลาทำนานไหม?

ประมาณ 40-60 นาทีต่อจุด ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ที่ทำ



Related Blogs and Articles
อุปกรณ์รักษานอนกรน

พามาเจาะลึกอุปกรณ์รักษานอนกรน จาก VitalSleep Clinic ว่ามีอะไรบ้าง ใช้อย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง เพื่อให้คุณกลับมามีการนอนที่เงียบสงบ

นอนกรนเรื้อรัง

นอนกรนรักษามาตั้งหลายวิธีก็ไม่เห็นผล สุดท้ายก็ยังนอนกรนเสียงดังอยู่ดี ต้องรักษาด้วยวิธีไหนจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น มาหาคำตอบวิธีการรักษา

BiPAP กับ CPAP ต่างกันยังไง

BiPAP และ CPAP เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้การหายใจขัดข้องในช่วงนอนหลับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาการหายใจอุดกั้น ทั้ง BiPAP และ CPAP เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหานี้ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทั้งสองเครื่องนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของเครื่อง BiPAP และ CPAP รวมถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละเครื่อง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและเลือกใช้เครื่องที่เหมาะสมกับตัวเอง ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง CPAP CPAP คืออะไร? CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) คือเครื่องช่วยหายใจที่ใช้สำหรับการบำบัดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หลักการของ CPAP คือการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่และส่งผ่านท่อเข้าสู่หน้ากากซึ่งครอบไปที่ปากและจมูกของผู้ใช้ แรงดันนี้จะช่วยเปิดทางเดินหายใจและป้องกันไม่ให้เกิดการอุดกั้นระหว่างการนอนหลับ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจ CPAP จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจขณะหลับ หลักการทำงานของ CPAP CPAP ทำงานโดยการสร้างแรงดันอากาศที่คงที่ ส่งผ่านท่ออากาศเข้าสู่หน้ากากที่ครอบปากและจมูก ความดันที่เกิดขึ้นจะช่วยเปิดทางเดินหายใจที่อาจถูกบีบอัดหรืออุดตันในช่วงเวลาที่นอนหลับ แรงดันอากาศนี้จะถูกควบคุมให้คงที่ตลอดคืน ไม่ว่าคนไข้จะหายใจเข้าออกในจังหวะใดก็ตาม สิ่งนี้ทำให้การไหลเวียนของอากาศในระบบทางเดินหายใจเป็นปกติ ช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดหายใจขณะหลับอย่างมีประสิทธิภาพ ใครบ้าง? ที่ควรใช้ CPAP CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนในช่วงเวลาที่หลับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับทารกที่มีปัญหาปอดพัฒนาไม่สมบูรณ์หรือผู้ที่มีภาวะการหายใจไม่เพียงพอระหว่างหลับ CPAP ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ทำให้คนไข้รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในช่วงกลางวัน รับคำปรึกษา ฟรี! ขนาดและการพกพาของเครื่อง CPAP เครื่อง CPAP มีหลายขนาดให้เลือก สามารถเลือกตามความเหมาะสมของการใช้งานแต่ละคนได้เลย หากคุณใช้ที่บ้าน ขนาดของเครื่อง CPAP ที่ใหญ่กว่าอาจไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อย การเลือกเครื่อง CPAP ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวก ข้อควรรู้ก่อนใช้เครื่อง BiPAP BiPAP คืออะไร? BiPAP (Bilevel Positive Airway Pressure) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีหลักการทำงานคล้ายกับ CPAP แต่มีความแตกต่างสำคัญในเรื่องของการปรับแรงดันอากาศระหว่างการหายใจเข้าและหายใจออก BiPAP ถูกออกแบบมาให้สามารถสร้างแรงดันอากาศที่แตกต่างกันในจังหวะหายใจเข้าและหายใจออก ในขณะที่เครื่อง CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา การทำงานนี้ทำให้ BiPAP เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการแรงดันอากาศที่แตกต่างกันระหว่างหายใจเข้าและออก หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบการหายใจซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยโรคปอดและโรคทางระบบประสาท หลักการทำงานของ BiPAP เครื่อง BiPAP จะทำงานโดยการส่งแรงดันอากาศ 2 ระดับระดับหนึ่งสำหรับการหายใจเข้า (IPAP: Inspiratory Positive Airway Pressure)ระดับสำหรับการหายใจออก (EPAP: Expiratory Positive Airway Pressure)ความแตกต่างของแรงดันนี้ช่วยให้คนไข้ที่มีปัญหาหายใจเข้าและออกได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อบกพร่อง ทำให้การหายใจกลับมาเป็นปกติ ใครควรใช้ BiPAP? BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อที่ทำให้การหายใจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจแบบซับซ้อนที่ CPAP ไม่สามารถช่วยได้ BiPAP เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยให้การหายใจกลับมาสู่ภาวะปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนาดและการใช้งานของเครื่อง BiPAP เครื่อง BiPAP มักจะมีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับเครื่อง CPAP แต่การออกแบบส่วนใหญ่จะเน้นที่การทำงานเงียบและให้ความสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ หลายรุ่นของ BiPAP ยังมีตัวเพิ่มความชื้นในอากาศที่ส่งผ่านท่อหายใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อเมือกในจมูกแห้ง ทำให้การใช้งานรู้สึกสบายขึ้น ความแตกต่างระหว่าง BiPAP และ CPAP ในขณะที่ CPAP ใช้แรงดันอากาศคงที่ในการช่วยรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ BiPAP มีความสามารถในการปรับแรงดันอากาศสองระดับสำหรับการหายใจเข้าและออก ความแตกต่างนี้ทำให้ BiPAP เหมาะกับคนไข้ที่มีภาวะการหายใจที่ซับซ้อนหรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น โรคปอดหรือปัญหาทางระบบประสาทนอกจากนี้ เครื่อง BiPAP ยังมีการทำงานที่ซับซ้อนกว่าซึ่งส่งผลให้ ราคาของ BiPAP มักจะสูงกว่า CPAP อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจรุนแรง ที่ไม่สามารถปรับตัวกับการใช้ CPAP ได้ BiPAP จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากช่วยให้หายใจได้สะดวกและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหายใจออกที่ BiPAP จะใช้แรงดันที่น้อยกว่าในช่วงหายใจเข้า สรุป CPAP และ BiPAP ต่างก็เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ทั้งสองมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างหลักในเรื่องของแรงดันอากาศที่ใช้ระหว่างการหายใจเข้าและออก CPAP ให้แรงดันคงที่ตลอดเวลา ในขณะที่ BiPAP สามารถปรับแรงดันอากาศตามความต้องการของผู้ป่วยได้BiPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจที่ซับซ้อน หรือมีภาวะทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ส่วน CPAP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับทั่วไป การเลือกใช้เครื่องใดเครื่องหนึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้การรักษาที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย การเลือกเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นและลดความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แก้นอนกรน ด้วย myofunctional therapy

การนอนกรน เป็นปัญหาการนอนที่พบได้บ่อยและส่งผลต่อทั้งคนที่นอนกรนและคนรอบข้าง แม้ว่าจะมีวิธีการรักษานอนกรนหลายรูปแบบ แต่ Myofunctional Therapy

นอนกรน เสี่ยง โรคใหลตาย

อาการนอนกรนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่สร้างความรำคาญใจให้กับคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่อันตรายถึงชีวิต

หยุดหายใจขณะหลับ ภัยร้าย

การหายใจของเราที่หยุดลงชั่วคราวระหว่างการนอนหลับ โดยอาจกินเวลาตั้งแต่ไม่กี่วินาทีจนถึงเป็นนาที และเกิดซ้ำหลายครั้งต่อคืน

เสียงกรนไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ชาย

ผู้หญิงก็มีแนวโน้มที่จะนอนกรนได้ไม่แพ้ผู้ชาย! แม้เสียงกรนอาจเบากว่า หรือพบได้น้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากภาวะนี้

ป้องกันหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนคิดว่าเสียงกรนเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของโรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะอื่น ๆ ที่กระทบต่อหัวใจ สมอง

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!