• อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
  • อาคารพญาไท พลาซ่า
  • ชั้น 33 ติด BTS
  • สถานี พญาไท ทางออกที่ 1
ตรวจการนอนหลับ หรือ sleep lab
ที่ไหนดี?

ตรวจการนอนหลับ หรือ sleep lab

ที่ไหนดี?
Table of Contents

ในปัจจุบัน การดูแลสุขภาพกลายเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีด้านการแพทย์และบริการด้านสุขภาพได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วขึ้นมาก ช่วยให้การดูแลสุขภาพและรักษาโรคต่าง ๆ ง่ายขึ้นกว่าสมัยก่อน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการรักษาหรือดูแลสุขภาพก็สูงขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะการตรวจสุขภาพการนอนหลับ หรือที่เรียกกันว่า Sleep Lab ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวินิจฉัยปัญหาการนอนหลับ แต่เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ทำให้บางคนอาจรู้สึกลังเลในการเข้ารับการตรวจ ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Sleep Lab รวมถึงวิธีการเลือกสถานที่ตรวจที่เหมาะสม จึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ

ตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Lab คืออะไร?

การตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Lab เป็นกระบวนการตรวจวินิจฉัยการทำงานของร่างกายในขณะนอนหลับ เพื่อหาสาเหตุของปัญหาการนอน เช่น อาการนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือความผิดปกติอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการนอนหลับ การตรวจนี้สามารถบอกถึงคุณภาพการนอนหลับได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการวัดระดับออกซิเจน การเต้นของหัวใจ การทำงานของสมอง การทำงานของกล้ามเนื้อขณะหลับ ทำให้แพทย์เฉพาะทางสามารถวินิจฉัยโรคและความผิดปกติได้แม่นยำมากขึ้น

การตรวจการนอนหลับเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับอย่างรุนแรง เช่น การนอนกรนหนัก สะดุ้งตื่นกลางดึก หยุดหายใจขณะหลับ แม้แต่นอนเยอะแต่ยังรู้สึกเหนื่อย การตรวจนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สำคัญในการรักษาปัญหาการนอน เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม

ประเภทของการตรวจการนอนหลับ

ปัจจุบันการตรวจการนอนหลับมีหลายประเภท ซึ่งสามารถเลือกตามความเหมาะสมของผู้ป่วยหรือคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง

1. การตรวจการนอนหลับแบบมาตรฐาน (Standard Sleep Test หรือ Home Sleep Test)

การตรวจการนอนหลับแบบมาตรฐานเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับเล็กน้อยหรือปานกลาง การตรวจนี้เป็นวิธีที่ไม่ซับซ้อนและสามารถทำได้ที่บ้านเลย ลดความไม่สะดวกที่อาจเกิดจากการต้องเข้าไปตรวจที่โรงพยาบาล การตรวจแบบนี้ใช้อุปกรณ์ติดตั้งง่ายและไม่ยุ่งยาก สามารถติดตามการทำงานของร่างกายขณะหลับ โดยผลการตรวจจะสามารถบอกได้ว่า

  • ระดับความรุนแรงของการหยุดหายใจขณะหลับ
  • อัตราการเต้นของหัวใจ
  • ระดับออกซิเจนในเลือดขณะหลับ
  • การทำงานของหัวใจขณะหลับ
  • ท่านอนที่ทำให้เกิดการหยุดหายใจ
  • ระดับความดังของเสียงกรน
  • ระดับการนอนหลับ (Sleep Stage)

การตรวจการนอนหลับแบบมาตรฐานยังเหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบการนอนที่สถานพยาบาล เนื่องจากสามารถนอนหลับได้ในสภาพแวดล้อมคุ้นเคยที่บ้าน ช่วยให้ผลการตรวจออกมาใกล้เคียงกับการนอนหลับจริงมากขึ้น

2. การตรวจการนอนหลับแบบละเอียด (Full Sleep Test)

การตรวจการนอนหลับแบบละเอียดเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรนรุนแรง มีปัญหาการนอนที่ซับซ้อน เช่น การนอนกัดฟัน นอนละเมอ การหยุดหายใจขณะหลับอย่างรุนแรง การตรวจนี้จะสามารถวัดค่าต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดมากขึ้น เช่น

  • คลื่นไฟฟ้าสมอง
  • การเต้นของหัวใจ
  • คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ
  • ระดับออกซิเจนในเลือด
  • การทำงานของกล้ามเนื้อแขนและขา

โดยการตรวจแบบละเอียดจะดำเนินการในโรงพยาบาลที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดทั้งคืน ซึ่งอาจทำให้ผู้รับการตรวจรู้สึกอึดอัดหรือไม่สบายตัว เพราะต้องติดตั้งอุปกรณ์หลายจุด อย่างไรก็ตาม ที่ VitalSleep Clinic มีทางเลือกในการตรวจแบบละเอียดที่บ้าน เจ้าหน้าที่จะมาช่วยติดตั้งอุปกรณ์ให้ก่อนนอน เมื่อเสร็จแล้วก็สามารถถอดอุปกรณ์ออกเองได้ในตอนเช้า สะดวกและลดความอึดอัดในการตรวจที่โรงพยาบาล

เมื่อไหร่ที่ควรตรวจการนอนหลับ?

หากคุณมีปัญหาการนอนหลับดังต่อไปนี้ การตรวจการนอนหลับอาจเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา

  1. อาการนอนกรน ผู้ที่มีอาการนอนกรน มักมีปัญหาหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้นร่วมด้วย ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและสมองในระยะยาว หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และใหลตาย
  2. นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ แม้ว่าจะนอนครบ 8 ชั่วโมงหรือมากกว่าแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนนอนไม่พอ ง่วงนอนในตอนกลางวัน อาจเป็นสัญญาณว่าคุณมีปัญหาหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่แท้จริง
  3. สะดุ้งตื่นกลางดึก หากคุณมีอาการสะดุ้งตื่นระหว่างการนอนหลับบ่อยครั้ง รู้สึกเหมือนตื่นมาตลอดเวลา อาจเกิดจากอาการหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งร่างกายต้องปลุกตัวเองขึ้นมาเพื่อหายใจ
  4. ง่วงนอนแต่นอนไม่หลับ บางคนอาจรู้สึกง่วงแต่ไม่สามารถหลับได้ ซึ่งอาจเป็นเพราะร่างกายไม่สามารถเข้าสู่ภาวะการหลับลึกได้ เนื่องจากปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับ

หากคุณมีอาการเหล่านี้ การตรวจการนอนหลับสามารถช่วยวินิจฉัยปัญหาและหาทางรักษาที่เหมาะสมเพื่อปรับปรุงคุณภาพการนอนและสุขภาพในระยะยาว

วิธีการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับและนอนกรน

การรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

1. การรักษาด้วยการผ่าตัด

การรักษาด้วยการผ่าตัดมักใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหาโครงสร้างใบหน้าหรือขากรรไกรที่ทำให้เกิดอาการนอนกรน เช่น ขากรรไกรบนและล่างไม่สมดุล ซึ่งแพทย์เฉพาะทางจะทำการผ่าตัดเพื่อปรับโครงสร้างของขากรรไกรให้เหมาะสม การผ่าตัดนี้สามารถช่วยขยายช่องทางเดินหายใจ ลดอาการนอนกรนได้ แต่ก็มีความเสี่ยงต่อการเจ็บปวดและผลข้างเคียง เช่น อาการบวมและการฟื้นตัวที่ต้องใช้เวลามากกว่าปกติ

2. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

การรักษาแบบไม่ผ่าตัดเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีความเสี่ยงน้อยกว่าและให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน เช่น การใช้เครื่อง CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) ที่ช่วยเปิดทางเดินหายใจขณะหลับ นอกจากนี้ยังมีการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจส่วนต้น (Myofunctional Therapy) ซึ่งเป็นการออกกำลังกายเพื่อปรับปรุงการทำงานของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ ช่วยแก้ปัญหาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับที่ต้นเหตุ

สรุป

การตรวจการนอนหลับหรือ Sleep Lab เป็นวิธีที่ดีในการวินิจฉัยและรักษาปัญหาการนอนที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นอาการนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือปัญหาการนอนหลับอื่น ๆ การตรวจนี้สามารถทำได้ทั้งที่บ้านและในสถานพยาบาล ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความต้องการของผู้ป่วย หากคุณเป็นคนที่ไม่สะดวกในการนอนนอกบ้านหรือไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าที่พักที่โรงพยาบาล การเลือกตรวจการนอนหลับแบบที่สามารถทำที่บ้านได้ (Home Sleep Test) อาจเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะการตรวจที่บ้านสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ ไม่มีค่าห้องพักและไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแลตลอดคืน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จากการตรวจทั้งสองรูปแบบจะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมได้เช่นกัน

ไม่ว่าคุณจะเลือกตรวจการนอนหลับแบบไหน สิ่งสำคัญคือการเข้ารับการตรวจโดยเร็วที่สุด หากคุณมีอาการที่อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาการนอน เพราะการละเลยปัญหาการนอนหลับอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้ การรักษาและการดูแลสุขภาพการนอนหลับอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดความเสี่ยงจากโรคร้ายแรงได้ในอนาคต

Related Blogs and Articles
Snoring increases the risk of cancer

หลายคนอาจคิดว่า “การนอนกรน” เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อย แต่รู้หรือไม่ว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งมักพบร่วมกับการกรน อาจมีความเชื่อมโยงกับ “โรคมะเร็ง”https://www.youtube.com/shorts/Qil5hs1gy5A ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คืออะไร? ข้อมูลจากสถาบันโรคหัวใจ ปอด และโลหิตวิทยาแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NHLBI) ระบุว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ จะมีช่วงที่หยุดหายใจและกลับมาหายใจซ้ำ ๆ ขณะนอนหลับ ทำให้หลับไม่สนิท นอนหลับไม่เต็มที่และรบกวนคุณภาพชีวิตในระยะยาว​สาเหตุหลัก มาจากกล้ามเนื้อบริเวณลำคอที่หย่อนตัวผิดปกติ ทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้น หากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่โรคร้ายต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง ความเชื่อมโยงระหว่างการนอนกรนกับโรคมะเร็ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ Athanasia Pataka จาก Aristotle University of Thessaloniki ประเทศกรีซ ได้เปิดเผยว่า ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือมีอาการกรนอย่างรุนแรง จะมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำระหว่างนอนหลับ ภาวะนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางชนิด งานวิจัยที่ชี้ชัด มีการศึกษาจาก Medical News Today ในกลุ่มตัวอย่างกว่า 19,000 คน (ชาย 13,767 คน หญิง 5,789 คน) พบว่า​ผู้ที่มีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า 90% ซ้ำ ๆ ในแต่ละคืน มีความเสี่ยงต่อมะเร็งมากขึ้นในกลุ่มนี้ มีผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งจำนวน 388 คน (ราว 2%)มะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงคือ มะเร็งเต้านม ส่วนผู้ชายคือ มะเร็งต่อมลูกหมากที่น่าสนใจคือ การหยุดหายใจขณะหลับมีความเชื่อมโยงกับโรคมะเร็ง ชัดเจนในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในคนที่มีอาการรุนแรง และมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำในช่วงกลางคืนนักวิจัยยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ปัจจัยทางชีววิทยาระหว่างเพศชายและหญิง เช่น ฮอร์โมน อาจเป็นตัวเร่งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง รวมถึงอิทธิพลของออกซิเจนต่ำในเลือด ซึ่งอาจกระตุ้นกระบวนการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย วิธีรักษาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การรักษาจะเริ่มจาก การตรวจ Sleep Test เพื่อประเมินความรุนแรง จากนั้นแพทย์เฉพาะทางจะวางแผนการรักษา มีทั้งแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัด| บทความที่เกี่ยวข้อง อาการเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายแค่ไหน?​ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย การรักษาแบบไม่ผ่าตัด ยางครอบฟันช่วยเปิดทางเดินหายใจ (Oral Appliance)การทำบำบัดกล้ามเนื้อทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy)คลื่นความถี่วิทยุ RF จี้โคนลิ้นและเยื่อบุจมูกการใช้ CPAP การรักษาแบบผ่าตัด การผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร (Maxillomandibular Advancement)การผ่าตัดตกแต่งเพดานอ่อนและลิ้นไก่ ทำไมต้องรักษาที่ VitalSleep Clinic? แพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญมีทีมแพทย์ที่ผ่านการอบรมจากสถาบันระดับโลก พร้อมใบรับรองด้านการรักษาความผิดปกติของกล้ามเนื้อช่องปาก ใบหน้าและทางเดินหายใจเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยครอบคลุมทั้งแนวทางแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัด รวมถึง Myosa® สำหรับผู้มีปัญหานอนกัดฟันหรือข้อต่อขากรรไกรใส่ใจ ดูแลรักษาได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาวะนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ หรือปัญหาข้อต่อขากรรไกร พร้อมดูแลอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง สรุป ภาวะหยุดหายใจขณะหลับอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงมะเร็ง โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำขณะหลับ จึงควรตรวจ Sleep Test เพื่อประเมินอาการและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งปัจจุบันมีทางเลือกทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัดที่ VitalSleep Clinic พร้อมดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ปรึกษาปัญหากับผู้เชี่ยวชาญ ฟรี!

7 วิธีรักษานอนกรน

วิธีรักษานอนกรนที่หลาย ๆ คนอาจจะกำลังมองหาวิธีที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ เพื่อจะได้นอนหลับอย่างมีคุณภาพและตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดชื่นในทุก ๆ เช้า อาการนอนกรนที่เกิดขึ้น นอกจากจะเป็นปัญหากับคนที่อยู่รอบตัวคุณแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวของคุณเองอีกด้วย ลองมาดู 7 วิธี ที่สามารถช่วยลดอาการนอนกรนได้โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ ​ทั้ง 7 วิธีที่แนะนำจาก Sleep Foundation เป็นเพียงวิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้น แต่หากคุณทำตามแล้วยังมีอาการนอนกรนอยู่ หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย ควรรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจการนอนหลับ Sleep Test และรับการรักษาอย่างถูกวิธี​ สัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่ควรสังเกต หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ควรรีบเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อทำการวินิจฉัยและได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เพราะภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นอันตรายที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว การรักษาอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับโดยแพทย์เฉพาะทาง ที่ VitalSleep Clinic เรามีวิธีการรักษาอาการนอนกรนโดยไม่ต้องผ่าตัดที่ได้ผลดี 4 วิธี ได้แก่ เป็นนวัตกรรมการรักษาที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าและทางเดินหายใจให้แข็งแรง เป็นวิธีที่แพทย์แนะนำเพราะช่วยแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้ เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้นในขณะที่นอนหลับ โดยจะช่วยดันขากรรไกรล่างไปข้างหน้าเล็กน้อย ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพในการลดอาการนอนกรน และที่ VitalSleep Clinic คุณมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยของอุปกรณ์ เพราะผลิตจากห้องแล็บที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางที่ได้รับการรับรองจาก American Board of Dental Sleep Medicine จะสำหรับคนที่มีอาการกรนจากการหย่อนของกล้ามเนื้อบริเวณโคนลิ้นหรือเยื่อบุจมูก ทำให้ลมหายใจไหลเวียนได้สะดวกขึ้น โดยการรักษานี้จะต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น เครื่องช่วยหายใจนี้ ป้องกันทางเดินหายใจไม่ให้ปิดกั้นในขณะนอนหลับ ทำให้คุณรับออกซิเจนได้อย่างเพียงพอ และเหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่เดินทางบ่อยหรือไม่สะดวกในการพกพาเครื่อง CPAP แพทย์อาจแนะนำการใช้เครื่องมือทันตกรรมแทนเพื่อความสะดวกกับคนไข้ สรุป วิธีลดอาการนอนกรนและแนวทางรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่แนะนำโดยแพทย์เฉพาะทาง โดยเริ่มจากการปรับพฤติกรรม เช่น การลดน้ำหนัก, หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่, นอนหลับให้เพียงพอ, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และ เลี่ยงยาที่ทำให้กล้ามเนื้อลำคอหย่อนตัว หากอาการยังคงอยู่ ควรเข้ารับการตรวจและรักษาโดยแพทย์ เช่น การใช้เครื่องมือทันตกรรม (Oral Appliance), เครื่องช่วยหายใจ CPAP, การทำ Myofunctional Therapy หรือ การใช้คลื่นวิทยุ RF ซึ่งช่วยแก้ไขต้นเหตุของอาการ ที่ VitalSleep Clinic ยังมีเทคโนโลยีทันสมัยและแพทย์เฉพาะทางที่สามารถให้คำแนะนำและรักษาได้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้นและลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาว

นอนกัดฟันรักษายังไง

ในบางครั้งคนที่นอนกัดฟันเองก็อาจไม่รู้ตัวจนกระทั่งเกิดอาการปวดฟัน ปวดกราม หรือมีคนรอบข้างสังเกตเห็นเสียงกัดฟันในเวลานอนตอนกลางคืน นอนกัดฟันรักษาได้!

ลูกหายใจทางปาก

ลูกหายใจทางปาก อาจดูเหมือนไม่อันตราย แต่จริง ๆ แล้วเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาการนอน การเจริญเติบโต และพัฒนาการสมองของเด็ก

sudden death silent danger

นอนกรน ใครจะคิดว่า “เสียงกรน” ที่ดูเหมือนเรื่องธรรมดา อาจกลายเป็นภัยเงียบที่พรากชีวิตคนที่คุณรักไปอย่างไม่รู้ตัว “ใหลตาย” (Sudden Unexpected Nocturnal Death Syndrome หรือ SUNDS) คือหนึ่งในภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในอาการนอนกรน โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (OSA) เข้าใจ “ใหลตาย” ภัยเงียบที่พรากชีวิตในยามหลับ “ใหลตาย” คือภาวะเสียชีวิตอย่างกะทันหันในขณะนอนหลับ โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดภายหลังชันสูตร มักเกิดในคนที่ดูเหมือนสุขภาพแข็งแรงดี ในกลุ่มชายวัยหนุ่มสาวในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์สาเหตุของอาการใหลตายยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด แต่จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่า ผู้เสียชีวิตจำนวนมากมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ที่มีจุดร่วมสำคัญคือ “การนอนกรน” งานวิจัยที่มีความเชื่อมโยง “ใหลตาย” งานวิจัยในประเทศไทยโดย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พบว่าในกลุ่มผู้ป่วยใหลตายที่รอดชีวิต มีสัดส่วนมากถึง 80% ที่มีอาการหยุดหายใจขณะหลับ​ในประเทศฟิลิปปินส์ มีวิจัยจาก PubMed รายงานว่าชายหนุ่มวัยทำงานเสียชีวิตจากอาการใหลตาย จำนวนมากมีประวัติ “นอนกรนเสียงดัง” และ “หายใจติดขัดกลางดึก”​การศึกษาจาก JACC Journals ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ก็พบว่า OSA เพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจอย่างเฉียบพลัน รวมถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงในขณะหลับ สัญญาณที่บ่งชี้ว่าอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กรนเสียงดังหยุดหายใจเงียบ ๆ ชั่วครู่ แล้วเฮือกสะดุ้งตื่นกลางดึก หายใจไม่ทันตื่นนอนแล้วรู้สึกไม่สดชื่นง่วงตอนกลางวัน สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวนปวดหัวตอนเช้า ความดันสูง เบาหวานหรือโรคหัวใจ ปรึกษาปัญหากับผู้เชี่ยวชาญ ฟรี! https://www.youtube.com/shorts/VQlGzDh6-_Q ทำไมภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ถึงเสี่ยงต่อ “ใหลตาย”? ออกซิเจนต่ำซ้ำซากการหยุดหายใจหลายครั้งต่อคืน ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ ส่งผลต่อหัวใจและสมองอย่างรุนแรงหัวใจเต้นผิดจังหวะภาวะ OSA เพิ่มความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบventricular fibrillation ที่อาจนำไปสู่หัวใจหยุดเต้นในขณะหลับกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติภาวะออกซิเจนต่ำกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเธติก ทำให้ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจผันผวนอย่างรุนแรงสมองขาดออกซิเจนการขาดออกซิเจนในสมองซ้ำซาก อาจทำให้เกิดการชักหรือสูญเสียการควบคุมระบบสำคัญในร่างกาย แนวทางการรักษาอาการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับเพื่อป้องกัน “ใหลตาย” การรักษาที่เหมาะสมสามารถลดความเสี่ยงใหลตายได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยแนวทางการรักษาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก1. การรักษาแบบไม่ใช้เครื่องมือปรับพฤติกรรม เช่น ลดน้ำหนัก งดแอลกอฮอล์ งดยานอนหลับ นอนตะแคงฝึกการหายใจ และกล้ามเนื้อในช่องปาก (Myofunctional Therapy) ช่วยกระชับกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ2. การรักษาด้วยอุปกรณ์CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก ที่ถือเป็นมาตรฐานทองในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับOral Appliance (เครื่องมือทันตกรรม) ช่วยดันขากรรไกรล่างไปด้านหน้า เปิดทางเดินหายใจ เหมาะกับคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง3. การรักษาแบบผ่าตัดและหัตถการผ่าตัดช่องทางเดินหายใจ เช่น ตัดต่อมทอนซิล ผ่าตัดเพดานอ่อนผ่าตัดขากรรไกร (Maxillomandibular Advancement)รักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency)เลเซอร์ หรือร้อยไหมยกเพดานอ่อน สำหรับกรณีมีอาการนอนกรนที่ไม่ซับซ้อนอย่าปล่อยให้ “กรน” กลายเป็นคำบอกลาสุดท้ายเสียงกรนอาจไม่ใช่แค่เรื่องกวนใจของคนข้างเตียง แต่มันคือ “สัญญาณเตือน” โดยเฉพาะในคนที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น น้ำหนักเกิน มีคอหนา เป็นเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงการตรวจ Sleep Test คือกุญแจสำคัญ ในการวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และวางแผนรักษาได้อย่างแม่นยำ สนใจตรวจการนอนหลับ คลิกเลย

splint

หลายคนอาจจะมองว่าเสียงกรนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วมันสะท้อนถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ เราจะพูดกันถึงวิธีการแก้ไขด้วย “เฝือกฟันแก้นอนกรน”

การหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) เป็นภาวะผิดปกติที่สามารถนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีปัญหานอนกรน

Why choose VitalSleep and Wellness
ตรวจคุณภาพการนอนหลับได้จากที่บ้าน

ตรวจการหลับ Sleep Test ที่ VitalSleep and Wellness สะดวก ง่าย ไม่ต้องเดิน ทาง มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปติดตั้ง ให้ถึงที่บ้าน อ่านผลการตรวจ โดยแพทย์เฉพาะทาง Dental Sleep Medicine

ลดเสียงกรนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

ที่ VitalSleep and Wellness นําเสนอแนวทางการรักษานอนกรน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ออกแบบ เฉพาะบุคคล รักษาได้ทั้ง แบบไม่ผ่าตัด และแบบผ่าตัด และการรักษาครอบคลุมไปถึงการรักษาอาการนอน กัดฟัน และข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

ค้นหา และรักษานอนกรน ที่ต้นเหตุ

เน้นการตรวจเชิงลึกหลายแนวทาง เพื่อค้นหาและวินิจฉัยสาเหตุการรักษาที่แท้จริง มุ่งเน้นรักษาและบําบัดสาเหตุของการกรนที่ต้นเหตุ คือ กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ด้วย Myofunctional Therapy

แนวทางการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสาน

นําเสนอการรักษาที่หลากหลาย ออกแบบเฉพาะบุคล เน้นการรักษาแบบผสมผสาน การรักษาหลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทุกความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ทพ. ดร. อมรพงษ์ วชิรมน

Medical Director
แพทย์เฉพาะทางรักษานอนกรน

VitalSleep and Wellness
ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง และนักกายภาพบําบัดวิชาชีพ
  • Polysomnography - Sleep Test ตรวจการนอนหลับ
  • เครื่องมือทันตกรรม รักษานอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก รักษานอนกรน
  • รักษาอาการ นอนกัดฟัน
  • รักษาอาการ ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ขากรรไกรมีเสียงคลิก
  • บำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า และทางเดินหายใจส่วนต้น
  • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร รักษานอนกรน
…and much more!